ตอนที่22
ซูเฉินไม่ได้สนใจตันเทียนสีเทาของเขา เขามองไปยังก้อนเมฆครึมสีดำทมิฑที่ปลดปล่อยสายฟ้าน่ากลัวออกมา เมฆครึ้มปดปล่อยกลิ่นอายทรงพลังและองอาจแต่อยู่ๆทุกอย่างก็เปลี่ยน ราวกับมันรู้ว่าซูเฉินกำลังมองมาที่มัน ก้อนเมฆค่อยๆสั่นและหดตัวไปอยู่ยังมุมหนึ่งของตันเทียน ราวกับแมวตัวน้อยที่สั่นกลัว เมื่อมันสายตาของซูเฉินมองมา ท่าทางองอาจและน่าเกรงขามหายไปอย่างปลิดทิ้ง ซูเฉินตกตะลึง เขาไม่คิดว่าในตันเทียนของเขาจะมีทัณฑ์สวรรค์อาศัยอยู่ และมันก็ดูจะหวาดกลัวมากอีกด้วย 'สุดยอด! ไม่น่าเชื่อว่านี้เป็นเรื่องจริง แต่ทัณฑ์สวรรค์นี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์เรื่องราวทั้งหมด'ซูเฉินค่อยลืมตาขึ้นอย่างตื่นเต้น ครั้งนี้เขากำไรครั้งใหญ่ มรดกของพระเจ้าจอมตะกละ ไหนจะเป็นทัณฑ์สวรรค์ที่อยู่ในตันเทียนของเขา ถ้าเขาขัดเกลาหลอมรวมมันสำเร็จ เขาก็สามารถใช้ธาตุสายฟ้าทีมาจากทัณฑ์สวรรค์ได้ ทัณฑ์สวรรค์นี้ไม่ใช้สายฟ้าธรรมดาๆ มันคือสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่มีอนุภาพทลุทลวงสูง พละกำลังมหาศาลและรวดเร็ว คุณสมบัติทั้งสามของทัณฑ์สวรรค์สามารถปรับปรุงพลังต่อสู้ของซุเฉินได้อย่างมาก แล้วไหนจะเป็นสาวใช้สุดทรงพลัง จากที่ซูเฉินได้สอบถามมา ระดับของหยานเออร์คือ ระดับราชันลมปราณตัวตนระดับสูงในทวีปวารีพิสุท มีเพียงระดับจักรพรรดิเท่านั้นที่มีระดับพลังสูงกว่า เพราะฉะนั้นซูเฉินจึงได้รับผู้คุ้มกันสุดทรงพลังมาครอบครอง แต่เมื่อพูดถึงระดับจักรพรรดซูเฉินก็ขมวดคิ้ว ตามที่ซูเฉินในอนาคตบอก เขาจะตกในอันตรายถึงชีวิตเมื่อเขาก้าวสู่ระดับจักรพรรดิ ส่วนโถงจันทร์ทรานั้นซูเฉินไม่รู้จัก แม้เขาจะได้รับข้อมูลมากมายมาจากชายชรา แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่เขาไม่รู้ และโถงจันทร์ทราก็เป็นหนึ่งในนั้น และซูเฉินคิดคร่าวๆโถงจันทร์น่าจะเป็นขุมกำลังระดับของท้องถิ่นของทวีปวารีพิสุท "ในอนาคต ข้าต้องสืบหาตัวตนของโถงจันทร์ทราดู"เมื่อกล่าวกับตนเองเสร็จ ซูเฉินก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีกต่อไป เพราะมันเป็นเพียงเรื่องในอนาคตที่ยังห่างไกลกับตอนนี้นัก เขาจึงหันกลับมาสนใจกล่องสีทองภายในมือของเขา "ยะหยานเออร์ เจ้าช่วยออกไปก่อนได้ไหมข้าจะดูดซับพลัง"ซูเฉินพยายามพูดกับหยานเออร์ด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้ซูเฉินในอนาคตจะแสดงความสามารถมากมายขนาดไหน แตานั้นก็เป็นเพียงเขาในอนาคต มิใช่ปัจจุบัน ตอนนี้ความเเข็งแกร่งของเขายังห่างหยานเออร์ไปหลายร้อยลี้"เจ้าค่ะนายน้อย โปรดวางใจหยานเออร์จะคุมกันด้านนอกมิให้ยุ่งสักตัวเขามาได้เลยเจ้าค่ะ"หยานเออร์พยักหน้าอย่างรวดเร็ว แววตาของเธอลุกโชนราวกับตนได้รับภาระกิจอันยิ่งใหญ่ แต่เสียงหนึ่งดังเข้ามาทำให้เธอถึงกับอับอาย"วี้~~"เสียงของยุ่งตัวหนึ่งที่บินผ่านศรีษะของหยานเออร์ไป "...."ซูเฉินที่เห็นเช่นนั้นได้แต่ยิ้มเจื่อนแล้วกล่าวว่า"พยายามเข้าน่ะ" "จะเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะไม่ทำให้ผิดพลาดซ้ำสองแน่นอนเจ้าค่ะ"หยานเออร์รีบโค้งคำนับให้ซูเฉินแล้วเลื้อยออกไปจากถ้ำและหยุดลงหน้าปากถ้ำ เธอหันซ้ายหันขวาไปมาอย่างจริงจังราวกับกำลังค้นหาศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ ทางซูเฉินที่เห็นหยานเออร์ออกไป เขาจึงหันมาสนใจกล่องภายในมือของเขาอีกครั้ง"ในที่สุดฉันก็จะได้รับมรดกของพระเจ้าจอมตะกละ"หัวใจของซูเฉินเต้นโครมครามด้วยความดีใจ มือขวาของเขาค่อยๆแง้มเปิดกล่องออกอย่างช้าๆควันสีม่วงดำค่อยๆทะลักออกมาจากกล่อง เมื่อเปิดกล่องจนสุดซูเฉินก็พบกับหยกสีดำทมิฬชิ้นหนึ่ง เส้นผ่าศูนย์กลางของมันมีเพียงแค่5ซม.เท่านั้น แต่อย่าได้ดูถูก แรงกดดันมหาศาลที่ปล่อยปล่อยออกมาทำให้ซูเฉินแทบเป็นลม ซูเฉินค่อยหยกนี้ขึ้นมาช้าแล้วกล่าวว่า"หยกระลึกมารดา!"หยกในมือของซูเฉินนั้น มีประวัติที่โศรกเศร้าของพระเจ้าจอมตะกละและมารดาของเขาพระเจ้าจอมตะกละเกิดมามีเพียงมารดาของเขาเท่านั้นที่อยู่ข้างกาย ในสมัยเด็กพระเจ้าจอมตะโดนดูถูกเหยียดหยามสารพัด ด้วยที่เขาไม่สามารถบ่มเพาะลมปราณเหมือนคนปกติได้ และโดนด่าว่าเรื่องบิดาของเขาว่าเป็นคนขายชาติทำงานให้กับอาณาจักรศัตรู มีเพียงมารดาของเขาเท่านั้นที่ปลอบประโลมเขา เขาคิดเพียงว่าในชีวิตของเขาเพียงแค่มีมารดาของเขา เขาพอมีความสุขและพอดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าผู้อื่นจะมองยังไงเขามิได้สนใจ แต่วันวานที่แสนชื่นมิได้อยู่ยาวนาน มารดาของเขาโดนอันธพาลในหมู่บ้านจัดการและข่มขืนจนตาย พระเจ้าจอมตะกละที่ได้เห็นสภาพของมารดาของเขา เขาได้แต่กรีดร้องและกล่าวโทษสวรรค์ เหตุใดชีวิตเขาถึงบัดซบเช่นนี้ เขาคุกเข่าร้องไห้อยู่เบื้องหน้าศพของมารดาของเขาเป็นเวลา7วัน7คืน ก่อนจะย้ายร่างของนางไปฝังยังสถานที่อันสงบ ก่อนที่จะย้ายร่างของมารดาของเขาไป เขาเหลือบไปเห็นหยกชิ้นหนึ่งอยู่ในกำมือของมารดาตน เขาพยายามเอามันออกมา แต่มันยากแสนเข็น มารดาของเขาจะกำสิ่งนี้ไว้แน่นแม้ตนเสียชีวิตไว้แล้ว......นั้นคือที่มาของหยกชิ้นนี้ เมื่อพระเจ้าจอมตะกละได้หยกชิ้นนี้มาจากร่างของมารดาตน เขาก็ได้เก็บมันไว้ในตันเทียนของเขามาตั้งแต่นั้น กาลเวลาผ่านไปหยกชิ้นนี้ซึมซับพลังลมปราณและแก่นแท้พลังของพระเจ้าจอมตะกละ