ตอนที่ 56 ขนลุกในเกมส์ ??
ตอนที่ 56 ภายในป่าลึกแห่งหนึ่งของทวีปมังกรทองซึ่งป่าแห่งนี้นั้นมีแต่สัตว์อสูรระดับ 70 ทั้งนั้นและภายในป่าแห่งนี้นั้นกำลังมีผู้เล่นอาชีพนักเวทย์คนหนึ่งกำลั่งดวลเดี่ยวกับตุ่นอสูรขนาดใหญ่อยู่ ใช่แล้วทุกคนฟังไม่ผิดหรอกอาชีพนักเวทย์ที่เป็นตัวทำดาเมจที่ควรจะอยู่แนวหลังของปาร์ตี้กำลังดวลเดี่ยวระยะประชิดกับสัตว์อสูรอยู่จริงๆซึ่งชื่อของเขาก็คือเยี่ยนจื่อที่มีความหมายในภาษาจีนว่านกนางแอ่นไม่เพียงเท่านั้นที่หน้าอกของเขายังมีตราสัญลักษณ์รูปดวงตาสีทองและดาวหนึ่งดวงอยู่ด้วยนั่นก็หมายความว่าเขาเป็นถึงระดับผู้บริหารของกิลด์ GODEYE นั่นเอง เพลิงสังหาร !! ตู้ม !! เยี่ยนจื่อเอี้ยวตัวหลบกรงเล็บของตุ่นอสูรที่โมตีเข้ามาก่อนจะมุดเข้าไปที่หน้าท้องมันและใช้สกิลเพลิงสังหารโจมตีใส่ตุ่นอสูร โฮ่ก !! ตึง !! ตุ่นอสูรร้องคำรามออกมาก่อนจะล้มลงและสลายไปเหลือทิ้งไว้แต่กรงเล็บและหนังของมัน “ฟู่ว...อึดชะมัดนี่ถ้าไม่มีประสบการณ์จากอาชีพแบทเทิลเมจจากเกมส์ก่อนหน้านี้เราคงจัดการเจ้านี่ไม่ง่าย” เยี่ยนจื่อพูดออกมาก่อนจะเดินไปเก็บของที่ดรอปจากตุ่นอสูรและหลังจากเก็บของเสร็จเขาก็เห็นว่าเลือดของตัวเองเหลือเพียงแค่ 10% เท่านั้น “ให้ตายสิเกมส์นี้ไม่มียาฟื้นฟูเลือดระดับสูงขายหรือไงนะกินยาฟื้นฟูเลือดระดับกลางกว่าเลือดจะกลับมาเต็มต้องรอตั้งสิบนาทีไอ้ระบบเติมเลือดของเกมส์นี้ก็ดันเป็นแบบค่อยๆฟื้นฟูด้วยสิแถมใช้ในตอนที่อยู่ระหว่างต่อสู้ไม่ได้อีกแต่ยังดีนะที่มีชาโสมที่กินแล้วได้บัฟฟื้นฟูเลือด 5% สิบนาทีแถมยังใช้ก่อนต่อสู้ได้แต่ว่าก็กินได้แค่สิบแก้วเพราะถ้ากินมากกว่านั้นจะติดสถานะอิ่มน้ำทำให้ผลฟื้นฟูเลือดของชาโสมไม่ได้ผล !!” เยี่ยนจื่อบ่นออกมาก่อนจะจะหยิบยาฟื้นฟูเลือดระดับกลางที่ซื้อมาจากร้านขายยาภายในเมืองออกมาใช้พร้อมทั้งหยิบชาโสมออกมาดื่มด้วย [ผู้เล่นดื่มยาฟื้นฟูเลือดระดับกลางค่าพลังชีวิตของผู้เล่นจะเพิ่มขึ้นนาทีละ 5% เป็นเวลา 10 นาที คำเตือนสถานะฟื้นฟูเลือดจะหายไปเมื่อเข้าสู่การต่อสู้] [ผู้เล่นดื่มชาโสมได้รับสถานะฟื้นฟูเลือด 5% เป็นเวลา 10 นาที] (ไรท์ : เรื่องบัฟชาโสมข้อมูลจากตอนที่ 20 นะครับ) เสียงระบบแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวของเยี่ยนจื่อและหลังจากใช้ยาฟื้นฟูเลือดระดับกลางเข้าไปเลือดของเขาก็ค่อยๆฟื้นฟูขึ้นมาทันที ระหว่างที่รอสิบนาทีเพื่อให้เลือดฟื้นฟูขึ้นมาจนเต็มเยี่ยนจื่อก็เปิดระบบดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยจนกระทั่งเปิดดูรายชื่อเพื่อนเพื่อจะดูว่าใครออนไลน์บ้างตอนนั้นเองหนึ่งในรายชื่อเพื่อนก็มีรายชื่อหนึ่งที่ขึ้นสถานะว่าตายอยู่ “หือหมิงหมิงตายเหรอเนี่ยเป็นไปได้ไงยัยนั่นมีวิชาตัวเบาสูงกว่าเราอีกนะ !!” เยี่ยนจื่ออุทานด้วยความตกใจก่อนจะรีบติดต่อไปสอบถามคนอื่นว่ารู้เรื่องอะไรบ้างใครกันที่ทำให้ธนูมารฟ้าหมิงหมิงตายได้ แต่เมื่อเยี่ยนจื่อติดต่อไปยังเพื่อนคนอื่นๆก็ไม่มีใครรู้เลยว่าธนูมารฟ้าหมิงหมิงตายได้อย่างไรและใครเป็นคนฆ่าเธอ “คงต้องรอยัยนั่นฟื้นก่อนสินะถึงจะถามได้ว่าตายเพราะอะไรและใครเป็นคนทำ” เยี่ยนจื่อพูดออกมา กลับมาที่จันทร์วาด หลังจากจันทร์วาดและหลันฮวาเติมเลือดจนเต็มและร่างกายกลับมาเป็นปกติหลันฮวาก็ถามเรื่องกิลด์ต่อ “เออพี่จันทร์เรื่องก่อนหน้านี้พี่ว่าไงอ่ะ” หลันฮวาถาม “เรื่องอะไรของมึง” จันทร์วาดทำหน้างง “เอ้าก็เรื่องที่จะเอาใครมาเป็นหัวหน้ากิลด์ไงล่ะพี่” หลันฮวาพูดออกมาเธอนึกไม่ถึงว่าผ่านไปไม่นานจันทร์วาดจะลืมเสียแล้ว “อ๋อเรื่องนั้นนี่เองก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกอดีตเบ๊กูเอง” จันทร์วาดพูด “เบ๊ของพี่เนี่ยนะ !!” หลันฮวาทำหน้าสงสัยว่าพี่จันทร์วาดของเธอไปมีเบ๊เมื่อไหร่ “ใช่เจอกันที่ป่าสามสีน่ะเบ๊กูมันชื่อติงลี่เป็นเด็กนิสัยดีมีความเป็นผู้นำแล้วก็มีจริยธรรมด้วย” จันทร์วาดพูด “เด็กงั้นเหรอพี่” หลันฮวาขมวดคิ้ว “อืมอายุน่าจะมากกว่าลูกชายกูหน่อย” จันทร์วาดพูดจากนั้นเธอก็เริ่มเล่าถึงนิสัยของติงลี่ให้หลันฮวาฟัง “โอ้นิสัยไม่เลวเลยนี่พี่พอรู้ว่าเพื่อนในปาร์ตี้นิสัยไม่ดีก็ตัดสินใจเลิกคบเลยมีความเป็นผู้นำสูงแถมยังเตือนให้พี่เก็บเรื่องสกิลปรุงยาของพี่เอาไว้เป็นความลับอีกนั่นก็มีจริยธรรมอีกทั้งยังเป็นเบ๊ให้พี่ตั้งหลายวันทั้งที่สามารถแอบหนีพี่ตอนกลางคืนก็ได้ถือว่าเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบว่าแต่เด็กที่ชื่อติงลี่อะไรนี่จะมาเป็นหัวหน้ากิลด์ให้พี่เหรอ” หลันฮวาสงสัย “ไม่รู้สิแต่เดี๋ยวกูลองติดต่อดูก่อนแล้วกันไม่รู้ว่าออนไลน์อยู่เปล่า” จันทร์วาดพูดก่อนจะเปิดรายชื่อเพื่อนขึ้นมาเพื่อดูว่าติงลี่ออนไลน์อยู่หรือไม่ “อ๊ะออนอยู่ด้วยกูลองติดต่อก่อนนะ !!” จันทร์วาดเมื่อเห็นว่ารายชื่อของติงลี่ออนไลน์อยู่จึงติดต่อไปทันทีก่อนจะเดินแยกออกไปคุยเพื่อความเป็นส่วนตัว พี่จันทร์สวัสดีครับหายหน้าหายตาไปหลายเดือนเลยนะพี่นึกว่าเลิกเล่นไปแล้วเสียอีก ติงลี่พูดถึงเวลาในเกมส์ที่จันทร์วาดหายไป “อืมพอดีไม่ค่อยว่างน่ะว่าแต่สบายดีมั้ย” จันทร์วาดถาม ก็ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ครับพี่ช่วงนี้เก็บระดับลำบากมากเลยเพราะกิลด์ GODEYE ครอบครองพื้นที่เก็บระดับเอาไว้หมดเลยนี่ถ้าไม่ได้ยาต้านทานความร้อนที่พี่ให้ไว้นะผมคงไม่รู้จะไปเก็บระดับที่ไหนเลยครับแต่นี่ยาก็ใกล้จะหมดแล้วเดี๋ยวยาหมดผมว่าจะไปแถวภาคเหนือเพราะแถวนั้นมีพื้นที่เป็นเขตหนาวมีพื้นที่เขตหนาวเยอะน่าจะมีพื้นที่ที่ติดสถานะหนาวสั่นถ้าผมหนีไปเก็บระดับแถวนั้นคงได้ใช้ยาต้านทานความเย็นที่พี่ให้เอาไว้นี่ระดับผมก็ 52 แล้วครับเนี่ย !! ติงลี่พูดให้จันทร์วาดฟัง “ยาของพี่เป็นประโยชน์ก็ดีแล้วล่ะแต่ระดับพึ่งจะ 52 เองงั้นเหรอทำไมช้าจังพี่ 60 แล้วเนี่ยไม่สิตอนนี้ 59 พอดีพึ่งตายไป” จันทร์วาดพูด โหใครจะไปเก่งแบบพี่ล่ะครับกว่าผมจะจัดการสัตว์อสูรได้แต่ละตัวแทบลากเลือดเลยนะพี่ว่าแต่พี่ติดต่อมามีอะไรหรือเปล่าครับ !! ติงลี่พูดด้วยความาสงสัย “พอดีมีเรื่องจะคุยน่ะสะดวกนัดคุยกันหน่อยมั้ยตอนนี้อยู่แถวไหนล่ะ” จันทร์วาดถาม ตอนนี้อยู่ถ้ำภูเขาไฟใต้พิภพที่อยู่ทางเหนือเมืองท่ามังกรทองน่ะครับ!! ติงลี่ตอบ “อ้ออยู่ถ้ำที่มีพวกสัตว์อสูรหนู ตุ่น ค้างคาวนั่นเองว่าแต่มันมีแต่พวกระดับสามสิบกว่าไม่ใช่เหรอ” จันทร์วาดพูด ระดับสามสิบเหรอพี่นั่นมันพวกสัตว์อสูรชั้นครับถ้าพี่ลงชั้นที่สองจะเจอพวกสัตว์อสูรระดับสี่สิบถ้าลงชั้นที่สามจะเป็นสัตว์อสูรระดับห้าสิบครับพี่ ติงลี่อธิบาย “อ่าวนี่มันมีหลายชั้นเรอะก็นึกว่ามีแค่ชั้นเดียวแต่หลายโถง !!” จันทร์วาดอุทานออกมาเพราะถ้าเธอรู้ว่ามันมีหลายชั้นเธอเก็บระดับที่นั่นจนหกสิบเลยก็ได้ไม่เห็นจำเป็นต้องออกมาเก็บระดับถึงป่าสามสีที่เมืองชิวเทียนเลย ว่าแต่เรื่องที่จะคุยนี่คุยผ่านทางนี้ไม่ได้เหรอพี่ ติงลี่ถาม “คุยกันต่อหน้าน่าจะสะดวกกว่าพอดีจะพารุ่นน้องไปรู้จักด้วยน่ะ” จันทร์วาดตอบ รุ่นน้องพี่จันทร์เหรอครับน่ารักหรือเปล่าพี่ !! ติงลี่ถาม “ถามทำไมจะจีบเหรอไง !!” จันทร์วาดตอบ ก็แค่ถามครับพี่จันทร์แต่ถ้ารุ่นน้องพี่น่ารักก็ไม่แน่นะครับฮ่ะๆ ติงลี่หัวเราะออกมา “อ่า...ตามสบายเลยรุ่นน้องพี่มันยังโสดเอาเป็นว่าแค่นี้นะเอาไว้เดี๋ยวเดินทางไปถึงเมืองท่ามังกรทองแล้วจะติดต่อไปใหม่” จันทร์วาดพูดพลางอมยิ้มเพราะตอนนี้เธอใช้ตัวละครในช่วงอายุยี่สิบนั่นเองและเมื่อบอกว่าจะพารุ่นน้องไปรู้จักติงลี่จะเข้าใจว่ารุ่นน้องที่ว่าจะอายุพอๆกับตนก็ไม่แปลกเพราะติงลี่นั้นอายุยังอยู่ในช่วงมัธยมปลายอยู่เลย (ติงลี่เรียนเตรียมนายร้อย) ครับพี่จันทร์ ติงลี่พูดก่อนจะตัดสายไป “เป็นไงบ้างพี่จันทร์” หลันฮวาเมื่อเห็นว่าจันทร์วาดคุยเสร็จแล้วก็เข้ามาถาม “อยู่แถวเมืองมังกรทองน่ะเก็บระดับอยู่ที่ถ้ำภูเขาไฟใต้พิภพทางเหนือ” จันทร์วาดตอบ “หือไปเก็บระดับอยู่นั่นเหรอพี่อย่าบอกนะว่ากินชาโสมเพื่อเอาสถานะฟื้นเลือดมาสู้กับสถานะแผดเผาน่ะแบบนั้นลำบากแย่เลยนะเพราะมันเปลืองชาโสมมากแถมกินชาโสมมากเกินสิบแก้วก็จะติดสถานะอิ่มน้ำทำให้เวลากินแก้วต่อไปจะไม่มีผลของสถานะฟื้นฟูเลือดแถมไอ้สถานะอิ่มน้ำก็อยู่นานหลายชั่วโมงด้วยสิกว่าจะหาย” หลันฮวาอธิบาย “เหรอเกมส์นี่ละเอียดดีเนอะมีสถานะอิ่มน้ำด้วยจะว่าไปก่อนหน้านี้ก็เคยล้มลงไปเพราะไม่ได้นอนเป็นเวลา 72 ชั่วโมงด้วยนี่นาแต่เจ้าติงลี่น่ะไม่ได้ใช้ชาโสมอะไรนั่นหรอกนะพอดีใช้ยาของฉันเพื่อแก้สถานะแผดเผาน่ะ” จันทร์วาดนึกถึงตอนที่เธอล้มลงไปเพราะอดนอนเกินสามวัน “ยาแก้สถานะแผดเผา !!” หลันฮวาอุทานออกมาเมื่อได้ยินจันทร์วาดพูดว่ายาแก้สถานะแผดเผา “ใช่ยานี่ไง” จันทร์วาดพยักหน้าก่อนจะควักยาต้านทานความร้อนออกมาให้หลันฮวาดู “อะไรเนี่ยยาต้านทานความร้อนอย่าบอกนะว่ากินแล้วมันได้สถานะป้องกันการแผดเผาจากความร้อนน่ะ” หลันฮวามองดูขวดยาในมือที่ชื่อยาต้านทานความร้อนระดับต่ำด้วยความประหลาดใจ “ใช่ขวดนี้มันป้องกันเลือดลดได้จากความร้อนได้ 2% กินแล้วอยู่ได้สามชั่วโมงส่วนขวดนี้เป็นระดับกลางป้องกันได้ 5% ส่วนระดับสูงไม่รู้ว่ะไม่เคยลองกิน” จันทร์วาดบอก “บ้าไปแล้วไอ้ยานี่อย่าบอกนะว่าพี่ปรุงจากสกิลปรุงยาน่ะ !!” หลันฮวามองหน้าจันทร์วาด “ใช่” จันทร์วาดพยักหน้า “สุดยอดไปเลยตอนแรกก็ว่าจะคุยเรื่องเงินทุนของกิลด์หลังจากตั้งกิลด์เสร็จแล้วเพราะไม่อยากให้พี่เครียดแต่ถ้ามียาที่พี่ปรุงพวกนี้ล่ะก็เรื่องเงินทุนจะหมดไปเลย !!” หลันฮวามองดูขวดยาในมือสายตาเป็นประกายเพียงแค่ยาต้านทานความร้อนในมือนี่มันก็มีมูลค่าไม่รู้เท่าไหร่แล้วเพราะทั้งสี่ทวีปไม่ว่าจะเป็นทวีปมังกรทอง ทวีปพยัคฆ์ขาว ทวีปเต่าดำ หรือทวีปวิหคแดงนั้นล้วนแต่มีสถานที่ที่ยังบุกเบิกไม่สำเร็จทั้งนั้นเช่นถ้ำภูเขาไฟใต้พิภพทางด้านเหนือของเมืองท่ามังกรทองที่เวลาเข้าไปจะติดสถานะแผดเผาทำให้ไม่สามารถสำรวจได้ทั้งถ้ำเพราะยิ่งลงชั้นที่ลึกลงไปเท่าไหร่สถานะแผดเผาก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น อีกทั้งยังมีเขตภูเขาไฟอย่างเมืองตี้เจิ้นที่มีดันเจี้ยนลับที่เพียงแค่เข้าไปก็ติดสถานะแผดเผาเลือดลดทีละ 10% นั่นอีกนี่ยังไม่รวมอีกสามทวีปที่เหลือนะ ถ้าเกิดมีผู้เล่นรู้ว่ามียาที่ใช้ป้องกันสถานะแผดเผาได้ล่ะก็หลันฮวาไม่อยากจะคิดเลยว่ายาต้านทานความร้อนในมือเธอจะมีคนแย่งกันซื้อในราคาสูงขนาดไหน “พะ...พะ...พี่มียานี่เยอะมั้ย” หลันฮวาถามจันทร์วาดเสียงสั่น “ตอนนี้ก็หลายร้อยขวดมั้งมีวัตถุดิบอยู่เพียบแต่ยังไม่ได้ปรุงแต่ถ้าจะเอาเป็นพันขวดล่ะคงต้องไปเก็บวัตถุดิบใหม่เพราะในกระเป๋ากูมีไม่พอ” จันทร์วาดพูดออกมาทำเอาหลันฮวาถึงกับฉีกยิ้มจนหน้าบานเพราะเธอกำลังวางแผนให้จันทร์วาดผลิตยาออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อเอาไว้ใช้เป็นเงินทุนสำหรับกิลด์ที่กำลังจะก่อตั้งนั่นเอง บรื๋อ !! ทำไมรู้สึกขนลุกวะไม่สิในเกมส์มีขนลุกได้ด้วยเหรอแม่งเอ้ยรู้สึกเหมือนกำลังจะซวยเลยอีห่า !! จันทร์วาดคิดในใจ จบ...