“ อะแฮ่ม!! ”
ด้วยดวงตาที่งดงามทำให้หวังเฟยหลงไม่อาจวางสายตาลงได้ แต่เมื่อได้ยินเสียงไอของเซียถิงถิงเขาจึงจำเป็ต้องละสายตาจากิซูเมิ่ง หันมาสนใจผู้จัดการสมาคม ที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะรับแขก เขาเป็ชายชราคนหนึ่งที่มีอายุมากพอสมควร แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเขา อายุขัยก็น่าจะมากกว่าคนทั่วไป เมื่อเห็นว่าหวังเฟยหลงสนใจเขาแล้วเขาจึงบอกให้นั่งที่โต๊ะ
[ ซินกู้เหลิน Lv.?? ]
แม้ว่าเขาจะเป็คนเชิญมาแต่ตอนนี้สายตาที่อีกฝ่ายมองหวังเฟยหลงมันแผงด้วยความไม่พอใจ ความอาฆาตอย่างไรอย่างนั้น เขาเดินเข้าไปและนั่งที่โต๊ะตามที่ผู้จัดการบอก แม้ว่าเซี่ยถิงถิงจะออกไปแล้ว แต่ผู้จัดการก็ยังเงียบและใช้สายตามองเขาด้วยความไม่พอใจเหมือนเดิม
“ อะแฮ่มๆ!! ท่านผู้าุโ ท่านไม่พอใจอะไรข้าหรือไม่ขอรับ!? ”
“ เปล่าหรอก ข้า ผู้จัดการสมาคมการค้าทมิฬ ซินกู้เหลิน เรามาเข้าเื่ของเราเลยดีกว่า…ที่ข้าเชิญเ้าขึ้นมาเพราะอยากจะคุยเื่ในอนาคต ข้าอยากรู้ว่าเ้าได้อาวุธเ่าั้มาจากไหน ”
“ ต้องช่างตีเหล็กประจำตัวข้าอยู่แล้ว!! ขอย้ำว่าประจำตัวไม่ใช่ประจำตระกูลนะขอรับ…หรือว่าท่านอยากจะผูกขาดอุปกรณ์จากข้อหรือ!? ”
“ ใช่แล้วข้าอยากให้เ้านำมันมาประมูลที่สมาคมการค้าทมิฬของเราเท่านั้น ”
“ ไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงท่านรักษาความลับว่าข้าเป็เ้าของก็พอ ”
“ อืม!! เื่นี้ง่ายมาก และเื่ของค่าธรรมเนียม ข้าจะลดให้ครึ่งหนึ่ง ”
“ ข้าชอบที่ท่านผู้าุโใจกว้างแบบนี้จริงๆ แต่ข้า…ขอถามได้หรือไม่ว่านางคือใคร ถึงได้ฟังเื่สำคัญของเราแล้วนางจะเก็บความลับของข้าใช่หรือไม่!? ”
เมื่อพูดถึงนาง ตาแก่คนนี้จะมีปฏิกิริยา หวังเฟยหลงหลี่ตามองไปที่ชายแก่อย่างชอบใจ ตาแก่นี่เป็ผู้าุโ ไม่ว่าเขาจะโกรธอย่างไร หากไม่ใช่เื่คอขาดบาดตาย เขาไม่มีทางลงมือกับผู้เยาว์แน่นอน ไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่ารังแกผู้เยาว์เอาได้
“ เธอคือหลานสาวของข้า ซินเมิ่ง !! ”
“ ซินเมิ่ง!?? ”
เมื่อได้ยินชื่อที่ตาแก่ซินกู้เหลินพูดเขาก็ขมวดคิ้ว หันไปมอง ิซูเมิ่งที ตาแก่ทีสลับไปหาพร้อมกับเอามือลูบคางราวกับกำลังใช้ความคิด ทั้งสองจึงขมวดคิ้ว และสงเกตท่าทีของหวังเฟยหลงอย่างจริงจัง หวังเฟยหลง
“ อืม…เป็ชื่อที่ไพเราะดี แต่ข้าว่าถ้าเปลี่ยนเป็ หวังซูเมิ่ง น่าจะไพเราะกว่า ท่านว่าไหมท่านตา!? ”
“ เ้า!! เ้าเป็ใครกันแน่ ”
“ เอาหน่า!! ข้าแค่หยอกเ้าเล่นเอง ข้าขอโทษด้วย ข้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี ผู้าุโ ข้าก็ต้องขอโทษท่านแช่นกัน ข้าเห็นท่านดูเคร่งเครียดจึงถือวิสาสะพูดออกไป ”
ิซูเมิ่งถึงกับยืนขึ้นเมื่อได้ยินหวังเฟยหลงพูดแบบนั้น ตามคำพูดของหวังเฟยหลงมันหมายความว่าเขาพูดหยอกล้อิซูเมิ่ง และที่สำคัญทำไมหวังเฟยหลงถึงพูด หวังซูเมิ่งแทนที่จะเป็ หวังเมิ่ง มันให้ความรู้สึกเหมือนหวังเฟยหลงรู้ชื่อที่แท้จริงของเธอ ส่วนตาแก่ เนื่องจากเป็ผู้าุโจึงไม่สามารถลงไม้ลงมือกับผู้เยาว์ได้ด้วยเื่เล็กๆน้อยๆ แม้จะไม่พอใจก็ตามที ตาแก่จึงถามหวังเฟยหลงด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ แล้วเหตุถึงเป็ ซูเมิ่ง แทนที่จะเป็ เมิ่งเฉยๆ ”
“ เพราะองค์หญิงน้อยข้าชื่อ หวังซูซ่านไง มีคำว่าซูเหมือนกันจะได้ดูเหมือนพรหมลิขิต ”
“ คราวหน้าคราวหลัวอย่าได้หยอกเย้ากับใครเช่นนี้อีก ไม่เช่นนั้นจะสร้างความขุ่นเคืองให้สตรีได้ง่ายๆ ”
“ ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าก็ไม่ได้หยอกเย้าใครไปทั่วเสียหน่อย…หากไม่มีอะไรแล้วข้าข้อตัวกลับก่อนนะ ”
“ เดี๋ยวก่อน ข้ามีเื่จะถามเ้าอีก!! ”
เป็อย่างที่หวังเฟยหลงคิด มันไม่มีทางที่ผู้จัดการสมาคมจะมาคุยเื่ผู้ขาดนี้ด้วยตัวเอง เพราะผู้จัดการประมูลสามารถดำเนินได้เองอยู่แล้ว และไหนจะตอนที่หวังเฟยหลงเย้าหยอกิซูเมิ่งแต่ตาแก่ก็ไม่ลงมือสั่งสอนใดๆสักนิดแม้ตัวเขาจะไม่พอใจขนาดไหนก็ตาม มันหมายความว่ามันมีสิ่งที่พวกเขาอยากได้ และก็คงจะไม่ใช่แหวนเขาด้วย
“ ขอรับ!? ”
“ เท่าที่ข้ารู้ ร่างกายของเ้าไม่สามารถฝึกในได้ไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมตอนนี้เ้าสามารถฝึกฝนได้? แถมยังงแข็งแกร่งขนาดนี้ภายในสามเดือนอีกต่างหาก ”
หวังเฟยหลงใกับคำถาม เื่ร่างกายทรราชเป็ความลับใหญ่ของหวังเฟยหลง และไม่สามารถพูดออกไปได้ง่ายๆ ที่สำคัญเขาไม่รู้ว่าตาแก่คนนี้รู้เื่ร่างกายนี้มากน้อยเพียงใด เขาจะพูดออกไปไม่ได้เด็ดขาด
“ ก็จริงขอรับที่ร่างกายของข้าไม่สามารถฝึกฝนได้ด้วยบางอย่างทำให้ตอนนี้ข้าสามารถฝึกฝนได้ แต่ว่ามันค่อนข้างเป็ความลับที่ยิ่งใหญ่ของข้า ข้าคงไม่สามารถพูดกับคนอื่นได้ แม้แต่บิดา มารดาและน้องสาวข้ายังไม่ได้พูดเลย ”
“ เ้า้าอะไรถึงจะบอกข้าได้ ขอแค่อยู่ในขอบเขตของข้า ข้าจะจัดการให้เ้าแน่นอน ”
“ อืม!!...เช่นนั้นให้แม่นางถอดผ้าคลุมหน้า ขอเเพียงข้าเห็นใบหน้าของนาง ข้าจะบอกว่าข้าสามารถฝึกฝนได้อย่างไร ”
“ เ้า!! ”
ตาแก่เงียบไม่พูดอะไร ทำเพียงมองไปที่ิซูเมิ่งเท่านั้น ส่วนเธอนั้นทุบโต๊ะและยืนขึ้นด้วยความไม่พอใจ มันเหมือนกับหวังเฟยหลงตั้งใจเย้าหยอกเธอ เสียมากกว่า แต่เหมือนว่าเื่นี้จะสำคัญกับเธอมากเธอจึงกัดฟันและถามออกไป
“ เ้ามั่นใจใช่ไหมว่าจะพูด ขอเพียงแค่ข้าเปิดหน้า!? ”
“ แน่ใจสิ เกิดเป็บุรุษ คำพูดย่อมคมกว่ามีด!! ”
“ ดี เช่นนั้นก็รักษาคำพูดด้วย ”
ิซูเมิ่งปลดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าอันงดงามของเธอ ทำให้หวังเฟยหลงไม่อาจละสายตาจากเธอได้ เธองดงามราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย เขายังไม่เคยเจอใครงดงามบริสุทธ์ขนาดนี้มาก่อนเลย ตอนนี้เองหัวใจของเขาก็เต้นรัวๆด้วยความรุนแรง คำว่างามเมืองล้มไม่เกินจริง ไม่แปลกเลยว่าเหตุใดเธอจึงต้องปิดหน้าด้วยผ้าคลุม ผ่านไปสักพักเขาก็ไม่อาจหลุดจามความงามนี้ได้จนิซูเมิ่งพูดขึ้นมา
“ เ้าจะมองอีกนานไหม? รีบพูดมาเร็ว ”
“ …เื่นี้ต้องโทษเ้านะ เพราะเ้างดงามจนข้าไม่อาจจละสายตาได้เลยจริงๆ!! เอาละๆ ข้าจะพูดก็ได้ ข้าแช่สมุนไพรไงละ!! ”
“ ห้ะ!! แค่นี้หรอ? ”
“ ใช่!! ก็ข้าแช่สมุนไพร และฝึกวรยุทธตระกูล มันแปลกตรงไหนหรือ?? ”
“ เ้ากล้ามีเล่ห์เหลี่ยมกับข้าหรือ!! ”
“ เห้ๆ!! แม่นางต้องขอบคุณข้านะ เพราะจริงๆเื่นี้เ้าสามารถสืบได้เองว่าข้าแช่สมุนไพรอะไรบ้าง เ้าจะหาว่าข้าเอาเปรียบไม่ได้ ในเมื่อข้าแค่เห็นใบหน้าอันงดงามของเ้าเท่านั้น!! จะเสียดายก็ตรงที่นิสัยใจร้อนของเ้าเนี่ยแหละ!! ”
คำพูดของหวังเฟยหลงทำทั้งสองคนใจเย็นลง ตามคำพูดของหวังเฟยหลง มันอยู่ที่สมุนไพร และด้วยอำนาจของสมาคมการค้าทมิฬ การจะสืบเื่นั้นมันไม่ใช่เื่ยาก และหวังเฟยหลงไม่ได้ฉวยโอกาสในการเรียกร้องสิ่งของราคาแพง ต้องถือว่าเป็คนไม่เอาเปรียบ แต่เหมือนว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่พวกเขา้า
“ มีแค่นี้หรือ!? ”
“ ก็มีแค่นี้แหละ เ้า้าอะไรอีกเล่า…ผู้าุโ หลานสาวของท่านช่างใจร้อนเสียจริง!! หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ แม่นางก็เช่นกัน ”
เมื่อหวังเฟยหลงเดินจากห้องไป ทั้งสองก็มองหน้ากัน พวกเขาทำท่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ชายแก่ลุกขึ้นและเดินไปหาิซูเมิ่ง
“ คุณหนูขอรับ ข้าจะให้คนไปสืบเื่นี้ ”
“ ผู้าุโ ท่านว่าเขาจะรู้เื่ร่างกายทรราชหรือเปล่า หรือร่างกายเขาแคป่วยและหายดีไปเอง ”
“ เราต้องจับตาดูต่อไป แต่ด้วยความเร็วในการฝึกฝนรวมกับต้องแช่สมุนไพรทุกวันเช่นนี้ มีความเป็ไปได้มากว่าเขาจะมีร่างกายทรราช ”
“ ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่เราต้องจับตาดูต่อไป ไม่แน่เขาอาจจะได้รับอะไรบางอย่างมา ถึงได้ฟื้นคืนจากความตาย และแข็งแกร่งเร็วเช่นนี้ ”
“ คุณหนู ข้าสงสัยว่าทำไมเราไม่ไปเอาตำราจากราชวงศ์ละขอรับ?”
“ เพราะราชวงค์มีแค่ส่วนเดียว มันยังขาดอีกส่วนหนึ่ง เพราะฉนั้นไม่ว่าจะมีโอกาสเล็กน้อยแค่ไหนเราก็ต้องคว้าเอาไว้ ”
หลังจากที่หวังเฟยหลงลงมาจากชั้นสี่ เื่สินค้าประมูลก็เสร็จแล้ว ก่อนออกจากสมาคมการค้า เซี่ยถิงถิงได้ยื่นบัตรใบหนึ่งมาให้เขา มันคือบัตรสมาคมการค้าทมิฬที่มีมูลค่า 10 ล้านเหรียญ สามารถใช้ในซื้อหรือประมูลได้ตามที่เขา้าภายในสมาคมการค้าทมิฬ มันเป็เหมือนบัตร VIP ที่จะได้รับเมื่อเป็แขกคนสำคัญของสมาคมการค้าทมิฬเท่านั้น มันคือการลงทุนของสมาคมที่จะได้ร่วมงานกันในระยะยาว
เขาใช้เวลาที่เหลือในการเดินเที่ยวชมในเมือง หาของกินอร่อยๆ และคอยมองหาสิ่งของจากข้างทางเผื่อจะเจอของดีเหมือนกับแหวนมิติของเขา แต่เขาก็ไม่ได้โชคดีขนาดนั้น ใช้เวลาเกือบทั้งวันในการเดินทั่วทั้งเมืองๆจากนั้นก็กลับตระกูล พวกเขาทั้งสามคนไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีคนคอยสะกดรอยตามพวกเขาอยู่และตามคนหวังเฟยหลงถึงตระกูล ยังโชคดีที่เขาไม่กล้าแฝงตัวเข้าตระกูล
“ เฟยหลง เ้าจะไม่ตัดใจเื่ช่างตีเหล็กจริงๆหรือ? ”
“ บุรุษพูดแล้วต้องไม่คืนคำ ท่านอยากเห็นข้าเป็คนไม่รักษาคำพูดหรือ? ”
“ ไม่ใช่อย่างนั้น!!...เช่นนั้นข้าช่วยเ้าดีหรือไม่!? ”
“ ไม่ ถ้าท่านช่วยข้า เขาก็ไม่ใช่ช่างตีเหล็กประจำตัวข้าสิ ”
“ แล้วเ้าจะหาเงินจากไหน แค่เบี้ยรายเดือนของเ้าไม่พอใช้หรอกนะ!! ”
“ ท่านไม่ต้องห่วงหรอก ข้าสามารถจัดการได้ ท่านรอดูอยู่เฉยๆ และอย่าให้พวกผู้าุโพวกนั้นเข้ามายุ่งเื่ของข้าก็พอ ที่เหลือข้าจัดการเอง…เชื่อมือข้าเถอะ ข้าคือลูกชายของท่านนะ!! ”
หวังกังมาคุยกับหวังเฟยหลงเมื่อเห็นเขากลับมาถึงบ้าน ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไรเขามองไม่เห็นทางออกเลยว่าหวังเฟยหลงจะเลี้ยงดูแลช่างตีเหล็กได้อย่างไร หาเงินเองยังไม่ได้เลย แต่เมื่อลูกชายเขาพูดเช่นนี้เขาก็ไม่อาจขัดได้ ทำได้เพียงรอดูเท่านั้น
……….
ถึงวันงานประมูล หวังเฟยหลงเดินทางไปงานประมูลพร้อมกับตงหยางและเซียงหลาน การจะเข้าร่วมงานประมูลได้นั้นต้องวางเงินมัดจำ หนึ่งแสนเหรียญเสียก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อขัดคนเข้าร่วมที่สามารถประมูลได้ เพราะสิ้นค้าประมูลรอคาถูกสุดก็หลายหมื่นแล้ว และอาจแพงถึงหนึ่งล้านเลยก็ได้
หลังจากที่พวกหวังเฟยหลงมาถึงหน้าทางเขาก็เห็นคนจำนวนมากกำลังต่อแถวเพื่อทำเื่เข้าร่วมงานประมูล โดยมีทั้งนายน้อยตระกูลต่างๆ หรือแม้แต่คนของเ้าเมือง เพราะงานประมูลของสมาคมการค้าทมิฬมีของหายากมาทุกเดือนอยู่แล้ว มันจึงถือว่าเป็งานที่ห้ามพลาด
และจากชื่อเสียงของหวังเฟยหลงไม่แปลกเลยที่เขาจะโดนคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ เพราะกลัวว่าหวังเฟยหลงจะสร้างปัญหาเหมือนอย่างเคย แต่หวังเฟยหลงหาได้สนใจไม่ หากเขาต้องไปสนใจความคิดคนอื่นตลอดเขาคงเป็บ้าตายไปแล้ว แต่เหมือนพวกตงหยางจะไม่ชิน พวกเขารู้ตัวตนของเ้านายพวกเขา จึงไม่อยากให้ใครมาว่าร้ายเ้านายของตนเอง พวกเขาจึงได้พยายามโต้เถียงแต่ก็ไม่อาจชนะคนหมู่มากและเื่ราวในอดีตก็เป็สิ่งที่หวังเฟยหลงเคยยทำมาจริงๆ เขาไม่สามารถหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองได้