ฉันวิ่งไม่หยุดไปจนถึงตึกA ตึกที่มีแต่เด็กหัวกะทิ ฉันเหนื่อย เหนื่อยกับการวิ่งมาจากตึกสุดท้าย แต่การวิ่งครั้งนี้มันกลับมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก แล้วฉันก็ได้เห็นพี่ยอร์ซกำลังเดินมาที่ประตู นั่นเขากำลังจะไปไหน แถมมีตัวมารตามมาด้วยติดๆ ไม่รู้แล้ว ในพระเจ้าได้มอบโอกาสให้เราได้ใกล้ชิดกันแล้ว ทำไมฉันจะไม่คว้าไว้ล่ะ
ฉันวิ่งเข้าไปหาพี่ยอร์ซ พร้อมกับผลการสอบของฉัน แต่ผลการสอบของฉันดันโดนยัยเลเน่แย่งไปกับตา "เอาของๆฉันคืนมาน่ะ" ฉันพยายามแย่งคืนมา แต่ไม่ได้ผล ก็ยัยนี่มันสูงตั้ง170 ซม. แล้วฉันล่ะ สูงแค่ไหล่ยัยนี่เองมั้ง
"โอ๊ะ!? นี่มันผลการเรียนเธอนิ" เลเน่เอ่ย เธอเปิดผลการเรียนของฉันก่อนพี่ยอร์ซอีกหรอ เป็นผู้ปกครองฉันหรือไง นังบ้า! ฉันยืนมองหน้ายัยนี่ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย คอยดูน่ะ ฉันจะเป็นคนยืน เดินข้างพี่ยอร์ซแทนเธอแน่นอน
"ฉลาดเหมือนกันนิ พยายามสอบย้ายมานี่ได้ แล้วอย่าคิดว่าที่นี่จะเหมือนที่เก่าของเธอน่ะ ยัยอัปลักษณ์" แล้วเธอก็ควงพี่ยอร์ซเดินออกไปจากตึก แถมโยนผลการเรียนฉันทิ้งอีก ฉันได้แต่ยืนและมองตามหลังเท่านั้น ถึงอุปสรรคฉันจะเยอะขนาดไหน ฉันไม่กลัวหรอก ถ้าผลลัพธ์มันออกมาดี
แต่ฉันกลับรู้สึกผิดหวังที่ตัวเองไม่สามารถบอกผลการเรียนให้แก่พี่ยอร์ซด้วยตัวเองได้ ฉันรู้สึกเกียจยัยเลเน่ที่สุด มาแย่งซีนฉันได้ไง
แล้วฉันก็ได้เดินออกจากตึกA ไปยังดาดฟ้าของตึกบ๊วยพร้อมกับผลการเรียนในมือของฉัน การได้อยู่บนนี้คนเดียว และสูดอากาศข้างบนนี้มันก็สามารถทำให้รู้สึกโล่งเหมือนกันน่ะ ถึงว่าทำไมเหยียนซินถึงชอบมาที่นี่ เอ๊ะ!? เดี๋ยวน่ะ ฉันลืมขอบคุณเหยียนซินนี่หน่า
พอนึกขึ้นได้ ฉันก็มองหาเขาจากข้างบนนี้ เผื่อเขาจะเดินอยู่ด้านล่าง แต่แล้วก็มีเสียงแว่วมาจากด้านบนหลังคาห้องเก็บของ ฉันหันไปมองตามเสียงนั้น เหยียนซินจอมป่วนอยู่นี่เอง ฉันยิ้มให้อย่างโล่งอก แต่เหยียนซินกลับไปมองฉันเลย เขามองไปข้างหน้าแทน ถ้าเป็นเมื่อก่อน เหยียนซินจะกระโดดลงมา พร้อมกับความกวนโมโห แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ มันต่างจากทุกครั้ง
"ยินดีด้วยน่ะ โมจิ เธอจะได้ไปอยู่ใกล้ชิดกับนายนั่น"แปะ แปะ การปรบมือของเขาดูไม่ค่อยยินดีกับฉันเท่าไหร่ และเหยียนซินก็เสริมต่อ "ต่อไปนี้ไม่มีฉันคอยอยู่เคียงข้าง เธอก็ดูแลตัวเองดีๆนะ โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงการปะทะกับผู้หญิงคนนั้น" แล้วเขาก็กระโดดลงมา พร้อมโผล่เข้ามากอดฉัน ทำไมฉันสัมผัสได้ถึงความเศร้าจากเขา

พิมพ์คำอธิบายที่นี่
ฉันแค่ย้ายห้องเรียน ย้ายตึกเรียนเองนะ ไม่ได้หายไปไหนซะหน่อย มันน่าเศร้าขนาดนั้นเลยหรอ แล้วฉันก็เปลี่ยนเรื่องคุยกับเหยียนซิน พยายามไม่พูดถึงเรื่องที่ฉันจะย้ายไปเรียนอีกตึกหนึ่ง
ฉันเลือกที่จะพูดเกี่ยวกับการไปเที่ยวของเราในวันพรุ่งนี้แทน แถมโปรแกรมของพรุ่งนี้ฉันก็ยกให้เหยียนซินจัดการ ฉันจะตามใจเขาหนึ่งวัน เพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับการติวหนังสือให้ฉัน
วันเสาร์
เราได้นัดเจอกันที่สยาม ซึ่งเป็นศูนย์รวมของเด็กวัยรุ่น และอาจจะเป็นศูนย์กลางของคนกรุงเทพก็เป็นได้ พอเราเจอกัน เหยียนซินได้กล่าวโปรแกรมของวันนี้แก่ฉันอย่างคร่าวๆตามที่เขาได้วางแผนมาแล้ว เหยียนซินช่างเป็นคนที่รอบคอบจริงๆ ถ้าใครได้เป็นแฟนคงไม่ต้องห่วงเรื่องออกเดตเลย
พวกเราพากันไปเดินในโซนเสื้อผ้า เครื่องประดับและกลุ่มรองเท้าทั้งผู้ชายและผู้หญิง เหยียนซินช่วยฉันเลือกเสื้อผ้า และทุกอย่างที่ฉันอยากได้ ไม่บ่นแม้แต่คำเดียว แทนที่วันนี้ฉันจะตามใจเขา แต่กลับเป็นเขาที่ตามใจฉัน
"โมจิ เราไปดูหนังสักเรื่องไหม" ระหว่างที่เราเดินช๊อปปื้งเสื้อผ้า เหยียนซินได้เอ่ยชวนฉันดูหนังตามที่ตั้งใจไว้ และหนังที่เราดูมันดันเป็นหนังรัก หนังรักเนี่ยน่ะ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะดูแนวนี้
ขออนุญาตเจ้าของภาพแล้วเหยียนซินก็พาฉันเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ Fall in love at first kiss หนังจีนด้วย สงสัยเขาคงจะคิดถึงบ้านที่ไต้หวันแน่เลย เราเข้าไปดู ภายในโรงหนังมีแต่คู่รักเต็มไปหมด มีเพียงพวกเราที่ดูเหมือนคู่รักแต่ไม่ใช่
ก่อนที่หนังจะเริ่มฉาย ฉันก็ได้หันไปเห็น คู่ชายหญิงคู่หนึ่ง ท่าทางคุ้นๆเหมือนพี่ยอร์ซกับเลเน่ เดี่ยวน่ะ พี่ยอร์ซหรอ โอ้ไม่!? ทำไมต้องมาเจอกันในที่แบบนี้ แต่เขามาเดตกับเลเน่หรอ ฉันชักจะสงสัยแล้วสิ ไม่มีสมาธิดูหนังเลย ฉันเอาแต่เหลือบมองยัยเลเน่ กลัวว่าจะแอบทำอะไรพี่ยอร์ซ แต่โชคดีที่พี่ยอร์ซนั่งเฉยๆ ไม่มีการจับมือ หรือโอบกอดเหมือนคู่รักคู่อื่น
สถดท้ายแล้วเราก็ได้ออกมาเจอกันที่หน้าโรงหนัง ไม่อยากเจอกันสภาพนี้เลย
"หวัดดี โมจิ มาเดตหรอ" การดัดเสียงของเลเน่ ช่างน่าตบเหลือเกิน ฉันค่อยๆหันไปตามเสียงที่ว่า
"ไม่เกี่ยว..." ยังไม่ทันพูดจบ เหยียนซินก็ได้เอาแขนมาโอบเอวฉัน พร้อมเสริมคำตอบของฉันอีก "ใช่เราเดตกัน" นี่หรอคำตอบเหยียนซิน นายทำอะไรเนี่ย ฉันมองหน้าเหยียนซิน แต่เขาไม่มองฉันเลย
พอพี่ยอร์ซสังเกตเห็นแขนของเหยียนซิน พี่ยอร์ซก็ได้ดึงฉันไปไว้ในอ้อมกอดเขาทันที การปะทะก็กำลังจะเกิดขึ้น เหตุการณ์แบบนี้เหมือนเคยเจอเลยน่ะ ฉันสัมผัสได้ ผู้ชายสองคนแย่งฉัน ส่วนเลเน่ได้แต่ยืนมองแบบงงๆ ถึงเธอจะสวย แต่ขอโทษฉันสวยกว่า ฮ่าฮ่า
"นายไม่มีสิทธิ์ มายุ่งกับเธออีก" เหยียนซินตะคอก
"นายต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์" พี่ยอร์ซแสย่ยิ้มใส่ พร้อมกับชี้หน้าเหยียนซิน และเขาเสริมต่อ "เพราะโมจิรักฉันเพียงคนเดียว และเธอไม่สามารถที่จะรักใครได้อีก นอกจากฉัน" แล้วพี่ยอร์ซก็หันมาจูบฉันต่อหน้าสาธารณชน
