ิเจ๋อที่ทำอะไรไม่ได้แถมยังต้องอับอายและไม่สามารถบรรลุ ‘ภารกิจ’สุดท้ายก็จากไปด้วยความหงุดหงิดแต่เขาคิดไม่ตกว่าิจูคนนี้ถูกผีสิงอยู่หรืออย่างไรกันแน่
ในคูน้ำเฉียวปินยืนอยู่ข้างเจียงตั่ว ใบหน้าแสดงความขุ่นเคืองที่เต็มเปี่ยมอยู่ในอก
“หัวหน้าครับ ผมว่าไอ้เด็กนั่นมันจงใจชัดๆ!”
ใบหน้าของเจียงตั่วทะมึนอยู่แล้วจึงมองอารมณ์ไม่ออกแต่เฉียวปินรู้จักเขาดี...หัวหน้ากำลังโกรธ!
เฉียวปินเหลือบมองิจูแล้วพูดต่อว่า“เมื่อกี้ถ้าพวกคุณไม่หลบได้ก่อนคงเกิดเื่ใหญ่ขึ้นแล้วจะปล่อยไปทั้งแบบนี้เหรอครับ?”
เจียงตั่วกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ิจูก็โบกมือ ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจราวกับเื่นั้นไม่เกี่ยวกับเธอ“โธ่ ใช่เื่ใหญ่ที่ไหนกัน? เขาไม่ยอมรับเราลากเขาไปโรงพักก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกค่ะ ช่างมันเถอะ หมามากัดฉันก็จริงแต่ให้ฉันหันไปกัดหมาคืนมันก็ไม่ได้จริงไหม? น่ารังเกียจจะตาย!”
เฉียวปินคิด‘หมา? เธอกำลังพูดถึงใครอยู่?’
ไอ๊หยาิจูคนนี้นี่แปลกจริงๆเมื่อก่อนเคยเห็นเธอด่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจนเด็กร้องไห้กลับไปฟ้องแม่
แต่ทำไมวันนี้...โดนรังแกถึงขนาดนั้นก็ยังสงบเสงี่ยมได้เฉยเลย?
ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะดุร้ายแค่บางสถานการณ์บางทีอาจจะข่มคนที่อ่อนแอกว่าแล้วกลัวคนที่แข็งแกร่งกว่าก็ได้?
ิจูไม่รู้ว่าเฉียวปินกำลังคิดอะไรอยู่ในใจเธอแค่คิดว่าถ้าโดนหมากัด เธอจะไม่งับหมาตอบ แต่เธอจะตีหมาแทน!แค่ตอนนี้มันร้อนจะตาย ช่างมันเถอะ ค่อยไปจัดการตอนกลางคืนจะดีกว่า!
เจียงตั่วก้มลงสำรวจดวงตาที่สดใสภายใต้คิ้วเรียวสวยของิจูราวกับมีประกายความเ้าเล่ห์วาบผ่าน
ดูเหมือนว่าเื่นี้ยังไม่จบเขาเองก็อยากจะรู้ว่าเธอจะทำอะไรต่อไป...
เมื่อทำงาน่เช้าเสร็จเจียงตั่วและิจูต่างกลับไปที่พักเพื่อล้างหน้าล้างตาจากนั้นก็ออกจากบ้านไปที่ตัวเมืองพร้อมกัน
หมู่บ้านเสี่ยวจิ่งเป็หมู่บ้านที่ห่างไกลไม่มีรถประจำทางเข้าถึง ทั้งสองคนจึงต้องนั่งรถม้าจากหมู่บ้านไปที่เขตตลาดก่อน
ที่เขตตลาดมีรถโดยสารไปยังอำเภอทุกวันตอนเจ็ดโมงเช้าและบ่ายโมงทั้งสองคนรีบเร่งเดินทางไปและมาทันขึ้นรถโดยสารก่อนที่จะออกเดินทางพอดี
ในยุคนี้หากจะเข้าเมืองต้องมีหนังสือรับรอง ไม่อย่างนั้นจะถูกจับในข้อหาคนพเนจร
ิจูไม่สามารถออกหนังสือรับรองได้แน่นอนแต่เจียงตั่วเป็หัวหน้าหน่วยทหารอาสาของหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งเขาสามารถออกหนังสือรับรองได้ดังนั้นทั้งสองคนจึงสามารถแสดงหลักฐานและขึ้นรถได้อย่างราบรื่น
รถโดยสารระบบเก่าคันแรกไม่ต้องพูดถึงเครื่องปรับอากาศแม้แต่พัดลมเล็กๆ ก็ยังไม่มีเลย
รถขับช้าและอ้อมไกลรถคันหนึ่งวิ่งอ้อมสี่ห้าเขตตลาด ผู้คนเบียดเสียดกันทั้งนั่งและยืนพอไปถึงเขตตลาดก็บ่ายสามโมงแล้ว ซึ่งน่าจะช้ากว่าการขี่จักรยานมาเองเสียอีก
เมื่อออกจากสถานีขนส่งิจูก็มองไปรอบตัว...
ในตัวเมืองไม่มีอาคารสูงเกินสี่ชั้นอยู่เลยถนนยังเป็ลูกรังที่อัดให้แน่น อากาศร้อนจัด มีคนเดินไปมาไม่มากนักในจำนวนนั้นมีสามถึงห้าคนขี่จักรยาน ‘บิน’ผ่านหน้าเธอไปอย่างเท่แสนเท่
ป้ายคำขวัญสีแดงขนาดใหญ่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามข้างกำแพงให้ความรู้สึกถึงยุคสมัยเก่าอย่างชัดเจน
เจียงตั่วเห็นิจูมองไปรอบๆตลอดเวลา เขานึกว่านี่เป็ครั้งแรกที่เธอมายังตัวเมืองและไม่เคยเห็นอะไรมาก่อนจึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็น
“รถออกตอนหกโมงเย็น เรามีเวลาสามชั่วโมง เดินตามฉันมาก็พอ”
“อ้อ ได้เลยค่ะ”
เจียงตั่วเดินนำไปข้างหน้าสองสามก้าวิจูก็เดินตามไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนมีระยะห่างกันประมาณหนึ่งกำปั้นชายเสื้อแขนสั้นจะเสียดสีกันเป็ครั้งคราวระหว่างเดินนับว่าเป็ระยะห่างที่ปกติมาก แต่สำหรับเจียงตั่วแล้วเขากลับรู้สึกไม่ชินเอาเสียเลย
เขาขยับออกไปด้านข้างโดยไม่รู้ตัวเพื่อเพิ่มระยะห่างกับเธอ
ิจูสังเกตเห็นพฤติกรรมของเจียงตั่วคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เธอรู้ว่าในยุคนี้ยังให้ความสำคัญกับระยะห่างระหว่างชายหญิงมากแต่พวกเธอกำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?
ไม่รู้เพราะอะไรทันใดนั้นจู่ๆ เธอก็เกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา หากตอนนี้จับมือเจียงตั่วเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกันนะ?
ิจูเลิกคิ้วเข้าไปใกล้อีกก้าว แล้วเอื้อมมือออกไปจับมือกับเจียงตั่วเอง
เจียงตั่วััได้ถึงความนุ่มนวลของฝ่ามือน้อยเขาชะงักไปชั่วขณะ แล้วรีบชักมือออก เหลือบมองไปรอบๆเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครทันสังเกตเห็นพวกเขาจากนั้นก็มองิจูด้วยสายตาจริงจังและน้ำเสียงแกมออกคำสั่ง“เดินให้เรียบร้อย รักษามารยาทด้วย!”
ิจู“...”
รูปร่างออกจะสูงใหญ่แต่กลับขี้อายขนาดนี้นี่คือความน่ารักภายในที่ขัดแย้งกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างที่เขาพูดกันหรือเปล่า?
อืมน่ารักอยู่นะ อยากจะ… แค่กแค่ก!
ผู้ชายแบบนี้หายสาบสูญไปในยุคหลังๆได้ยังไงกันนะ?
ิจูยังทำตัวต่อต้านยิ้มเ้าเล่ห์และแซวเขา “ผู้กองเจียงพวกเรากำลังจะแต่งงานกันแล้วนะคะคุณยังต้องระวังเื่ภาพลักษณ์บนเตียงกับฉันด้วยหรือคะ?”
เจียงตั่วััได้ถึงอีกด้านหนึ่งของิจูที่ไม่มีใครรู้ั้แ่เมื่อวานเธอช่างใจกล้า กล้าพูด และกล้าทำทุกอย่าง
แต่พูดออกมาในที่สาธารณะตอนกลางวันแสกๆเช่นนี้... ชักจะมากเกินไปแล้ว!
แต่เมื่อคิดอีกทีการที่ทั้งสองคนจะแต่งงานกันนั้นเป็เื่บังเอิญและเกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุทั้งหมด
ผู้ชายที่เธอปรารถนาไม่ใช่เขาแต่เป็สวีข่าย!
เจียงตั่วรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกใบหน้าบึ้งตึงไม่มีรอยยิ้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ถ้าเธอ้าแบบนั้นฉันจะระวังให้”
ิจู“...”
การคุยกับผู้ชายที่จริงจังและไม่รู้จักยืดหยุ่นแบบนี้เป็เื่ที่น่าหงุดหงิดจริงๆ!
ช่างเถอะไม่แกล้งเขาแล้ว ิจูเลือกที่จะยอมแพ้แล้วกลายเป็ผู้ติดตามตัวน้อยที่เดินตามเขาไปเงียบๆ แทน
ทั้งสองคนไม่ได้กินข้าวกลางวันเพราะต้องรีบไปขึ้นรถเจียงตั่วจึงพาเธอไปที่ร้านอาหารของรัฐเพื่อหาอะไรทานก่อน
เขาใช้คูปองอาหารที่ใช้กับร้านไหนก็ได้ในมณฑลสั่งหมูสามชั้นตุ๋น บวบผัด และหมั่นโถวสองลูก
ิจูค่อยๆกินอาหาร ไม่เสียภาพลักษณ์เพียงเพราะได้กินเนื้อ ตรงกันข้ามเธอกลับใช้ตะเกียบกลางคีบอาหารให้เจียงตั่วมากมายบอกว่าเขาทำงานมาครึ่งวันคงเหนื่อยมาก และควรกินให้เยอะๆ แทน
เจียงตั่วสังเกตดูแล้วรู้สึกว่าิจูก็มีบางครั้งที่ท่าทางสงบนิ่งไม่สมกับอายุและการได้อยู่ใกล้เธอก็... ทำให้เขารู้สึกสบายใจมาก
แน่นอนอาจจะเป็เพราะเธอกับเขายังไม่สนิทพอ จึงแกล้งทำตัวเป็แบบนั้น
เพราะความจริงแล้วอารมณ์ของเธอนั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้
ิจูงับหมั่นโถวไปหนึ่งคำก่อนจะเหลือบมองเจียงตั่ว เห็นเขากำลังจ้องมองเธออีกแล้ว แต่ก็แกล้งทำเป็ไม่พอใจ“ทำไมไม่กินล่ะคะ เอาแต่จ้องฉันทำไม?”
จ้องจ้อง จ้องอยู่นั่นแหละ! คงเป็เพราะเธอสวยเกินไป จนเผลอทำให้เขาหลงเสน่ห์!
เจียงตั่ววางตะเกียบลง“ฉันอิ่มแล้ว ต้องไปโทรศัพท์ที่ที่ทำการไปรษณีย์ เธอรอฉันตรงนี้นะอย่าไปไหน”
ิจูกลัวว่าจะไม่ทันเวลาจึงชี้ไปที่สหกรณ์ร้านค้าฝั่งตรงข้ามที่ทำการไปรษณีย์...
“ฉันก็กินอิ่มแล้วค่ะ พอคุณกลับมา ไปหาฉันที่สหกรณ์ร้านค้านะคะฉันจะไปซื้อของก่อน”
พูดจบเธอก็เก็บหมูสามชั้นตุ๋นที่เหลือใส่ถุง ส่วนเจียงตั่วก็ไปที่ทำการไปรษณีย์คนเดียวแล้วกดหมายเลขโทรศัพท์เบอร์หนึ่ง
เมื่อพนักงานต่อสายโทรศัพท์ช่วยโอนสายให้น้ำเสียงมั่นคงก็ดังขึ้นมาจากปลายสาย “สวัสดีครับผมฟางซูหวาย”
“รายงานท่านผู้นำ ผมเจียงตั่วครับ ผม้ายื่นคำร้องขอแต่งงาน”
คนจากปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง“อะไรนะ? นายไม่ได้กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่หรือไง?เสร็จภารกิจแล้วก็จะกลับเมืองหลวงไม่ใช่เหรอ?”
“ถูกต้องครับ”
“แล้วทำไมจู่ๆ ถึงอยากแต่งงานขึ้นมาล่ะ? ที่บ้านนายกดดันมาอีกแล้วเหรอ?นั่นสินะ คุณหมอหนิงก็อายุไม่ใช่น้อยๆ เธออายุยี่สิบสองแล้วมั้งพวกนาย...”
เจียงตั่วขมวดคิ้วพูดแทรกขึ้นมา “คู่หมั้นของผมชื่อิจูเธอเป็สาวชาวบ้านจากหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง ปู่และพ่อของเธอเป็วีรชนผู้เสียสละข้อมูลของครอบครัวมีบันทึกไว้แล้วรบกวนคุณช่วยจัดการเื่ทะเบียนสมรสให้เร็วที่สุดด้วยครับ”
ปลายสายเงียบไปกะทันหัน
นานทีเดียวกว่าที่คนทางนั้นจะได้สติจากความใ...
“เสี่ยวตั่ว นายจะแต่งงานกับสาวชนบทงั้นเหรอ? เื่นี้...ในฐานะหัวหน้าฉันไม่มีความเห็นอะไรหรอกนะ แต่ในฐานะน้าของนาย อาจจะต้องขอเตือนไว้ก่อนนายจะต้องผ่านด่านครอบครัวไปไม่ได้แน่!”