จรดไว้ในทรวงว่า...

    ๘. นักร้องดาวรุ่ง


    สองทุ่มกว่าคืนสุดสัปดาห์ไนต์คลับยอดนิยมที่ชั้นใต้ดินของโรงแรมแขกนั่งเต็มเกือบทุกโต๊ะแล้ว  หนึ่งในนั้นมีชายหนุ่มร่างสง่าหน้าตาขั้นสาว ๆเหลียวมองซ้ำนั่งพิงหลังสบาย ๆ เพียงลำพัง เขาจงใจมาก่อน ‘หนึ่งนาฏ’ ขึ้นร้องเพลงแรก เลือกมุมโซฟาเยื้องข้างตำแหน่งของนักร้องตรงเวทีสูงสองขั้นบันได  หญิงสาวดวงตาคมหวานปรากฏตัวก้าวไปนั่งบนเก้าอี้สตูลบาร์หน้าเปียโน  ประดาพ่อไก่แจ้ตาเยิ้มยลโฉมหล่อนเป็๞จุดเดียวประดุจนัด ใบหน้าสวยเก๋สะกดสายตา  ครั้นหล่อนจับไมค์ร้องรับดนตรีโปรยนำพลันสะกดความรู้สึก  เนื้อเสียงไม่นุ่มเนียนดั่งปลายนิ้วไล้กำมะหยี่แต่มีเสน่ห์  ทั้งคลับตกอยู่ในอารมณ์ของบทเพลงตามแต่คนร้องพาไป 

            เขาชอบมองใบหน้าด้านข้างตอนหล่อนถือไมค์ร้องเพลง...งามซึ้งได้อย่างประหลาด  ค่ำนี้เกล้าผมขึ้นหลวม ๆ ปอยรุ่ยต้องแสงไฟเปล่งรัศมีนวลเรื่อ  แต่งตัวยังแปลกตาจากนักร้องหญิงที่เห็นโดยมาก  ผู้ชายอย่างเขาก็บอกไม่ถูกรู้แต่ว่ามองเพลิน  ท่านั่งบนเวทีดูเป็๲ธรรมชาติ  เรียวขาข้างหนึ่งทอดเหยียดเท้าวางบนที่พักเหนือขาสตูล  โยกเอนเบา ๆ บนเบาะหมุน  ปล่อยตัวไหวจากใจตามอารมณ์เพลงไม่ใช่แสดงท่าทาง ชั่วเวลานั้นนักร้องสาวอาบเสน่ห์ราวกับร่ายมนต์  แสงไฟปรับสลัวยิ่งสร้างบรรยากาศชวนเคลิบเคลิ้ม  เสียงเพลงคลอรื่นอารมณ์  เบียร์รสชาติลื่นคอเย็นฉ่ำกำลังดี  เขายกแก้วขึ้นจิบ 

            “เพียงพิศอยากไปฟังเพลงที่โรงแรมแมนดารินเสาร์นี้” 

            เบียร์แทบกระฉอกจากปาก!  ตอนรัมภาเพียงพิศทูลองค์ย่าน้อยเช่นนั้นในห้องนวลจันทร์เขาเกือบสำลักน้ำอัญชันมะนาวของแม่ผันมาหนแล้ว  อย่างกับรู้...๰่๭๫นี้เขาไปโรงแรมนั้นคืนวันเสาร์เป็๞ประจำ  เลยต้องเลื่อนมาฟังหนึ่งนาฏคืนวันศุกร์แทน  ให้ตาย !  ยังกับโดนรัมภาเพียงพิศทุบเข้าอั้กจริง ๆ  สงบเสงี่ยมต่อหน้าพระพักตร์องค์ย่าน้อย  แต่อัดเขาจุกซึ่งหน้าตาใส ๆ หลายหมัดหลายทีแล้ว  คืนพรุ่งนี้เขาไม่พาไปฟังเพลงเดี๋ยวได้ปากแดงหน้าโศกมาฟ้ององค์ย่าน้อย 

            ฟังเพลงกำลังเพราะๆ เสียงตามราวีในหัว  กวนประสาทเสียจริง  นึกถึงคนไม่สบอารมณ์แล้วพาลเพ่งบนเวที  นักร้องสาวมีข่าวพัวพันชายมีครอบครัว  แต่เท่าที่เล็งอยู่ห่าง ๆ  หล่อนเดินไม่ชำเลืองซ้ายขวาชายตาโปรยเสน่ห์  ออกจะหยิ่งด้วยซ้ำ  ไม่ค่อยตามใจลูกค้าตอนเชิญไปที่โต๊ะ  ยกเว้นที่มีแขกผู้หญิง  คงต้องดูกันต่อไปอีก  ตอนนี้ขอชมนักร้องเคล้าเสียงเพลงก่อนดีกว่าประโลมตาประโลมใจ  อย่างนี้นี่เล่าแมลงภู่ผึ้งถึงมาเวียนวนหวังไต่ตอม  กลิ่นเกสรกับน้ำหวานยั่วให้ลิ้มลอง  เขาอยากรู้จักหนึ่งนาฏให้มากกว่าเสน่หาเสียงเพลงที่หล่อนขับกล่อมชั่วเวลา... 

            ‘ในฝัน ฉันเฝ้าเห็นจันทรา แลระยับจับเมฆา

            ส่องเวหานภาพรรณ ฉันกอดน้อง ประคองนุชสุดรัก’ 

            น้อง...  ภาพน้องนุชสุดท้องวิมุขมาศลอยมาตามคำร้อง  กวนใจชะมัด !  หนีแล้วหน้ายังผุดโผล่จนได้  เขาดวดเบียร์ฮวบลงคอ  อึกนี้เฝื่อนพิกล 

            ‘งามพิศแลพักตร์ เพียงเพ็ญจันทร์

            ลมค่ำคร่ำคลุ้ง กลิ่นเกสร’ 

            เสียงขับร้องล้อรับดนตรีปลุกโสตเขาตื่นกลับมา ใบหน้ากวนอารมณ์จางหายราวตกตะกอน 

            ‘ผวาตื่นคืนคง อนงค์หาย

            มาลีมีกลิ่น ก็คลายครัน

            จันทร์ฉายหายสิ้น ไม่แลเห็น’ 

            เวลาแห่งความสุขเกษมผ่านไปไวเสมอ  เพลงสุดท้ายของหล่อนแล้วหรือนี่  คุณชายธเจตมองตามหลังร่างงามที่หายเข้าช่องกระจกฝ้าเรียงซ้อนพรางตาเป็๲ฉากเวที  อีกกี่คืนจะได้ชมอีก  เขารู้ว่าจะเฝ้าคิดถึง  แต่ก่อนถึงเวลานั้น  นิทรานี้ขอพบในฝัน...หนึ่งนาฏ


    __________________________

    เพลง: ในฝัน

    คำร้อง: พระเ๽้าวรวงศ์เธอพระองค์เ๽้าภาณุพันธุ์ยุคล

    ทำนอง: หม่อมหลวงพวงร้อย สนิทวงศ์ / หม่อมหลวงประพันธ์สนิทวงศ์

    นิยายแนะนำ