เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการให้เยี่ยนเจาเจาตาย
เช่นนั้นแล้วใครกันที่เป็นคนวางยาพิษ?
หากเยี่ยนเจาเจาตายพวกเขาทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ก็จบสิ้นแล้ว
ก่อนหน้านี้ทั้งเวลากำลังคนและทรัพยากรที่ใช้ไปในการจับตัวเยี่ยนเจาเจาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคำนวณได้หากเยี่ยนเจาเจาต้องมาตายในน้ำมือของพวกเขา แผนการของนายท่านทั้งหลายก็จะพังทั้งหมด
ที่ยิ่งไปกว่านั้นหากเยี่ยนเจาเจาต้องตายไปจริงๆด้วยเรื่องนี้ฮ่องเต้หญิงและองค์หญิงจะต้องต่อสู้จนตัวตายเป็นแน่... เดิมทีพวกเขาก็มิได้มีความคิดที่จะสังหารเยี่ยนเจาเจาแค่ต้องการใช้เยี่ยนเจาเจาเป็นเหยื่อล่อให้บรรลุเป้าหมายบางอย่างเท่านั้น
คำพูดของหมอหนุ่มกระตุ้นความระมัดระวังของหัวหน้าหนุ่มอย่างรวดเร็วแต่เพื่อเป็นการเผื่อเอาไว้ หัวหน้าหนุ่มผู้นี้ยังเรียกคนมาเพื่อให้ไปดูเยี่ยนเจาเจา
ตอนนี้เยี่ยนเจาเจาหลับไปแล้วนางหลับไม่ค่อยสนิท รอบกายไร้ผู้อยู่รับใช้ ตอนนี้อาฮวามิได้มานอนบริเวณใกล้ๆ เยี่ยนเจาเจาแล้วแต่ไปนอนอยู่ที่ห้องเอ๋อร์ฝาง [1] เล็กๆ ถัดจากห้องเยี่ยนเจาเจา ห้องเอ๋อร์ฝางมีทางเดินแคบๆที่สามารถเชื่อมไปยังภายนอกได้ ปกติแล้วหากมีเรื่องใดต้องไปหาอาฮวา จะได้ไม่รบกวนการพักผ่อนของเยี่ยนเจาเจา
พวกเขาเพียงต้องการพิสูจน์ว่าเยี่ยนเจาเจาโดนพิษจริงหรือไม่พวกเขาต้องการทำตามคำพูดของหมอหนุ่ม ต้องการเห็นว่าเยี่ยนเจาเจามีเส้นสีแดงปรากฏที่ข้อมือและลามไปยังตำแหน่งหัวใจตามที่เขากล่าวหรือไม่
สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็ไม่สามารถจัดการด้วยวิธีอื่นได้คำพูดของหมอหนุ่มเป็นเหมือนคำสาบานที่น่าเชื่อถือ และเขาเองก็คงไม่กล้าโกหก หากไปตามหาท่านหมอจากด้านนอกมาดูอาการไม่แน่ว่าเยี่ยนเจาเจาอาจสิ้นลมหายใจไปเสียก่อนที่จะตามหาคนมาถอนพิษให้นางได้
ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายของเยี่ยนเจาเจาแข็งแรงเพียงใดแต่พวกเขาก็ไม่กล้าถอดเสื้อผ้าของเยี่ยนเจาเจาโดยพลการ เพราะสุดท้ายหากพวกเขาได้เห็นเรือนร่างของหญิงสาวจนทำให้ฮ่องเต้หญิงโมโหขึ้นมาหากพวกเขาไม่ตายก็คงต้องโดนถลกหนังอย่างแน่นอน
พวกเขาปลุกอาฮวาขึ้นมาอย่างเงียบเชียบและบอกให้อาฮวาไปปลุกเยี่ยนเจาเจา พวกเขายังส่งสาวใช้อีกหนึ่งคนเข้าไปด้วยทั้งสองคนเดินไปด้วยกันเพื่อดูว่าที่ข้อมือไปจนถึงหัวใจของเยี่ยนเจาเจามีลักษณะแปลกๆอย่างว่าปรากฏอยู่หรือไม่
อาฮวาขมวดคิ้วด้วยความสับสนแต่นางก็ไม่กล้าต่อต้านคนเหล่านี้ นางจึงหันไปจัดการข้าวของและพาสาวใช้ที่คนเหล่านี้นำมาไปหาเยี่ยนเจาเจา
เยี่ยนเจาเจาหลับไม่สนิทจริงๆทันทีที่อาฮวาเปิดประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียงนางเอ่ยถามออกมาอย่างงุนงงว่า “ใครกัน?”
อาฮวารีบส่งเสียง “อืออืออือ”ที่นางพอจะทำได้
เจ้าเสียง “อืออืออือ”นี้เป็นเหมือนสัญญาณลับรูปแบบหนึ่งที่แปลกประหลาดระหว่างอาฮวาและเยี่ยนเจาเจาทำให้เยี่ยนเจาเจารับรู้ได้ทันทีว่าคนผู้นั้นก็คืออาฮวา
“อืมเจ้านี่เอง มีเรื่องใดหรือ?”
เยี่ยนเจาเจาฝืนลุกขึ้นจากเตียงนางยกมือขึ้นมาขยี้ตา ราวกับนางไม่ได้สังเกตเห็นสาวใช้อีกคนที่เดินตามแผ่นหลังของอาฮวาอยู่ไม่ไกลเห็นเพียงอาฮวาที่เดินมาหาตนที่เตียงนอนด้วยสีหน้าที่ดูกังวล เหมือนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับสิ่งที่ต้องทำนี้ดี
เยี่ยนเจาเจาเพิ่งจะตื่นนอนจึงมีความรู้สึกมึนงงอยู่ในความมืดอาฮวาไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแววตาของเยี่ยนเจาเจาเป็นเช่นใดอาฮวาได้ยินเพียงเสียงหนักๆ ที่ผ่านออกมาจากจมูกของเยี่ยนเจาเจาซึ่งมันดูต่างไปจากปกติยิ่ง
ช่วงหลายวันมานี้เยี่ยนเจาเจามีอาการป่วยมาตลอดอาฮวาได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกว่ามันผิดปกติจึงเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากของเยี่ยนเจาเจาเบาๆ
มือเพิ่งจะสัมผัสก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นอุณหภูมิที่ไม่ปกติมันร้อนเสียจนอาฮวาต้องดึงมือตัวเองกลับมา
อาฮวารู้สึกประหลาดใจว่าเพราะเหตุใดหน้าผากของเยี่ยนเจาเจาถึงได้ร้อนเพียงนี้ ลองยื่นมือไปแตะที่ด้านหลังของเยี่ยนเจาเจาอีกครั้งก็พบว่าเสื้อตัวกลางของนางมากกว่าครึ่งเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
นางมีท่าทีวิตกกังวลปากก็ส่งเสียง “อืออือ” พร้อมจับมือของเยี่ยนเจาเจาอย่างเบามือ
ปฏิกิริยาของเยี่ยนเจาเจาดูไม่กระตือรือร้นปากของนางเอ่ยพูดราวกับต้องการบางอย่าง แต่ส่วนใหญ่กลับทำได้เพียงขยับริมฝีปากน้ำเสียงแผ่วเบาลงยิ่งนัก
ในใจของอาฮวานึกไปถึงเรื่องร้ายๆแต่แล้วจู่ๆ สติของนางก็ตื่นขึ้นมา นางรีบออกไปตักน้ำที่ด้านนอก ทว่าสาวใช้อีกคนที่อยู่ในห้องกลับรีบพุ่งไปที่เตียงนอนของเยี่ยนเจาเจาและถอดเสื้อคลุมตัวกลางของนางออก
เยี่ยนเจาเจามีท่าทีต่อต้านแต่น่าเสียดายที่เรี่ยวแรงของนางมีน้อยเสียจนมิอาจดันมือของสาวใช้ที่กำลังเปลื้องผ้าของตนออกได้
เพียงชั่วครู่เสื้อผ้าบนร่างกายของตนก็ถูกเปลื้องออกจนหมดแล้วและดูเหมือนว่าสาวใช้ผู้นั้นสามารถมองเห็นในความมืดได้ เห็นว่าหน้าอกตรงตำแหน่งที่หัวใจเต้นอยู่ขาวสะอาดเช่นเดิมไม่มีสิ่งใดปรากฏอยู่บนนั้นเลย
สาวใช้เพิ่งจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพลันนึกถึงสิ่งที่เจ้านายบอกกับตนว่าห้ามระวังเพียงบริเวณหน้าอก นางจึงรีบยกชายเสื้อของเยี่ยนเจาเจาขึ้น
และเป็นอย่างที่คิดที่ข้อมือด้านขวาของเยี่ยนเจาเจามีเส้นสีแดงปรากฏอยู่ เส้นสีแดงนั้นพาดผ่านเรียวแขนจนเกือบจะมาถึงไหล่ของนางแล้ว
หากถึงบริเวณไหล่ มันก็จะห่างจากบริเวณหัวใจของเยี่ยนเจาเจาแค่ช่วงสองหรือสามฝ่ามือเท่านั้น
ตอนนี้อาฮวาเพิ่งจะนำน้ำเย็นเข้ามาเมื่อเห็นสาวใช้ถอดเสื้อผ้าของเยี่ยนเจาเจาออก ก็ปรี่ตัวเข้ามาทำภาษามือด้วยท่าทีร้อนรนบอกกับสาวใช้ผู้นั้นว่าเยี่ยนเจาเจากำลังป่วย มิอาจให้นางถูกอากาศที่หนาวเย็นได้ทั้งยังบอกให้สาวใช้ผู้นั้นสวมเสื้อผ้ากลับให้เยี่ยนเจาเจา
ไม่รู้เช่นกันว่าสาวใช้ผู้นั้นไม่เข้าใจภาษามือหรือไม่สนใจอาฮวากันแน่นางเอาแต่มองเส้นสีแดงที่อยู่ตรงช่วงแขนของเยี่ยนเจาเจาอย่างระมัดระวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งยังใช้มือออกแรงถูมันซ้ำๆ หลายที
แต่น่าเสียดาย ผิวของเยี่ยนเจาเจาบริเวณที่ถูกนางถูเปลี่ยนเป็นสีแดงแต่เส้นสีแดงนั้นก็มิได้หลุดออกไป ยังคงติดแน่นอยู่กับผิวของนางเช่นเดิม
ในเมื่อเป็นเช่นนี้สาวใช้ผู้นี้ก็รู้ทันทีว่าตนบรรลุเป้าหมายของตนแล้ว นางมองไปยังอาฮวาที่มีสีหน้ากังวลด้วยท่าทีเคร่งขรึม “เมื่อคืนตอนที่เจ้าอาบน้ำให้นางเจ้าเห็นสิ่งนี้หรือไม่?”
อาฮวาผงะไปเล็กน้อยสายตาของนางเหลือบมองไปยังเยี่ยนเจาเจาโดยมิรู้ตัว ทว่ากลับมิเห็นสิ่งใด จึงรู้สึกสับสนขึ้นมาเล็กน้อย
สาวใช้ผู้นั้นนึกขึ้นมาได้ว่าอาฮวาไม่มีวรยุทธ์จึงไม่มีทักษะการมองเห็นตอนกลางคืน เช่นนั้นนางจึงเอ่ยอย่างอดทนมากขึ้นว่า “ตรงแขนของนางมีเส้นสีแดงเจ้ามองเห็นหรือไม่”
อาฮวาสับสน นางรีบไปจุดตะเกียงน้ำมันด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
ภายใต้แสงของตะเกียงน้ำมันทำให้เห็นผิวของเยี่ยนเจาเจาที่ขาวเนียน มันราวกับหยกสีใสไร้ที่ติ ภายใต้แสงตะเกียงน้ำมันทำอาฮวาเห็นเส้นสีแดงเส้นหนึ่งปรากฏอยู่บนแขนขาวอันไร้ที่ติของเยี่ยนเจาเจา
“อืออืออือ?!”
อาฮวาตกใจกลัวจนใบหน้าถอดสี
เรื่องนี้มันแปลกประหลาดเกินไปทำให้อาฮวารู้สึกหวาดกลัวจนส่งเสียงร้องออกมาโดยมิรู้ตัว!
แสงตะเกียงที่สะท้อนทำให้ผิวของเยี่ยนเจาเจาขาวจนไร้ที่ติและการสะท้อนของมันก็ยิ่งทำให้เส้นสีแดงสดราวกับสีเลือดนั้นน่ากลัวมากยิ่งขึ้น
นางมองไปยังสาวใช้ที่อยู่ด้านข้างสาวใช้ผู้นั้นไม่ตอบ ทำเพียงหันหลังกลับและเดินจากไป
อาฮวารีบสวมใส่เสื้อผ้าให้เยี่ยนเจาเจาเพื่อป้องกันมิให้ร่างกายของนางยิ่งแย่ขึ้นไปอีกจากนั้นนางก็วิ่งไปที่ด้านหน้าของสาวใช้คนนั้นและเริ่มแสดงภาษามือ
สาวใช้อดกลอกตาไม่ได้ “ต่อหน้าข้าเจ้าจะเสแสร้งเพื่ออะไรอีก?”
อาฮวาหันกลับไปมองเยี่ยนเจาเจาปากก็พร่ำส่งเสียง “อืออืออือ” พร้อมกับทำภาษามืออย่างวุ่นวาย
ไม่รู้ว่าสาวใช้ผู้นั้นไม่เข้าใจภาษามือของอาฮวาหรืออย่างไรผ่านไปครู่หนึ่งนางก็ยังมิได้กล่าวสิ่งใด
ครั้งนี้น้ำตาของอาฮวาแทบจะไหลออกมาแล้ว “อะ...อาไต้... ฮู...”
คำพูดของนางพึมพำไม่ชัดเจน
ไต้ฮู?
หรือว่าจะเป็นท่านหมอ?
สาวใช้เพิ่งจะเข้าใจอาฮวาอาจจะต้องการให้ตนไปตามท่านหมอมาดูอาการป่วยของเยี่ยนเจาเจา
การบังคับให้คนใบ้พูดช่างเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ของโลกมนุษย์ทว่าการที่ถูกอาฮวารั้งตัวเอาไว้ก็ทำให้สาวใช้พยักหน้ารับอย่างมิอาจอดทน นางดึงมือคู่นั้นออกและรีบเดินจากไปอย่างเร่งรีบ
อาฮวากลับมาอยู่ข้างกายเยี่ยนเจาเจาพร้อมสีหน้ากังวลและทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้นาง จากนั้นก็เอาผ้าชุบน้ำเย็นมาวางไว้บนหน้าผากและเปลี่ยนมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้อุณหภูมิร่างกายของนางเย็นลง
ตอนนี้หมอหนุ่มและหัวหน้าหนุ่มยังคงเผชิญหน้ากันอยู่
ทั้งสองคนนั่งอยู่คนละฝั่งเรียวคิ้วของหมอหนุ่มขมวดแน่น ไม่รู้ว่ากำลังกังวลเกี่ยวกับตนเองหรือว่ากังวลเกี่ยวกับเยี่ยนเจาเจาอยู่
ทว่าท่าทีของหัวหน้าหนุ่มกลับดูเคร่งขรึมขึ้นมากเมื่อได้ยินสาวใช้ที่กลับมาบอกว่าเห็นเส้นสีแดงกับตาของตนจริงๆ สายตาของเขาจึงยิ่งเย็นยะเยือกจนแทบจะเกาะตัวเป็นน้ำแข็งแล้ว
สิ่งแปลกๆเหล่านั้นฟังดูแล้วไม่เหมือนมีอยู่จริง แต่หากเยี่ยนเจาเจามิได้ถูกพิษจริงๆ เหตุใดที่แขนของนางถึงได้มีเส้นสีแดงยาวเส้นหนึ่งปรากฏอยู่?
เขาเชื่อคำพูดของหมอหนุ่มผู้นี้แล้ว
เรื่องที่เยี่ยนเจาเจาถูกพิษเป็นสิ่งที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแต่สำหรับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการวางยาในครั้งนี้ เขายังไม่มีความคิดเห็นอื่นใด
แม้จะเป็นการคาดเดาของเขาแต่ก็ยังมิอาจเอ่ยการคาดเดานี้ออกมาได้ สถานที่แห่งนี้ยังไม่มีผู้ใดที่มีความสามารถมากพอที่จะคอยให้คำปรึกษาแก่เขาได้เขาจึงทำได้เพียงให้ท่านหมอผู้นี้ช่วยรักษาเยี่ยนเจาเจาให้หายอย่างรวดเร็วอย่างไรเสียก็ต้องรักษาชีวิตของเยี่ยนเจาเจาเอาไว้ให้ได้
หัวหน้าหนุ่มเบี่ยงความสนใจไปยังหมอหนุ่มและเอ่ยกำชับสองสามประโยค บอกว่ามิต้องกังวลใจเกี่ยวกับชีวิตของตนเอง ทว่าต้องพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อรักษาพิษในร่างกายของเยี่ยนเจาเจาให้หายดีหากจำเป็นต้องใช้ตัวยาใดก็ให้มาบอกกับทหารรักษาการณ์ของเขาได้โดยตรง
เมื่อเทียบกับความกังวลของหัวหน้าหนุ่มน้ำเสียงของหมอหนุ่มจึงดูมีความสงบนิ่งมากกว่า เขาเหลือบมองใบหน้าของหัวหน้าหนุ่มอย่างระมัดระวังก่อนจะเอ่ยว่า “มียาบางตัวที่หาได้ยากยิ่งนักเกรงว่ามิอาจหาได้ตามร้านขายยาทั่วไป”
สำหรับความลำบากนี้ของหมอหนุ่มหัวหน้าหนุ่มมิได้พูดอะไรมาก แต่หยิบตราประทับที่อยู่ในแขนเสื้อออกมา และโยนมันใส่มือทหารหนุ่มที่อยู่รักษาการณ์ข้างกายเขา “หากมีปัญหาใดบอกเขาก็พอ”
พูดจบเขาก็รีบเดินออกไป
เรื่องที่เยี่ยนเจาเจาโดนพิษมันไม่ได้อยู่บนตัวของเยี่ยนเจาเจาเพียงคนเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นอีกมากมายเรื่องใหญ่เช่นนี้จะให้เกิดความล่าช้ามิได้
ดูเหมือนว่าหมอหนุ่มยังมีเรื่องบางอย่างต้องการพูดกับหัวหน้าหนุ่มแต่ตัวหัวหน้าหนุ่มเองก็เต็มไปด้วยปัญหาที่กวนใจมากมาย เขาจึงไม่ได้ใส่ใจสีหน้าลังเลของหมอหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังและหายลับไปจากครรลองสายตาของชายหนุ่ม
หมอหนุ่มทำได้เพียงถอนหายใจออกมาแล้วหันกลับไปมองทหารหนุ่มที่ยืนอย่างสำรวมกิริยา เอ่ยถามว่า “ข้าจะไม่ตายจริงๆใช่หรือไม่?”
ทหารรักษาการณ์ไม่ตอบแต่เขาก็ยังถามโดยมิคิดยอมแพ้ “ข้าอยากไปดูแม่นางพิษชนิดนี้จะรุนแรงในยามค่ำคืน นางร่างกายอ่อนแอ กลางดึกอาจมีไข้สูงและมีเหงื่อออกทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บได้ง่ายมาก”
ทหารหนุ่มเองก็รู้ว่าเยี่ยนเจาเจามีความสำคัญมากเพียงใดข่าวที่สาวใช้เข้ามารายงานเมื่อครู่ไม่ได้ต่างจากการคาดเดาของหมอหนุ่มเลยแม้แต่น้อยเขาพยักหน้าและพาคนสองคนไปกับเขา แล้วเดินตรงไปยังที่พักที่เยี่ยนเจาเจาอยู่
ยามนี้พระจันทร์ลอยอยู่บนท้องฟ้าสายลมยามค่ำคืนของฤดูร้อนค่อนข้างเย็น แต่เพราะการเดินของหมอหนุ่มที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบจึงทำให้ร่างของเขาท่วมไปด้วยเหงื่อ
ทางด้านอาฮวาเองก็รอการมาของท่านหมออยู่แล้วนางเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เยี่ยนเจาเจา จากนั้นก็เดินไปที่หน้าประตูเป็นครั้งคราว เพื่อดูว่าท่านหมอมาแล้วหรือยังและเมื่อได้เห็นท่านหมอหนุ่มเดินมาพร้อมแผ่นหลังที่สะพายหีบยาน้ำตาของนางก็เกือบจะไหลออกมาทันที
นางไม่สามารถพูดประโยคขอความช่วยเหลือได้ภาษามือก็เกรงว่าผู้อื่นจะมิเข้าใจ นางจึงดึงชายเสื้อของหมอหนุ่มและคุกเข่าลงที่ด้านหน้าของเขา
“อูอู!อืออืออือ!”
ด้านหนึ่งนางส่งเสียงร้องที่ไม่ชัดเจนส่วนอีกด้านหนึ่งก็ทำท่าทางชี้ไปชี้มาอย่างบ้าคลั่งไปทางเยี่ยนเจาเจา
น้ำตาของนางไหลออกมาหมอหนุ่มตอบรับแทบไร้เสียง คิ้วหนาขมวดขึ้นพร้อมกล่าว “มิเป็นไรข้ามาที่นี่เพื่อดูอาการของนาง แต่การที่เจ้ามาฉุดรั้งเช่นนี้มีแต่จะทำให้ข้าเสียเวลาไปเปล่าๆ”
อาฮวาผงะไป อาจเพราะนางไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดท่านหมอถึงดูเหมือนไม่มีความสุขแต่ในตอนที่นางเหม่อลอย ท่านหมอหนุ่มก็ดึงแขนเสื้อของตนกลับไปจากนั้นก็เร่งฝีเท้าเดินตรงเข้าไปยังบริเวณที่เยี่ยนเจาเจาอยู่
ทหารรักษาการณ์ทั้งสองคนก็เดินตามเข้าไปด้วยอาฮวารีบลุกขึ้นและเดินไปเปิดประตูให้คนเหล่านั้น
ทหารรักษาการณ์เป็นบุรุษจึงมิอาจเข้าไปในห้องของเยี่ยนเจาเจาได้ แต่แม้หมอหนุ่มจะเป็นบุรุษเช่นกัน แต่ยามนี้ชีวิตสำคัญที่สุดไหนเลยจะมาใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้ เขาสะพายหีบยาขึ้นหลังแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องของเยี่ยนเจาเจา
ดูเหมือนว่าสภาพของเยี่ยนเจาเจาจะมิสู้ดีสักเท่าไรเสื้อผ้าที่อาฮวาเปลี่ยนก่อนหน้านี้ ยามนี้มันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว
นางนอนเคลิ้มหลับอยู่บนเตียงหมอหนุ่มนั่งลงข้างเตียงเพื่อทำการจับชีพจรนาง จากนั้นก็หยิบห่อเข็มเงินออกมาและทิ่มมันที่ปลายนิ้วของเยี่ยนเจาเจาบีบเอาเลือดจากปลายนิ้วมาหนึ่งหยด
หยดเลือดที่บีบออกมาไม่ได้เป็นสีแดงสดของเลือดแต่เป็นสีแดงสนิม เมื่อมองสีหน้าของเยี่ยนเจาเจาอีกครั้งก็เห็นว่ามันเป็นสีแดงแบบเดียวกัน
สีหน้าของหมอหนุ่มเกิดความสงสัยขึ้นมาน้อยๆเขาเอ่ยถามอาฮวาโดยไม่หันหน้ากลับไปมอง “แม่นางเริ่มเป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร?”
แต่เมื่อลองนึกดูแล้วเหมือนอาฮวาจะพูดไม่ได้ เขาจึงเปลี่ยนวิธีการและกล่าวต่อ “ข้าจะบอกกับเจ้าว่าหากใช่ให้เจ้าพยักหน้ารับ หากมิใช่ให้เจ้าส่ายศีรษะ”
------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] ห้องเอ๋อร์ฝางหมายถึง ที่พักของเด็ก คนรับใช้หรือเป็นห้องเก็บของ