ขวัญชีวาคุณแม่สุดแกร่งมีอีบุ๊ค1-2

    การขายผักกับมนุษย์ผู้ไม่อาจช่วยได้

    วันอาทิตย์ได้มาถึงอย่างว่องไว ขวัญได้เตรียมตัวอย่างข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ผักและผลไม้ต่างๆที่มีอยู่ในมิติ ออกมาใส่ถุงกองรวมกันไว้อย่างละหนึ่งกิโลกรัม คิดไว้ว่าเมื่อรถพี่นิลน้ำเข้ามาก็เอาให้เพื่อนของเขาดูก่อนแล้วค่อยเรียกน้องๆ มาช่วยกันยกขึ้นรถ

    เวลาหกโมงเช้าก็มีรถเก๋งสีแดงคันหนึ่งได้เลี้ยวเข้าประตูบ้านของขวัญมา เพราะขวัญได้ทำการเปิดประตูรอเอาไว้แล้ว เมื่อรถจอดสนิทคนในรถก็ต่างพากันลงมาจากรถ นำโดยพี่นิลน้ำ และตามมาด้วยชายที่มีผิวขาว รูปร่างหน้าตาบ่งบอกว่าไม่ใช่คนที่ดาวแห่งสายน้ำเป็นแน่

    ขวัญคิดว่าผู้ชายคนนี้คงเป็นเพื่อนของพี่นิลน้ำที่มาจากดาวแห่งเกาะ เพราะดูจากการพูดการจาที่แปร่งๆ นั่นเอง หลังจากชายหนุ่มทั้งสองแล้วก็ยังมีหญิงสาวอีกสองคนลงรถตามมาด้วย

    หญิงสาวที่ลงมาคนแรกดูท่าท่างสุภาพเรียบร้อย ผิวขาวตาโต จมูกโด่งรั้นพองาม ปากสีชมพูสวยพวงแก้มก็อวบอิ่ม ค่อนข้างที่จะดูเป็นมิตรได้เดินมาอยู่เยื้องไปทางข้างหลังพี่นิลน้ำเล็กน้อย หลังจากนั้นขวัญก็เห็นหญิงสาวอีกคนหนึ่งลงมากจากรถเช่นกัน

    แต่ก่อนที่คนนี้จะลงจากรถขวัญได้มองเห็นว่ามีเงาดำๆ หนาแน่นออกันตรงประตูรถ ก่อนที่จะได้มีคนออกมา เมื่อได้เห็นคนนี้ลงมาจากรถแล้วขวัญก็ผงะไปทันที รวมถึงตอนนี้จุกและแดงก็ออกมาจากมิติมายืนขนาบอยู่ด้านข้างของขวัญทั้งซ้ายขวาด้วย

    ทั้งสามต่างก็มีสีหน้าที่ค่อนข้างวิตกกังวล เพราะสิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้มันเป็นอะไรที่น่ากลัวมากกว่าผีที่พวกเขาปราบมาทั้งหมดรวมกันด้วยซ้ำ วิญญาณเหล่านั้นเป็นวิญญาณเด็กเล็กๆทั้งชายและหญิงรวมกันก็สามตนเข้าไปแล้ว และยังมีวิญญาณของผู้ชายหนุ่มผิวขาวซีดตามประกบอยู่ไม่ห่าง

    วิญญาณเหล่านี้ที่สามารถตามหญิงสาวผู้นี้เข้ามาในบ้านของขวัญได้ก็เพราะเป็นขวัญที่เปิดประตูบ้านเชื้อเชิญเข้ามาเอง เหล่าวิญญาณเมื่อรู้ว่ามีคนที่มองเห็นพวกตนได้ ก็ต่างหมุนหัวของตนมองมาพร้อมกับแสยะยิ้ม ที่สยดสยองส่งมาให้กับพวกของขวัญทั้งสาม 

    ที่ตอนนี้พวกของขวัญก็ได้แต่หันไปมองทางอื่นแล้ว ด้วยเพราะรอยยิ้มที่วิญญาณเหล่านี้ส่งมาช่างไม่น่าดูเอาเสียเลยยิ้มปากฉีกไปถึงใบหู อีกทั้งยังมีน้ำเลือดน้ำหนองไหลเยิ้มมาตลอดทางอีก บรื๋อนี่มันน่าขนลุกเกินไปแล้ว

     “ขวัญ นี่เพื่อนของพี่ที่บอกไว้เมื่อวันก่อน เขาจะมาดูคุณภาพพืชผลของขวัญก่อน มาเดี๋ยวพี่จะแนะนำให้รู้จัก เผื่อในอนาคตได้ค้าขายร่วมกัน” นิลน้ำได้ทักทายขวัญขึ้นมาก่อนเมื่อมองเห็นว่าขวัญคงจะแปลกใจที่เห็นพวกตนมากันหลายคน

     “สวัสดีจ๊ะพี่นิลน้ำ และสวัสดีพี่ๆทุกคนจ๊ะ เชิญเข้ามานั่งที่โต๊ะก่อนจ๊ะเดี๋ยวขวัญจะเอาของที่เตรียมไว้ออกมาให้ดู” ขวัญได้เอ่ยชวนพวกนิลน้ำและเพื่อนเข้ามานั่ง

     “เพชรน้องไปเอาน้ำเอาท่าและของว่างออกมารับแขกหน่อยจ๊ะ” ในขณะที่ขวัญกำลังจะมายกสินค้าไปให้พวกพี่นิลน้ำดู  เธอก็ได้กระซิบบอกเพชรให้เอาน้ำมารับรองแขกก่อน

    เมื่อขวัญ กล้าและต้นข้าวช่วยกันยกของที่เตรียมไว้มาแล้ว ขวัญก็เปิดถุงเพื่อให้เพื่อนของพี่นิลน้ำที่มีชื่อว่าหลินอี้ ได้ทำการตรวจสอบ เมื่อพี่หลินอี้ได้ทำการตรวจสอบและลองชิมมะม่วงน้ำดอกไม้ที่สุกงอมได้ที่ก็เป็นที่ถูกใจเป็นอย่างมาก

    เพราะรสชาตินั้นดีกว่าของที่อื่น และสีผิวของผลไม้ชนิดนี้สุกสกาวดั่งทองคำมีกลิ่นที่หอมหวลชวนกิน ยิ่งพอปอกเปลือกออกมากลิ่นก็ยิ่งแรงขึ้น เหมือนมันเชิญชวนว่า มากินฉัน มากินฉันสิ พอได้ลองเข้าไปคำแรกเขารู้สึกได้ถึงความหวานที่รสหวานอร่อยกว่าที่เคยกิน ถึงขนาดกับต้องหลับตาลงเพื่อซึมซาบกับรสชาตินี้ไปนานๆ

    ทุกๆคนที่อยู่ตรงนั้นรวมทั้งขวัญจุกและแดงต่างก็ประหลาดใจกับการกระทำของชายคนนี้ นี่มันอร่่อยมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ ขวัญและพรรคพวกก็เคยได้กินมาแล้วและก็รู้ว่ามันอร่อยแต่ก็ยังไม่มีอาการเวอร์วังเหมือนชายคนนี้เลย

     “อะแฮ่ม หลินอี้ๆ ไอ้หลินอี้โว๊ย”พี่นิลน้ำเอ่ยตะโกนเรียกเพื่อนของตน แรกก็สุภาพดีอยู่หรอกแต่คำหลังนี่มัน ถ้าไม่สนิทกันจริงคงไม่มีใครเรียกกันแบบนี้เป็นแน่

     “ห๊ะ! ว่าไงนิลน้ำกูอยู่แค่นี้มึงไม่ต้องตะโกนก็ได้มั้งคร๊าบ” ตอนนี้พี่หลินอี้ก็ได้รู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว ทางฝ่ายพี่นิลน้ำที่กำลังกรอกตาอยู่นั้นก็อยากจะตบเพื่อนซักป๊าบ

     “กูเรียกคุณมึงต้องนานแล้วไหม ไม่ขานรับสักทีจนต้องตะโกน แล้วเป็นยังไงผลไม้ของน้องขวัญอ่ะอร่อยถูกปาก ถูกใจลื้อไหม” นิลน้ำถามขึ้นอย่่างจริงจัง

     “นี่มันยิ่งกว่าถูกปาก ถูกใจอีกอร่อยโ..ตรๆเลยหล่ะ ถ้าผลผลิตทุกอย่างรสชาติอย่างนี้นะ ได้ค้าขายกันยาวแน่น้องขวัญ” หลินอี้พูดขึ้นมาด้วยสายตาเปล่งประกาย ถ้าเขานำไปขายนะมีแต่รวยกับรวย

    เมื่อขวัญได้ยินก็ดีใจขวัญคิดว่าถ้าได้ผลไม้มาจะต้องรีบปลูกแล้ว ตอนนี้ผักก็เริ่มทยอยโตขึ้นแล้วอีกสองสามวันคาดว่าน่าจะขายได้บางอย่าง เพราะสรรพคุณของน้ำวิเศษโดยแท้

     “ขวัญรับรองเรื่องรสชาติได้เลยจ๊ะ เราปลูกแบบธรรมชาติไร้สารเคมีเจือปน พี่สามารถรับซื้อได้มากน้อยแค่ไหนจ๊ะ ตอนนี้มีผักบุ้งกับผักกาดขาวกำลังจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ในอีกสองวัน แล้วก็มีถั่วงงอกที่สามารถเก็บได้พรุ่งนี้จ๊ะ” ขวัญถามขึ้นมา เพราะถั่วงอกขวัญเพิ่งจะนำมาปลูกไว้ในรองปูนแค่วันเดียวก็เติบโตแล้ว

      “น้องขวัญมีผักอะไรบ้างจ๊ะ พี่จะได้คำนวณถึงปริมาณร้านอาหารของพี่ที่ใช้ประจำอยู่และพี่ก็จะนำไปขายที่ดาวแห่งเกาะด้วย ทางบ้านพี่ทำเกี่ยวกับบริษัทขนส่งสามารถรับปริมาณมากได้ครับ” หลินอี้คิดว่าถ้าทางนี้สามารถให้ปริมาณที่เขาทำเงินได้มากจะดีสักแค่ไหนกันเชียว เงิน เงินแค่คิดก็มีความสุขแล้ว

     “ก็มีคะน้า กระหล่ำปลี ผักกาดขาว กวางตุ้ง ผักบุ้ง ผักสวนครัวพื้นฐานแต่ตอนนี้ขาดข่า ขิง มะนาวและมะกรูดจ๊ะ ไว้เดี๋ยวขวัญค่อยปลูกเพิ่มถ้าพี่อยากได้แล้วก็มีข้าวหอมมะลิ กับข้าวเหนียว ผลไม้ตอนนี้มีมะม่วงสามฤดู น้ำดอกไม้ โชคอนันต์ เขียวเสวย กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่จ๊ะ” ขวัญก็ร่ายยาวถึงสินค้าที่ตนมี

    เมื่อหลินอี้ได้ฟังก็รู้สึกตกใจ ที่นี่ดินอุดมสมบูรณ์จริงๆ สามารถปลูกพืชผลได้ตั้งหลายอย่าง เขาคิดว่าจะสั่งทุกชนิดลองมาดูก่อนเพราะถ้ารสชาติดีค่อยสั่งเพิ่ม

     “ขวัญเตรียมทุกอย่างที่สามารถขายได้ให้พี่อย่างละ สองร้อยกิโลก่อนนะแล้วราคาจะขายให้พี่ยังไง” หลินอี้รีบถามถึงราคาเกือบลืมเรื่องสำคัญ

     “คะน้าโลละ สามสิบ กวางตุ้งโลละสามสิบ ผักบุ้งโลละยี่สิบ กระหล่ำปลี กับผักกาดข้าวหัวละห้าบาท พืชผักสวนครัวทุกอย่างราคาเหมากิโลละสิบบาท กล้วยน้ำว่าหวีละห้าบาท กล้วยไข่หวีละแปดบาท มะม่วงสามฤดูโลละห้าบาท มะม่วงโชคอนันต์และเขียวเสวยโลละยีสิบบาท น้ำดอกไม้โลละสามสิบบาท ถั่วงอกโลละห้าบาท  ข้าวหอมมะลิโลละยี่สิบห้าบาท ข้าวเหนียวโลละสิบห้าบาทจ๊ะ นี่คือรายการขวัญจดมาไว้ให้แล้ว” ขวัญพูดจบพร้อมยื่นกระดาษที่จดรายการสินค้าให้กับหลินอี้และพี่นิลน้ำ

     ขวัญคิดว่าปี1978 ราคานี้ก็เหมาะสมแล้วอาจจะแพงกว่าตลาดเป็นบางอย่างด้วยซ้ำ แต่ขวัญคิดว่าดาวแห่งเกาะขาดแคลนของพวกนี้ถ้าพี่หลินอี้นำไปขายต่อจะต้องได้อีกหลายเท่าตัว

    สำหรับด้านพี่นิลน้ำขวัญจะให้พี่เขาเป็นคนกลางในการขายผลไม้ที่กำลังจะปลูก เพราะขวัญอยากตอบแทนเขาบ้าง มิตรภาพจะได้อยู่กันยาวๆ 

    “ถ้าอย่างนั้นพี่สั่งทุกอย่างตามเดิมนะ ส่วนที่เป็นหัวก็นับมาเป็นหัวก็อย่างละสองร้อยหัว ส่วนกล้วยขอชนิดละร้อยหวีก่อน ขวัญคิดว่าจะเตรียมให้พี่ได้เมื่อไหร่” 

     “พี่จะกลับมาจากเมืองกาแลเมื่อไหร่กันจ๊ะ ให้เตรียมหลังที่พวกพี่กลับมาก็ได้จ๊ะ” 

     “งั้นก็เป็นวันอาทิตย์หน้านะพี่จะเอารถใหญ่มาขนเลย อ๋อส่วนเมล็ดผลไม้และกล้าองุ่นพี่ก็จะนำมาให้พร้อมกันเลยเพราะนิลน้ำบอกพี่แล้ว ถ้าได้รสชาติอร่อยๆแบบนี้พี่ให้ฟรี” หลินอี้ก็พูดติดตลกทิ้งท้ายเอาไว้

     “พี่นิลน้ำจ๊ะ ขวัญขอเวลาพี่สักแป๊บสิจ๊ะ” ขวัญได้เรียกนิลน้ำเอาไว้เมื่อทุกคนเดินไปขึ้นรถกันหมดแล้ว

     “ขวัญจะให้กำไรในครั้งนี้กับพี่ทุกอย่างอย่างละสามบาทนะ ขวัญถือเป็นน้ำใจที่พี่ติดต่อให้ขวัญ ส่วนเรื่องของผลไม้ขวัญจะให้พี่เป็นคนกลางนะจ๊ะ พี่สามารถมารับไปขายได้เลย ส่วนเรื่องผักอื่นๆก็เหมือนกันราคาตามที่ขวัญให้พี่ไปเลยจ๊ะ เพราะพี่น่าจะรู้จักคนมากกว่าขวัญ เราจะได้รวยไปด้วยกันไงจ๊ะ” ขวัญเอ่ยรวดเดียวจบพร้อมกับมองหน้าพี่นิลน้ำ ที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธค่านายหน้าของตน

     “ไม่ต้องให้ค่านายหน้าพี่หรอกขวัญ อีกหน่อยเราก็จะได้ทำงานร่วมกัน ขวัญเป็นคนปลูกก็น่าจะเหนื่อยกว่าพี่ซะอีกที่พี่พาหลินอี้มาก็เพราะพี่กับมันเป็นเพื่อนสนิทกันชนิดว่าตายแทนกันได้เลยล่ะ เราต่างร่วมทุกข์กันมามากกว่าจะร่วมสุข” นิลน้ำก็แสดงความคิดเห็นของตนออกมา

     “ไม่ต้องปฏิเสธหรอกจ๊ะ ขวัญจะได้ไม่รู้สึกเกรงใจพี่อีกต่อไปด้วย ขวัญมีเรื่องอยากจะบอกคือขวัญอยากให้พี่ช่วยไปเตือนเพื่อนสาวที่ชื่อซินดี้ คนนั้นนะจ๊ะว่าให้เขาหมั่นไปทำบุญมากๆด้วยเรื่องบางเรื่องที่เคยได้ทำมาเพื่อมันจะได้เบาบางลง”นิลน้ำเมื่อได้ฟังก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างงงๆ

    เรื่องของขวัญและพ่อว่าเป็นมือปราบกระสือนั้นก็ดังไปถึงหมู่บ้านของเขาเช่นกัน แต่เขาคิดว่ามันคงเป็นเพียงข่าวลือ แต่เมื่อได้ยินขวัญทักเพื่อนสาวของหลินอี้ขึ้นมาก็เลยค่อนข้างแปลกใจ

     “เอาไว้พี่จะเตือนผ่านหลินอี้นะ เพราะเขาเพิ่งจะคบหากันพี่ไม่ได้สนิทกับเขามากพอจะเอ่ยเตือนตรงๆได้ เขาค่อนข้างหัวสมัยใหม่นะ เพราะไปเรียนที่เวนิชมาหลายปีไม่เหมือนคนบ้านเมืองเราที่เชื่อเรื่องบาปบุญ” นิลน้ำก็เอ่ยรับปากออกมาอย่างแกนๆ

     “เตือนได้แค่ไหนก็แค่นั้น เขาจะทำหรือไม่ก็เรื่องของเขาจ๊ะ เพราะเราเข้าไปยุ่งกับเรื่องเวรกรรมของใครไม่ได้” ขวัญพยักหน้ารับคำพูดของนิลน้ำว่าตนเข้าใจ พร้อมทั้งพูดในสิ่งที่คิดขึ้นมาด้วย

    เมื่อกลุ่มของพี่นิลน้ำจากไปแล้ว บริเวณบ้านของขวัญก็มีบรรยากาศที่สดใสกลับมาด้วยเช่นกัน เพราะตอนที่กลุ่มของพี่นิลน้ำอยู่บรรยากาศ รอบด้านต่างถูกปกคลุมไปด้วยแรงอาฆาต จากเหล่าดวงวิญญาณที่ตามติดหญิงสาวนามแซนดี้มา

    ขวัญได้ถามจุกแล้วว่าเราสามารถช่วยเขาได้หรือเปล่า เจ้าจุกก็ได้แต่ส่ายหน้า ว่าไม่สามารถช่วยได้ เพราะกรรมของหญิงสาวที่กระทำนั้นหนักหนาสาหัสเหลือเกิน

    ฆ่าคนตายทั้งเป็นไปถึงสี่ชีวิต แม้วิญญาณเหล่านั้นจะรู้ว่าหากยังอาฆาตต่อไปตนอาจจะไม่ได้ไปผุดไปเกิดในเร็ววันก็ตาม แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่สามารถที่จะให้อภัยต่อหญิงนางนั้นได้ เพราะเขากำลังจะได้เกิดก็มาฆ่าเขาและไม่ใช่แค่หนเดียว

    ส่วนวิญญาณชายหนุ่มคนนั้นก็มาจากผลการกระทำที่ไม่คิดของหญิงคนนี้เช่นกันเพราะได้ทำการหลอกลวงเงินทอง ทรัพย์สินของชายหนุ่มคนนี้จนหมดตัวทำให้เขาต้องฆ่าตัวตายก็เหมือนกับเป็นการฆ่าเขาทางอ้อมเช่นกัน

    ดังนั้นจึงไม่มีใครช่วยเขาได้ นอกจากตัวเขาจะสำนึกและลงมือช่วยตนเอง ที่ขวัญและจุกสามารถทราบถึงการกระทำที่ผ่านมาของหญิสาวได้ก็เพราะของวิเศษที่อยู่ในมิติ ของ001 ที่มีชื่อว่ากระจกส่องกรรมนั่นเอง

    ของชิ้นนี้ได้มาพร้อมธนูยิงวิญญาณ ขวัญคิดว่าการอัปเกรดครั้งนี้ช่างคุ้มค่ามาก ได้ของวิเศษมาถึงสองชิ้นทีเดียว ครั้งต่อไปต้องสะสมเงิน แต่ก่อนจะได้สะสมเงินต้องสะสมเสบียงเอาไว้ช่วยคนก่อนละกัน