สองทุ่มกว่าคืนสุดสัปดาห์ไนต์คลับยอดนิยมที่ชั้นใต้ดินของโรงแรมแขกนั่งเต็มเกือบทุกโต๊ะแล้ว หนึ่งในนั้นมีชายหนุ่มร่างสง่าหน้าตาขั้นสาว ๆเหลียวมองซ้ำนั่งพิงหลังสบาย ๆ เพียงลำพัง เขาจงใจมาก่อน ‘หนึ่งนาฏ’ ขึ้นร้องเพลงแรก เลือกมุมโซฟาเยื้องข้างตำแหน่งของนักร้องตรงเวทีสูงสองขั้นบันได หญิงสาวดวงตาคมหวานปรากฏตัวก้าวไปนั่งบนเก้าอี้สตูลบาร์หน้าเปียโน ประดาพ่อไก่แจ้ตาเยิ้มยลโฉมหล่อนเป็จุดเดียวประดุจนัด ใบหน้าสวยเก๋สะกดสายตา ครั้นหล่อนจับไมค์ร้องรับดนตรีโปรยนำพลันสะกดความรู้สึก เนื้อเสียงไม่นุ่มเนียนดั่งปลายนิ้วไล้กำมะหยี่แต่มีเสน่ห์ ทั้งคลับตกอยู่ในอารมณ์ของบทเพลงตามแต่คนร้องพาไป
เขาชอบมองใบหน้าด้านข้างตอนหล่อนถือไมค์ร้องเพลง...งามซึ้งได้อย่างประหลาด ค่ำนี้เกล้าผมขึ้นหลวม ๆ ปอยรุ่ยต้องแสงไฟเปล่งรัศมีนวลเรื่อ แต่งตัวยังแปลกตาจากนักร้องหญิงที่เห็นโดยมาก ผู้ชายอย่างเขาก็บอกไม่ถูกรู้แต่ว่ามองเพลิน ท่านั่งบนเวทีดูเป็ธรรมชาติ เรียวขาข้างหนึ่งทอดเหยียดเท้าวางบนที่พักเหนือขาสตูล โยกเอนเบา ๆ บนเบาะหมุน ปล่อยตัวไหวจากใจตามอารมณ์เพลงไม่ใช่แสดงท่าทาง ชั่วเวลานั้นนักร้องสาวอาบเสน่ห์ราวกับร่ายมนต์ แสงไฟปรับสลัวยิ่งสร้างบรรยากาศชวนเคลิบเคลิ้ม เสียงเพลงคลอรื่นอารมณ์ เบียร์รสชาติลื่นคอเย็นฉ่ำกำลังดี เขายกแก้วขึ้นจิบ
“เพียงพิศอยากไปฟังเพลงที่โรงแรมแมนดารินเสาร์นี้”
เบียร์แทบกระฉอกจากปาก! ตอนรัมภาเพียงพิศทูลองค์ย่าน้อยเช่นนั้นในห้องนวลจันทร์เขาเกือบสำลักน้ำอัญชันมะนาวของแม่ผันมาหนแล้ว อย่างกับรู้...่นี้เขาไปโรงแรมนั้นคืนวันเสาร์เป็ประจำ เลยต้องเลื่อนมาฟังหนึ่งนาฏคืนวันศุกร์แทน ให้ตาย ! ยังกับโดนรัมภาเพียงพิศทุบเข้าอั้กจริง ๆ สงบเสงี่ยมต่อหน้าพระพักตร์องค์ย่าน้อย แต่อัดเขาจุกซึ่งหน้าตาใส ๆ หลายหมัดหลายทีแล้ว คืนพรุ่งนี้เขาไม่พาไปฟังเพลงเดี๋ยวได้ปากแดงหน้าโศกมาฟ้ององค์ย่าน้อย
ฟังเพลงกำลังเพราะๆ เสียงตามราวีในหัว กวนประสาทเสียจริง นึกถึงคนไม่สบอารมณ์แล้วพาลเพ่งบนเวที นักร้องสาวมีข่าวพัวพันชายมีครอบครัว แต่เท่าที่เล็งอยู่ห่าง ๆ หล่อนเดินไม่ชำเลืองซ้ายขวาชายตาโปรยเสน่ห์ ออกจะหยิ่งด้วยซ้ำ ไม่ค่อยตามใจลูกค้าตอนเชิญไปที่โต๊ะ ยกเว้นที่มีแขกผู้หญิง คงต้องดูกันต่อไปอีก ตอนนี้ขอชมนักร้องเคล้าเสียงเพลงก่อนดีกว่าประโลมตาประโลมใจ อย่างนี้นี่เล่าแมลงภู่ผึ้งถึงมาเวียนวนหวังไต่ตอม กลิ่นเกสรกับน้ำหวานยั่วให้ลิ้มลอง เขาอยากรู้จักหนึ่งนาฏให้มากกว่าเสน่หาเสียงเพลงที่หล่อนขับกล่อมชั่วเวลา...
‘ในฝัน ฉันเฝ้าเห็นจันทรา แลระยับจับเมฆา
ส่องเวหานภาพรรณ ฉันกอดน้อง ประคองนุชสุดรัก’
น้อง... ภาพน้องนุชสุดท้องวิมุขมาศลอยมาตามคำร้อง กวนใจชะมัด ! หนีแล้วหน้ายังผุดโผล่จนได้ เขาดวดเบียร์ฮวบลงคอ อึกนี้เฝื่อนพิกล
‘งามพิศแลพักตร์ เพียงเพ็ญจันทร์
ลมค่ำคร่ำคลุ้ง กลิ่นเกสร’
เสียงขับร้องล้อรับดนตรีปลุกโสตเขาตื่นกลับมา ใบหน้ากวนอารมณ์จางหายราวตกตะกอน
‘ผวาตื่นคืนคง อนงค์หาย
มาลีมีกลิ่น ก็คลายครัน
จันทร์ฉายหายสิ้น ไม่แลเห็น’
เวลาแห่งความสุขเกษมผ่านไปไวเสมอ เพลงสุดท้ายของหล่อนแล้วหรือนี่ คุณชายธเจตมองตามหลังร่างงามที่หายเข้าช่องกระจกฝ้าเรียงซ้อนพรางตาเป็ฉากเวที อีกกี่คืนจะได้ชมอีก เขารู้ว่าจะเฝ้าคิดถึง แต่ก่อนถึงเวลานั้น นิทรานี้ขอพบในฝัน...หนึ่งนาฏ
__________________________
เพลง: ในฝัน
คำร้อง: พระเ้าวรวงศ์เธอพระองค์เ้าภาณุพันธุ์ยุคล
ทำนอง: หม่อมหลวงพวงร้อย สนิทวงศ์ / หม่อมหลวงประพันธ์สนิทวงศ์