ตู้ม!!!
การะเิครั้งสุดท้ายรุนแรงอย่างไม่มีขอบเขตเป็การฟาดผ่าอย่างบ้าคลั่งคล้ายกับจะเป็ครั้งสุดท้าย
ราวกับการพิพากษาจากทวยเทพมาเยือน กลิ่นอายแห่งความหายนะอันน่าสะพรึงกลัวไร้ขอบเขตได้แผ่ซ่านไปทั่วสิบทิศเกิดเสียงสั่นะเือย่างรุนแรงไปทั่วน่านฟ้าราวกับเสียงคำราม
“น่าหวาดกลัวมาก!”
เหล่าสัตว์ิญญาต่างพากันหน้าถอดสีพวกมันต่างถอยหลังออกไปอีกหลายก้าว
อวิ๋นเฟยเฟิ่งรู้สึกหนังศีรษะชาและได้แต่กลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้เห็นการลงทัณฑ์์หากว่าไม่อาจต้านทานการลงทัณฑ์์ได้ก็คงตายอย่างไม่ต้องสงสัย
จนกระทั่งเมฆาครึ้มสีดำที่ก่อตัวขึ้นอย่างหนาแน่นบนน่านฟ้านั้น พลันค่อยๆหายไปอย่างเงียบๆและท้องนภาก็กลับไปสงบเช่นเดิม
อีกด้านหนึ่งในสำนักฟ้าคราม
ภายใต้แสงเงาเส้นผมยาวของสตรีเปรียบดังหิมะพลิ้วไหวงดงามและอ่อนช้อยดังสายน้ำใบหน้าบริสุทธิ์งดงาม นั่งสมาธิอยู่อย่างสงบ ก่อนจะลืมตาขึ้นฉับพลันเมื่อััถึงบางอย่างนอกเขตอาคม
เ้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามคนปัจจุบัน นามว่า’ จู้กู่ชิง’ เป็เ้าสำนักสาวสวยวัย35ปี แต่หน้าตากลับเยาว์วัยดังสาวน้อยอายุ20ปีเท่านั้นเอง นางมีชื่อเสียงขจรไปไกลถึงต่างแคว้นทั้งยังมีพลังิญญายุทธ์ระดับนภาขั้นกลาง
เหล่าผู้าุโในสำนักต่างก็รับรู้ถึงความผิดปกติภายในเขตอาคมกันถ้วนหน้าจึงเกิดความโกลาหลขึ้น และมารวมตัวกันหน้าตำหนักของเ้าสำนักเพื่อรอคำสั่ง
"เกิดอะไรขึ้น หรือจะมีเด็กๆหลงเข้าไปที่เขตอาคม!"เสียงเครียดจากผู้าุโท่านหนึ่งเอ่ย
"จะเป็ไปได้อย่างไร เขตอาคมไม่ใช่ว่าจะผ่านก็ผ่านเข้าไปได้ง่ายๆ"ผู้าุโอีกท่านแย้งขึ้น
ต่อให้เป็เหล่าผู้าุโในสำนักเองก็ยังไม่สามารถผ่านเข้าไปในเขตอาคมที่เ้าสำนักได้เชิญบุคคลสำคัญจากแดนเซียนมาผนึก! แล้วนับประสาอะไรกับเหล่าเด็กๆแต่ละที่มีพลังิญญายุทธ์เพียงแค่ระดับแก่นแท้!
ในกลุ่มบรรดาผู้าุโทั้งหลายที่มารวมตัวกัน มีผู้าุโท่านหนึ่งสภาพไม่เหมือนกับเป็ผู้าุโเท่าไหร่นักเขาสวมใส่ชุดสีกรมซีดๆเหมือนผ่านการซักมานับครั้งไม่ถ้วน ผมเฝ้าไม่เป็ระเบียบเรียบร้อยอย่างที่ผู้าุโควรจะเป็ หากยืนอยู่ใกล้ๆจะได้กลิ่นสุราเต็มตัว เขานั่งหลับตาฟังคนอื่นๆพูดคุย โดยไม่พูดจาใดราวกับคนที่หลับไปแล้ว
เขาก็คือมู่ซงอวิ๋นผู้าุโขี้เมาที่เชียวโม่ฉือได้บอกกล่าวกับอวิ๋นเฟยเฟิ่งให้กราบเป็อาจารย์นั้นเอง
"เ้าสำนัก! ท่านมาแล้ว"ผู้าุโท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อมองเห็นว่าเ้าสำนักจู้กู่ชิงมาถึงแล้ว ทำให้ทุกคนต่างก็เงียบเสียงลง
"ไม่ต้องแตกตื่นไป ข้าจะไปดูก่อน ผู้าุโมู่ท่านไปกับข้า"เ้าสำนักจู้กู่ชิงเอ่ยด้วยท่าทางสงบ และมองไปที่ผู้าุโมู่ที่นั่งหลับตาอยู่
"อืม"มู่ซงอวิ๋นลืมตาและขานรับดังคนปกติราวกับว่าเขาไม่ได้ดื่มสุราเลยสักจอก และติดตามเ้าสำนักออกไปทันที
นอกเขตอาคม
อวิ๋นเฟยเฟิ่งและเหล่าสหายตอนนี้เดินทางมาถึงเขตอาคมแล้วแต่ก็ยังหาทางกลับเข้าไปไม่ได้ จึงนั่งพักเหนื่อยเมื่อพวกเขาหาทางออกกันมาหนึ่งชั่วยามแล้ว
"พักกันก่อนเถอะ ข้าหิวแล้วล่ะ"โจวจื่อซินเอ่ยพลางนั่งลงอย่างหมดแรง
"ก็ดีเหมือนกัน"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเห็นด้วย ตอนเข้ามาทำไมมันง่ายกว่าตอนจะออกไป ถึงแม้ว่านางจะมีพลังิญญายุทธ์ระดับเทวะแต่ก็ไม่สามารถจะฝ่าค่ายกลนี้ออกไปได้เลย
"นายหญิงค่ายกลนี้เป็ค่ายกลกักขังมารปีศาจ มีเพียงแค่บุคคลที่มีกุญแจในการเปิดเท่านั้นจึงจะเปิดได้ ถ้าเรายังหาประตูเชื่อมไม่เจอ เกรงว่าเราคงต้องรอให้มีคนมาเปิดให้เท่านั้น"ราชสีห์เวหากล่าว
ไม่ใช่ว่าราชสีห์เวลากับปักษาัจะไม่สามารถออกไปได้ แต่ค่ายกลนี้ก็ไม่อาจดูแคลนได้ ขอเพียงหาประตูเชื่อมระหว่างเขตอาคมเจอมันก็สามารถพาทุกคนออกไปได้
ถึงแม้ว่าพวกมันจะมีพลังที่สูงส่งแต่ถ้าจะใช้พลังทั้งหมดทำลายเขตอาคมนี้ เกรงว่าสัตว์ิญญารวมถึงสัตว์เทพอีกมากมายมหาศาลในป่านี้จะหลุดออกไปได้ และหากเป็เช่นนั้นด้วยระดับพลังิญญายุทธ์ของดินแดนมนุษย์จะไม่สามารถยับยั้งพวกมันได้ เื่นี้อวิ๋นเฟยเฟิ่งก็เห็นด้วยจึงต้องหาประตูเชื่อมระหว่างเขตอาคมให้เจอเท่านั้น
ระหว่างที่พักผ่อนกันอยู่อวิ๋นเฟยเฟิ่งก็แวบออกไปเพื่อเข้าไปในมิติจิต โดยมีราชสีห์เวหาและปักษาัตามเข้ามาด้วย ซึ่งมีหงหงตัวน้อยรออยู่ด้านในอยู่แล้ว
ครั้งที่สัตว์เทพทั้งสองเข้ามาก็ทำให้พวกมันตกตะลึงและตื่นเต้นดีใจ เมื่อรู้ว่าเ้านายคนสวยมีธาตุมิติ พวกมันชอบข้างในนี้เป็อย่างมากทั้งพลังปราณฟ้าดินที่หนาแน่นกว่าในป่าลึกลับตั้งหลายเท่านัก และยังมีสระน้ำที่มีน้ำสีฟ้าอมเขียวน้ำตกขนาดกลางที่ไหลลงมาให้สดชื่น
พวกมันรู้ได้ในทันทีเลยว่านี้คือน้ำมรกต์! ซึ่งหาได้ยากยิ่งกว่าของล้ำค่าสิ่งใดในโลกใบนี้ เพียงแค่หยดเดียวก็ทำให้ผู้ฝึกตนทั้งหลายบ้าคลั่งได้แล้ว แต่นี่เ้านายของพวกมันมีเป็สระ!
เมื่อเดินผ่านสระน้ำตกมรกต์ผ่านประตูเข้าไปก็ยิ่งทำให้พวกมันตกตะลึงกับสิ่งของภายในห้อง ทุกอย่างเป็สิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน!
อวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่สนใจสัตว์เทพทั้งสองนางเดินเข้าห้องครัวแล้วหยิบมาม่าคัพหลายกล่องออกมาโดยมีหงหงเสียบหม้อน้ำร้อนรออย่างคล่องแคล่ว เพราะหงหงชินและรู้จักสิ่งของภายในเป็อย่างดีแล้ว ระหว่างรอน้ำเดือดอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ถือโอกาสอาบน้ำล้างตัวเปลี่ยนชุดใหม่
แน่นอนว่าในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนคอนโดหรูของอวิ๋นเฟยเฟิ่งนั้นมีอาหารสำเร็จรูปมากมายหลายอย่างเพราะตอนกลับจากกองถ่ายนางจะชอบหิวจึงซื้อติดห้องเอาไว้เยอะ แต่ไม่มีของสดเท่าไหร่นักเพราะไม่มีเวลาทำอาหาร
เมื่อต้มมาม่าเสร็จแล้วอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็เก็บมาม่าคัพที่มีหลากหลายรสชาติไว้ในแหวนมิติอีกทีเพื่อเอาไปให้เหล่าสหายกิน จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ได้บอกกับเหล่าสหายแล้วว่านางเป็คนของดินแดนเทพแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น ซึ่งทุกคนก็เข้าใจเื่บางเื่ก็ไม่ควรรู้
"ข้ามีของอร่อยๆให้พวกเ้าได้กิน มาลองสิอร่อยมากเลยนะ"เมื่อออกมาจากมิติจิตอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็นั่งลงและนำมาม่าคัพที่ต้มแล้วออกมาให้ทุกคนรวมถึงเหล่าสัตว์ิญญาด้วย
"นี่คืออันใดกันหรือ? หอมยิ่งนัก"อู๋เหล่ยสูดดมกลิ่นหอมเข้าปอดลึกแล้วถามอย่างสงสัย
"สิ่งนี้คงเป็อาหารของคนดินแดนเทพกระมัง"ฟางเจี้ยนิเอ่ยอย่างคาดเดาเมื่อเห็นอวิ๋นเฟยเฟิ่งนำออกมาจากแหวนมิติ
"แค่ได้กลิ่นก็ท้องร้องแล้ว"โจวจื่อซินรับมาม่ามาถือไว้เมื่ออวิ๋นเฟยเฟิ่งส่งให้
"ไม่คิดว่าอาหารของดินแดนเทพจะมหัศจรรย์ขนาดนี้รูปทรงแปลกตายิ่ง"หลิงซวงเอ่ยอย่างเหม่อลอย
อวิ๋นเฟยเฟิ่งที่ได้ยินเหล่าสหายเอ่ยก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆไม่ได้กล่าวอะไร จะให้บอกได้อย่างไรว่ามันเป็อาหารขยะของอีกโลกหนึ่ง แต่ถึงจะบอกว่ามาม่าเป็อาหารขยะแต่นางก็ชอบกินมากเพราะมันอร่อย ไม่ว่าจะเป็มาม่ารสใด ชาติใดนางก็จะซื้อมาลองทุกอัน
"อร่อยมาก!"หลิงซวง
"ข้าขออีกอันได้หรือไม่"อู๋เหล่ย
"ข้าด้วย!"โจวจื่อซิน
"รสชาติเหนือสามโลกไปเลย!"ฟางเจี้ยนิ
"..."อวิ๋นเฟยเฟิ่ง
จากนั้นแต่ละคนก็ขอเพิ่มกันคนละสองสามอันจนอิ่มจนขยับตัวไม่ได้ จึงได้แต่นั่งพูดคุยกันเพื่อย่อย
ครืด~
แต่แล้วก็มีเสียงเหมือนค่ายกลทำงานดังขึ้นห่างจากพวกเขาไปประมาณห้าจั้ง ทำให้ทุกคนต่างก็ยืนขึ้นมารวมตัวกันเหล่าสัตว์ิญญาและสัตว์เทพก็เตรียมพร้อมอยู่ข้างเ้านายของตนอย่างระวังภัยเต็มที่
ไม่นานก็มองเห็นเงาร่างสองคนกำลังเข้ามาและมุ่งหน้ามาทางพวกเขา เป็สตรีหนึ่งชายหนึ่งพุ่งมาอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดลงเมื่อมาถึง ซึ่งก็เป็ใครไปไม่ได้นอกจากเ้าสำนักฟ้าครามจู้กู่ชิงและผู้าุโมู่ซงอวิ๋น
"นี่พวกเ้า..."เมื่อมาถึงกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ทำให้เ้าสำนักยังสาวใไม่น้อย
เมื่อมองดูเด็กทั้งห้าคนซึ่งแต่ละคนมีพลังิญญายุทธ์ระดับนักรบขั้นต่ำ!กันทุกคน และยังมีสัตว์ิญญาสี่ตัวและสัตว์เทพสามตัวรวมอยู่ด้วย คาดว่าคงเป็สัตว์ในพันธสัญญาของเด็กเหล่านี้
"พวกเ้าคงเป็คนที่มาสอบคัดเลือกเข้าสำนักใช่หรือไม่"มู่ซงอวิ๋นถามขึ้น ทั้งยังใไม่ต่างจากเ้าสำนัก
โดยเฉพาะสัตว์เทพทั้งสามซึ่งมองดูแล้วระดับพลังิญญายุทธ์คงไม่ธรรมดาเลยสักตัว เพราะเขาไม่อาจตรวจวัดได้เลย ส่วนสัตว์ิญญาที่ยังจำแลงกายเป็มนุษย์ก็มีอายุไม่ต่ำกว่าหกหมื่นปี!
"ขอรับผู้าุโ ไม่ทราบว่าพวกท่านคือ....."ฟางเจี้ยนิก้าวออกมาและทำความเคารพทั้งสองและกล่าว
"ท่านนี้คือเ้าสำนักจู้กู่ชิง ส่วนข้าเป็ผู้าุโในสำนักนามว่ามู่ซงอวิ๋น"มู่ซงอวิ๋นเอ่ย
เมื่อได้ฟังมู่ซงอวิ๋นกล่าวทุกคนก็ทำความเคารพทั้งสองพร้อมเพรียง อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองไปยังมู่ซงอวิ๋นอย่างใช้ความคิดเมื่อนึกได้ว่าชื่อนี้เป็เซียวโม่ฉือเคยบอกกับนางเอาไว้ให้กราบเป็อาจารย์ จากที่ฟังเซียวโม่ฉือเล่าก็ไม่เห็นว่าเขาจะขี้เมาตรงไหนดูปกติดีทุกอย่าง จนกระทั่งลมพัดผ่านมาจึงได้กลิ่นสุราโชยมาจึงได้เข้าใจ
"เหตุใดพวกเ้าจึงเข้ามาในเขตอาคมได้ เกิดอะไรขึ้น"เ้าสำนักจู้กู่ชิงถามไถ่อย่างสงสัย
"เอ่อ..เรียนเ้าสำนักจู้พวกเราผู้น้อยก็ไม่ทราบว่าเข้ามาได้อย่างไรเ้าค่ะ"เป็อวิ๋นเฟยเฟิ่งที่กล่าว และแน่นอนว่าพวกนางได้เตรียมการเอาไว้แล้วว่าจะไม่บอกว่าพวกตนตั้งใจเข้ามา
"แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพวกเ้าระหว่างอยู่ที่นี้"เ้าสำนักจู้กู่ชิงถามพลางเบนสายตามองเป็นัยว่าพวกเ้าได้สัตว์ิญญาและสัตว์เทพมาได้อย่างไร
"เื่เป็เช่นนี้เ้าค่ะ เมื่อเข้ามาในที่นี้พวกเราก็ถูกสัตว์ิญญาเหล่านี้โจมตี และเพราะพวกเราร่วมมือกันจึงผ่านไปได้แต่ถึงกระนั้นก็าเ็สาหัสกันมากเ้าค่ะ พวกเราไม่คิดว่าจะติดในนี้นานขนาดนี้ จึงทำให้ในแต่ละวันมีสัตว์ิญญาเข้าจู่โจมไม่ว่างเว้น เพื่อเอาชีวิตรอดแล้วเหล่าผู้เยาว์จึงกัดฟันอดทนจนกว่าจะหมดเวลาทดสอบเ้าค่ะ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งหยุดพักแล้วเล่าต่อ
"แต่ทว่าถึงจะเป็แบบนั้นผลที่ได้กลับทำให้พวกเราได้พัฒนาฝีมือ มีความก้าวหน้ามากขึ้น ทั้งยังได้รับโชคลาภครั้งใหญ่อีกด้วยเ้าค่ะ เหล่าผู้เยาว์ต้องขอบคุณสำนักฟ้าครามเป็อย่างสูงที่มอบโอกาสให้เ้าค่ะ หากไม่แล้วเหล่าผู้เยาว์คงไม่มีสัตว์ในพันธสัญญาเช่นในวันนี้"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะรื่นหูโดยไม่ติดขัด และยังยกย่องสรรเสริญสำนักยุทธ์ฟ้าครามอีกด้วย
"ที่เ้าว่ามาข้าก็พอเข้าใจ แต่ว่าสัตว์เทพทั้งสามนี้เล่าพวกเ้ามีพลังิญญายุทธ์เพียงเท่านี้ แล้วทำได้อย่างไรกัน"มู่ซงอวิ๋นยังไม่หมดข้อสงสัย
"เรียนผู้าุโมู่ ข้าคือคุณหนูใหญ่หลิงซวงจากสมาคมฝึกสัตว์เ้าค่ะ ถึงแม้ว่าระดับพลังของผู้เยาว์จะไม่สูงแต่ก็พอมีประสบการณ์มาไม่น้อย และที่ผู้เยาว์สยบมันลงได้นั้นเป็เพราะมันได้รับาเ็ไม่มีแรงขัดขืนเ้าค่ะ ยอมรับเลยว่าบางตัวผู้เยาว์ใช้เวลาในการสยบมันถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆก็มีเ้าค่ะ"หลิงซวงรับ่ต่อ
"และท่านนี้คือคุณชายใหญ่ฟางเจี้ยนิจากสมาคมปราบปีศาจเ้าค่ะ ด้วยความสามารถของเขาในเื่เวทอักขระจึงช่วยทุกคนได้มากทีเดียวเ้าค่ะ"แน่นอนว่าในเมืองหลวงชิงเหลียนตระกูลหลิงของนางและตระกูลฟางเป็ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ใครๆต่างก็รู้จัก
"ที่แท้พวกเ้าทั้งสองก็คือคนตระกูลหลิงและตระกูลฟาง"มู่ซงอวิ๋นพยักหน้ารับรู้
"เอาล่ะ กลับสำนักกันก่อนเื่อื่นค่อยว่ากันทีหลังวันพรุ่งนี้ก็หมดเวลาสอบคัดเลือกแล้ว พวกเ้าผ่านทุกคน"เ้าสำนักจู้กู่ชิงเอ่ยเมื่อฟังเื่ราว แน่นอนว่าพวกเด็กหนุ่มสาวทั้งห้าคนนี้ผ่านโดยไม่ต้องพิจารณาเื่ใดอีก และนางจะให้พวกเขาเป็ศิษย์สายใน!เลยทันที
ด้วยพลังระดับนักรบขั้นต่ำซึ่งสูงกว่าทุกคนที่เข้ามาสมัคร ทั้งยังมีความสามารถมีชีวิตรอดจากสัตว์ิญญาและสัตว์เทพหรือแม้อาจจะมีแม้กระทั่งปีศาจอาศัยอยู่ที่นี่เป็เวลาเกือบเดือน ยังมีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ได้นับว่าไม่อาจดูเบา ไหนจะยังมีสัตว์ในพันธสัญญากันถ้วนหน้าด้วยอายุเพียงแค่นี้ ซึ่งแต่ละตัวมีอายุเป็หลายหมื่นปี!ขึ้นทั้งนั้น