“สวัสดีค่ะคุณมะยมวันนี้เป็ยังไงบ้างคะ” หมอมะขามมองเอกสารในมือก่อนจะลงมือตรวจความดันให้มะยม
“ก็ดีค่ะ มีเื่กวนใจนิดหน่อย”หญิงสาวกล่าว
“ถ้าอย่างนั้นบอกหมอได้ไหมคะว่าเื่อะไร”หมอมะขามเงยหน้าขึ้นมองมะยม
“คือว่ามันเป็เื่ที่ฟังเขามาอีกทีนะค่ะเื่ไม่เป็เื่”
“เล่ามาเถอะค่ะอย่างน้อยจะได้ระบายเนอะ การเก็บไว้คนเดียวอาจเกิดผลให้คุณแม่เครียดจนกระทบกับน้องได้นะคะ”
“คือเื่มันเป็แบบนี้ค่ะ”มะยมอยากหาที่ระบายพอดี พอหมอมะยมถามเธอเลยเล่าหมดเปลือกว่าเธอได้ยินว่าคุณแม่คนนั้นพูดอะไรบ้าง“เื่มันก็เป็แบบนี้แหละค่ะ”
“อืม…เื่นี้หมอก็ได้ยินมาเหมือนกันค่ะ” หมอมะขามพูดด้วยเสียงอ่อนโยนก่อนจะมองตามะยมแล้วถามคำถามที่ทำเอาเธอสงสัยไปหมด“คุณมะยมเชื่อเื่การตายแล้วเกิดใหม่ไหมค่ะ”
“ก็เชื่อนิดหน่อยค่ะ”
“อย่างนั้นการที่มันจะเกิดเหตุการณ์อย่างที่คุณมะยมกังวลก็อาจเกิดขึ้นได้แต่หมอขอแนะนำว่า คุณมะยมควรดูแลตัวเอง่นี้ก่อนนะคะ”
“เอ่อ...หมอคะ คือฉันค่อนข้างโง่ที่หมอพูดมาหมายความว่าอะไรเหรอคะ”
“ไม่ได้หมายความว่าอะไรค่ะแค่จะบอกว่าระหว่าง่สองเดือนแรกคุณแม่ต้องระวังตัวเองมากๆค่ะ ไม่อย่างนั้นจะกระทบไปถึงน้องในท้องได้”
“ค่ะ” มะยมตอบรับอย่างงงๆ
หมอมะขามยิ้มให้มะยมก่อนจะถามเื่ทั่วไปหลังจากนั้นไม่ทราบว่าเธอคุยกับหมอมะขามยังไงเลยกลายเป็ว่าทั้งสองคนแลกเบอร์ติดต่อกันไปแล้วอีกทั้งหมอมะขามยังจะไปช่วยเธอเลือกเฟอร์นิเจอร์กับเธอด้วยในวันพรุ่งนี้ เพราะห้องของเธอจะเสร็จเร็วกว่ากำหนดที่วางไว้จากหนึ่งเดือนเป็ในสองสัปดาห์เมื่อกี้ระรินส่งข้อความมาบอกมะยมเนื่องจากทางเมืองได้ทำการเพิ่มหุ่นยนตร์ก่อสร้างที่จะมาช่วยคนทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนทำให้บ้านใหม่ของเธออย่างอพาร์ทเมนท์จะเสร็จภายในสองสัปดาห์
มะยมบอกลาหมอมะขามก่อนจะเดินทางออกจากโรงพยาบาลไปอย่างงงๆ
“อยู่ๆฉันก็มีเพื่อนใหม่”มะยมหัวเราะขำตัวเอง วันนี้เธอตั้งใจว่าจะเดินเที่ยวเล่นในสวนเปิดเสียหน่อยส่วนเปิดคือสวนที่ทำเลียนแบบป่าดงดิบมีสัตว์ป่ามากมายจัดว่าเป็สถานที่เที่ยวที่อันตราย หากอยากเข้าเธอจะต้องใส่ชุดป้องกันสำหรับแม่และเด็กที่จะคอยวัดอุณหภูมิ และการเต้นของหัวใจ ชุดนี้ถูกแบ่งออกเป็สำหรับเด็กเล็ก เด็กโตไปจนถึงผู้สูงอายุและมีแยกย่อยเป็สำหรับแม่และเด็กคือสำหรับคนท้องรวมทั้งยังมีชุดสำหรับคนพิการอีกด้วย เรียกได้ว่าปลอดภัยสุดๆแต่ทำไมถึงบอกว่าเป็สถานที่เที่ยวอันตรายนั้นเนื่องมาจากภายในสวนเปิดสัตว์อะไรก็มีหมดนั่นทำให้อาจเกิดเหตุการณ์ที่สัตว์โจมตีนักท่องเที่ยวได้นั่นเอง
ถามว่ามะยมกลัวไหม คำตอบคือไม่ ยาที่เธอฉีดออกฤทธิ์ดีมากจากนี้ต่อไปเก้าเดือนไม่ว่าเธอทำอะไรบ้าบิ่นแค่ไหนลูกของเธอจะไม่มีทางจากเธอไปแน่นอนยกเว้นว่าเธอจะถูกแรงที่เท่ากับรถบรรทุกชนถึงจะอาจเกิดความเสี่ยงกับเ้าตัวเล็ก นอกนั้นก็หายห่วงไปได้เลย
มะยมเดินไปเปลี่ยนชุดก่อนจะเดินเข้าไปในสวนเปิดภายในมีบรรยากาศที่ชื้นแฉะแบบป่าดงดิบเธอเดินเข้าไปอย่างระมัดระวังข้างหน้าของเธอเป็คู่รักส่วนด้านหลังของเธอเหมือนจะเป็กลุ่มนักศึกษาเพราะเมื่อพวกเขาเดินเข้ามาก็พากันจดบันทึกแว่วว่าเหมือนจะเป็การบ้านที่จะต้องส่งครูในสัปดาห์หน้า
มะยมเดินมองไปรอบๆอย่างใจลอยโดยที่เธอไม่รู้ตัวเธอรู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่มีคนที่ใส่ชุดป้องกันสีเหลืองร้องแล้วชี้มาที่เท้าขาของเธอเมื่อเธอก้มลงไปมองที่ขาของเธอพลันเห็นว่ามันมีงูสีดำตัวใหญ่ขนาดเท่าแขนของผู้ใหญ่ยาวเกือบสองเมตรพันอยู่แต่เนื่องมาจากชุดที่ใส่ต่อให้มันจะพยายามฉกหรือรัดอย่างไรก็ไม่ได้มีผลกับมะยม
หญิงสาวเอียงคอมองงูที่รัดขาของเธองูสีดำเมื่อเห็นเหยื่อมองลงมาที่มัน มันจึงยกคอมองกลับอย่างหงุดหงิดอาหารของมันตัวนี้ยืนนิ่งอยู่กับที่นานมาก มันจึงสามารถเลื้อยมารัดไว้ได้ทุกทีแค่ออกแรงนิดเดียวไม่ต้องฉกให้เสียเวลาก็กินได้แล้วแต่นี่อะไรมันทั้งรัดทั้งฉกกลับไม่รู้สึกมารู้สึกเพราะเ้าตัวใหญ่สีเหลืองร้องนี่มันหยามกันชัดๆ
ฟ่อ!!!!
ทำไมมันถึงกัดไม่เข้าละงูใหญ่สีดำไม่เข้าใจ มันหงุดหงิดจนในที่สุด มันก็หมดความอดทน จัดการอ้าปากพุ่งเข้าไปเขมือบหัวของเ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้ทันทีมันคิดแค่ว่าอย่างไรน้ำย้อยของมันก็น่าจะจัดการเ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้ได้
นักท่องเที่ยวที่อยู่รอบข้างต่างร้องขึ้นด้วยความหวาดกลัวเมื่อเ้างูยักตัดสินใจอ้าปากเขมือบเหยื่อติดอยู่อย่างเดียวตอนนี้มันกลับลอยอยู่ในอากาศก่อนจะตกลงในลำธารอีกฟากของป่าเสียอย่างนั้น
ฟ่อ!!!!! อะไร แล้วเหยื่อของมันล่ะ หายไปไหนแล้ว....
เ้างูงงอยู่ในลำธารจนกระทั่งเช้า
มะยมมองงูที่พุ่งเข้ามาก่อนจะอาศัยแรงที่พุ่งขึ้นมาของมันเหวี่ยงงูตัวนั้นไปยังฝากที่ไม่เปิดให้ผู้ชมเข้าเธอเก่งในการต่อสู้ระยะประชิดหน่วยรบพิเศษต้องสามารถสู้ได้กับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดสัตว์เองก็ไม่มีข้อยกเว้นและนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเธอที่เธอทำอย่างนี้ แต่อาจเพราะไม่ได้ทำแบบนี้มานานมือของเธอเลยอดสั่นไม่ได้เนื่องจากเ้างูตัวนั้นค่อนข้างหนักอยู่เหมือนกันหญิงสาวทำสิ่งนี้ในเวลาไม่ถึงนาที เธอทำเหมือนไม่อะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเดินหน้าต่อเนื่องจากเมื่อกี้เธอเหม่อลอยนานไปหน่อยครั้งนี้เธอจะต้องระวังมากขึ้นแต่อย่างไรก็ดีเธออดรู้สึกไม่ได้ว่างูตัวนั้นค่อนข้างซื่อบื่อเห็นอยู่ชัดๆว่าอย่างไรก็กัดไม่เข้าก็ยังจะพยายามกัดเธออย่างโง่ๆอีกมะยมหมดคำพูดกับมันจริงๆ
ส่วนนักท่องเที่ยวคนอื่นได้แต่มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างงงๆคนท้องเดี๋ยวนี้มีแรงมากขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ใช่ว่าต้องบอบบางนิดหน่อยก็ล้มก็เป็ลมไม่ใช่เหรอ อย่าว่าแต่ผู้ชมแม้แต่ยามรักษาความปลอดภัยที่เตรียมออกมาช่วยก็อดงงไม่ได้
มะยมเดินเข้าไปในส่วนลึกสุดของสวนเปิดแห่งนี้ถึงจะชื่อว่าสวนเปิดแต่จริงๆเป็เหมือนโดมแก้วขนาดใหญ่ต่างหากอีกทั้งยังมีความสูงเท่ากับตึกร้อยกว่าชั้นเพื่อที่จะสามารถใสู่เาจำลองได้อีกด้วยดูจากภายนอกคุณจะไม่เห็นว่ามันมีกระจกแก้วกันอยู่แต่คุณจะเห็นเป็ป่าแล้วแต่สถานที่บางที่ก็ป่าดิบชื้นบางที่ก็เป็ทะเลทราย หรือกระทั้งเป็มหาสมุทรดังนั้นมันจึงถูกเรียกว่าสวนเปิด
หญิงสาวรู้สึกว่าสัตว์ตัวเล็กอย่างกระรอกที่ปีนอยู่บนตัวเธอตอนนี้ค่อนข้างตลกอยู่ไม่น้อยมันขึ้นมานั่งบนบ่าเธอ พอเธอขยับตัวมันก็ตบที่บ่าเธออย่างไม่พอใจหรือจะเป็เสือลายพาดกลอนตัวใหญ่เมื่อกี้ที่พุ่งตัวออกมาจากข้างทางสร้างความใให้กับนักท่องเที่ยวไม่น้อยแต่เมื่อมันเห็นคนที่ใส่ชุดป้องกันหลากสีก็เบรกตัวจนก้นกระดกก่อนจะหมุนตัวกระโจนเข้าพุ่มไม้ที่มันวิ่งออกมาเสียอย่างนั้น
มะยมไม่ได้อยู่กับที่นานนักและเหมือนเ้ากระรอกก็รู้ว่าเก้าอี้ตัวนี้ของมันจะไปแล้วมันจึงปีนลงจากตัวของมะยมก่อนจะปีนกลับขึ้นต้นไม้ไป
หญิงสาวมองเวลาก่อนจะเดินหันหลังกลับเธออยู่ในนี้นานมากแล้วและตอนนี้รู้สึกหิวอยากหาอะไรมากินรองท้องเสียหน่อย ดังนั้นเธอจึงเดินหาประตูทางออกระหว่างเดินหาอยู่นั้นเธอบังเอิญหันไปเห็นแผ่นหลังของธารินแวบๆแต่ในเมื่อจบกันไปแล้วมะยมจึงทำเป็ไม่เห็นแล้วเดินออกไปจากสวนเปิดอย่างไม่สนใจก่อนจะเดินไปแวะหาข้าวกิน
มะยมตัดสินใจว่าจะหาลูกแมวหรือลูกหมามาเลี้ยงเมื่อเธอคลอดลูกจะได้ให้มันคอยเป็บอดี้การ์ดขนปุยให้กับลูกเธอแค่คิดก็น่ารักมากแล้ว
ตัดสินใจแล้วพรุ่งนี้ตอนไปซื้อของจะต้องมีการไปหาซื้อสัตว์เลี้ยงด้วย