เขายื่นมือมาดึงเสี่ยวเหอไปกอดไว้หลวมๆ อย่างปลอบโยน
“คราแรกท่านพ่อท่านแม่ของเ้าเห็นว่าพี่หลันเหมยนางอายุมากกว่าเ้า จึง้าให้นางรีบแต่งจะดีที่สุด แต่พี่สาวของเ้า นางรู้ความจริงจึงโกหกไปว่าตัวเองกำลังท้องกับต้าหลี่ คนผ่าฟืนในหมู่บ้าน ด้วยความฉุกละหุกและกลัวมาก เวลานั้นนางคิดข้ออ้างได้เพียงเท่านี้
ต้าหลี่เป็ชายโสดอายุมากแล้ว ถึงไม่ได้รูปงาม พูดติดอ่างและจนมาก แต่พี่หลันเหมยก็คิดว่ายังดีกว่าถูกเอาไปขายต่างเมือง ท่านพ่อของเ้าโกรธมาก แต่ยังยอมเก็บเป็ความลับ คิดว่าหลังแต่งงานให้เ้าไปแล้ว ค่อยให้พี่สาวแต่งลับๆ ออกไป” เขาสงสารเสี่ยวเหอมาก จึงดึงนางมากอด ลูบแขนปลอบประโลม
“ต่อมาพี่หลันเหมยนางรู้สึกผิดมากที่โยนเื่นี้ไปให้เ้ารับ แต่ก็กลัวเกินกว่าจะแต่งไปด้วยตัวเอง ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเ้า ทั้งรู้สึกผิดทั้งหวาดกลัว และไม่รู้จะช่วยเ้าอย่างไรดี
ยิ่งละอายใจจึงยิ่งหลบหน้าเ้า ตอนนางเล่าความในใจให้ข้าฟัง นางร้องห่มร้องไห้จนแทบจับใจความไม่ได้ นางบอกว่าตัวเองทำเื่น่ากลัวเช่นนั้นไป แต่เ้ากลับเป็ห่วงนางมาก ยอมเสียสละให้นางด้วยใจจริง โดยไม่รู้สักนิดว่านางเป็คนโยนหม้อดำ [1] ไปให้เ้า” ชิงถิงเล่า
เขามองดูคนในอ้อมกอดแล้วได้แต่ขมวดคิ้วกังวล แต่อย่างไรนางควรได้รู้ความจริง
“เ้าถึงขนาดกล้าไปขอร้องท่านพ่อท่านแม่ ทั้งที่ปกติเ้าเป็เด็กขี้ขลาดมาก กับท่านพ่อไม่เคยกล้าพูดด้วยซ้ำ พี่สาวเ้าจึงยิ่งโกรธตัวเอง ด้วยความรู้สึกผิด อยากช่วยเ้า ไม่อยากให้เ้าถูกขายไปแคว้นอื่น แต่เพราะเป็หญิงสาวบ้านนอก นางไม่เคยเห็นโลกกว้าง ไม่มีความรู้ ไม่รู้จะทำเช่นไร จึงทำได้เพียงแค่แอบหนีออกจากบ้าน
นางเดินเท้าไปปรึกษากับข้าซึ่งเป็ทหารคนเดียวที่นางรู้จัก นางคิดว่าข้าคงพอจะมีอำนาจอะไรสามารถช่วยเ้าได้ ยามนั้นนางคิดได้เท่านั้น ข้าเป็ผู้เดียวที่ทำงานกับทางการที่นางรู้จัก
แม้กองทัพจะอยู่ไม่ไกล แต่หญิงสาวคนหนึ่งที่เดินทางด้วยเท้า ไปกลับก็ใช้เวลาไปแล้วทั้งวันทั้งคืน กลับมาพี่สาวเ้ายังถูกด่ามากมาย แต่ความรู้สึกผิดต่อเ้าคงจะน้อยลง ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นได้บ้าง”
เล่าถึงตรงนี้น้ำตาของเสี่ยวเหอเริ่มไหลเป็ทางในอ้อมกอดของชิงถิง
“ข้าใมาก ที่ได้รู้ว่าเ้าจะแต่งงาน แผนที่ข้าวางไว้ว่า รอมีตำแหน่งจะไปขอเ้าแต่งงานก็พังทลายหมด ข้าไม่เคยคิดว่าจู่ๆ จะมีคนกล้ามาสู่ขอเ้า ไม่กลัวคำนินทา หรือเื่ร้ายใดๆ ข้าได้แต่โทษตัวเองที่ช้าไป วางใจมากเกินไป” เขาพูดอย่างเ็ป กอดนางให้แน่นมากขึ้น
“แต่เมื่อพี่หลันเหมยเล่าเื่ที่เ้าพวกนั้นวางแผนจะหลอกพาเ้าไปขาย ข้ายิ่งกว่าโมโห แทบอยากฆ่าพวกมันเสียตรงนั้น ข้ารีบไปขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าของข้า แต่เขากลับบอกว่าไม่มีหลักฐานช่วยไม่ได้ และเื่นี้ไม่ใช่หน้าที่ของทหาร
ข้ารู้สึกไร้หนทางและหวาดกลัวเป็ครั้งแรก เป็ความรู้สึกที่ข้าไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีอยู่ ข้าตัดสินใจไปช่วยเ้าคนเดียว หลังจากที่ได้พบเ้าระหว่างทางไปเทศกาลซีซี เห็นว่าเ้าไม่ได้มีท่าทางปฏิเสธงานแต่งเท่าที่ตัวข้าและพี่สาวของเ้าเป็ห่วง ข้าก็ยิ่งโกรธเ้า
ข้าตามดูเ้าเดินกับเ้าหมูตอนนั่นด้วยความรู้สึกเช่นไรเ้ารู้บ้างหรือไม่ ข้าอยากพาเ้าหนีไปในคืนงานเทศกาลเสียเลย แต่เ้ากลับไม่ยอมไปและร้องไห้หนักมาก
..ข้ากลัวว่าเ้าจะเสียใจ ข้าจึงได้แต่ยอมให้เ้ากลับไปคิด เพราะคิดว่ายังพอมีเวลา แต่ในใจของข้า ไม่เคยนึกว่าเ้าจะปฏิเสธข้าเลยสักครั้ง” เขาพูดความในใจอย่างเ็ป
เสี่ยวเหอถึงได้รู้ตอนนั้นเองว่าเขามีใจให้นางนานแล้ว มีแต่นางที่โง่เขลาเกินกว่าจะมองออก แม้แต่พี่หลันเหมยยังมองเห็น
“หลังจากส่งเ้าเข้าโรงเตี๊ยม ข้าถึงได้รู้ว่าที่จริงแล้วคืนนั้น หากข้าไม่พาเ้าออกไป เ้าหมูตอนนั่นวางแผนจะลักพาเ้าไปข่มขืนเพื่อให้เสื่อมเสีย โดยมีสาวใช้ของเ้ารู้เห็นเป็ใจ หากข้าไม่พาเ้าออกมา ข้าไม่กล้าคิดว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น” ชิงถิงโกรธจนตัวสั่นเมื่อเล่าถึงตรงนี้
“ข้าตัดสินใจว่าจะพาเ้าหนี ต่อให้เ้าไม่ยอมก็จะฉุด ข้าจึงแอบไปหาพี่สาวของเ้า ถึงได้พบว่านางถูกขังไว้ในห้องเก็บฟืน ข้าแอบเข้าไปหานาง ตั้งใจจะบอกเื่ที่วางแผนพาเ้าหนี
และได้รู้ว่าสาวใช้คนนั้น หลังคืนเทศกาลซีซีก็ถูกพ่อค้าวาณิชทุบตี เพราะปล่อยให้เ้าหนีกลับโรงเตี๊ยม เ้ากลับไม่รู้และยังใจดีเอายาไปให้อีก หลันเหมยโกรธสาวใช้คนนั้นมาก แต่ก็กลายเป็ทะเลาะกับเ้าแทน
ข้ายังรู้อีกว่าจื่อรั่วเป็คนปล่อยข่าวเื่ที่พวกเ้าสองพี่น้องแย่งผู้ชาย เพื่อเร่งให้งานแต่งเกิดขึ้นเร็วๆ หลันเหมยจึงยิ่งรู้สึกผิดกับเ้าที่เป็สาเหตุให้งานแต่งถูกเร่งรัด นางจึงได้เสนอแผนเปลี่ยนตัวเป็เ้าสาวแทน ส่วนนางค่อยหาทางหนีระหว่างทาง
พี่สาวของเ้าให้ข้ากลับไปจัดการสะสางธุระทางบ้านให้เรียบร้อยแล้วรีบพาเ้าหนี”
ฟังถึงตรงนี้ เสี่ยวเหอก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนเคว้งคว้าง แม้ยามนั่งก็ยังรู้สึกว่าไม่มีพื้น ความจริงเป็อย่างที่พี่สาวและชิงถิงด่านาง
นางช่างโง่เขลามากจริงๆ
เมื่อรู้ความจริงเช่นนี้แล้ว เสี่ยวเหอก็เอาแต่คิดว่าต้องกลับไปช่วยพี่สาว ทั้งมืดทั้งไม่รู้ทาง แต่อย่างไรก็จะกลับไปช่วยพี่สาวให้ได้
“ข้าต้องกลับไปช่วยนาง” เสี่ยวเหอพูดทั้งน้ำตา ลุกขึ้นไปหยิบห่อผ้าของตัวเองและจะเดินกลับจริงๆ
ชิงถิงดึงตัวหญิงสาวไว้ไม่ยอมให้กลับ ทั้งสองยื้อยุดฉุดห่อสัมภาระของนางไปมา สุดท้ายเป็เขาที่ดึงห่อสัมภาระได้ เสี่ยวเหอก็เริ่มร้องไห้เสียงดัง น้ำตาเต็มหน้า ทุบตีอกแกร่งของเขา
“ข้ามันแย่ที่สุด โง่เขลานัก มองไม่เห็นความลำบากใจของพี่ ข้ายังใส่ร้ายว่านางอยากแย่งงานแต่ง คิดว่านางอิจฉา ข้ามันเลวยิ่งนัก” เสี่ยวเหอร้องไห้ไป ด่าทอตัวเองไป
ชิงถิงสงสารคนรักจับใจ ได้แต่ยืนให้นางทุบ ไม่รู้จะปลอบเช่นไร จะปล่อยนางกลับไปก็ไม่ได้ หลันเหมยบังคับให้เขารับปากว่าจะไม่บอกความจริงกับน้องสาว ให้เขาสาบานว่าจะดูแลเสี่ยวเหออย่างดี หลันเหมยกลัวว่านางจะรีบกลับไปช่วยพี่สาวหากรู้ความจริง แต่เขาก็สงสารนางสองพี่น้องที่เข้าใจผิดกัน จึงได้พูดออกไป
[1] หม้อดำ หมายถึง เื่ไม่ดี