มาถึงบ้าน แก้มใสก็ลงมือผ่าหลังกุ้งเพื่อทำกุ้งทอดเกลือ เธอทำไว้เผื่อพ่อแม่ของแฟนหนุ่มด้วย
"พี่ชัยเอากับข้าวไปให้ป้าไหมก่อนนะจ้ะ"หญิงสาวตักกับข้าวใส่กล่องทัพเพอร์แวร์แล้วเอาไปวางท้ายรถที่มีทั้งกุ้งทอดเกลือ ข้าวผัดกุ้ง
"เดี๋ยวชัยมาเฝ้าบ้านให้นะครับ ขอเอากับข้าวไปให้พ่อกับแม่ก่อน"
"ได้ลูก" จุรีไม่ลืมตักกระดูกอ่อนตุ๋นยาจีนไปให้ชายหนุ่มด้วย นางรู้ว่าบุตรสาวทำเผื่อบ้านแฟนหนุ่มด้วย
แก้มใสทำเมนูกุ้งทอดเกลือเยอะหน่อยเพราะมีเด็กๆหลายคน และไม่ลืมทำข้าวผัดกุ้งโถใหญ่
จน5โมงบ้านอำนวยก็ไปถึงบ้านป๊ะม่า วันนี้เป็วันหยุดร้านจึงเงียบ
เมื่อจอดรถก็ช่วยกันยกของลงจากรถเอาไปไว้ในครัว
"สวัสดีครับป๊า,ม่า "
"สวัสดีค่ะ"จุรียกมือไหว้พ่อแม่สามี ทั้งคู่แค่พยักหน้าให้
แก้มใสกับฟ้าใสเดินเข้าไปไหว้อากงอาม่าใกล้ๆ
"สวัสดีอากงอาม่าค่ะ"สองพี่น้องพร้อมใจกันพูด
"ทำไมมากันเย็น"นางกิมฮวนบ่นใส่ลูกชาย
"พอดีว่าแก้มใสไปอยุธยาซื้อกุ้งแม่น้ำมาทำกุ้งทอดเกลือกับข้าวผัดกุ้งนะม่า นี้อีทำกระดูกอ่อนตุ๋นยาจีนมาให้พวกลื้อบำรุงด้วยนะครับ"
"ที่ยกกันลงมาเมื่อกี้นะเหรอ!"กิมฮวนถามขึ้น
"ครับ..แก้มใสอีทำกับข้าวอร่อยมาก"
พูดพร้อมชวนกันเดินเข้าบ้าน
สะใภ้ใหญ่และสะใภ้เล็กเห็นบ้านอำนวยถือข้าวของลงมาก็สงสัยว่าเป็อะไร
พอลองเปิดดูก็ใ กุ้งตัวใหญ่ๆเต็มถาดใส่พร้อมฝาปิด
"อาหมวยเตรียมของขึ้นโต๊ะได้เลย อารุ้งไปดูเด็กๆสิ ให้เลิกเล่นแล้วมากินข้าว"กิมฮวนเดินเข้ามาในครัวเป็พร้อมสั่งสองสะใภ้
จุรีกับแก้มใสเดินตามเข้ามาเพื่อช่วยจัดโต๊ะ
"อัยย่า..กุ้งมีแต่ตัวใหญ่ๆ น่ากินทั้งนั้น"กิมฮวนพยักหน้าอย่างพอใจ
สามสะใภ้กับหนึ่งหลานสาวต่างช่วยกันยกกับข้าวไปวางที่โต๊ะยาวของบ้าน
"ฟ้าใสมาแย้ว"กัญญาเห็นญาติผู้พี่
ฟ้าใสที่เดินเข้ามาในบ้าน เห็นกัญญากำลังเล่นตุ๊กตาอยู่ในห้องนั่งเล่นก็เดินเข้าไปหา
"มาเล่นด้วยกันนะ หนูแบ่งบาบี้ให้เจเจ๊หนึ่งตัว"
"เดี๋ยวค่อยเล่น มากินข้าวกันก่อน ไปเรียกเฮียกับเจ๊ให้ลงมากินข้าวด้วย"สะใภ้เล็กเดินมาบอกให้ลูกสาวคนเล็กไปเรียกพี่ๆที่อยู่ในห้องส่วนตัว
หนูน้อยจึงวิ่งขึ้นตึกไปเรียกพี่ๆก่อนที่ตัวเองจะลงมาเพื่อนั่งใกล้พี่สาวทั้งสอง
วันกินเลี้ยงทั้งอื้มและพี่สาวทั้งสองใจดีกับเธอมาก ไม่เหมือนเจ๊หมิวหรือมยุรา ที่ไม่ยอมเล่นกับเธอ เธอต้องเล่นคนเดียวเป็ประจำ ถ้าเล่นกับพี่ชายก็เล่นแบบเด็กผู้ชาย เธอไม่ชอบ
"เฮีย..ม่าให้มาตามไปกินข้าว"หนูน้อยเปิดประตูเข้าไปในห้องพี่ชายทั้งสอง เห็นทั้งคู่กำลังเล่นเกมที่ต่อไปยังจอทีวี
"พวกอาแปะมากันยัง?"
"มาแล้ว..พี่แก้มใสกับฟ้าใสก็มาด้วย"
สองพี่น้องจึงกดหยุดเกมแล้วตามน้องสาวออกไป
ก่อนลงไปก็แวะเรียกมยุราแล้วถึงลงจากชั้นสาม ส่วนยงยุทธเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ในกรุงเทพฯ
มาถึงที่โต๊ะกินข้าวเด็กทั้งสามต่างตื่นเต้นที่มีกุ้งตัวใหญ่หนูน้อยกัญญาเลือกที่จะนั่งใกล้อื้มจุรีกับพี่สาวทั้งสอง โชคชัยกับปัญญาก็เลือกนั่งกับอาอื้มจุรีเช่นกัน
การนั่งเรียงตามลำดับาุโ โดยมีอากงตังกวนนั่งเป็ประธานอยู่หัวโต๊ะ สะใภ้และหลานผู้หญิงนั่งไกลออกไป แต่เด็กๆก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแถมยังดีใจด้วยซ้ำที่ไม่ต้องนั่งใกล้อากงอาม่า ส่วนอาหารก็จัดไว้สองชุด วันนี้บ้านใหญ่ทำปลานึ่งกับผัดผักหนึ่งจานปีกไก่อีกหนึ่ง
"วันนี้กับข้าวน่ากินมาก"
"วันนี้แก้มใสทำกุ้งทอดเกลือและกระดูกอ่อนตุ๋นยาจีน แถมยังข้าวผัดกุ้งอีกด้วยครับ"อำนวยรีบนำเสนอ
"โอ้โห..น่ากินทั้งนั้น หลานแปะนี้เก่งจริงๆ"วีรยุทธเอ่ยชมหลานสาว
"อั้วว่าลงมือกินได้แล้ว สามตัวแสบบ้านอั้วนั่งน้ำลายไหลแล้ว555"พรชัยขำกับลูกๆทั้งสามของตนที่นั่งมองกุ้งตัวโตตาไม่กระพริบ
"555 เอาละลงมือกินกัน"อากงพูดพร้อมกับตักกุ้งทอดเกลือที่บุตรชายคนโตตักมาให้เข้าปาก
"อื่อ..รสชาติกำลังดี ข้าวผัดก็ผัดได้ดีข้าวนิ่มอีกด้วย"
"ป๊าลองชิมน้ำซูปดู น้ำใสดูแล้วน่ากินมาก"ลูกชายคนรองตักน้ำซูปให้ป๊าตัวเอง ทั้งสองพยายามเอาใจให้บิดาเห็นด้านดีของจุรีและลูกๆ ยังไงก็สายเืเดียวกัน
"ใช้ได้"พูดพร้อมกับมองไปท้ายโต๊ะก็เห็นสะใภ้รองกำลังดูและเด็กๆ ที่นั่งรอกินเหมือนลูกนกรอแม่นกมาป้อนอาหาร
"รุ้ง..ทำไมไม่ดูแลลูกเต้า ให้อื้มจุรีดูคนเดียวแล้วอีจะได้กินข้าวหรือ"พรชัยเอ่ยตำหนิภรรยา
"ปกติพวกอีก็กินกันเองเป็ ทำไมวันนี้ต้องดูแลด้วย โตๆกันแล้ว "รุ้งบ่นอย่างไม่สนใจ
จุรีไม่พูดอะไร แต่ยังคงคอยดูแลเด็กๆต่อ แค่ตักกุ้งให้หลานๆ จะยากตรงไหน เธอไม่อยากมีปัญหากับใครก็เฉยๆไม่คิดพูดอะไร
กว่าทุกคนจะกินอิ่มของที่แก้มใสทำมาก็หมดทุกอย่าง จุรีช่วยอีกสองสะใภ้เก็บกวาดจนเรียบร้อยก็นำของไปเก็บที่รถ ส่วนลูกๆของเธอก็นั่งเล่นกับหลานๆ
"ตอนนี้ที่อู่ลื้อเป็ไงบ้าง"กิมฮวนถามบุตรชายคนกลาง
"มีรถมาให้ซ่อมตลอดแหละม้า "
"ยังไงก็ประหยัดไว้บ้าง ไม่ใช่ว่าใช้จ่ายเกินตัวรู้มั้ย"
"ครับ.."
"แล้วอาฟ้าใสเข้าอนุบาลแล้วใช่มั้ย?"
"ใช่ม้า..ไปวันแรกเกือบมีการเสียน้ำตา ดีว่าครูเขาเข้าใจหลอกล่อครับ"
"ดีแล้ว อาแก้มใสเรียนเก่ง อาฟ้าใสก็คงเรียนเก่งได้พี่อี"อากงพูดขึ้นพร้อมดื่มน้ำชาล้างปากตามนิสัยคนจีน
พอสามทุ่มครึ่งอำนวยก็เอ่ยลาพ่อแม่เพื่อพาลูกเมียกลับบ้าน เพราะพรุ่งนี้มีเรียน
"บ้านลื้อก็มากินข้าวที่บ้านบ่อยๆ ป๊ากับม้าไม่พูด แต่เฮียรู้ว่าพวกอีคิดถึงลื้อ ปากก็พูดก็บ่นไปงั้นแหละ อย่าไปคิดมาก"
"ครับเฮีย"
"สวัสดีค่ะแปะ"ฟ้าใสยกมือไหว้ผู้เป็ลุง
"วันหลังมาหาแปะอีกนะ"
"ได้ค่ะ"หนูน้อยพยักหน้ารับคำอย่างน่ารัก
กว่าจะถึงบ้านก็4ทุ่ม ฉัตรชัยเดินมาเปิดประตูให้ ก่อนจะช่วยอุ้มฟ้าใสที่หลับให้เข้าบ้าน และด้วยดึกแล้วจุรีจึงไม่ปลุกลูก นางรับไม้ต่อเพื่ออุ้มบุตรสาวคนเล็ก
ฉัตรชัยเมื่อเ้าของบ้านมาแล้วก็ขอตัวกลับก่อน ชายหนุ่มก็กลับบ้านเพราะดึกมากแล้ว
ส่วนเ้าตากลมนอนหลับอยู่ตรงที่ประจำไม่คิดสนใจใครเพราะเมื่อเย็นฉัตรชัยย่างกุ้มตัวใหญ่ให้มันกินจนพุงกาง
ข่าวเื่ที่อู่อำนวยถูกหวยบ่อยนั้นก็ได้ไปเข้าหู นางบังอรมารดาของจุรีถึงกับให้สิงน้องชายคนสุดท้องของจุรีพามาหาลูกสาว
นางบังอรมาถึงก็เห็นลูกสาวกำลังป้อนอาหารให้ลูกนก
"นังจุรี..เอ็งเลี้ยงนกแสกทำไมนะ"
"อ้าว..แม่ มายังไงละนั้น"
"ข้าก็ให้ไอ้สิงมันพามาไง แล้วนั้นอะไรกัน เอานกผีมาเลี้ยงได้ไง"
"นี้มันนกเค้าแมวจ้ะแม่ ไม่ใช่นกผี"จุรีรีบเอามือปิดหูตากลมแล้วตอบแม่ตัวเอง
"แม่..สวัสดีครับ"อำนวยเดินมาไหว้แม่ยาย
"เออ..ว่าแต่ข้าได้ข่าวว่าบ้านเอ็งถูกหวยกันบ่อยหรือ"
"โธ..แม่ ชั้นซื้อที่ก็แค่ร้อยครึ่งร้อย ถูกได้ครั้งละไม่กี่พันบาทเอง"
อำนวยไหว้แม่ยายเสร็จก็เดินกลับไปซ่อมรถต่อ เพราะนัดไว้เย็นนี้เขาจะมาเอา
"แกเอาเงินให้ข้ายืมสักหมื่นสิ"เมื่อเห็นลูกเขยเดินห่างออกไปก็เอ่ยกับลูกสาว
"เงินตั้งหมื่น ชั้นจะไปหาจากไหนละ..ลูกชั้นก็กำลังเรียนตั้งสองคน"จุรีพอจะรู้ว่ามารดา้าเอาเงินไปทำอะไร คงไม่แคล้วเอาไปให้พี่ๆของเธอละสิ ครอบครัวเธอคิดว่าการที่เธอได้แต่งงานกับอำนวยนั้นคือว่าตกถังข้าวสาร ไม่ว่าเธอจะอธิบายยังไงผู้เป็แม่ก็ไม่เคยสนใจฟัง ยังคงหมั่นมาหยิบยืมและก็ไม่เคยได้คืน
"แค่หมื่นเดียวเอ็งไม่มีเลยรึ!"
"แล้วแม่จะเอาไปทำอะไร?"
"ก็ไอ้จงพี่ชายเองนะสิ จะลงทุนทำฟาร์มไก่ แต่ขาดเงินอีกหมื่น มันกะว่าเลี้ยง6เดือนก็ได้กำไรคืน มันคุยกับรถที่เขารับไปส่งบริษัทใหญ่ รับรองไม่มีขาดทุน หมื่นเดียวเอ็งจะไม่มีเลยเหรอ หรือมีแต่ไม่ให้"นางบังอรรีบพูดดักคอ จนจุรีพูดไม่ออก ไอ้มีนะมีอยู่แล้ว แต่นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มารดามาขอหยิบยืมเธอ ก่อนหน้านั้นก็มายืมหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งก็บอกว่าจะคืน แต่ที่สุดก็ไม่ได้คืน พอเธอทวงถามก็กลับโมโหใส่
"ครั้งที่แล้วแม่เอาไปหมื่น6ให้พี่ชบาเพื่อซื้อปุ๋ย บอกว่าเกี่ยวข้าวแล้วจะคืนก็ยังไม่เห็นคืน"
"ก็มันเกี่ยวข้าวไม่ได้ราคา เกวียนหนึ่งได้ไม่เท่าไรเอง เงินแค่นี้ทำมาเหนียวกับพี่น้อง"
"แม่..เงินบ้านชั้นไม่ใช่ว่าอยู่เฉยๆแล้วมันจะงอกขึ้นมาเองนะ ผัวชั้นก็ทำงานหลังขดหลังแข็งกว่าจะได้มันมา แต่แม่ก็มาขอยืม ไอ้ยืมนะชั้นไม่ว่าถ้าเอามาคืน แต่นี้เอาไปกี่หมื่นแล้ว เป็แสนแล้วมั่ง ชั้นแต่งงานแล้วนะ "
"อีลูกทรพี กุน่าจะเอาขี้เถายัดปากให้ตายตอนเกิด แต่งงานแล้วมันยิ่งใหญ่มาจากไหน เออสิ..เดี๋ยวนี้ได้ดีแล้วนี้ ถึงไม่เห็นความลำบากของพี่น้อง คนแบบนี้มันไม่มีความเจริญหลอกนะ"
"ชั้นทิ้งพี่น้องตอนไหน แม่เอาอะไรมาพูด"จุรีตอบกลับอย่างอ่อนใจ พอไม่ได้ดั่งใจก็แบบนี้ทุกที
อำนวยที่ได้ยินเสียงแม่ยายโวยวายก็เดินกลับมาดู
"อำนวยมาแล้ว ตอนมาขอนังจุรีก็บอกว่าจะเลี้ยงดูอย่างดี แต่นี้อะไร แค่แม่เดือดร้อนมาขอหยิบยืมเงินแค่หมื่นเดียวก็ไม่มีให้ แกเลี้ยงลูกชั้นยังไง"นางบังอรด่าออกมาเป็ชุดจนอำนวยงงว่าแม่ยายพูดอะไร
"แม่คงเข้าใจผิดแล้ว ผมก็เลี้ยงจุรีดีตลอด ส่วนเื่เงิน จุรีบอกว่าแม่มาเอาหลายครั้งแล้วไม่ใช้เหรอครับ"
"เออ...อะไรกัน คนกันเองทั้งนั้น ครั้งนี้มันเดือดร้อนจริงๆถึงบากหน้ามา"
"แล้วแม่จะคืนเมื่อไร"จุรีถามขึ้น
"ก็บอกว่า6เดือนไง ไก่เลี้ยงมันต้องใช้เวลา สรุปจะให้มั้ย?"
"แล้วที่เอาไปก่อนหน้านั้นละแม่ บ้านชั้นก็ต้องใช้เงินนะ"
"เออหน่า..เดี๋ยวกูจะให้พวกมันทยอยคืน"
จุรีฟังแล้วก็ถอนหายใจ
"รอเดียวนะ ชั้นก็ไปดูก่อนว่ามีพอมั้ย "เธอต้องไปนับเอาแบงค์ย่อยเอามารวมกัน จะได้ดูเหมือนคนค้นจนหมดบ้าน ถ้าเอาแบงค์ใหญ่เดี๋ยวแม่ต้องคิดว่าบ้านเธอมีตัง
หายไปกว่า20นาทีจุรีก็ลงมาจากชั้นสอง แล้วส่งถุงใส่เงินให้มารดา
"ชั้นค้นจนหมดบ้านแล้วกว่าจะหามาให้แม่ครบ"ในถุงมีทั้งแบงค์500แบงค์100และแบงค์50 แบงค์10 มีครบทุกแบงค์พร้อมด้วยเหรียญอีกกว่า3000บาท
"อะไรเนี่ย..มึงไม่มีแบงค์รึ!"
"ไม่มีแล้วจ้ะ นี้หมดบ้านชั้นแล้ว แม่จะเอามั้ย"
"เอาสิ ส่งมานี้"
เมื่อได้เงินแล้วนางบังอรก็เรียกลูกชายคนเล็กที่กำลังสนใจเครื่องมือของพี่เขย
"พี่เขยสนใจอยากได้ลูกมือเพิ่มมั้ย?"
"คนที่อู่พอแล้วละ"เสียงพี่เขยดังมาจากใต้ท้องรถ
"ไปๆ..กูรีบ"เมื่อได้เงินแล้วก็ไม่มีเื่ที่ต้องอยู่ต่อ
จุรีมองแล้วได้แต่ส่ายหัว หนักใจกับแม่ตัวเอง
ตากลมพอแขกไม่ได้รับเชิญกลับไปมันก็หมดแรง มันใช้พลังอันน้อยนิดที่มีสะกดให้แม่พูดตามที่มันสะกดและสะกดให้แม่ไปหาเหรียญมาแทนแบงค์ มันมองสายตาน้องชายของแม่ออกว่ามีจิตใจคิดไม่ซื่อ ถ้าคนนั้นเห็นว่าบ้านนี้มีตังรับรองจะต้องคิดมาปล้นเอาไปแน ดวงคนผู้นี้อยู่ได้ไม่เกินสองปีก็จะหมดอายุขัย