ฉู่จวินหลันทำท่าครุ่นคิด “ข้าเคยได้ยินเื่นี้อยู่บ้าง แต่ไม่คิดว่าคนผู้นั้นคือบิดาของเย่อี่เจี้ยน”
“ใช่บิดาของเขาหายสาบสูญไปโดยไร้ร่องรอย ไม่พบว่าเป็หรือตาย สองปีต่อมามารดาก็ตรอมใจจนล้มป่วยและจากไป ตอนนั้นเย่อี่เจี้ยนเพิ่งอายุห้าหกขวบองค์หญิงใหญ่กับอู่ติ้งโหวจึงเลี้ยงดูเขามาั้แ่นั้นต่อมาไม่นานอู่ติ้งโหวก็จากไป องค์หญิงใหญ่จึงเหลือเพียงเย่อี่เจี้ยนเป็ที่พึ่งเดียวองค์หญิงใหญ่จึงทั้งรักและหวงแหนเขาดั่งดวงใจ”
บนใบหน้าสง่างามของฉู่หวาถิงเผยแววเวทนาเขาเองก็สูญเสียบิดามารดาแต่เล็ก จึงอดรู้สึกเห็นใจไม่ได้
แต่แล้วเขาก็รู้ว่าความรู้สึกนั้นจะกระทบจิตใจน้องสาวจึงฝืนยิ้มกล่าวต่อ “และถึงแม้องค์หญิงใหญ่จะเลี้ยงดูเย่อี่เจี้ยนอย่างทะนุถนอมแต่เขาก็ไม่ได้หยิ่งผยอง เป็บุรุษที่อ่อนโยนดุจหยก ทั้งยังสุภาพบุรุษและมีคุณธรรมด้านวิชาการก็ไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงของบุตรชายจ้วงหยวนต้องมัวหมองเป็ผู้ที่โดดเด่นยิ่งนัก”
“ท่านเคยพบเขาหรือ”ฉู่จวินหลันยกกาน้ำชาสีขาวรินชาสีอำพันลงในถ้วยให้ฉู่หวาถิง กลิ่นหอมอ่อนๆของชาฟุ้งกระจายไปทั่ว
“ข้าเคยพบเขาตามงานชุมนุมบทกวีงานจิบชาไม่กี่ครั้งแต่ไม่เคยสนทนากันจริงจัง”
ฉู่จวินหลันพยักหน้ารับก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ
เย่อี่เจี้ยนบุรุษผู้สูงศักดิ์แต่กลับมีชะตาอาภัพนางเดาไม่ออกเลยว่าใครกันที่ลงมือวางยาพิษอำมหิตเช่นนี้
ไม่ยอมให้เขาตายโดยเร็วแต่กลับทำให้เขากลายเป็ร่างไร้ิญญานอนทรมานอยู่บนเตียงทั้งที่ยังรู้สึกได้แต่ไร้เรี่ยวแรง พูดไม่ได้ ขยับไม่ได้ปล่อยให้ชีวิตร่วงโรยไปทีละน้อยอย่างสิ้นหวัง
สำหรับนางแล้วการล้มจนกลายเป็อัมพาตคือเื่บังเอิญ แต่หากเย่อี่เจี้ยนไม่พบกับนางเกรงว่าคงต้องนอนทรมานไปอีกหลายปี จนร่างกายโรยราและสิ้นใจในที่สุด
เกรงว่าผู้ที่ลงมือวางยาพิษเขาผู้นั้นต้องเกลียดชังเขาอย่างถึงที่สุดเป็แน่
“หลันหลันเก็บของพวกนี้ไว้ที่ข้าดีหรือไม่ หากไว้กับเ้าข้ากลัวว่าจะอันตรายและกลัวว่าเ้าจะเจอคนชั่ว! หากพวกเขาจ้างคนมาปล้นเ้าจะทำอย่างไร”ฉู่หวาถิงยิ่งพูดยิ่งเป็ห่วง สีหน้ายังซีดเผือด “ข้าเป็บุรุษไม่กลัวอะไรอยู่แล้วแต่เ้าเป็สตรี ทั้งยังรูปโฉมงดงาม หากมีคนคิดร้ายขึ้นมา…”
“พอแล้วเ้าค่ะ”ฉู่จวินหลันหัวเราะพลางกุมมือฉู่หวาถิงแล้วเขย่าเบาๆ “ท่านก็เพิ่งอายุสิบเจ็ดปีและหากจะพูดว่างดงาม ท่านก็เป็บุรุษรูปงามปานหยกล้ำค่าเช่นกันเหตุใดมีแต่ข้าที่ต้องกลัวเล่า แล้วท่านไม่กลัวหรือ”
“ข้า…”ฉู่หวาถิงเข้าใจความหมายของน้องสาวจึงใบหน้าแดงก่ำดวงตาที่มองไม่เห็นหันไปทางฉู่จวินหลัน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เห็นด้วย“เ้าเด็กน้อย อย่าพูดจาเหลวไหลสิ”
พี่ชายเช่นนี้ช่างน่าหยอกล้อไม่ต่างจากซื่อจื่อผู้โง่งมคนนั้นเลย
ฉู่จวินหลันหัวเราะคิกคักพลางเขย่ามือฉู่หวาถิงเบาๆ“เอาละเ้าค่ะ ท่านวางใจเถิด ข้ามีวิธี การเก็บทองเงินไว้เฉยๆ นั้นไม่ใช่ทางออกจะมีผู้ใดมีเวลามานั่งเฝ้าหีบอยู่ตลอดกัน ข้าว่าควรใช้โอกาสนี้จัดการให้สิ้นซากทำให้พวกเขาไม่กล้ายื่นมือออกมาอีกเ้าค่ะ”
ฉู่หวาถิงเบิกตากว้างเอ่ยถามอย่างอยากรู้ “เ้าพูดมีเหตุผล แล้วคิดจะทำอย่างไร”
ฉู่จวินหลันยกยิ้มพลางโน้มตัวกระซิบข้างหูฉู่หวาถิงสองสามประโยค
ฉู่หวาถิงได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆยกยิ้ม เขายกนิ้วชี้แตะที่แก้มนางเบาๆ
“คิดไม่ถึงว่าเ้าจะเ้าเล่ห์ถึงเพียงนี้ดีแล้ว หากทำเช่นนี้ พวกเขาย่อมไม่กล้าคิดมาเอาของพวกนี้อีกต่อไปแต่ถ้าพวกเขาทำต่างจากที่เ้าคิดไว้เล่า”
“วางใจเถิดข้ารู้จักพวกเขาดีที่สุด” ฉู่จวินหลันเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ “ท่านไม่ต้องกังวลสิ่งสำคัญคือต้องรักษาดวงตาให้หายดี ไม่ต้องใส่ใจเื่อื่นต่อไปท่านเพียงฟังข้าก็พอ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนเ้าค่ะ”
ฉู่หวาถิงยกยิ้มบางก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“อื้ม ต่อไปนี้ข้าจะเชื่อฟังหลันหลันทุกอย่างฟังหลันหลันแล้วทุกอย่างจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”
ฉู่จวินหลันเลิกคิ้ว“นั่นสิ”
ครั้นถึงยามพลบค่ำจื่อเยียนถือโคมกระดาษเข้ามาวางบนโต๊ะเล็ก พลางมองสองหีบสมบัติด้วยความกังวล
“คุณหนูสามบ่าวยังไม่วางใจ คืนนี้ให้บ่าวนอนเฝ้าตรงนี้เถิดเ้าค่ะ”
ฉู่จวินหลันขำกับท่าทางร้อนรนของนาง“ไม่ต้องห่วงหรอก พวกเขาไม่มีวันยอมให้เ้ามีโอกาสได้นอนเฝ้าสมบัติเหล่านี้แน่”
“คุณหนูสามท่านหมายความว่า…”
ยังไม่ทันที่จื่อเยียนจะพูดจบเสียงหญิงรับใช้หน้าประตูเรือนก็รายงานว่า “คุณหนูสาม นายท่านมาแล้วเ้าค่ะ”
“เห็นหรือไม่มาแล้วจริงๆ”
ใบหน้าของจื่อเยียนพลันย่นยู่ราวกับบวบขมบ่นอุบเบาๆ “ไม่นะบ่าวยังอยากรู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรหากได้นอนกับหีบสมบัติทองเงินเหล่านี้”
ฉู่จวินหลันส่ายหน้าพลางยิ้มขันก่อนจะออกไปด้านนอก จากนั้นคารวะฉู่ไฉเหลียงอย่างเคารพ
“ท่านพ่อเหตุใดท่านถึงมาที่นี่เ้าคะ”
ฉู่ไฉเหลียงยิ้มพลางเดินมือไพล่หลังเข้ามา“แค่มาดูว่าเ้าพักอยู่ที่นี่เป็อย่างไรบ้าง”
แววตาของฉู่จวินหลันเต็มไปด้วยความเคารพและสำนึกในพระคุณ“เรียนท่านพ่อ ลูกอยู่ที่นี่สบายดีเ้าค่ะ”
“อืมในเรือนยังขาดสิ่งใดหรือไม่ เห็นทีบ่าวที่ดูแลเ้าจะน้อยไป วันพรุ่งนี้พ่อจะจัดหาคนมาให้เพิ่มอีกเอาสาวใช้กับหญิงรับใช้อย่างละสองคนดีหรือไม่”ฉู่ไฉเหลียงมองบุตรสาวด้วยสายตาเอ็นดู “พ่อจะเป็คนจ่ายเงินค่าจ้างพวกนางเองเ้าเพียงอยู่อย่างสบายใจก็พอ”
“ขอบพระคุณท่านพ่อเ้าค่ะ”ฉู่จวินหลันเอ่ยขอบคุณด้วยท่าทีเคารพ
“หลันเจี่ยร์เื่วิชาแพทย์ของเ้านี่เป็มาอย่างไรกัน”ฉู่ไฉเหลียงพึงพอใจกับความอ่อนน้อมของนางไม่น้อย
ฉู่จวินหลันเงยหน้าดวงตาคู่งามใต้แพขนตายาวฉายแววหวาดระแวงดุจสัตว์น้อยตื่นกลัว
ฉู่ไฉเหลียงเห็นดังนั้นก็รีบปลอบ“หลันเจี่ยร์ไม่ต้องกังวล เ้าพูดกับพ่อได้ทุกเื่”
ฉู่จวินหลันเหมือนเพิ่งคลายใจจากนั้นเล่าคำแก้ตัวที่เคยบอกฉู่หวาถิงให้เขาฟัง
“...ลูกเองก็ยังแปลกใจแต่บางทีนี่อาจเป็การชดเชยจาก์”
“ที่แท้เป็เช่นนี้เอง”ฉู่ไฉเหลียงพยักหน้าเข้าใจ “นี่คงเป็เหตุผลที่เซียนเฒ่า้าพบเ้าสินะคิดไม่ถึงว่าบุตรสาวของข้าจะมีความสามารถเช่นนี้ต่อไปเ้าต้องใช้วิชาแพทย์ให้เป็ประโยชน์ให้มาก”
“เ้าค่ะ”ฉู่จวินหลันพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
“หลันเจี่ยร์พ่อว่าเ้าควรนำของสองหีบที่ได้มาวันนี้ไปเก็บไว้ที่ส่วนกลางนะ”ฉู่ไฉเหลียงยิ้มพลางวกเข้าเื่ที่ตน้าจะพูดั้แ่แรก “เ้าเป็เพียงสตรีไม่ได้มีประสบการณ์เื่ดูแลร้าน ทั้งยังไม่เคยใช้สมุดบัญชีจะดูแลสมบัติมากมายเช่นนี้ได้อย่างไร ซ้ำยังต้องคอยรักษาคุณชายเย่ไหนเลยจะมีเวลาดูแลสมบัติพวกนี้พ่อว่าเ้ามอบของพวกนี้ไว้ส่วนกลางแล้วให้อนุหวังช่วยดูแลแทนดีกว่าหากเ้า้าสิ่งใด ก็เขียนรายการแก่นางจากนั้นค่อยให้นางไปหยิบของที่เ้า้าในหีบให้ เ้าว่าดีหรือไม่”