บทที่3
ทั้งไอ้คำเรียกชื่อพ่อค้ามหาอำนาจแซ่เหว่ยที่เป็ตัวร้ายของเื่นั้นอีก…และก็พระเอกของเื่รัชทายาทที่มีพลังระดับแปด ชัดเจนสุดๆ ก็คนจวนเฟิ่งนี่แหละ เขาเข้ามาอยู่ในนิยายจีนย้อนยุค เื่ ลิขิตรักในห้วงฝัน เป็นิยายวายที่มีชายหญิงแทรกอยู่ด้วยเล็กน้อย
เนื้อหาประมาณว่าตัวพระเอกมักจะฝันถึงนายเอกอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ไม่เคยที่จะเห็นหน้าชัดสักครั้งในความฝัน จึงได้แต่เฝ้านึกถึงอยู่ตลอดจนวันหนึ่งได้เจอนายเอกตอนอายุสิบเจ็ด ที่เป็ลูกของขุนนางั้แ่นั้นในความฝันก็ของเขาก็ปรากฏหน้าเป็ของนายเองมาตลอด ส่วนตัวนายเอกก็แอบชอบพระเอกมาตั้งยังเด็กตอนที่เคยติดตามบิดาเข้าวังหลวงมาครั้งแรก เพราะฮ่องเต้อนุญาตให้ขุนนางเฟิ่งพาบุตรชายมาเล่นกับเหล่าองค์ชายในวัง
ตอนนั้นเกิดอุบัติเหตุจนนายเอกตกน้ำและพระเอกมาช่วย นั่นจึงทำให้นายเอกปลื้มพระเอกมาตลอด และั้แ่ตอนนั้นแหละที่ทำให้พระเอกฝันถึงนายเอกที่ยังไม่เห็นหน้าชัด จะมาเห็นชัดก็ตอนเจอกันอีกครั้งตอนที่นายเอกอายุสิบเจ็ดปีอย่างที่บอก แต่เื่ราวมันก็ไม่ได้เล่าถึงแค่เพียงความรักของทั้งสองเท่านั้น มันยังมีเื่ของคนรอบตัวนายเอกพระเอกด้วย มีทั้งการต่อสู้แย่งชิง อำนาจของพลัง การหาทางเพิ่มระดับ หักหลังวางแผน การเข้าใจผิดของเหล่าตัวเอกซึ่งนำมาสู่ความดราม่าที่ทำให้มีคนตาย เรียกว่าเกือบครบรสครบชาติอยู่พอสมควร ไม่งั้นเขาจะอ่านจนจบได้เหรอแถมยังเสียเงินเปิดตอนอ่านไปตั้งเกือบสามร้อยตอนด้วย…เรียกว่าเปย์สุดๆ
และถ้าจะให้เรียบเรียงเนื้อเื่ทั้งหมด เขาคงต้องใช้เวลาสักพักเลยเพราะอ่านมาตั้งนานเป็ปีๆ กว่าเื่จะมาถึงตอนจบ แม้จะจำได้มากพอสมควรเพราะกลับไปอ่านใหม่อยู่หลายครั้งระหว่างรอตอนใหม่มาลงแต่ก็คงไม่ถึงกับละเอียดยิบไปเสียหมด ก็เขาก็ไม่ใช่คนเขียนจะให้จำรายละเอียดได้ทั้งหมดนี่ก็เก่งเกินไปแล้ว
แต่ที่รู้ๆ เลยนะตัวละครหลักหลายตัวอยู่ในจวนแห่งนี้ หนึ่งในนั้นก็คือนายเอกของเื่ ซึ่งก็คือ คุณชายเล็ก เฟิ่งเยว่ซิน ที่เป็ตัวดำเนินเื่หลักในหลายๆ ตอน อ่อ เฟิ่งเยว่ซิน กับ เฟิ่งเยว่เล่อ สองคนนี้เป็ฝาแฝดกัน เฟิ่งเยว่เล่อเองก็เป็ตัวละครหลักอยู่เช่นกัน และการที่มีคนหนึ่งดี ก็ต้องมีคนหนึ่งร้ายแต่เขาไม่เคยคิดว่าเยว่เล่อร้ายเลยนะั้แ่อ่านมา…
แต่เพราะเฟิ่งเยว่เล่อคือคนที่คอยขัดขวางเฟิ่งเยว่ซิน กับรัชทายาทเฟยหรงซึ่งก็คือพระเอกไม่ให้ได้สมหวังกันง่ายๆ จนหลายคนคิดว่าเยว่เล่อรักรัชทายาทเฟยหรงและคิดจะแย่งรัชทายาทมาจากเยว่ซิน แต่ที่จริงแล้วที่เยว่เล่อทำไปทั้งหมดไม่ใช่ว่าเขาร้ายหรือเขารักรัชทายาทแต่อย่างใด เพราะเยว่เล่อก็มีคนที่ตนแอบรักอยู่เหมือนกัน แต่ที่เยว่เล่อทำไปทั้งหมดนั้นเพราะเป็ห่วงน้องชายฝาแฝดอย่างเยว่ซินที่จะไปรักกับรัชทายาทซึ่งการเข้าไปอยู่ในวังหลวงล้วนต้องมีเื่อันตรายและตัวรัชทายาทเองก็แสนจะอันตรายด้วยในสายตาเยว่เล่อ
เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางให้น้องไม่ต้องแต่งงานกับรัชทายาท เอาตัวเองเข้ามาเสียบขั้นกลางทำให้หลายๆ คนเกลียด พอถึงบท่กลางเื่ถึงขั้นคิดวางยารัชทายาทแต่น้องชายกลับรับเคราะห์แทน เยว่เล่อเสียใจสุดแสนโดนรัชทายาทสังหารในภายหลัง และปมวางยานี้ก็มาแก้ในตอนเกือบท้ายเื่
โดยบ่าวรับใช้ข้างกายของเยว่เล่อที่คิดว่าตายไปแล้วมาบอกกับเยว่ซินให้เข้าใจถึงความรักและความเป็ห่วงที่เยว่เล่อมีให้ตน เยว่เล่อไม่เคยคิดอิจฉาริษยาน้องเพียงแต่เป็คนพูดไม่เก่งและชอบแอบช่วยเยว่ซินอยู่ลับๆ ที่อธิบายมาขนาดนี้ก็คงจะพอเข้าใจแล้วสินะว่าเยว่เล่อคือตัวละครที่เขาชอบแต่ดันตายกลางเื่ ยิ่งมาเฉลยเหตุผลอะไรหลายๆ อย่างให้รู้ตอนท้ายๆ ยิ่งปวดใจ
เขาสงสัยอยู่ตลอดตอนที่อ่านเกี่ยวกับเยว่เล่อว่าตัวละครนี้ต้องมีเหตุผลบางอย่างในการกระทำซึ่งมันก็มีจริงๆ ที่เยว่เล่อไม่อยากให้เยว่ซินรักกับรัชทายาทก็เพราะไม่ใช่แค่ในวังหลวงอันตรายอย่างเดียว แต่เป็เพราะเยว่เล่อเคยเห็นรัชทายาทสังหารชายาของตนทิ้งต่อหน้าต่อตา มันเป็วันที่เยว่เล่อตามบิดาเข้าวังไปทำงานเขาแยกตัวไปเดินเล่นจนหลงทางโผล่มาอีกที่ก็เจอกับการสังหารของรัชทายาทที่ไม่คาดคิด
เสียงของชายาที่กำลังอ้อนวอนร้องขอชีวิตพร้อมคำบอกรักต่างๆนานา ยังติดก้องอยู่ในหูของเยว่เล่อ แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่แสนเ็าของรัชทายาทยามลงดาบใส่พระชายาผู้นั้น มันก็ยิ่งติดอยู่ในความทรงจำของเยว่เล่อไม่จางหาย เขากลัวน้องของตนจะมีจุดจบเช่นชายาผู้นั้นจึงหาทางขัดขวางทุกวิถีทางจนตัวตาย สุดท้ายเยว่ซินก็ได้แต่งงานกับรัชทายาทอยู่ดี
ส่วนที่รัชทายาทสังหารชายาผู้นั้นนั่นก็เพราะนางร่วมมือกับเหล่าคนชั่วคิดก่อฏ ซึ่งมันแน่นอนว่าจำต้องกำจัดทิ้ง เดิมจะต้องถูกตัดหัวเสียบประจานหน้าเมืองโยนร่างให้แร้งกิน แต่รัชทายาทสงสารจึงร้องขออย่าให้ถึงกับต้องนำไปเสียบประจานทิ้งศพให้แร้งกิน ขอให้เห็นแก่ตนสักครั้งแค่ปะาและส่งศพกลับบ้านเดิมของนางให้ได้ทำพิธีอย่างถูกต้องเท่านั้นพอ
ฮ่องเต้จึงให้ข้อแม้ว่าเ้าต้องเป็คนลงมือด้วยตนเองแล้วจะทำอะไรก็ทำ เนี่ยเื่มันมาควรจะง่ายถ้าได้อธิบายและบอกเหตุผลของสิ่งที่แต่ละคนกระทำให้เข้าใจกันั้แ่แรก เยว่เล่อก็อาจจะไม่ต้องตายแล้วป่ะ พระ-นายก็รักกันไปไม่เห็นจะยาก เขาว่าเยว่เล่อต้องเข้าใจถึงจุดนี้แหละ… เนี่ยแค่เื่ราวคร่าวๆ ของพระนายและฝาแฝดของนายเอกยังรู้สึกเลยว่ามันเยอะ ยกนิ้วให้คนเขียนเลยสามร้อยห้าสิบตอนเขียนไปได้ไง
อ่อ ในจวนนี้ไม่ใช่แค่เยว่เล่อนะที่เขาชอบ อีกคนที่เขาชอบก็คือคุณหนูใหญ่เฟิ่งเถียนถิง ดีหน่อยที่คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ตายแต่ก็สาหัสอยู่ไม่น้อยเพราะกว่าชีวิตรักจะราบรื่นก็ถึงกับต้องแท้งลูกคนแรกไปด้วย ส่วนที่เขาบอกว่าตัวหลักที่เขาชอบที่ต้องตายอีกคนนอกจากเยว่เล่อนั่นก็คือเหว่ยหยางอินหรือพ่อค้ามหาอำนาจ คนแซ่เหว่ยที่เป็ตัวร้ายในเื่นี้แหละ
ส่วนตัวหลักตัวอื่นที่ตายเขาจะยังไม่พูดถึงเพราะเขาก็ไม่ได้ชอบหรือคลั่งอะไรมากเท่ากับเยว่เล่อและหยางอิน เพราะงั้นเขาจะจบการอธิบายแบบย่อๆ ไว้เท่านี้ก่อนรอไปหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วค่อยมาอธิบายอีกที
เฮ้อ แต่เอาจริงๆ รายละเอียดเนื้อหาของแต่ละคนก็ค่อนข้างเยอะพอสมควรกันทั้งนั้น เขาคงต้องหาเวลาไปนั่งแกะปมและเนื้อเื่อีกครั้งแล้ว ส่วนตอนนี้ชักเมื่อยแล้วสิ อ้อ ลืมไปโดนมัดอยู่….
“อาเหอเ้าเป็อะไรหรือไม่”
เห็นหนิงเหอนิ่งเงียบไปนานจื้อจงจึงสะกิดเรียกด้วยความเป็ห่วง
“อ๋อ ข้าเพียงคิดอะไรเพลินเท่านั้น”
ได้ยินจื้อจงเรียกเขาก็สลัดความคิดก่อนหน้านี้ทิ้งไปทั้งหมดก่อน เพราะมาถึงตรงนี้เขาก็เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างแล้ว อีกทั้งตอนนี้เขายังมีเป้าหมายบางอย่างอยู่ในใจด้วย ก็แหมเขาเป็แฟนนิยายเื่นี้นะ จะอยู่เฉยได้อย่างไร ในเมื่อได้มาอยู่ในนิยายที่ชอบแต่รู้สึกขัดใจที่ลูกรักเขาตาย แน่นอนว่าเขาจะต้องพยายามหาทางช่วยอยู่แล้ว!
ส่วนเื่พลังหรือการใช้ชีวิตที่นี่เขาคิดว่าเขาเข้าใจอะไรมากมายมากกว่าที่คิด ลองได้อ่านนิยายทั้งสามร้อยห้าสิบตอนมาตลอดเป็ปีๆ ดูสิ ทั้งย้อนกลับไปอ่านไม่รู้กี่รอบตอนที่รอตอนใหม่อีก แล้วจะรู้ว่าความเข้าใจเกี่ยวกับในโลกใบนี้ มันซึมซับวิถีการใช้ชีวิตต่างๆ เข้ามาให้หัวของเขามากมายขนาดไหน ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาแน่นอน เขามั่นใจว่าจะมีชีวิตที่ดีในโลกใบนี้ได้ อีกทั้งร่างนี้ก็มีแม่ แม่ของร่างนี้ก็เหมือนแม่ของเขาแหละ โลกที่จากมาสูญเสียแม่ไปแล้ว มาโลกนี้ยังมีแม่ที่รักและรอคอยเขาอยู่ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางนิ่งดูดาย
อีกทั้งยังมีป้าและสหายรักอย่างจื้อจงอีก เขาไม่ได้ตัวคนเดียวก็ดีถมไปแล้ว เอาไว้ค่อยวางแผนการใช้ชีวิตไปทีละขั้นก็แล้วกัน แต่ตอนนี้เขาต้องรู้ก่อนว่าโลกใบนี้มันถึงประมาณ่ไหนของในนิยายแล้ว อย่างตอนเริ่มเื่เยว่ซินกับเยว่เล่อก็อายุได้สิบเจ็ดปีแล้ว และตอนนี้ทั้งสองอายุเท่าไหร่กันนะ
“อาจื้อ คุณชายรองและคุณชายเล็กทั้งสองตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้วรึ”
“คุณชายทั้งสองอายุสิห้าปีแล้ว”
อ่อ แปลว่าเขามาอยู่ที่นี่ก่อนเนื้อเื่ในนิยายจะเริ่มดำเนินสินะ ดีล่ะ! เขายังมีเวลาเตรียมตัวอีกตั้งสองปี ระหว่างนี้เขาควรจะเริ่มต้นจากตัวเขาเองก่อน ขั้นแรก เขาควรออกไปจากการถูกผูกติดกับต้นไม้นี่….ใจคอสหายรักจะไม่คิดแก้เชือกให้เขาหน่อยรึ
“อาจื้อ ข้าน่ะเข้าใจหลายๆ อย่างแล้ว และก็ไม่อาละวาดแล้วด้วย เพราะงั้นแก้เชือกให้ข้าได้แล้วกระมัง ข้าปวดเมื่อยไปหมดแล้วเนี่ย!”
“อ่อ ได้ๆ”
หลังจากที่จื้อจงแก้เชือกให้เขาเรียบร้อยแล้ว เขาก็บิดตัวไปมาขับความขบเมื่อยอีกเล็กน้อยก่อนจะมองท้องฟ้าว่าเป็เวลาใดแล้ว แต่จากคาดการน่าจะ่เที่ยงๆ ได้กระมัง
“เ้าอยากรู้อะไรอีกหรือไม่”
“ก็น่าจะมีอีกหลายๆ เื่แหละ แต่ค่อยๆ ถามเ้าไปทีละอย่างก็แล้วกัน ให้คิดตอนนี้ข้าก็นึกได้ไม่หมด”
“ได้สิ…เช่นนั้นวันนี้เ้าจะทำงานต่อหรือไม่ หรือจะพักก็ได้นะเพราะอย่างไรลุงเฉินก็อนุญาตแล้ว”
“อืม จะให้ทำงานเลยข้าก็ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับหน้าที่ของตนเอง ถ้าลุงเฉินไม่ได้ว่าอะไร เช่นนั้นวันนี้เ้าพาข้าแนะนำสถานที่และงานต่างๆ แทนก่อนดีหรือไม่ ข้าจะได้รู้ว่าข้าต้องทำอะไรบ้าง ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าอาจจะโดนลุงเฉินดุเอาอีกรอบได้ ที่ทำงานไม่เป็ ยิ่งหากโดนไล่ออกมาจะซวยเอาได้”
“ได้สิ เดี๋ยวข้าจะอธิบายหน้าที่ของเ้ากับข้าให้อย่างละเอียดเลย”
จื้อจงบอกว่า เช้ามาเขากับจื้อจงจะมีหน้าที่เติมน้ำให้เต็มถังทุกใบ ก่อนจะล้างจาน ซักผ้า และ ตากผ้า ซึ่งงานมีแค่นี้ แต่มันก็ไม่น้อยเพราะเป็เสื้อผ้าของเ้านายทั้งจวน รวมไปถึงผู้รับใช้หรือบ่าวขั้นหนึ่งด้วย
บ่าวแบ่งขั้นอยู่สองขั้น ขั้นหนึ่งจะเป็พวกบ่าวคนสนิทของเหล่าเ้านายซึ่งจะมีอยู่ 2-4 คน ต่อเ้านายหนึ่งคน รวมถึงพ่อบ้านของจวนและผู้ช่วยพ่อบ้านซึ่งก็คือลุงเฉินที่มีหน้าที่ดูแลพวกบ่าวเป็หลัก คนเหล่านี้คือบ่าวขั้นหนึ่ง ส่วนขั้นที่สองก็พวกแรงงานหรือคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ใกล้ชิดเ้านายนี่แหละล้วนเป็ขั้นสองทั้งหมด
ถามว่าเขาทำงานพวกนี้ได้ไหมก็ตอบว่าได้ สบายมากเพราะอย่างไรก็เป็งานบ้านที่เขาคุ้นเคยดีอยู่แล้วตอนเด็กๆ นอกจากหากบเขียดแมลงมาทอดกินเล่นๆแล้ว งานบ้านอย่างเติมน้ำใส่โอ่งเขาก็ทำเป็ ไม่ยากๆ ตอนอยู่บ้านนอกยายใช้ทำอยู่บ่อยๆ เพียงแต่รู้สึกเสียดายความรู้ที่มีติดตัวมาอยู่ไม่น้อย…เขาจะทำงานแบบนี้ไปตลอดก็รู้สึกเสียดายเงินทอง ที่แม่จากโลกก่อนส่งเสียให้เรียนเสียจบ เดี๋ยวคงจะต้องหาอะไรทำเพิ่มเติมที่หลัง เพื่อไม่ให้เงินทองของแม่เสียเปล่า จบตั้งสูงแต่สุดท้ายมานั่งทำงานอยู่หลังจวนเท่านั้นน่ะรึ
“แล้วน้ำนี้เราไปเอาจากที่ไหนมาเติมใส่ถังรึ ไกลหรือไม่”
“ก็จากเ้าไง เ้ามีความสามารถเื่นี้จะต้องไปเอาจากที่ไหนมาเติมเล่าถ้าไม่ใช่จากพลังของเ้า”
เออว่ะ มีพลังอยู่นี่ อย่างนี้ก็ไม่ต้องไปแบกให้เมื่อยสิเนอะ สะดวกจริงๆ
“เออใช่!...ข้าลืมไป จริงสิอาจื้อ ข้าพอจะรู้เื่หลายๆ อย่างแล้วก็จริง แต่เื่พลัง…ข้ายังคงคาใจอยู่เล็กน้อย”
จากที่เขาเคยอ่านมาและพอจำได้คือ การจะใช้พลังเราจะต้องรวบรวมสมาธิและลมปราณไปที่จุดตันเถียนทั้งสามจุด ก่อนจะค่อยๆให้กระแสพลังไหลผ่านมาที่ฝ่ามือ…เื่นี้เขาอยากทดลองทำและอยากเห็นด้วยตาตนเองจริงๆ ไหนๆ ก็มาอยู่ในโลกที่มีพลังวิเศษเหล่านี้ทั้งที เขาคนนี้จะพลาดความสนุกแบบนี้ไปได้อย่างไรเล่า
“อย่าบอกนะ…ว่าเ้าลืมกระทั่งวิธีใช้พลัง!”
“อืม ช่วยทดลองทำให้ข้าดูหน่อย พร้อมอธิบายให้ฟังด้วย”
สารภาพไปตามตรงเพราะอย่างไรก็มีเื่ต้องถามจื้อจงอีกเยอะ
“อาเหอ….เ้าช่างน่าสงสาร”
อันนี้ไม่ใช่การแสดงความสงสารจากใจและ รู้สึกได้ว่าจื้อจงแอบกวนเขาอยู่เล็กน้อย มันเขี้ยวจริง!
“หยุดเบะปากได้แล้วเ้าคนแก้มย้วย รีบสอนข้าเร็วเข้า ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าคงทำงานไม่ได้”
พูดไปก็หยิกแก้มย้วยๆ ไปด้วยความมันเขี้ยว เขาเห็นปากเบะๆ ของจื้อจงแล้วมันก็อดไม่ได้จริงๆ เ้าเด็กนี่มันน่านัก…หึหึ
“โอ๊ย รู้แล้วๆ ข้าเจ็บนะปล่อยก่อนๆ”
จื้อจงร้องโอดโอยพร้อมกับตีมือที่หยิกแก้มให้ปล่อยรัวๆ
“หึ…เอาสิ ข้าปล่อยแล้ว”
“แฮ่ม ดูอาจารย์ดีๆล่ะ”
จื้อจงพูดจบเขาก็ตั้งท่าก่อนจะเริ่มอธิบายว่าต้องทำอย่างไร แล้วก็เป็ตามที่เขาอ่านมา ตั้งสมาธิรวบรวมพลังไปที่จุดตันเถียนก่อนจะค่อยๆ ปล่อยให้พลังไหลออกมาที่ฝ่ามือ
วูบบบบ'~
สักพักก็มีคลื่นลมลูกเล็กๆ ออกมาจากฝ่ามือของจื้อจง จื้อจงซัดมันออกไปที่ต้นไม้สูงก่อนที่ใบไม้จะขยับไปมาตามแรงลมที่จื้อจงซัดออกไป ลมไม่ได้แรงมากถึงทำให้ต้นไม้โยกได้ทั้งต้นแต่ก็พอจะมีบางช่อที่ขย่มแรงจนมีใบไม้ร่วงลงมา
“อืม…ไม่น่ายาก ถ้าร่างนี้ทำได้เป็กิจวัตรประจำวันเขาเองก็คงทำได้เหมือนกัน”
หนิงเหอพึมพำกับตัวเองเมื่อจื้อจงแสดงพลังให้เขาดูจบพอดี
“เ้าลองดูบ้างสิ จะได้รู้ว่าเ้าทำมันได้หรือไม่”
“อืม”
หนิงเหอไม่รอช้าก่อนจะค่อยๆ ทำตามอย่างที่จื้อจงสอนและตนเองเข้าใจ เขารู้สึกได้ถึงคลื่นพลังบางอย่างในตัว มันค่อยๆ ไหลมารวมกันที่จุดตันเถียน เมื่อเขาบังคับให้พลังนั้นไหลไปยังฝ่ามือมันก็ไปตามที่เขาบังคับและพลังนั่นก็ก่อตัวเป็น้ำที่ฝ่ามือของเขา ก่อนที่สายตาเขาจะปะทะเข้ากับพี่สาวสองคนที่ก่อนหน้านี้หายไปแล้ว และอยู่ๆ ตอนนี้ทั้งสองก็มาโผล่อยู่ข้างหลังจื้อจงเสียอย่างนั้น เห็นแบบนั้นมันก็เลยใ! และ…..ซ่า ~
“อุ๊บ!!!”
“อ่ะ ข้าขอโทษ!”
ก้อนน้ำขนาดเท่าลูกแตงโมใบใหญ่ซัดเข้าเต็มๆ หน้าของจื้อจงจนเปียกซ่ก เขาเลยรีบเอ่ยขอโทษด้วยความใซ้ำสอง ส่วนจื้อจงที่เปียกไปเรียบร้อย ก็แอบหันมามองแรงใส่เขาเล็กน้อย พอเห็นแบบนั้นก็ไม่รู้จะขำหรือรู้สึกผิดก่อนดี
“เ้าต้องบังคับมันใส่ถังตรงนั้นสิ ไม่ใช่ใส่หน้าข้า”
“แหะๆ ก็ข้าเพิ่งลองทำนี่ แล้วก็ใพี่สาวสองคนนั้น…!?”
กำลังจะแก้ตัวและโทษพี่สาวสองคนที่ว่า แต่พอมองไปทางที่พวกนางเคยยืนอยู่ก็ไม่เห็นเสียแล้ว อ่าว! หายอีกแล้ว อะไรวะผลุบๆ โผล่ๆ อย่างกับผี
“พี่สาวที่ไหนของเ้า”
จื้อจงหันไปมองตามสายตาของหนิงเหอ
“ไม่รู้ไปไหนแล้ว…ช่างเถอะๆ เ้าสอนข้าต่อเถอะ”
“เ้านี่นะ”
จื้อจงส่ายหัวไม่คิดอะไรมากก่อนจะใช้พลังลมของตนเองเป่าใส่ชุดสักพักทั้งตัวของจื้อจงก็กลับมาแห้งอีกครั้ง
โอ้โห!!! อย่างกับไดร์เป่าผมเคลื่อนที่ สุดยอด!
“โห พลังของเ้าสุดยอดเลยอาจื้อ อย่างกับที่เป่าลมเคลื่อนที่แหนะ!”
อดไม่ได้ที่จะชมออกไปอย่างรู้สึกตื่นเต้น ตัวเขาใช้พลังได้ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน แต่ยิ่งพอเห็นจื้อจงเอาพลังตัวเองมาใช้ประโยชน์ที่แสนสะดวกแบบนี้แล้วก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นไปอีก อย่างกับไดร์เป่าแหนะ แต่ถ้าพูดถึงไดร์ที่นี่คงไม่รู้จักแน่ๆ
“เื่ธรรมดา หึหึ เอาล่ะถ้าอย่างนั้นวันนี้เ้าก็ลองฝึกเติมน้ำใส่ถังไปเรื่อยๆ ดูสิ จะได้ชินเร็วๆ”
“อื้อ”
วันนั้นทั้งวันเขาสาละวนอยู่กับการหัดใช้พลังครั้งแรกด้วยความตื่นเต้นปนดีใจ ที่ตนเองใช้พลังได้อย่างกับในการ์ตูน เรียกว่าหัดใช้พลังจนหมด เดือดร้อนจื้อจงต้องหิ้วปีกกลับเรือนนอนเลยทีเดียว พร้อมกับต้องมานั่งฟังจื้อจงบ่นไปอีกชุดใหญ่เื่การใช้พลังจนหมดแบบนี้ ก็รู้แหละว่าอันตราย แต่มันเพลินไปหน่อยจนลืมตัวจริงๆ แต่ให้พูดตรงๆ ก็เห่อนั่นแหละ แหะๆ
______________________
มาแล้วจ้าาาาา
รักและคิดถึงคนอ่านเสมอนะคะ