ด้วยอิทธิพลของถ้ำหลิงซูการค้นหาข้อมูลของตระกูลใดตระกูลหนึ่งจึงไม่ใช่เื่ยากเย็น
ในไม่ช้าพวกเขาก็ได้รับข่าวจากผู้ฝึกตนพเนจรผู้หนึ่งว่า
มู่เสินฉวนผู้นำตระกูลมู่ เพิ่งทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงเมื่อเดือนที่แล้ว และได้นำเหล่าผู้าุโของตระกูลไปทำลายล้างตระกูลหวังจนสิ้นซาก
จากนั้นก็รวบรวมอำนาจรวมเมืองชิงหยุนให้เป็หนึ่งเดียว
มาตอนนี้ถือเป็ยุคทองของตระกูลมู่!
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข่าวลือจากการพูดคุยกันของเหล่าศิษย์ตระกูลมู่ว่า มู่ชิงหยุนผู้าุโใหญ่ของพวกเขาก็เพิ่งทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ตระกูลมู่จึงมีผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงถึงสองคน
สำหรับราชวงศ์ต้าเยี่ยนแล้วนั้น พลังเช่นนี้ถือว่าไม่ธรรมดาเลย
"ผู้ฝึกตนสองคนที่เพิ่งทะลวงระดับตำหนักม่วงได้สำเร็จ"
"หึ! ก็แค่แมลงตัวเล็กๆ เท่านั้น"
"กล้าดีอย่างไรมาสังหารศิษย์สายตรงของถ้ำหลิงซู!"
ภายในห้องโถงอันโอ่อ่าตระการตา ผู้าุโผู้หนึ่งฟังคำรายงานจนจบ ดวงตาคมกริบหันไปมองบุคคลอีกสองคนก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "หลี่หั่ว หลิวหยุนพวกเ้าสองคนไปกับจื่อหยางเซียน"
จื่อหยางเซียนรีบเอ่ย"ท่านอาจารย์ ตระกูลมู่เป็เพียงตระกูลเล็กๆ ไม่จำเป็ต้องให้ศิษย์พี่ทั้งสองลำบากหรอกขอรับ"
ผู้าุโโบกมือ
"เื่นี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวกับเ้าเท่านั้นแต่ยังเกี่ยวกับชื่อเสียงของถ้ำหลิงซูเราอีกด้วย"
"เราต้องกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก!"
"ขอรับ ท่านอาจารย์!"
หลี่หั่วและหลิวหยุนประสานมือคำนับพร้อมกัน
จากนั้นผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงทั้งสามก็มุ่งหน้าสู่ที่ตั้งของตระกูลมู่
หลายชั่วยามผ่านไป
ร่างสามร่างก็ได้ปรากฏตัวขึ้นเหนือตระกูลมู่
ไอพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณนับร้อยลี้อานุภาพอันยิ่งใหญ่ราวกับเทพ์เสด็จลงมากดข่มให้เหล่าศิษย์ตระกูลมู่ระดับต่ำตัวสั่นเทา ไม่สามารถทรงตัวให้ยืนตรงอยู่ได้
"พวกเขา... พวกเขาเป็ใครกัน?"
"พลังฝึกตนช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน"
"เหาะเหินเดินบนอากาศได้ ต้องเป็ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงอย่างแน่นอน"
"มีตั้งสามคน"
พลังกดดันอันน่าหวาดหวั่นนี้ทำให้เหล่าศิษย์ตระกูลมู่จำนวนไม่น้อยตะลึงงัน พวกเขามองไปยังเบื้องบนด้วยความหวาดกลัวก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
แต่ก็มีศิษย์บางคนที่จะรู้เื่ราวอะไรอยู่บ้างพวกเขาจึงนึกขึ้นมาได้ทันที
เป็ไปได้ว่าเป็คนของถ้ำหลิงซู...
ชายหนุ่มที่ผู้นำตระกูลสังหารในห้องโถงเมื่อวันก่อนก็คือศิษย์สายตรงของถ้ำหลิงซู
การมาของคนทั้งสามด้วยท่าทางที่ดุดันเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เื่ดีแน่
ทันใดนั้นร่างสูงใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเหนือตระกูลมู่
เขาเพียงแค่โบกมือเบาๆก็สลายพลังกดดันของคนทั้งสามได้
เหล่าศิษย์ที่อยู่เบื้องล่างรู้สึกโล่งใจความกดดันหายไปในพริบตา
จากนั้นสายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปยังร่างของผู้มาใหม่ ก่อนจะร้องออกมาด้วยความยินดี"ผู้นำตระกูล"
"ผู้นำตระกูล"
"..."
มู่เสินฉวนมองคนทั้งสามด้วยสายตาเ็าก่อนจะเอ่ยถามอย่างใจเย็น "พวกเ้าเป็ใคร?"
จื่อหยางเซียนใช้พลังปราณิญญาสำรวจมู่เสินฉวนทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เขาพบว่าแม้ตนเองจะมีระดับพลังถึงตำหนักม่วงขั้นสามแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจมองทะลุระดับพลังของชายตรงหน้าได้
'ช่างน่าประหลาดนัก!'
แต่เมื่อคิดทบทวนดูอีกครั้งเขาก็เข้าใจ
ตระกูลมู่มีผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงเพียงแค่สองคนซึ่งก็เพิ่งทะลวงระดับได้ไม่นาน ดังนั้นจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะมีใครที่มีระดับพลังสูงไปกว่าพวกเขาสองคนอีก
บางทีอาจเป็เพราะของวิเศษบางอย่างที่คอยปิดบังการตรวจสอบด้วยพลังปราณิญญาได้ก็เท่านั้น
จากนั้นจื่อหยางเซียนก็แสยะยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้นมา "เ้าคือมู่เสินฉวน ผู้นำตระกูลมู่สินะ?"
"ข้าถามเ้าหน่อยเถิด เหยียนจู่ ศิษย์ของข้า ถูกเ้าสังหารใช่หรือไม่?"
สิ้นเสียงของจื่อหยางเซียน ร่างของใครอีกคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ซึ่งคนนั้นคือมู่ชิงหยุนผู้าุโใหญ่ที่เพิ่งจะมาถึงที่เกิดเหตุ
มู่ชิงหยุนมองอีกฝ่ายด้วยความระมัดระวังกำลังจะเอ่ยปาก แต่ถูกมู่เสินฉวนขัดขึ้นเสียก่อน
"ใช่ แล้วอย่างไร?" มู่เสินฉวนมีสีหน้าสงบนิ่งไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นจื่อหยางเซียนก็โกรธจัด เขาะเิเสียงหัวเราะออกมา
"ดี ดี ดี!"
"เ้าช่างกล้าหาญนัก"
"ถ้าเช่นนั้น วันนี้ จงใช้ชีวิตของคนทั้งตระกูลของเ้าชดใช้ให้กับศิษย์ของข้าซะ!"
คำพูดเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแฝงไปด้วยเจตนาฆ่าอันรุนแรงราวกับเสียงที่ดังมาจากขุมนรก ทำให้เหล่าศิษย์ตระกูลมู่ที่อยู่เบื้องล่างรู้สึกหวาดผวา
ในขณะนั้นมู่เฉินที่ยืนอยู่ในสวนไม่ไกลออกไปก็เงยหน้ามองท้องฟ้ากำหมัดแน่นจนเืซิบออกมาโดยไม่รู้ตัว
เขารู้ดีว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเื่ที่เขาโดนขอถอนหมั้น
ทำให้ตระกูลต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่
ทันใดนั้นเขาก็ก้มมองแหวนในมือ ก่อนจะพูดขึ้นเสียงทุ้มต่ำ
"ท่านอาจารย์ ด้วยพลังของท่านที่ฟื้นคืนมาตอนนี้ ท่านทำให้ข้าต่อสู้กับผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงได้หรือไม่?"
ปรมาจารย์ิญญาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
"ทำได้..."
"แต่คนพวกนั้นไม่ใช่ผู้ฝึกตนที่เพิ่งจะทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงแม้ข้าจะมอบพลังให้แก่เ้า ความเป็ไปได้ที่ตระกูลมู่จะชนะก็ยังน้อยนิดนัก"
"แต่หากเ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็จะช่วยเ้า"
"เพียงแต่หลังจากนี้ ข้าจะต้องกลับไปหลับใหลอีกครั้ง"
"ชีวิตของเ้า จะขึ้นอยู่กับโชคชะตา!"
ดวงตาสีดำสนิทของมู่เฉินเปล่งประกายเจิดจ้าเขาพยักหน้าแน่วแน่ไม่ลังเล
หากแม้แต่คนในตระกูลก็ยังทอดทิ้งเพื่อเอาชีวิตรอด
แล้วการมีชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัวจะมีความหมายอันใด!
เขามู่เฉิน!
ได้รับความเมตตาจากตระกูลมามากมาย!
จะยอมตายอย่างขลาดเขลาได้อย่างไร!