บทที่ 28 อดีตเขยไร้ค่าของตระกูลลู่!
“เื่แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร! ลูกชาย รอพ่อก่อน! ตอนนี้พ่อกำลังกลับไปแล้ว!”
น้ำเสียงของหวังเหยี่ยเล่อเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“งั้นแกก็รีบมาหน่อยแล้วกัน เกินสิบนาทีก็ไม่ต้องมาเจอหน้าลูกชายสุดที่รักของแกอีก!”
หลัวเซิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย จิบไวน์ชั้นเลิศในแก้วเล็กน้อย
คำพูดนี้แน่นอนว่าหวังเหยี่ยเล่อได้ยินอย่างชัดเจน ใบหน้าของเขาถมึงทึงก่อนจะกดวางสายโทรศัพท์ไป
หวังปินััได้ถึงความโกรธของพ่อ บนใบหน้าจึงเต็มไปด้วยความเย่อยหยิ่ง ในสายตาของเขาหลัวเซิงเป็แค่คนตายไปแล้ว “ไอ้ขยะอย่างแกกำลังจะตายแล้ว! คนอย่างฉันไม่ใช่ว่าใครจะทำอะไรก็ได้ !”
แต่หลัวเซิงกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงแกว่งแก้วไวน์ ราวกับว่าเขาแค่กำลังรอ
ั้แ่ลู่ชิงเมิ่งร้องไห้ออกมา ตระกูลหวังนี้ก็ไม่จำเป็ต้องคงอยู่ต่อไปแล้ว
ไม่นานนัก ก็มีเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากข้างนอก บนใบหน้าของหวังปินเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดเขาก็รอดแล้ว!
ไม่นานหวังเหยี่ยเล่อ ก็เดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดจำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะร่ำรวย หวังเหยี่ยเล่อก็เป็คนในวงการมืดดังนั้นเป็เื่ธรรมดาที่คนรอบตัวเขาจะมีคนที่โเี้อยู่ไม่น้อย ทันทีที่เดินเข้ามาดวงตาของเขาก็จ้องไปที่หลัวเซิง
แต่หลัวเซิง กลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง ดื่มไวน์ที่เหลือในแก้วจนหมด ก่อนจะส่งเสียงจุ๊ปากเบา ๆ
“อืม… ไวน์นี่ พอใช้ได้”
“พอใช้ได้?”
ได้ยินคำพูดนี้ หวังเหยี่ยเล่อที่เดิมทีก็โกรธอยู่แล้ว ก็ยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก
เขายืนอยู่ตรงนี้ ไอ้ขยะนี่ไม่เพียงแต่ไม่มองเขายังกล้าบอกว่าไวน์บนโต๊ะที่เป็ของสะสมล้ำค่าของเขามานานปี พอใช้ได้?
นี่มันชัดเจนว่าไม่เคยมองเขาอยู่ในสายตา! เป็การดูถูกเหยียดหยามที่ร้ายกาจเกินไปแล้ว!
“พ่อ! ดูไอ้ขยะนี่สิ! ยังกล้าทำอวดดี!พ่อต้องจัดการมันให้ผม! ฆ่ามันซะ!”
หวังปินคลานเข้ามาหาอย่างทุลักทุเลราวกับเจอกิ่งไม้ใหญ่ที่ยึดเหนี่ยว เขาไว้ ก่อนหน้านี้เขากลัวจริง ๆ เขาเกือยจะถูกไอ้บ้านี่ข้าตายจริง ๆ
เห็นคนที่คลานเข้ามาแม้แต่หวังเหยี่ยเล่อ ก็ยังใ ถ้าไม่ใช่เพราะเสียง เขาก็จำไม่ได้เลยว่านี่คือลูกชายของเขา
หวังปิน ในตอนนี้ถูกซ้อมจนดูไม่ได้แล้ว
กล้าทำกับลูกชายเขาขนาดนี้!
“ไอ้ขยะ! แกตายแน่!”
หวังเหยี่ยเล่อ พูดด้วยความโกรธก่อนจะพุ่งเข้าใส่หลัวเซิง!
“เก้านาที… ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนาทีเดียว ลูกชายแกก็ตายไปแล้ว”
ใบหน้าของหลัวเซิงยังคงเรียบเฉย
“แกมันหาเื่ตาย!”
ดวงตาของหวังเหยี่ยเล่อเย็นเยียบ โบกมือ บรรดาบอดี้การ์ดก็พุ่งเข้าใส่ หลัวเซิงทันที คนเหล่านี้ล้วนแต่ติดตามเขามานาน เคยผ่านเื่ราวโชกโชนมาแล้วทั้งนั้นลงมือแต่ละทีก็โเี้ไร้ความปราณี
บอดี้การ์ดกำลังจะถึงตัวหลัวเซิง พริบตาเดียวหลัวเซิงก็ขยับตัว
เพียงไม่กี่วินาที บรรดาบอดี้การ์ดก็ลอยกระเด็นไปคนละทิศละทาง นอนกลิ้งอยู่บนพื้น ร้องโอดโอยและไม่มีท่าทีว่าจะลุกขึ้นได้อีก
เป็ไปได้ยังไง?
หวังปินเบิกตากว้างด้วยความใ
แม้แต่หวังเหยี่ยเล่อเองสีหน้าก็เปลี่ยนไป ฝีมือของคนเหล่านี้เขาย่อมรู้ดี แต่ทำไมถึงโดดไอ้ขยะนี่จัดการได้?
“ถ้าวันนี้แกพาคนมาแค่นี้ ก็ช่วยลูกชายแกไม่ได้หรอก”
หลัวเซิงพูดด้วยน้ำเสียงเ็า ราวกับยมทูต
แม้จะเป็เพียงประโยคเดียว แต่กลับทำให้ หวังเหยี่ยเล่อรู้สึกเย็นะเืไปถึงกระดูกสันหลัง
“พ่อ พ่อไม่ได้พาคนมาแค่นี้ใช่ไหม?”
น้ำเสียงของหวังปินเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาไม่อยากตาย!
ทำไมมันถึงมีฝีมือที่ร้ายกาจได้ขนาดนี้?
“หุบปาก!”
ร่างกายของหวังเหยี่ยเล่อเองก็สั่นเทา ตะคอกเสียงดัง ทำเอาหวังปิน รีบปิดปากทันที
ดวงตาของหลัวเซิงเต็มไปด้วยความอาฆาต จ้องมองหวังเหยี่ยเล่อแล้วถามว่า
“แกเป็คนเอาตระกูลลู่ เข้าบัญชีดำใช่ไหม?”
“แล้วไงล่ะ?”
เห็นสายตาของหลัวเซิง หวังเหยี่ยเล่อก็อดที่จะตัวสั่นไม่ได้ แต่ตัวเขาก็เองก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ในไม่ช้าก็สงบสติอารมณ์ลงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ที่แท้ไอ้ขยะนี่ อุตส่าห์ลงทุนลงแรงขนาดนี้แค่อยากให้เขายกเลิกบัญชีดำของตระกูลลู่?
“ไม่มีอะไร แค่อยากจะบอกแกว่า เื่นี้ ไม่ได้มีความหมายแล้ว”
หลัวเซิง รินไวน์อีกแก้ว
ได้ยินคำพูดนี้ดวงตาของหวังเหยี่ยเล่อหดเล็กลง ไม่เข้าใจว่าหลัวเซิง หมายความว่ายังไง
“เพราะต่อไปนี้ ตระกูลหวังของพวกแก จะไม่เหลืออะไรอีกแล้ว!”
หลัวเซิงจ้องมองหวังปินพ่อลูก ด้วยสายตาเ็า
“แกมันช่างกล้า! แค่เขยไร้ค่าของตระกูลลู่ อย่างแกกล้าพูดจาอวดดีแบบนี้! ้เหอะ จะมาทำให้ตระกูลหวังหายไป แกคิดว่าแกทำได้เหรอ?”
“ตระกูลหวังของเรารู้จักกับเศรษฐีโจว ฉันจะทำให้ตระกูลลู่ของแกอยู่ไม่ได้!”
หวังเหยี่ยเล่อตะคอกด้วยความโกรธ
“เหอะ ๆ เศรษฐีโจวงั้นเหรอ?”
แววตาของหลัวเซิงเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “ถ้าแกคิดว่าเขาจะช่วยแก ก็โทรหาเขาเลยสิ”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลัวเซิง หวังปินก็หัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมาทันที “ฮ่าๆ ๆ แกจะบอกว่าเศรษฐีโจวจะยอมทิ้งตระกูลหวังของเรา เพียงเพราะไอ้ขยะอย่างแกงั้นเหรอ? ตลกสิ้นดี!”
หลัวเซิงไม่ได้พูดอะไร หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาส่งข้อความออกไป
“ยังมีหน้ามาเล่นโทรศัพท์อีกเหรอ? หรือว่าแกจะส่งข้อความหาเศรษฐีโจว? ไอ้ขยะ!”
หวังปินพูดจบก็หันไปมองพ่อตัวเองทันที “พ่อ! รีบโทรหาเศรษฐีโจว บอกไอ้ขยะนี่ให้มันรู้ว่า ว่าสมัยนี้อำนาจและเงินทองคือทุกอย่าง! ผมอยากรู้จริง ๆ ว่า ถึงตอนนั้น ตระกูลโจวเอาตระกูลลู่เข้าบัญชีดำ ไอ้ขยะนี่จะคุกเข่าขอโทษเรายังไง!"
หวังเหยี่ยเล่อเย้ยหยัน หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรออก
โจวสุ่ยหนิวนั่งอยู่ในห้องทำงาน โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เห็นข้อความในนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนสีทันที
เป็ข้อความจากท่านลัวเซิง! แถมตระกูลหวังชั้นต่ำ ยังกล้าทำให้ท่านหลัวเซิงโกรธอีก!
บังอาจ! มันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
เขายังไม่ทันได้ลุกขึ้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ได้ยินเสียงของหวังเหยี่ยเล่อที่ดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงของโจวสุ่ยหนิวก็เต็มไปด้วยความเ็า “ไม่ต้องพูดแล้ว! ตอนนี้ฉันกำลังไป!”
พูดจบ เขาก็กดวางสายไป
ที่บ้านพักของตระกูลหวังหวังเหยี่ยเล่อ วางสายโทรศัพท์ไปใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
เขาเองก็คาดไม่ถึง!
เดิมทีเขาแค่อยากโทรหาเศรษฐีโจว ขอให้เศรษฐีโจวเอาตระกูลลู่เข้าบัญชีดำต่อหน้าหลัวเซิง ทำให้ได้รู้รสชาติจของความสิ้นหวังซะ
แต่ใครจะไปรู้ว่า เขายังพูดไม่ทันจบเศรษฐีโจวก็บอกว่าจะมาเอง!
เกียรติแบบนี้ แม้แต่เขาที่เป็ถึงผู้นำตระกูลหวังก็ไม่เคยได้รับมาก่อน!
เขาคิดไปเองว่าอาจเป็เพราะ่ไม่กี่ปีมานี้ ตระกูลหวังของเขาพัฒนาได้ดี จึงได้รับความสนใจจากเศรษฐีโจว
ถ้าครั้งนี้ ตระกูลหวังของเขาสามารถใช้โอกาสนี้ผูกมิตรกับเศรษฐีโจว ได้ ต่อไปนี้ตระกูลหวังของเขาจะไม่รุ่งโรจน์เหรอ?
หวังปินเองที่ได้ยินบทสนทนาทางโทรศัพท์สีหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ ตระกูลหวังของเขามีหน้ามีตาขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้!
ถ้ารู้แบบนี้ เมื่อวานเขาคงจัดการลู่ชิงเมิ่งนางนั้นไปแล้ว ไม่น่าปล่อยให้หลุดมือไปเลย!
ช่างเถอะ! ยังไงซะ รอจัดการหลัวเซิงเสร็จแล้ว อีกไม่นาน ยัยนั่นก็ต้องมากราบแทบเท้าเขาอยู่ดี คิดได้แบบนี้ ในใจของหวังปินก็รู้สึกคันยุบยิบขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้หญิงระดับสุดยอดแบบนั้น เขาไม่เคยได้ลองเลยสักครั้ง!