ตอนที่ 662 สำรวจูเา
“ดูเหมือนว่าหนังสือเล่มหนานั้นจะเป็หนังสือประวัติของนิกายส่วนเล่มบางทั้งสองเล่มน่าจะเป็กฎระเบียบและข้อควรปฏิบัติภายในนิกายแห่งนี้ส่วนศิลาอันนั่นน่าจะเป็ของวิเศษบางอย่างและสุดท้ายแหวนรูปทรงธรรมดาน่าจะเป็แหวนมิติเก็บของ!”เจิ้งฟู่กล่าวอธิบายสิ่งของที่อยู่บนโต๊ะกลางห้องโถงบ้านตามความเข้าใจของเขาซึ่งมันก็ถูกตามทีเขาคาดเดาเลย......
“เอาเป็ว่าอาบน้ำให้สบายตัวก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”แต่ตอนนี้เจิ้งฟู่รู้สึกอยากที่จะอาบน้ำมาก เขาจึงเลือกที่จะไปอาบน้ำก่อนค่อยมาเปิดดูหนังสือที่เกี่ยวกับกฏของนิกาย.......
สิบห้านาทีผ่านไป.......
อ่า!!
“น้ำที่นี้ทั้งใสทั้งเย็นอาบแล้วรู้สึกสดชื่นจริงๆเลย!!” หลังจากที่เจิ้งฟู่ใช้เวลาไปสิบห้านาทีในการอาบน้ำเขาก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวมายิ่งขึ้น ซึ่งน้ำที่เขาใช้อาบนั้นเป็น้ำที่มาจากน้ำตกภายในูเาของเขาเองซึ่งมีการต่อท่อน้ำไหลมายังบ่อขนาดใหญ่ที่ข้างบ้าน และต่อเข้ามาในห้องอาบน้ำที่อยู่ภายในบ้านอีกทีทำให้เจิ้งฟู่มีน้ำไว้ใช้อาบตลอดเวลา.......
เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วเจิ้งฟู่ก็เปลี่ยนชุดใหม่ซึ่งเป็เสื้อผ้าของเขาเพราะเขาคิดว่าจะใส่ชุดศิษย์นิกายบัญชา์ก็ต่อเมื่อเขาเข้าไปในนิกายแล้วต้องไปพบเหล่าผู้าุโเท่านั้นหากไม่ต้องไปในพื้นที่ที่สำคัญแล้วละก็ เขาจะใส่เพียงชุดที่เขาเตรียมมานี้เท่านั้นและเมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเจิ้งฟู่ก็กลับไปยังโถงของบ้านเพื่อหยิบเอาหนังสือที่เกี่ยวกับกฎระเบียบของนิกายขึ้นมาอ่าน......
หมับ!!
“ดูเหมือนว่ากฎเกณฑ์ของที่นี้ไม่ต่างอะไรจากที่กฎเกณฑ์ที่เราตั้งเอาไว้ที่นิกายเหนือพิภพสยบ์เลยสักนิดมีเพียงแค่เื่การออกไปนอกพื้นที่ของนิกายเท่านั้นที่ต้องเป็ผู้ฝึกตนระดับ์ก่อเกิดขึ้นที่สามขึ้นไปถึงจะออกไปได้ไม่งั้นก็ต้องพ้นจากการเป็ศิษย์ของนิกายก่อน”
อื้ม!
“ส่วนเื่คะแนนที่ว่านั้นศิษย์ทุกคนสามารถได้รับคะแนนคนละสองร้อยคะแนนทุกๆเดือน และสามารถเพิ่มได้โดยการออกล่าสัตว์อสูรที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้หรือทำภารกิจที่ทางนิกายมอบหมายให้นอกจากการทำภารกิจกับออกล่าแล้ว ศิษย์ทุกคนสามารถ นำสิ่งของมิค่าที่ตนมีอยู่มาแลกเปลี่ยนเป็คะแนนก็ได้ซึ่งจะได้คะแนนมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับของที่นำมาแลก อ่า!ถือว่าเป็หลักการเดียวกันกับที่นิกายของเราเลยตอนนี้ภายในพื้นที่มิติลับของเรามีของวิเศษมากมายที่เก็บเอาไว้ ถึงแม้มันจะเป็ของระดับต่ำแต่มันคงแลกได้คะแนนสักเล็กน้อย!”
เื่กฎระเบียบในส่วนแรกเจิ้งฟู่ไม่ได้ให้ความสนใจมากนักเขาให้ความสนใจกับเื่คะแนนที่ว่านี้มากกว่า เพราะก่อนหน้านี้เขาจำได้ว่าผู้าุโมินโฮบอกว่าเขาสามารถมีพาหนะบินอย่างชายวัยกลางได้หากเขามีคะแนนที่มากพอที่จะเอาไปแลกเปลี่ยนดังนั้นเจิ้งฟู่จึงให้ความสนใจกับเื่วิธีการที่จะหาคะแนนเพิ่มให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้......
แต่ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากพื้นที่หลักของนิกายนับพันลี้หากเขา้าไปที่นิกายเขาต้องใช้เวลามากถึงครึ่งวันเลยทีเดียว แต่ว่าเขากับไม่รู้เส้นทางที่แน่นอนในการไปให้ถึงนิกายบางทีเขาอาจจะหลงระหว่างทางที่เขาไปก็เป็ได้ ดังนั้นเจิ้งฟู่จึงคิดที่จะใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการสำรวจดูรอบๆูเาของเขาเสียก่อนเพื่อที่เขาจะได้คำนวณว่าควรทำอะไรกับพื้นที่วางเปล่าเ่าั้ดี......
“หนังสือเล่มบางสองเล่มนี้หนึ่งคือกฎหลักต้องต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัดอีกหนึ่งคือกฎทั่วๆไปเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่รวมกันอย่างมีความสุขภายในนิกาย เฮ้อ!ข้อความพวกนี้มันใช้ได้จริงหรือป่าวก็ไม่รู้ ไอ้กฎหลักอาจจะใช้ได้แต่ไอ้กฎทั่วไปในการอยู่รวมกันอย่างมีความสุขนี่สิ? มันคงไม่พ้นเื่กำปั้นใครใหญ่กว่าคนนี้ก็เป็ผู้ชนะหรอก!”
เจิ้งฟู่ถึงกับตัดพ้อเกี่ยวกับหนังสือเล่มบางเล่มที่สองหลังจากที่เขาอ่านกฎที่ถูกเขียนอยู่ภายในหนังสือเล่มนั้นไปได้รางๆครั้งเล่มเขาก็วางมันลงและไม่คิดที่จะอ่านอีก เพราะเขาเชื่อว่าไม่ว่าจะอยู่ในโลกไหนอำนาจเป็สิ่งที่สำคัญที่สุด หากว่าใครไร้อำนาจ คนผู้นั้นก็เป็ได้แค่เบี้ยล่างของผู้ที่มีอำนาจมากกว่าแม้แต่ตัวของเจิ้งฟู่เองก็ไม่เว้นหากเขาต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างคนทั่วๆไป.....
“ว่าแต่ในแหวนมิติวงนี้มีอะไรอยู่นะ!”เมื่อเขาวางหนังสือเล่มบางทั้งสองเล่มลงที่เดิมแล้วเจิ้งฟู่ก็หันมาสนใจแหวนมิติสีแดงที่วางอยู่ข้างๆกับศิลาทรงกลมแบนแทน.....
หมับ!!!
หวืดดดดดดดด!!
อ๊ะ!!
“นี่มันเื่บ้าอะไรกัน?นี่มันไม่ใช้แหวนมิตินิ? แล้วมันเป็แหวนอะไรกัน? แล้วไอ้ตัวเลข......อ้า!หรือว่าแหวนวงนี้จะมีไว้เพื่อใช้เก็บคะแนนของนิกาย?”ในตอนแรกเจิ้งฟู่ยังงงอยู่ว่าแหวนวงนี้คืออะไรเพราะเขาลองส่งพลังงานเข้าไปในแหวนแล้วแต่มันกลับไม่ปรากฏพื้นที่ว่างเปล่าใดๆมีเพียงแค่ตัวเลขสีทองจำนวน 100,000 เท่านั้นที่ลอยให้เห็น......
“หนึ่งแสนคะแนนอย่างนั้นรึเนี่ย? ว่าแต่ทำไมในหนังสือกฎระเบียบเกี่ยวกับเื่ของคะแนนผลงานมีเขียนเอาไว้ว่าศิษย์เข้าใหม่จะได้รับคะแนนผลงานเพียงแค่สองคะแนนและจะได้รับอีกสองร้อยคะแนนในทุกเดือนนี่น่า? แล้วทำไมคะแนนผลงานในแหวนนิถึงมีหนึ่งแสนละ?!”เจิ้งฟู่รู้สึกงุ่นงงและสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเขาพึ่งจะได้อ่านกฎระเบียบเกี่ยวกับคะแนนผลงานไปเมื่อครู่นี้ซึ่งมันมีระบุเอาไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับคะแนนผลงานที่จะได้เมื่อเข้าใหม่......
อ่า!!
“หรือว่าคะแนนที่ได้มานี้จะเป็เพราะเราทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีแดงเข้ม?อื้ม!มันต้องเป็แบบนั้นแน่ๆที่ในหนังสือกฎระบุเอาไว้ว่าสองร้อยคะแนนเมื่อเข้าใหม่นั้นน่าจะเป็คนที่มีพร์ระดับสีขาวทั่วไปอย่างแน่นอนส่วนคนที่มีระดับพร์สูงขึ้นก็คงจะได้รับคะแนนผลงานที่สูงขึ้นไปด้วย ใช่!มันต้องเป็แบบนั้น!” หลังจากที่เจิ้งฟู่คิดทบทวนและหาเหตุผลอยู่สักครู่เขาก็คิดขึ้นมาได้ถึงการทดสอบก่อนหน้านี้ ที่เขาได้รับคะแนนผลงานทากขนาดนี้คงเป็เพราะเขาทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีแดงเข้มก็เป็ได้........
“ว่าแต่ของเหล่านี้ถูกจัดเตรียมไว้ั้แ่ตอนไหนกัน?แล้วทางนิกายรู้ได้ยังไงว่าคนที่เลือกูเานี้คือผู้ที่ทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีแดง?!”แต่เมื่อเจิ้งฟู่คิดอีกที เขาก็พบสิ่งที่เขาไม่คิดเอาไว้ซึ่งมันก็คือเื่สิ่งของต่างๆที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เขาคิดว่าจะต้องมีใครสักคนนำมันมาไว้ที่นี้ก่อนที่เขาจะมาถึงอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นมันคงจะดูบังเอิญเกินไปถ้าจะนำแหวนเก็บคะแนนนี้มาวางไว้.....
“ช่างมันเถอะ! ไม่ว่าจะถูกจัดเตรียมเอาไว้ก่อนหรือพึ่งถูกจัดเตรียมมันก็ไม่สำคัญหรอกเพียงแค่มีคะแนนมากมายถึงเพียงนี้ก็คงจะมาพอที่จะแลกเปลี่ยนสัตว์อสูรพาหนะบินได้สักตัวละนะ!”เจิ้งฟู่สลัดความคิดที่จะหาความจริงในเื่นี้ เพราะถึงเขาคิดไปมันก็ไม่ได้อะไรสิ่งสำคัญมันอยู่ที่จำนวนคะแนนผลงานที่เขาได้รับมาต่างหากซึ่งเจิ้งฟู่คิดว่ามันน่าจะเพียงพอที่จะให้เขาแลกเปลี่ยนเอาสัตว์อสูรพาหนะบินได้สักตัวหนึ่ง.......
ในตอนนี้เจิ้งฟู่ตรวจสอบของทุกอย่างบนโต๊ะเกือบจะหมดแล้วเหลือเพียงแค่ศิลาทรงกลมแบนอันเดียวเท่านั้นที่เขายังไม่ได้หยิบมันขึ้นมาดูซึ่งเขาคิดว่าจะเก็บมันเอาไว้หลังจากที่เขาตรวจดููเาของเขาเสร็จแล้วซึ่งอาจจะใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆแน่ๆ......
พรึบ!!
เจิ้งฟู่เก็บของทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะลงไปในแหวนมิติของเขาก่อนที่เขาจะออกจากบ้านพักและเริ่มตนสำรวจูเาของเขา ซึ่งมันมีขนาดที่กว้างยาวถึงสิบห้ากิโลเมตรด้วยกันและสถานที่แรกที่เจิ้งฟู่จะไปสำรวจก็คือถ้ำที่อยู่ด้านหลังูเาแห่งนี้ ซึ่งหน้าทางเข้าถ้ำแห่งนี้มีน้ำตกสามชั้นไหลผ่านปิดทางเข้าเอาไว้หากไม่ใช่เพราะเจิ้งฟู่สายตาดีตอนที่ผ่านเขาคงไม่รู้ว่าข้างหลังน้ำตกนั้นมีถ้ำซ่อนอยู่ภายใน และเพราะถ้ำแห่งนี้เจิ้งฟู่จึงได้เลือกูเาลูกนี้เป็ที่พักของเขา......
ฟิ้ว!!!
สิบนาทีผ่านไป.....
ซ่า!! ซ่า!!ซ่า!!
เพียงแค่สิบนาทีเจิ้งฟู่ก็มาถึงน้ำตกหน้าถ้ำแล้วที่เขามาถึงช้าก็เพราะว่าใช้ความเร็วปกติในการมาที่นี้ เนื่องจากเจิ้งฟู่้าสำรวจพื้นที่ก่อนที่จะถึงถ้ำและน้ำตกด้วยซึ่งอันที่จริงแล้วมันไม่ได้ห่างจากตัวบ้านพักของเจิ้งฟู่เท่าไหร่เลย......
“เป็น้ำตกที่สวยงามจริงๆต้องขอบคุณน้ำตกนี้ที่ทำให้ข้าได้อาบน้ำที่เย็นสบายและสดชื่น! เอาละเข้าไปดูภายในถ้ำกันดีกว่า!”เมื่อเจิ้งฟู่ได้เห็นทิวทัศน์ของน้ำตกที่สวยงามเขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวคำชมออกมาอย่างมีความสุข เพราะหากเขาสร้างบ้านพักอยู่ริมน้ำตกแห่งนี้มันคงจะเป็อะไรที่วิเศษมากทีเดียวแต่นั้นเป็เื่ของอนาคตข้างหน้า ตอนนี้เจิ้งฟู่้าที่จะเข้าไปสำรวจภายในถ้ำข้างหลังน้ำตกมากกว่าว่ามันมีสิ่งใดอยู่ภายในนั้น หรือว่ามันเป็เพียงถ้ำโล่งๆทั่วไป.......
พรึบ!!
เจิ้งฟู่ะโผ่านสายน้ำตกที่ไหลเชี่ยวเข้ามาอย่างง่ายดายโดยที่สายน้ำตกที่ไหลลงมาได้ถูกม่านพลังของเจิ้งฟู่ทำให้มันแยกตัวออกจากกัน เปิดเป็เส้นทางให้กับเจิ้งฟู่ผ่านเข้ามาโดยที่ตัวเขาไม่เปียกน้ำสักหยดเดียวและเมื่อเจิ้งฟู่เข้ามาภายในถ้ำแล้วสิ่งที่เขาเห็นก็คือหินย้อยจำนวนมากที่ทับซ้อนกันอย่างสวยงามมีหยดน้ำเล็กๆหยดลงพื้นให้ได้ยินเป็จังหวะจากหินย้อยเ่าั้......
“ที่แท้ถ้ำนี้ก็เป็หนึ่งในสถานที่ที่เอาไว้ใช้ฝึกตนนี่เอง!”นอกจากหินย้อยแล้วภายในถ้ำก็ไม่มีสิ่งใดอีกแค่แท่นหินรูปสีเหลียมผืนผ้าที่อยู่ด้านในสุดซึ่งถ้ำแห่งนี้มีความสั้นจนไม่อาจจะเรียกว่าถ้ำด้วยซ้ำ มันสมควรที่จะเรียกว่าโพรงเสียมากกว่าติดตรงที่มันมีขนาดที่กว้างใหญ่กว่าเท่านั้น......
“น่าเสียดายที่มันมีความลึกเพียงเท่านี้หากมันลึกกว่านี้อีกสักห้าสิบหรือหกสิบเมตรมันคงจะดีไม่น้อยเลย!”เจิ้งฟู่รู้สึกเสียดายกับขนาดความลึกของถ้ำที่ใหญ่พอกับห้องโถงบ้านพักของเขาหากว่ามันลึกและยาวกว่านี้เจิ้งฟู่จะได้ทำบางสิ่งบางอย่างกับถ้ำแห่งนี้......
“เอาไว้เดียวค่อยคิดว่าจะทำอะไรต่อทีหลังก็แล้วกันไปดูส่วนอื่นก่อนดีกว่า!!” เมื่อเจิ้งฟู่ไม่สามารถทำอะไรกับสถานที่แห่งนี้ได้เจิ้งฟู่ก็ออกจากถ้ำน้ำตกนี้ไปแล้วไปสำรวจที่อื่นต่อ.....
ฟิ้วววววว!!
ฟิ้วววววว!!
สถานที่ต่อไปที่เจิ้งฟู่ไปก็คือทะเลทราบที่อยู่ถัดไปจากถ้ำน้ำตกซึ่งทะเลทราบนี้เกิดจากน้ำที่ไหลลงมาจากน้ำตกนั้นเองซึ่งขนาดของทะเลทราบแห่งนี้กว้างเท่ากับสนามฟุตบอลแค่สองสนามเท่านั้น และมีความลึกราวๆสิบกว่าเมตรได้ซึ่งภายใต้ทะเลทราบแห่งนี้มีปลาและสัตว์น้ำทั่วๆไปอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่ไม่มีสัตว์น้ำตัวใดที่เป็สัตว์อสูรเลยสักตัวและเมื่อเจิ้งฟู่สำรวจทะเลทราบเสร็จแล้วเขาก็มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ลานหญ้ากว้างต่อในทันที......
ฟิ้ว!!
“บรรยากาศโดยรอบถือว่าดีมากทั้งต้นไม้ใบหญ้าล้วนแล้วแต่อุดมสมบูรณ์ทั้งนั้น เฮ้อ!ถ้าตระกูลเทียนถ่างได้สถานที่แบบนี้เป็ที่ตั้งตระกูลแล้วละก็คงไม่มีตระกูลไหนที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าตระกูลของข้าเป็แน่! เพียงแค่ทิวทัศน์ของที่นี้ก็ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้วไหนจะพลังงานธรรมชาติที่อันแน่นเต็มไปหมดอีกข้าละอยากดูดูเาลูกนี้กลับไปไว้ที่โลกเบื้องล่างเสียจริงเลยแต่มันคงเป็ไปไม่ได้ที่จะเอาูเาลูกนี้ไป!”
เจิ้งฟู่ถึงกับตัดเพ้ออย่างช่วยไม่ได้เมื่อเขาได้เห็นสิ่งต่างๆที่อยู่ภายในูเาลูกนี้ถึงแม้พื้นที่ของมันจะไม่ได้กว้างมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ของตระกูลใหญ่ภายในนิกายแต่มันก็เป็สถานที่ที่ดีกว่าของตระกูลและกองกำลังใหญ่เ่าั้หลายเท่า.........
หลังจากที่ออกาจากทะเลทราบแล้วเจิ้งฟู่ก็มาถึงลานหญ้าขนาดกว้างที่อยู่ตีนเขาซึ่งมันเป็พื้นที่โล่งกว้างที่มีขนาดความกว้างถึงสนามฟุตบอลสามสนามด้วยกันหากเจิ้งฟู่คิดที่จะสร้างตำหนักขึ้นที่นี้เขาสามารถสร้างมันได้อย่างใหญ่โตเลยไม่เพียงแค่ตำหนัก หากเขา้าสร้างสถานที่สำคัญใดๆเขาก็สามารถใช้พื้นที่ตรงนี้สร้างมันได้และเมื่อสำรวจลานหญ้ากว้างจนเสร็จแล้วเจิ้งฟู่ก็กลับขึ้นไปข้างบนยอดเขาต่อเพื่อที่จะขึ้นไปยังจุดสูงสุดที่เป็หน้าผาชันของเขาลูกนี้ต่อ.......
ฟิ้ววววววว!!!
************************************
ฝันดีครับ บ๊บายไปนอนละ พรุ่งนี้เจอกันใหม่