ตอนที่ 17 งานประลองเลือกคู่
“ตึง ตึง ตึง ตึง!!!” เสียงกลองตีรัวดังสนั่น เวทีประลองกลางเมืองที่ยิ่งใหญ่ ถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าบุรุษจนแน่น ั้แ่หนุ่ยวัยฉกรรจ์จนไปถึงชายแก่ชราที่มีผมหงอกขาว อีกทั้งรูปร่างหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่จนไปถึงหล่อเหลาสง่างาม ต่างถกเถียงกันอวดอ้างพลังลมปราณอันเหนือชั้น บ้างก็คุยกันถึงรูปโฉมของหญิงงามที่อยู่บนเวที
หญิงสาวในชุดขาวยืนจับกระบี่แน่นกลางเวที ดวงตาที่เป็ประกายราวกับหมู่ดาวเหลือบมองไปยังฝูงชนที่อยู่ด้านล่าง รูปร่างที่อ่อนช้อยผิวพรรณที่เปล่งปลั่งขาวนวล ราวกับเกล็ดหิมะอันบริสุทธิ์ คิ้วอันดกดำและเส้นผมที่ปลิวไสว ทำให้บุรุษเพศต้องเคลิบเคลิ้ม ริมฝีปากสีชมพูที่อวบอิ่มราวกับเชื้อเชิญให้ผู้คนอยากัั แม้จะมีสีหน้าอันไม่พอใจปรากฏอยู่บนใบหน้า แต่นางก็ยังสง่างามหาใดเปรียบ
ในขณะที่บุรุษเพศกำลังตกตะลึงในความงดงามของนาง ทันใดนั้นก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มรูปร่างภูมิฐาน ดูไปแล้วอายุของเขาคงจะไม่เกินสามสิบปี ที่ล่องลอยมาจากฟากฟ้า ก่อนจะเหินร่างของเขามาเคียงข้างหญิงสาวกลางเวที พร้อมกับประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน “พ่อแม่ พี่น้องทั้งหลาย ข้าซุนหวังเหว่ย ได้จัดการประลองเลือกคู่ให้แก่ซุนลี่ลูกสาวของข้า เพื่อไม่ให้เสียเวลา ข้าจะบอกเพียงกฎสั้นๆ หากใครสามารถชนะนางได้ ก็จะได้เป็เขยตระกูลซุนของข้า” ซุนหวังเหว่ยหันหลังกลับเดินไปที่ลูกสาว พร้อมกับกระซิบอย่างบางเบา “หากเ้าไม่อยากแต่งงาน คงรู้ซินะว่าต้องทำเช่นไร” ดวงตาของหญิงสาวปรากฏแววอำมหิตชั่วครู่ ก็จะตอบกลับพ่อของนางไปอย่างรวดเร็ว “จัดการพวกมันให้หมด” “อืม...เช่นนั้นก็เริ่มการประลองได้” เมื่อกล่าวจบซุนหวังเหว่ยก็ทะยานร่างไปที่เก้าอี้ที่จัดเตรียม จิบน้ำชารอดูการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
“ข้าขอไปก่อน!!” เสียงชายหนุ่มผู้หนึ่งดังมาจากฝูงชน ก่อนจะทะยานร่างของมันขึ้นสู่เวทีด้วยความรวดเร็ว เมื่อขาทั้งสองข้างัักับเวที พื้นของมันก็สั่นไหวอย่างรุนแรง “ข้าเข่าจูโย่ว มารับตัวภรรยาแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า” เมื่อจูโย่วประกาศชื่อของตน ฝูงชนก็หัวร่อออกมาดังไปทั่ว ด้วยรูปร่างที่อ้วนดำของมัน พร้อมกับิัที่มันวาว ทำให้ชื่อของมันเหมาะสมกับตัวเป็อย่างมาก ดวงตาของหญิงสาวเบิกโพลงกว้างทันที
“เริ่มได้!!” ซุนหวังเหว่ยประกาศเสียงดังเป็การส่งสัญญาณแห่งการเริ่มต้น เมื่อได้ยินดังนั้นจูโย่วก็วิ่งกู่หานางทันที ทำให้พื้นเวทีต้องสั่นะเือย่างรุนแรง ซุนลี่นางเบี่ยงตัวหลบเพียงเล็กน้อย พร้อมกับฟาดฝักกระบี่ลงที่ท้ายทอยของมันอย่างรุนแรง “ปัง!!” ดวงตาทั้งสองข้างของมันก็เหลือกขึ้นบนทันที พร้อมเกลือกกลิ้งเป็ลูกขนุนตกเวทีไป เสียงฝูงชนเงียบสนิทดุจป่าช้า ทั้งรวดเร็วและลงมือได้อย่างเด็ดขาด เพียงแค่ไม่กี่อึดใจคู่ต่อสู้ของนางก็ลงไปสลบเมือกกับพื้น “คนต่อไป เชิญ!”
บุรุษมากมายต่างขึ้นเวทีประลองไม่ขาดสาย แต่เพียงชั่วพริบตานางก็ล้มพวกมันได้ไม่ยากเย็น ด้วยพลังลมปราณก่อกำเนิดขั้นต้น มีหรือที่นางจะหวั่นเกรงต่อบุรุษที่อยู่เบื้องหน้า เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้น จึงได้ถามชายที่อยู่ตรงเบื้องหน้าทันที “พี่ชาย ข้าพึ่งมาเมืองนี้ได้ไม่นาน จึงไม่ค่อยรู้ความอะไรมากนัก หญิงสาวนางนั้นและพ่อของนางเป็ใครกัน?”
ชายหนุ่มเหลือบมองเนี่ยฟงั้แ่หัวจรดปลายเท้า เนื่องจากมีหมวกม่านปิดบังหน้าตา เขาจึงมองไม่เห็นใบหน้าของเนี่ยฟงได้ “น้องชายเ้าคงเป็คนต่างถิ่นซินะ บุรุษที่นั่งอยู่ตรงนั้นคือ เทพกระบี่ซุนหวังเหว่ย เป็เ้าของสำนักเทพกระบี่ ได้ข่าวว่าพลังลมปราณของเขา อยู่ที่ขั้นนภาขั้นกลาง ถือเป็ยอดฝีมือผู้หนึ่ง ส่วนลูกสาวของเขามีนามว่าซุนลี่ เป็หนึ่งในยอดสาวงามของเมือง ไม่เพียงแค่นั้นระดับลมปราณของนาง ยังสูงถึงขั้นก่อกำเนิดขั้นต้น ถือเป็อัจฉริยะในหมู่รุ่นเยาว์เช่นกัน”
เนี่ยฟงพยักหน้ารับ พร้อมกับมองไปยังลานต่อสู้ ซึ่งเวลานี้มีชายมากมายที่นอนเกลื่อนรอบเวที ร้องคร่ำครวญด้วยความเ็ป “น้องหญิง โปรดชี้แนะ!!!” เสียงเสียงหนึ่งปรากฏขึ้น พร้อมกับชายหนุ่มรูปงามที่ทะยานมาจากฟากฟ้า รอยยิ้มและหน้าตาที่หล่อของมัน ทำให้หญิงสาวหลายคนต้องตกอยู่ในภวังค์ “หลงเจี๋ย!” ดวงตาของซุนลี่สั่นไหว พร้อมกับเอ่ยชื่อของชายหนุ่ม ก่อนที่ริมฝีปากที่อวบอิ่มของนางจะขบกันแน่น พร้อมกับสายตาที่โกรธเคือง หลงเจี๋ยคือศิษย์เอกของสำนักเทพกระบี่ พลังลมปราณของมันเกือบเทียบเท่ากับซุนลี่ ด้วยนิสัยที่หื่นกามของมัน ทำให้ซุนลี่รังเกียจมันเป็อย่างมาก แต่เหนือสิ่งใดมันกลับคลั่งไคล้ซุนลี่อย่างหัวปักหัวปำ
“น้องหญิง ในที่สุดวันที่ข้าจะได้เ้ามาเป็ภรรยาก็มาถึง เ้าไม่ต้องกังวลข้าจะรักเ้ายิ่งกว่าผู้ใดทั้งปวง ฮี่ฮี่ฮี่!” หลงเจี๋ยพูดพร้อมกับส่งสายตาอันหื่นกระหาย มันจ้องมองเรือนร่างของนางราวกับจะกลืนกิน มันให้ซุนลี่รู้สึกขนลุกชันไปทั่วทั้งร่าง “หุบปากสุนัขของเ้าซะหลงเจี๋ย!! เ้าไม่มีวันจะชนะข้าได้ เข้ามา!!” กระบี่ทั้งสองเล่มพุ่งทะยานออกจากฝัก ซุนลี่และหลงเจี๋ยปะทะกระบี่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว คลื่นพลังลมปราณโหมกระหน่ำทำให้พื้นเวทีต้องสั่นะเื “กระบี่ดาวตก!!” หลงเจี๋ยทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะจะชี้ปลายกระบี่พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ราวกับดวงดาราที่ร่วงสู่พื้น ซุนลี่ตีลังกากลับหลังสามตลบ พร้อมกับชูกระบี่ขึ้นสู่ท้องฟ้า “เคล็ดเทพกระบี่ ดับดารา” ดวงตาของหลงเจี๋ยเบิกโพลงกว้าง ท่วงท่าเคล็ดเทพกระบี่จะสืบทอดเพียงแต่ทายาทเท่านั้น แต่ละท่วงท่าของมันรุนแรงจนะเืฟ้าะเืดิน “เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!!!” กระบี่ของซุนลี่เคลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว มีเพียงแค่เส้นแสงที่เรือนร่างที่ปรากฏบนเรือนร่างของหลงเจี๋ย “ร้าย...กาจ...” หลงเจี้ยพูดพึมพำออกมาอย่างเบาบาง ก่อนที่ร่างของมันจะลงไปนอนกองกับพื้น นางใช้พลังแค่สามส่วนเท่านั้น ชีวิตน้อยๆ ของมัน จึงไม่ถูกพรากไป พวกศิษย์ของมันรีบขึ้นมาพยุงร่างของหลงเจี๋ยจากไปทันที
“ดีแต่บ้าตัณหา มักมาก หื่นกาม วางอำนาจบาตรใหญ่ ข่มเหงรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ผู้ชายอย่างพวกเ้า มันไม่ได้เื่ทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะใครก็ตาม”
“เ้าจะดุด่าว่าใครไปทั่วเยี่ยงนี้ไม่ได้ ผู้ชายมันไม่ได้เลวร้ายไปทุกคนหรอกนะ”
เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น ฝูงชนต่างแหวกทางเป็สองฝั่ง หันไปหาต้นตอของเสียง ปรากฏร่างชายหนุ่มในชุดเขียวอำพัน ที่สวมใส่หมวกม่านปิดบังใบหน้า ซึ่งเสียงที่พูดออกมานั้น น้ำเสียงของมันคุ้นหูซุนลี่เป็อย่างมาก “เ้าเป็ใคร? เ้าว่าอะไร?” เนี่ยฟงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ก่อนจะมาหยุดลงไม่ห่างเวที “ข้าเพียงแต่จะบอกว่าเ้าไม่สามารถดุด่าผู้ชายทั้งโลกได้ ผู้ชายไม่ได้เลวทุกคน” ยิ่งฟังสำเนียงยิ่งคุ้นหู ซุนลี่เริ่มทบทวนอย่างช้าๆ “เช่นนั้นเ้าก็ขึ้นมาประลองกับข้า แล้วจงพิสูจน์มันออกมา ว่าพวกผู้ชายไม่ใช่พวกไม่ได้เื่”
เนี่ยฟงเตรียมตัวจะะโขึ้นเวที แต่แล้วกลับหยุดชะงัก พร้อมกับหันกลับไปหาฝูงชน “พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย ตัวข้านั้นไม่ได้มีประสงค์ที่จะแต่งงานกับนางผู้นี้ เช่นนั้นหากข้าโชคดีมีชัย ข้าขอไม่แต่งงานกับนางโดยเด็ดขาด ข้าเพียงแต่อยากสั่งสอนนางแทนพวกท่านเท่านั้น และอีกอย่างข้าคงไม่อาจทนมีภรรยา ที่ปากร้ายอย่างนางได้”
“สามหาว!!!” ซุนลี่โกรธเคืองจนใบหน้าแดงก่ำ โบกสะบัดฝักกระบี่พุ่งทะยานเข้าหาเนี่ยฟง เขาออกแรงะโเพียงเล็กน้อย เหยียบย้ำปลายฝักกระบี่ทิ่มลงสู่พื้น ก่อนจะทะยานร่างขึ้นไปยืนบนเวทีอย่างสง่าผ่าเผย “เ้าตกลงหรือไม่?” เนี่ยฟงผายมือข้างหนึ่งไปด้านหน้า พร้อมกับกล่าวย้ำเตือนข้อตกลง “ตกลง! จงหยิบอาวุธที่เ้าถนัดซะ เมื่อพ่ายแพ้จะได้ไม่มีข้อแก้ตัว” ซุนลี่กล่าวรับทันที เมื่อเห็นเนี่ยฟงไม่มีอาวุธ จึงบอกให้เขานำมันออกมา “ไม่จำเป็ เข้ามา”
“อวดดี!!!” ซุนลี่พุ่งทะยานราวกับสายฟ้าฟาด ปลายกระบี่ที่พุ่งทะยานปกคลุมไปด้วยพลังลมปราณที่รุนแรง เมื่อยามที่กระบี่จะเสียบแทงร่างของเนี่ยฟง มันก็พุ่งผ่านร่างของเขาไปทันที ทำให้ซุนลี่ต้องตกตะลึง พร้อมกับความทรงจำที่แสนอับอายที่แล่นเข้ามาในโสตประสาท “ที่แท้...ที่แท้ ก็เป็เ้านี่เอง เ้าโจรบ้ากาม! ถึงว่าสุ่มเสียงของเ้า ถึงได้คุ้นหูยิ่งนัก มารับความตายไปซะ”
“ข้าบอกแล้วไง ว่าข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น คิดว่าข้าอยากมองผลส้มที่เล็กจ้อยของเ้าหรือไง”
“เ้าต้องตายย!!!”
เนี่ยฟงปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมทั้งยกการ์ดขึ้นป้องกัน เมื่อเห็นท่วงท่าของเนี่ยฟง ซุนหวังเหว่ยก็รู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก “นั่นวิชาอะไร? ทำไมข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน” ซุนลี่พุ่งเข้าฟาดฟันกระบี่อย่างรวดเร็ว เนี่ยฟงสามารถหลบหลีกมันได้ทั้งหมด เพียงแค่บิดตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อปลายกระบี่แทงตรงเข้ามา เขาได้ใช้มือข้างหนึ่งปัดปลายกระบี่ พร้อมกับหมุนวนเข้าประชิดซุนลี่ทันที พร้อมกับศอกที่หมุนวนเข้าหาใบหน้าของนางอย่างรวดเร็ว“หิรัญม้วนแผ่นดิน!!!”
“วูบบบ!!!”
สายลมที่รุนแรงปะทะกับใบหน้าของนาง ทำให้ดวงตาของซุนลี่พลันหลับลงอย่างรวดเร็ว เมื่อลืมตาขึ้นก็พบกับศอกของเนี่ยฟง ที่อยู่ห่างจากใบหน้าไม่ถึงคืบ นางรีบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฟาดกระบี่ลงมา คมกระบี่อยู่ห่างจากศีรษะของเนี่ยฟงเพียงเล็กน้อย ในพริบตาเขาหมุนตัวหลบคมกระบี่อย่างหวุดหวิด พร้อมกับพลิกตัวใช้ส้นฝ่าเท้าถีบไปที่ปลายคางของเธอ “กวางเหลียวหลัง!!”
“วูบบ!!!”
สายลมที่รุนแรงปะทะกับใบหน้าของนางอีกครั้ง ส่งให้นางล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น เมื่อนางจะลุกขึ้นยืนก็ปรากฏกระบี่ของนาง ที่กำลังพาดที่คออยู่ “เ้าแพ้แล้ว” เพียงแค่คำพูดสั่นๆ แต่ได้ใจความของเนี่ยฟง กลับทำให้บรรยากาศรอบเวทีเงียบสงัด ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเฮที่ดังลั่น เสียงปรบมือของผู้คนดังสนั่นหวั่นไหว ดวงตาของซุนลี่เบิกโพลงกว้าง นางไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น เนี่ยฟงปักกระบี่ของนางลงสู่พื้นเวที แล้วเตรียมตัวจะจากไปในทันที ทันใดนั้นซุนหวังเหว่ยก็พุ่งทะยานมาปรากฏที่เบื้องหน้าของเนี่ยฟงทันที พร้อมกับซัดฝ่ามือออกไปหนึ่งฝ่ามือ ทำให้เนี่ยฟงต้องเอนตัวหลบอย่างรวดเร็ว จนหมวกม่านของเขาปลิวทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้า
“คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป เ้าเห็นตระกูลของข้าเป็สวนหลังบ้านเ้า อย่างนั้นรึ!!”
*หมายเหตุคำที่ขีดเส้นใต้*
เข่า แปลว่า ปิ้งหรือย่าง
จูโย่ว แปลว่า เนื้อหมู
เข่าจูโย่ว แปลว่า หมูย่าง (ข้อมูลจาก google)