3 วันต่อมา
หญิงสาวลากกระเป๋าลงจากคอนโดเพื่อนำไปขึ้นรถ ท้ายที่สุดเธอก็ปฏิเสธคำสั่งของเขาไม่ได้แม้ว่าพ่อของเธอจะป่วยอยู่ เขาก็ไม่สนใจว่าจะเป็ตายร้ายดี และเหตุผลเดียวที่เขาให้เธอไปด้วยก็เพื่อจะได้มีคนรับใช้ เพราะที่ผ่านมาหน้าที่ของเธอก็เป็แบบนั้น ในระหว่างที่เดินทางเธอก็เอาแต่กดหน้าจอโทรศัพท์จนกระทั่งเขาเหลือบมาเห็น
“ั้แ่ขึ้นรถมาฉันเห็นเธอพิมพ์ไม่หยุด คุยกับใครอยู่”
“พิ้งค์คุยกับหมอคินทร์ค่ะ เขาทักมาอัปเดตอาการคุณพ่อ”
“เธอสามารถคุยกับแม่เธอได้ไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องคุยกับไอ้หมอนั่น”
“ก็เขาเป็หมอไงคะ พิ้งค์ถึงต้องคุยกับเขา รายละเอียดบางอย่างพิ้งค์กลัวแม่จะไม่เข้าใจภาษาของหมอ พิ้งค์เลยตัดสินใจให้หมอเป็คนรายงานพิ้งค์จะดีกว่า”
“หึ” เขากระตุกยิ้มมุมปากราวกับว่าไม่เชื่อ
“อย่าบอกนะคะว่าคุณยังคิดว่าพิ้งค์กับหมอคินทร์”
“ไม่รู้ ฉันจะไปรู้ความรู้สึกนึกคิดเธอได้ยังไง แต่อย่าให้รู้แล้วกันว่ามีอะไรเกินเลยไปมากกว่าเพื่อน”
“ทำไมคะ คุณจะทำอะไร” เขาหันมามองหน้าเธอก่อนจะเอ่ย
“อย่าลืมว่าฉันมีทะเบียนสมรส ฉันจะฟ้องเธอตอนไหนก็ได้ถ้าเธอทำผิด” หญิงสาวมองบนก่อนจะพ่นลมหายใจหนัก
“เฮ้อ...พิ้งค์กับหมอคินทร์เราเป็เพื่อนกัน ไม่มีอะไรมากกว่านั้นแน่นอนค่ะ”
“ก็แล้วแต่เธอ ทุกอย่างอยู่ที่เธอทั้งหมด ถ้าเธอทำผิดฉันก็แค่เล่นเธอด้วยกฎหมายแต่ถ้าไม่มีอะไรก็ดีไป แค่นั้น ที่บอกก็เพื่อเตือนสติเพื่อเธอถลำไปกับความหน้าจืดของไอ้หมอนั่น”
“เลิกพูดให้คนอื่นเสียๆ หายไปสักที เอาเป็ว่าพิ้งค์ไม่ได้เป็อย่างที่คุณคิดแล้วกัน”
“หึ ดูเธอปกป้องมันดีจังเลยนะ ทำไม ฉันพูดนิดพูดหน่อยไม่ได้เลยรึไง”
“ให้ตายเถอะ! พิ้งค์ไม่อยากเถียงกับคุณแล้วค่ะ เถียงไปก็ไม่รู้จบ คุณรู้ไว้แค่ว่าถ้าพิ้งค์จะมีคนอื่นพิ้งค์ไม่โง่มีตอนที่เป็ภรรยาคุณอยู่หรอก พิ้งค์รู้ว่าต้องทำตัวยังไง”
“ก็ดี หลังจากที่เคลียร์ทุกอย่างเสร็จหย่ากันเรียบร้อย เธอจะทำอะไรก็เื่ของเธอ”
“แน่นอนค่ะ เพราะถึงวันนั้นพิ้งค์คงไม่ต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ให้คุณบ่นทุกวันๆ แล้วแหละค่ะ” เขาหันมาเขม็งตาใส่เธอพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุ
“พิชญ์สินี มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”
“พิ้งค์จะนอนนะคะ ถึงแล้วปลุกพิ้งค์ด้วย” หลังจากนั้นเธอก็ตีมึนด้วยการหันหน้าไปทางอื่น พร้อมกับหลับตาหนีเขาไปดื้อๆ ทิ้งให้อีกคนหัวร้อนอยู่ฝ่ายเดียว
หลังจากที่เดินทางมาถึงโรงแรม นั่งรอไม่นานพนักงานก็ให้คีย์การ์ดเขาและเธอซึ่งเขาได้ทำการจองไว้สองห้อง แม้นอนแยกห้องแต่ก็เป็ห้องที่อยู่ติดกัน
“พักผ่อนให้เต็มอิ่ม พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าอย่าให้ฉันต้องรอ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“อ๋อ แต่งตัวให้สุภาพด้วยเพราะลูกค้าของฉันมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ คงไม่ต้องบอกว่าต้องปฏิบัติตัวยังไง”
“ชุดที่คุณซื้อให้พิ้งค์จะใส่ชุดนั้นแหละค่ะ ไม่ต้องห่วงเื่นี้พิ้งค์ไม่ทำให้คุณกังวลแน่นอน”
“ก็ดี แล้วอย่าแอบหนีออกไปไหนล่ะ”
“ใจคอจะไม่ให้พิ้งค์ออกมาทานข้าวเลยเหรอคะ เห็นบอกในแพ็กเกจที่คุณจองไว้รวมอาหารไว้ด้วยไม่ใช่เหรอคะ”
“งั้นอาบน้ำเสร็จแล้วบอกฉัน”
“คุณจะทานด้วยเหรอคะ?”
“อืม”
“คุณไม่ทานข้าวเวลานี้ หรือแค่อยากไปเป็เพื่อนพิ้งค์?”
“รีบไปอาบน้ำ อย่าถามอะไรเยอะแยะ”
30 นาทีต่อมา
เธอยืนรอเขาอยู่ที่หน้าประตูไม่นาน ร่างสูงก็เปิดประตูออกมาผมที่เขาไม่ได้เซทให้เป็ทรงทำให้เธอไม่คุ้นตาเท่าไหร่ อีกทั้งยังไม่ค่อยแห้งจากการสระผม ดูเหมือนเขาจะเร่งเวลาตัวเองมาอยู่เหมือนกัน ทั้งสองเดินลงยังห้องอาหารรของโรงแรม ซึ่งผู้คนไม่ได้พลุกพล่านเท่าไหร่ ในระหว่างที่นั่งรออาหารอยู่นั้นจู่ๆ ก็มีพนักงานเดินเอาช่อดอกกุหลาบสีขาวมาให้เธอ หญิงสาวทำหน้าเลิ่กลั่กแต่ก็ยื่นมือไปรับดอกไม้ก่อนจะหันกลับมามองหน้าศรัณย์
“คืออะไรคะ อยู่ในแพ็กเกจของโรงแรมด้วยเหรอ” เธอมองช่อดอกไม้และมองหน้าเขาสลับกัน แต่ในขณะเดียวกันนั้นเขาก็หยิบกล่องสีน้ำเงินเล็กขึ้นมาแล้ววางไว้บนโต๊ะตรงหน้าเธอ
“วันเกิดเธอไม่ใช่รึไง” เขาพูดแต่กลับทำอย่างอื่นไปด้วยให้เหมือนว่าไม่ได้ใส่ใจมากนัก
“วันเกิด...จริงด้วย...วันนี้วันเกิดพิ้งค์ คุณจำได้ด้วยเหรอคะ”
“แค่นึกได้ เอาสร้อยคอไปแล้วกันฉันไม่รู้จะซื้ออะไรให้” เธอค่อยๆ วางดอกไม้ลงก่อนจะหยิบกล่องเล็กๆ นั่นขึ้นมาเปิดดู ก่อนพบว่าเป็สร้อยเงินและมีเพชรเม็ดเล็กๆ ตรงกลาง
“คุณให้พิ้งค์จริงๆ เหรอคะ”
“ดูเธอแปลกใจนะ”
“ก็ไม่คิดว่าคุณจะซื้อให้ ที่สำคัญพิ้งค์เอาแต่ทำอย่างอื่นจนลืมไปแล้วว่าวันนี้วันเกิดตัวเอง แต่ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่ซื้อให้รวมทั้งช่อดอกไม้นี้ด้วย”
“ดอกไม้ของโรงแรม” เธอหันไปมองช่อดอกไม้ก่อนจะหันไปมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อ เขาน่าจะเป็คนสั่งให้โรงแรมหาร้านดอกไม้ให้และตั้งใจให้เธอ เธอััได้แต่แค่ฟอร์มเยอะแค่นั้น
“จะของอะไรก็ขอบคุณคุณอยู่ดีนั่นแหละ” เธอพูดพร้อมกับยิ้ม ในระหว่างที่เธอก้มลงไปดมช่อดอกไม้เขาก็ชายตามามองเธอขณะที่เผลอ แต่พอเห็นว่าเธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจเขาก็เผลอกระตุกยิ้มมุมปากด้วยเช่นกัน
“รีบกินเถอะ จะได้กลับไปพักผ่อน”
“พิ้งค์อยากใส่ คุณใส่ให้ได้มั้ยคะ” เธอยื่นกล่องสร้อยมาให้เขา เขานิ่งไปแต่ท้ายที่สุดก็รับมาแล้วทำให้เธอให้จบๆ ไป ร่างสูงลุกขึ้นก่อนจะเดินมาใส่สร้อยให้เธอ
“รวบผมขึ้นหน่อยสิ” เขามองไปที่ต้นคอเนียนขาวนั้น ก่อนจะค่อยๆ ใส่สร้อยให้เธอ
“เหมาะกับพิ้งค์มั้ยคะ” เธอจับสร้อยพร้อมกับยิ้มไปด้วย
“อยู่กับใครก็เหมาะหมดนั่นแหละ” เธอยังคงอมยิ้มอยู่อย่างนั้น ก่อนจะกลับมาทานอาหารแต่ทว่ากลับเป็เขาที่แอบมองตอนเธอเผลอ และคิดในใจว่าสร้อยเส้นนี้ที่เขาเลือกช่างเหมาะกับเธอจริงๆ