รถเก๋งคันงามที่พ่อกับแม่ของ ‘กันต์’ ซื้อใหแล่นอย่างช้าๆตรงเข้ามาในซอยลึกทางด้านหน้าของมหาวิทยาลัย โดยมีชายหนุ่มอีกสองคนนั่งแหกปากร้องเพลงอย่างครื้นเครงอยู่ทางเบาะหน้าหนึ่งคนและทางเบาะหลังอีกหนึ่งคน เสียงที่ดังลั่นนั้นทำเอาคนขับรถเริ่มหัวเสียหันไปตวาดคนทั้งคู่
“เฮ้ย...เบาๆ หน่อยสิวะ ชวนมาหาบ้าน ไม่ได้ชวนไปร้องคาราโอเกะ ไอ้พวกนี้นี่” กันต์ทำเสียงดุใส่เพื่อน ขณะที่อีกสองคนมองหน้ากันแล้วเงียบก่อนจะะเิหัวเราะออกมาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด
“แหม...แกจะไปเครียดทำไมวะไอ้กันต์ กะอีแค่ต้องย้ายจากคอนโดฯพี่กรณ์มาอยู่ตามลำพัง ฉันว่าสบายดีออก ไม่ต้องมีใครมาคุม จะมากินเหล้าก็ได้ จะพาสาวมาเที่ยวก็ได้ ตอนแกอยู่กับพี่กรณ์น่ะ ฉันไม่ชอบสายตาพี่แกเวลามองพวกฉันเลย ดุฉิบหาย!” เสียงของ ‘ฤทธิ์’ หนุ่มจอมกวนไว้ผมหยิกฟูตามสมัยนิยมเอ่ยขึ้น โดยไม่ได้สนใจเพื่อนที่นั่งอยู่ทางด้านหลังอีกคนที่กำลังสะกิดเขาเบาๆเป็เชิงเอ่ยเตือน ‘นิว’ ทำได้เพียงยิ้มแหยๆทำหน้าไม่ถูกที่ห้ามเพื่อนปากหมาไว้ไม่ทัน
“เอ่อ...ไอ้ฤทธิ์ แกก็พูดเกินไป พี่กรณ์แกก็ไม่ได้ดุขนาดนั้นสักหน่อย”
อีกคนหัวเราะหึหึในลำคอ นิวอดที่จะขนลุกซู่ไม่ได้เมื่อเห็นสายตาพิฆาตของกันต์ยามเมื่อมองมายังพวกเขาทั้งสองคน แต่ฤทธิ์เองก็ยังคงแหกปากร้องเพลงลั่นต่อไป นี่ถ้าไม่ได้นิวคอยเป็ตัวกลาง ป่านนี้กันต์กับฤทธิ์จะยังคบกันได้อยู่หรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้
“แล้วแกอยากได้บ้านยังไงวะ บ้านเป็หลังๆ ห้องชุดหรือทาวน์เฮ้าส์ ?” ฤทธิ์หยุดร้องเพลงแล้วเอ่ยถาม กันต์ที่กำลังบังคับพวงมาลัยรถให้เข้าไปในซอยเล็กๆ หันกลับมาตอบ
“คงเป็ทาวน์เฮ้าส์จะดีกว่ามั้ง เพราะค่าเช่าจะได้ไม่แพงมากเหมือนห้องชุด เมื่อคืนโทรคุยกับแม่ แม่เค้าก็จะให้เงินค่าเช่าแยกมาต่างหาก แต่ไม่เกินห้าพัน ไม่รู้จะหาที่เช่าได้หรือเปล่ากับเงินห้าพันเนี่ย” คนขับบ่น อีกสองคนพยักหน้ารับ ทาวน์เฮ้าส์ใจกลางเมืองในกรุงเทพฯ แบบนี้อย่างต่ำก็น่าจะหมื่นอัพ ถ้ามีงบแค่ห้าพันอาจจะได้จำพวกบ้านผีสิงอะไรทำนองนั้น!
รถเก๋งคันงามแล่นเข้าออกซอยนั้นซอยนี้ร่วมสามชั่วโมง บ้านบางหลังก็สวยแต่สู้ราคาไม่ไหว ส่วนบางหลังแม้ราคาจะสบายกระเป๋าแต่ตัวบ้านโทรมไม่ต่างกับบ้านผีสิง เห็นแล้วน่ากลัวว่าจะพังลงมาทับตายเมื่อไหร่ก็ไม่อาจหยั่งรู้ กันต์เริ่มท้อ สงสัยคงต้องไปหาห้องชุดอยู่จริงๆ แล้วล่ะมั้ง
“กลับกันก่อนเถอะ จะมืดแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาหาใหม่ก็ได้ คนที่ซื้อคอนโดฯ ของพี่กรณ์ เขาจะย้ายมาอาทิตย์หน้าไม่ใช่เหรอ ยังไม่ต้องรีบก็ได้” ฤทธิ์เอ่ยชวนพลางบิดี้เีชุดใหญ่ เสียงที่เคยร้องเพลงเงียบลงแล้วด้วยความเหนื่อยเนื่องจากอากาศที่ร้อนจัดจนเครื่องทำความเย็นในรถยังเอาแทบไม่อยู่
“มันก็ใช่” กันต์เห็นด้วย เขาเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาแล้วหลังจากไม่ได้ทานข้าวเที่ยงมาั้แ่ออกจากมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มกลับรถ ตัดสินใจจะแล่นออกจากซอยที่กำลังหาทาวน์เฮ้าส์มุ่งตรงสู่ถนนสายหลัก ท้องฟ้าขมุกขะมัวคล้ายกำลังจะโปรยฝนลงมาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ลมแรงจนพัดเอาเศษฝุ่นกลางถนนหมุนเคว้งเหมือนไต้ฝุ่นขนาดจิ๋ว ผู้คนที่อาศัยอยู่แถวนั้นต่างวิ่งเก็บผ้าที่ตากไว้เข้าบ้านก่อนที่ฝนจะตก
เหมือนมีอะไรสะกิดใจของกันต์ให้หันหน้าไปมองที่ทาวน์เฮ้าส์หลังหนึ่ง...
บนระเบียงชั้นสองของทาวน์เฮ้าส์หลังนั้น ปรากฏร่างของหญิงสาวผมยาวใบหน้าสวยงามแต่ทว่าดูหงอยเหงายืนอยู่ตรงนั้น กันต์ไม่แน่ใจหรอกว่าเธอมองตรงมาที่เขาไหม เขารู้แต่ว่าสายตาของตัวเองจับจ้องตรงไปยังใบหน้าอันขาวนวลของเธอราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ ครั้นเมื่อกะพริบตาอีกครั้ง...ร่างของเธอก็หายไปเสียแล้ง
ตุ้บ!
อยู่ๆนกพิราบตัวใหญ่ก็บินโฉบมาชนกับกระจกหน้ารถของกันต์อย่างแรงจนทั้งสามคนสะดุ้งโหยง ส่งผลให้กันต์เหยียบเบรกกะทันหันจนเพื่อนอีกสองคนหัวคะมำไปข้างหน้า
เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...
“โธ่เว้ย! ไอ้นกบ้า! บินไม่ดูตาม้าตาเรือ!” ฤทธิ์เงยหน้าขึ้น เอามือลูบหน้าผากตัวเองเบาๆก่อนจะสบถขึ้นมาอย่างหัวเสีย นี่ถ้าไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ป่านนี้เขาคงลอยละลิ่วทะลุกระจกออกไปเอาหน้านาบพื้นถนนเล่นเสียแล้ว
“แกเป็อะไรหรือเปล่าไอ้กันต์” นิวเอยถามกันต์ที่ดูจากหน้าตาแล้วคงยังรู้สึกใอยู่ เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกสติให้กลับคืนมา เมื่อหันมาเห็นว่าเพื่อนทั้งสองยังอยู่ดี ไม่มีใครเป็อะไรก็รู้สึกโล่งใจ
น่าแปลก...เมื่อมองไปที่หน้ากระจกรถ มันกลับไร้ร่องรองของการปะทะเมื่อสักครู่ นกพิราบบินมาชนแรงขนาดนี้ อย่างน้อยน่าจะมีรอยขีดข่วนที่กระจกหรือซากนกพิราบที่นอนตายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่...หรือบางทีมันอาจจะกระเด็นออกไปตกที่อื่น ?
กันต์กำลังจะออกรถอีกครั้ง พลันสายตาเหลือบไปมองทาวน์เฮ้าส์หลังเดิมที่เห็นผู้หญิงคนเมื่อสักครู่ยืนอยู่ เขาสังเกตเห็นป้ายสีขาวเขียนตัวหนังสือสีแดงขนาดใหญ่ว่า ‘ขาย/เช่า’ แขวนอยู่ที่หน้าประตูบ้าน มันดึงดูดใจให้กันต์เลิกคิดที่จะกลับออกไปจากซอยนี้ทันที
มีคนอยู่...แต่ทำไมถึงจะขายหรือให้เช่าเสียล่ะ?
“เฮ้ย...พวกแกดูโน่นสิ ทาวน์เฮ้าส์ประกาศให้เช่าอยู่ ดูสภาพดี อยู่หลังมุมอีกต่างหาก ลองเข้าไปดูอีกที่ดีไหม ?” กันต์หันมาเอ่ยถามเพื่อน นิวมองตามมือของกันต์ที่ชี้ไปยังทาวน์เฮ้าส์หลังที่ว่า ก่อนจะรีบพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“ดีเหมือนกัน ไหนๆ ก็มาแล้ว ถ้าคราวนี้ไม่ได้บ้าน ก็จะได้ไปหาบ้านที่ซอยอื่น วันหลังไม่ต้องแวะมาแถวนี้อีก จะได้ไม่เสียเวลา”
ไม่ต้องรอให้คนที่เหลือตอบรับหรือปฏิเสธ กันต์หักพวงมาลัยรถเลี้ยวเข้าไปในซอยเล็กๆที่ซึ่งปลูกทาวน์เฮ้าส์สองชั้นหันหน้าเข้าหากันสองแถว แต่ละแถวมีทาวน์เฮ้าส์ติดกันห้าหลัง ทาวน์เฮ้าส์หลังที่ประกาศขายหรือให้เช่านั้นอยู่ทางด้านริมสุดตรงทางสามแพร่ง1 พอดี สภาพบ้านดูใหม่กว่าทุกหลัง อาจเป็เพราะถูกทาสีใหม่เพื่อที่จะอัพราคาเวลาขาย หรือไม่ก็เชื้อเชิญให้คนอยากมาเช่า
รถเก๋งของกันต์แล่นเข้ามาจอดหน้าประตู ก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสามจะเดินลงมายืนชะเง้อมองเข้าไปในตัวบ้าน พื้นที่ภายในรั้วปลูกหญ้าอยู่ตรงประตูทางเข้า มีเก้าอี้ม้าหินอ่อนวางตรงสนามน้อยๆ สำหรับนั่งสันทนาการในยามอากาศดีๆ เมื่อเพ่งมองไปที่หน้าประตูบ้าน พบว่ามีแม่กุญแจดอกใหญ่คล้องอยู่อย่างแ่า นั่นหมายความว่าไม่มีใครอยู่ในนั้น
ไม่มีใครอยู่ในนั้น...แล้วที่เขาเห็นผู้หญิงหน้าระเบียงน่ะใคร?
ไม่มีใครอุตริขังตัวเองไว้ในบ้านแล้วให้คนอื่นมาคล้องแม่กุญแจล็อกประตูหรอกนะ!
“ไม่มีคนอยู่...จะไปถามรายละเอียดได้ที่ไหนล่ะเนี่ย” นิวบ่นพึมพำ พยายามกวาดตามองหาผู้คนที่อยู่แถวนั้นเพื่อสอบถามแต่ก็ไม่พบใคร
“นั่นสิ...เบอร์ก็ไม่แปะไว้ นี่มันอยากให้เช่าจริงหรือเปล่าวะเ้าของบ้านเนี่ย!” ฤทธิ์พูดพลางทำคิ้วย่นพลางเอามือเขย่าเสื้อนักศึกษาเบาๆเพื่อระบายความร้อน แม้ตอนนี้จะไม่มีแดดแล้ว แต่อากาศก็ยังร้อนอบอ้าวเสียจนเนื้อตัวเหนอะหนะ ก่อนฝนตกอากาศมักจะเป็อย่างนี้แหละ
ถ้าเป็บ้านหลังอื่นกันต์คงตัดสินใจหันหลังกลับไม่คิดจะเช่าแล้ว แต่น่าแปลก...ทำไมทาวน์เฮ้าส์หลังนี้จึงดูมีเสน่ห์ยั่วยวนเขานักก็ไม่รู้
“กลับกันเถอะ ไม่รู้จะติดต่อเ้าของยังไง ฝนก็ทำท่าจะตกแล้วด้วย ฉันไม่อยากเปียก” ฤทธิ์บ่น ทำตัวงอแงราวกับเด็กอมมือแต่ดูเหมือนว่ากันต์จะไม่ได้สนใจนัก เขายังคงชะเง้อคอมองไปรอบๆบริเวณนั้นเพื่อที่จะหาใครสักคนที่พอจะถามข้อมูลได้บ้าง
บ้านข้างๆนั่นไง!
“ถามบ้านข้างๆ ดูดีกว่า บางทีเขาอาจจะรู้ก็ได้”
ไม่รอช้า...กันต์เดินมาหยุดที่หน้าทาวน์เฮ้าส์หลังข้างๆ ซึ่งสภาพบ้านแตกต่างกันกับบ้านที่ชายหนุ่มคิดจะเช่าราวฟ้ากับเหว ตัวบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังข้างๆนั้นสีกระดำกระด่างเนื่องจากผ่านแดดผ่านฝนมาหลายปี บริเวณหน้าบ้านมีหญ้ารกครึ้มราวกับไม่ได้ตัดมานาน รถเก๋งยี่ห้อนิสสันรุ่นเก่าสีแดงเืหมูยืนจอดนิ่งอยู่ตรงที่จอดรถ เมื่อมองไปในตัวบ้าน...หน้าต่างและบานประตูทุกบานถูกปิดด้วยผ้าม่านสีทึบจากภายในเหมือนกับไม่้าให้แสงอาทิตย์เล็ดลอดเข้าไปในนั้น
“มีคนอยู่แน่เหรอไอ้กันต์ สภาพอย่างกับบ้านร้างแน่ะ” นิวเอ่ยถามพลางสอดส่ายสายตามองไปที่รอบๆบ้านอย่างระแวง มือของเขาเกาะแขนของกันต์ไว้แน่น ไม่เหลือภาพพจน์สุภาพบุรุษตำแหน่งเดือนของคณะนิเทศศาสตร์เลย
“มีสิ รถจอดอยู่แปลว่าต้องมีคน” กันต์เชื่ออย่างนั้น เขาเอื้อมมือไปกดกริ่งตรงหน้าประตูรั้วสองครั้งแล้วยืนนิ่งรอ
ไม่นาน...เสียงคนปลดล็อกประตูก็ดังขึ้นพร้อมๆกับบานประตูไม้ที่ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงของบานพับที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสนิมส่งเสียงดังเอี๊ยด ชายชราใบหน้าหมองคล้ำดวงตาดุดันมีผมสีดอกเลาชะโงกหน้าออกมามองผู้มาเยือน กันต์กับนิวรีบยกมือไหว้ ผิดกับฤทธิ์ที่ไม่ได้มีทีท่าสนใจนัก ชายหนุ่มกดมือถือเล่นเกมฆ่าเวลา...ญาติก็ไม่ใช่ จะไหว้ไปทำไมวะ...ไอ้พวกนี้!
“ขอโทษนะครับคุณลุง คือผมสนใจจะเช่าทาวน์เฮ้าส์หลังข้างๆ นี้น่ะครับ ไม่ทราบว่าผมจะ...” กันต์ยังพูดไม่จบประโยค ชายชราข้างบ้านก็ปิดประตูใส่หน้าดังปังจนกันต์กับนิวสะดุ้งโหยง ส่วนฤทธิ์ที่เห็นเหตุการณ์ก็ได้แต่หัวเราะร่วนราวกับกำลังเห็นคนแสดงตลก
“เป็ไงล่ะ...เพื่อนบ้านที่แสนดี ถ้าแกมาอยู่ที่นี่แล้ววันดีคืนดีไอ้แก่นั่นปีนเข้าไปเอามีดปาดคอ คงสนุกพิลึกเลยแก” ชายมาดกวนหัวเราะขำขัน ก่อนจะยักไหล่เล็กๆแล้วก้มเล่นเกมในมือถือของตัวเองต่อ
“ถ้าเขาปาดคอฉัน...แกก็ไม่รอดหรอกไอ้ฤทธิ์ ได้ข่าวว่าจะมาขออยู่กับฉันด้วยไม่ใช่เหรอ ?” กันต์ได้ทีพูดข่ม อีกฝ่ายหยุดหัวเราะแทบจะทันที ทำตาเขียวใส่เพื่อนแต่หุบปากเงียบ
“สมน้ำหน้า! จะมาอาศัยฟรียังเสือกทำปากไม่ดี ไม่ต้องให้มันมาอยู่ด้วยเลยไอ้กันต์” นิวเข้าข้างเ้าของเงิน ฤทธิ์ทำหน้าั์ใส่ อยากจะด่านิวนัก แต่ติดตรงที่ว่าตอนนี้ตัวเองไม่สมควรมีปากเสียง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะอดอยู่ฟรี เขาตั้งใจไว้ว่าจะช่วยออกแค่ค่าน้ำ-ค่าไฟ ส่วนค่าบ้านให้ไอ้กันต์เป็คนจ่าย แล้วก็เอาเงินที่เหลือไปเที่ยว...สบายจะตาย!
ในขณะที่ทั้งสามกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดข้างๆรถของกันต์ ทั้งสามหันไปมองก็เห็นหญิงอายุสามสิบกว่าปีแต่งหน้าจัดดัดผมหยิกทั้งหัวเดินลงมาจากมอเตอร์ไซค์แล้วส่งยิ้มให้อย่างเป็มิตร
“ว่าไงหนุ่มๆ สนใจเช่าบ้านหรือจ๊ะ?”
ทันทีที่ประตูทาวน์เฮ้าส์เปิดออก ลมเย็นๆ วูบหนึ่งก็ลอยมาทักทายกันต์จนเขาถึงกับขนลุก สภาพภายในบ้านนั้นใหม่เอี่ยม ดูแล้วคงมีการปัดกวาดเช็ดถูมาอย่างดีเพื่อพร้อมที่จะต้อนรับผู้มาเยือนในทุกเวลา เ้าของบ้านเดินยิ้มแฉ่งพร้อมทั้งสาธยายคุณสมบัติของบ้านจนโอเวอร์เกินจริงเหมือนในรายการทีวีตอนดึกๆที่โฆษณาเครื่องออกกำลังกายวิเศษที่ทำให้น้ำหนักหายไป 20กิโลได้ภายในเวลาเพียงสามวัน!
“อุ๊ย...คุณน้องนี่ตาถึงนะคะ บ้านหลังนี้ใหม่มากเพราะเพิ่งซ่อมแซมแถม ทั้งยังเป็หลังหัวมุมอีกบรรยากาศดีเหมือนอยู่ที่เชียงใหม่เลย” หญิงเ้าของบ้านเช่าจีบปากจีบคอบอก นิวยิ้มแห้งๆ สายตาเหลือบมองออกไปทางหลังบ้านที่ติดกับคลองน้ำครำเล็กๆ
เชียงใหม่มากกกกกก...เลยครับเจ๊!
“บ้านนี้มีสองชั้น สองห้องนอน สองห้องน้ำ อยู่กันสามคนสบายๆ เลยจ้ะ ข้างในจอดรถได้ มีสนามหญ้าที่หน้าบ้านนิดนึง ห้องนอนใหญ่มีระเบียง น้ำไฟจ่ายตามมิเตอร์ ไม่มีค่าหัวคิว อยู่แล้วหล่อ อยู่แล้วรวย อยู่แล้วเรียนได้เกียรตินิยมแน่นอนจ้ะ”
อาการโอเวอร์เกินจริงดูจะยังไม่หมด ฤทธิ์กับนิวมองหน้ากันแล้วหัวเราะเบาๆส่วนกันต์เองนั้นเดินดูนั่นดูนี่ด้วยความพึงพอใจอย่างประหลาด ทั้งที่ทาวน์เฮ้าส์ที่เคยไปดูมาก่อนหน้านี้ก็มีลักษณะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงรู้สึกว่าที่นี่น่าอยู่มากกว่าที่อื่น โดยเฉพาะบันไดบ้านที่ทำมาจากไม้มะค่า2 เคลือบแชล็คทาไม้จนเงาวับ ดูแล้วอยากจะวิ่งขึ้นลงเสียซะหลายๆ รอบ มันเป็ความรู้สึกที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเขาเองเลยจริงๆ
“ค่าเช่าเท่าไหร่เหรอครับเจ๊ ?” กันต์เอ่ยถามขณะที่มือของเขากำลังลูบราวบันไดบ้านอย่างหลงเสน่ห์ และเมื่อเขาชะโงกหน้าขึ้นไปมองข้างบนบ้าน ก็มีร่างสีดำลึกลับเดินผ่านทางชั้นบนไปอย่างรวดเร็วจนต้องสะดุ้งโหยงด้วยความใ
“ไม่แพงเลยคุณน้อง เจ๊เห็นว่ายังเป็นักศึกษาเลยลดเป็พิเศษ เอาเป็หกพันบาทถ้วนแล้วกัน มัดจำสามเดือน โอเคไหม ?” สิ้นเสียงการบอกราคาเช่า
นิวกับฤทธิ์ถึงกับอุทานขึ้นมาพร้อมกัน
“หกพัน!”
“จ้ะ...หกพัน นี่เจ๊พูดเบาไปเหรอ ?”
“แพงไปมั้งเจ๊ บ้านมันดูใหม่ก็จริง แต่ดูแล้วก็ไม่ได้กว้างสักเท่าไหร่ เลยเข้าไปในซอยอีกนิดเดียวเป็ทาวน์โฮมสามชั้น เช่าเดือนละเจ็ดพันเอง เพิ่มอีกพันเดียวได้บ้านเพิ่มอีกชั้น อยู่กันได้เป็สิบ บ้านก็อยู่ตรงทางสามแพร่ง ผีจะมาสิงหรือเปล่าก็ไม่รู้ คนข้างบ้านก็ทำตัวพิกล โอย...คิดไปคิดมาให้เช่าแค่สามพันยังคิดแล้วคิดอีกเลยนะเนี่ย” ฤทธิ์โวยวาย นิวพยักหน้ารับแล้วแอบเหล่ตามองเพื่อน มันเป็วิธีการต่อรองราคาที่พวกเขาทำกันบ่อยๆเวลาไปเช่าบังกะโลเมื่อไปเที่ยวต่างจังหวัด
“ว้าย...คุณน้อง บ้านหลังนี้มันดีจริงๆ นะคะ ถูกมากๆ แล้ว ลดไม่ได้หรอกค่ะ” เ้าของบ้านยิ้มเจื่อนๆ ในใจนึกอยากจะเข้าไปตบบ้องหูไอ้เด็กผู้ชายช่างติคนนี้สักสองสามครั้ง
“บ้านหลังนี้ดีแน่เหรอครับเจ๊” ฤทธิ์ถามย้ำพลางทำหน้ากวนประสาทใส่ เขาเอามือทุบฝาผนังเบาๆแล้วทำท่าราวกับกลัวว่ามันจะพังครืนลงมาหา
“ดีสิจ๊ะ ดีมากกกก...” ริมฝีปากแดงเถือกราวกับไปสูบเืไก่ของเจ๊นวลเ้าของบ้านเน้นย้ำ แม้ว่าจะใช้หางตามองฤทธิ์อย่างไม่ค่อยพอใจแต่ก็ยังฉีกยิ้มหวานได้
“ถ้าดีมากขนาดนั้น เจ๊เก็บไว้อยู่เองเถอะ...พวกผมขอลา” พูดจบฤทธิ์กับนิวก็ทำท่าจะออกจากบ้านไป โดยที่กันต์ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่อะไรกับเพื่อนทั้งสองคนเลย เพราะมัวแต่กำลังสงสัยว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นมันคืออะไรกันแน่
มีคนอยู่ข้างบนหรือ ? หรือว่าจะเป็นก ? แต่นกที่ไหนจะมาบินอยู่ในบ้านเล่า!
เจ๊เ้าของบ้านหน้าเสีย อึกอักอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี แต่ตามสัญชาติญาณเมื่อผู้ล่าเห็นเหยื่อที่หวังจะตะครุบกำลังจะหนีก็รีบวิ่งไปดักหน้าพร้อมทั้งยิ้มหวานใส่ทั้ งๆ ที่ภายในใจกำลังร้อนจนอกแทบะเิ
ไอ้พวกเด็กเวร!
“สี่พันบาทขาดตัว...ลดมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว!”
ฤทธิ์กับนิวมองหน้ากันแล้วยิ้ม...
แล้วทาวน์เฮ้าส์หลังงามหลังนี้ก็ถูกเช่าได้ด้วยราคาเพียงเดือนละสี่พันบาท!
ข้าวของที่ทั้งสามนำติดตัวมานั้นไม่ได้มีมากนักตามประสาชายโสด กันต์สั่งซื้อฟูกที่นอนกับตู้เสื้อผ้ามาจากในตลาดและอาศัยรถสองแถวขนโต๊ะอ่านหนังสือ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าและข้าวของส่วนตัวมาจากคอนโดฯ ของพี่กรณ์ ทางด้านนิวเองก็มีข้าวของไม่มากนัก เขาหอบที่นอนปิกนิคและของใช้ส่วนตัวมาเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะหนักไปทางเสื้อผ้ามากกว่า ส่วนอีกคนไม่ต้องพูดถึง...ฤทธิ์แทบไม่มีข้าวของติดตัวมาเลยนอกจากกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งที่ยัดข้าวของสารพัด ั้แ่กางเกง แปรงสีฟัน ยันคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเครื่องโปรด!
“มีสองห้อง ให้ไอ้กันต์นอนห้องใหญ่ไปแล้วกัน มันเป็เ้าของบ้าน ส่วนแกกับฉันนอนด้วยกันที่ห้องเล็ก ข้าวของอะไรก็ไม่ค่อยมีอยู่แล้ว” นิวบอก อันที่จริงเขาชอบความเป็ส่วนตัวมากกว่าที่จะนอนร่วมห้องกับใคร แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกก็จำเป็ที่จะต้องอยู่กับเพื่อนปากดีที่ชื่อฤทธิ์ นี่ถ้ากันต์ไม่เอ่ยปากขอร้องให้เขามาอยู่ร่วมบ้านด้วยกัน เขาก็คงไม่มา เนื่องจากเกรงใจที่ต้องมาอาศัยอยู่ฟรี ทั้งๆ ที่ยินดีจะร่วมจ่ายค่าเช่าด้วยแต่กันต์ไม่ยอม นิวจึงทำได้แค่เพียงขอร้องเื่ที่จะช่วยออกค่าน้ำค่าไฟ อีกฝ่ายจึงตอบตกลง ผิดกับฤทธิ์...หมอนั่นเพียงแค่ได้ยินว่าได้มาอยู่ฟรีก็ตอบรับอย่างไม่ต้องคิดมาก นี่ถ้าไม่คุยเื่หารค่าน้ำค่าไฟมันก็คงไม่คิดจะจ่าย...เหลือเกินจริงๆ
“โห...นึกว่าจะได้อยู่คนเดียวเสียอีก” ฤทธิ์บ่นขณะที่ทิ้งตัวนั่งลงกลางห้องโถงด้านล่าง พัดลมเพดานที่กำลังทำงานดูมันช่างเชื่องช้าจนน่าโมโหไม่ทันใจในสภาวะอากาศที่ทำกำลังร้อนระอุ ชายหนุ่มต้องถอดเสื้อยืดออกเพื่อให้ร่างกายรู้สึกเย็นขึ้นมาบ้าง
“ไอ้นี่...อยู่ฟรียังมาเื่มากอีก”
“แกก็อยู่ฟรีเหมือนกันแหละไอ้นิว ไม่ต้องมาทำตัวเป็พระเอก!”
อากาศร้อนจนเริ่มทำให้อารมณ์คนร้อนตามไปด้วย กันต์เห็นท่าจะไม่ดีจึงรีบพูดขัดขึ้น ก่อนจะเกิดเวทีมวยในทาวน์เฮ้าส์แห่งนี้จนเสียการเสียงาน ยังมีข้าวของต้องช่วยกันจัดอีกหลายอย่าง
“ให้ไอ้นิวไปนอนกับฉันก็ได้ เื่มากกันจริง ช่วยกันขนของเข้ามาในบ้านเร็วเข้า จะได้มาช่วยกันจัดเสียให้เสร็จ มัวทะเลาะกันแบบนี้มีหวังไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันพอดี” กันต์เริ่มจะหัวเสียบ้างแล้ว เพื่อนทั้งสองคนไม่พูดอะไรต่อ พากันเดินออกไปทางด้านหน้ารั้วของทาวน์เฮ้าส์แล้วช่วยกันยกลังที่ให้สองแถวขนมาวางไว้ตรงนั้นเข้ามาในบ้าน เป็จังหวะเดียวกับที่รถกระบะจากร้านที่กันต์สั่งตู้เสื้อผ้าไว้แล่นเข้ามาจอด คนขับท่าทางผอมแห้งแรงน้อยเดินลงมาแล้วเอ่ยถามถึงคนสั่ง
“คุณกันต์อยู่บ้านนี้ใช่ไหมครับ”
“อ้อ ใช่ครับ เดี๋ยวสักครู่นะครับ” นิวเอ่ยรับแล้วะโเข้าไปในบ้าน “ไอ้กันต์...เขามาส่งของน่ะ”
“เออๆ มาแล้ว” เพียงอึดใจ...กันต์ก็เดินออกมาข้างนอก จัดการดูใบส่งของและจ่ายเงินส่วนที่เหลือ คนส่งตั้งท่าว่าจะกลับ คนรับจึงเอ่ยถามขึ้นเสียก่อน
“พี่ไม่บริการขนขึ้นบนบ้านเหรอครับ”
“โอ๊ย...พี่ไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอกน้อง น้องอยู่กันตั้งหลายคนก็ช่วยกันขนไปสิ” เขากล่าวอย่างตัดเยื่อใยด้วยน้ำเสียงราวกับเป็คนละคนกับตอนที่จะรับเงิน
กันต์ได้แต่อึ้ง...มันน่าใช้บริการอีกจริงๆ ไอ้ร้านเวร!
“ช่วยกันยกก็ได้ไอ้กันต์ ดูท่าคงไม่หนักเท่าไหร่”
“ก็คงต้องอย่างนั้น แล้วไอ้ฤทธิ์ล่ะ...หายหัวไปไหนอีกแล้ว ?” ผู้เป็เพื่อนเอ่ยถามพลางหันไปมองรอบๆบ้าน หากก็ไม่พบแม้แต่เงาของฤทธิ์
“เห็นมันบอกจะไปอาบน้ำั้แ่ตอนที่คนส่งตั้งท่าจะกลับแล้ว คงรู้ว่าต้องช่วยยกเลยหาเื่หนี ไอ้นี่มันวอนส้นตีนจริงๆ” นิวพูดขึ้นมา
“เอาเถอะ ค่อยๆช่วยกันยกก็ได้ แกไปยกฝั่งโน้น เดี๋ยวฝั่งนี้ฉันยกเอง เอาเลยนะ...อึ๊บ” ว่าแล้วกันต์กับนิวก็ยกตู้เสื้อผ้าขึ้นพร้อมๆกันแล้วค่อยๆ พากันเดินเข้าไปในตัวบ้าน หยุดพักครู่หนึ่ง...ก่อนที่จะเจอศึกหนักนั่นคือการยกตู้เสื้อผ้าขึ้นบันไดชั้นสองที่ค่อนข้างแคบและมืด แม้จะมีไฟสีส้มตรงบันได แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก นิวอาสาเป็คนเดินนำขึ้นไปก่อนโดยหันหลังขึ้นซึ่งเสี่ยงต่อการพลาดตกบันไดเป็อย่างมาก ส่วนกันต์นั้นยกตู้อยู่ทางด้านหน้า ซึ่งตู้อันสูงใหญ่ก็บดบังทิศทางในการเดิน คงใช้แต่ัักับเสียงบอกของนิวเท่านั้นเป็ตัวนำทาง
“ค่อยๆ ขึ้นมาเลยไอ้กันต์ ระวังด้วยนะ บันไดมันชัน”
คนนำหน้าบอกในขณะที่ค่อยๆก้าวถอยหลังขึ้นบนบ้านทีละขั้นทีละขั้นอย่างระมัดระวัง กันต์ทำตามด้วยความไม่ประมาท เขาก้าวเท้าอย่างช้าๆ เพราะกลัวพลาดตกบันได แต่แล้วจู่ๆ ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าเหมือนกับว่ามีมือเย็นๆของใครคนหนึ่งมาแตะที่มือของเขาเบาๆ จนกันต์สะดุ้งโหยง เผลอปล่อยมือออกจากตู้เสื้อผ้าที่กำลังยกอยู่ ส่งผลให้กันต์หงายหลังล้มลง ขณะที่ตู้เสื้อผ้าที่มีคนยกเพียงฝ่ายเดียวก็กำลังจะล้มมาทับร่างของชายหนุ่ม
กันต์หลับตาปี๋...ไม่รอดแน่ ตู้เสื้อผ้าทั้งตู้ต้องหล่นมาทับร่างของเขาอย่างไม่มีทางหลบพ้น!
“เหี้ยเอ๊ย! ยกของกันยังไงไม่ระวังวะ” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับมืออันแข็งแกร่งรีบเข้ามายกตู้ทางด้านของกันต์เอาไว้ ชายหนุ่มลืมตาขึ้น...มองเห็นฤทธิ์ที่กำลังนุ่งผ้าขาวม้าตัวเปียกซ่กกำลังช่วยยกตู้เสื้อผ้าไว้ได้ทันก่อนที่มันจะหล่นมาทับเพื่อน
“ขอบใจนะไอ้ฤทธิ์” กันต์กล่าวขอบคุณเสียงสั่น ยังรู้สึกใจหายเื่เมื่อสักครู่อยู่ไม่หาย ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าตู้ทั้งหลังตกลงมาทับเขาแล้วเขาจะมีสภาพยังไง ว่าแต่ไอ้สิ่งที่ทำให้เขาถึงกับสะดุ้งโหยงจนถึงกับต้องปล่อยมือออกจากตู้เสื้อผ้านั้นมันคืออะไรกันแน่...ััที่เย็นะเืไม่ต่างจากน้ำแข็ง
“เออ...ฉันมันคนดี สมควรที่แกจะต้องขอบใจ นี่ถ้าไม่ได้ฉัน แกจะเป็ยังไงบ้างก็ไม่รู้ ป่านนี้อาจจะถูกตู้เสื้อผ้าทับ นอนไส้แตกไปเฝ้ายมบาลแล้ว” อีกฝ่ายคุยโวอย่างได้ที ฟังดูแล้วน่าหมั่นไส้
“แหม...ฉันว่าที่แกช่วยไอ้กันต์เพราะห่วงกลัวไม่มีคนจ่ายค่าเช่าบ้านมากกว่าล่ะมั้ง” นิวรีบขัดขึ้นอย่างทันควัน ฤทธิ์ถลึงตาใส่...รู้ดีจริงนะมึง!
“แล้วนั่นแกจะนิ่งอยู่อีกนานไหมไอ้กันต์ เมื่อยโว้ย...รีบมาช่วยสิ”
“เออๆ ลืม” กันต์รีบลุกขึ้นมาช่วยเพื่อนยกตู้เสื้อผ้าทันที แล้วทั้งสามคนก็ช่วยกันยกตู้เสื้อผ้าขึ้นไปตั้งไว้ทางด้านหนึ่งภายในห้องนอนใหญ่ของกันต์กับนิว เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทุกคนจึงพากันลงไปข้างล่างเพื่อจัดข้าวของให้เสร็จ ก่อนจะขึ้นมาจัดของใช้ส่วนตัวของใครของมันบนชั้นสองต่อ
ในความเงียบภายในห้องนอนใหญ่นั้น แม้จะเป็เวลากลางวัน แต่ผ้าม่านสีเขียวเข้มที่เ้าของติดไว้ก็ทำให้บรรยากาศภายในดูอึมครึมชวนขนลุก ในเวลานี้ไม่ได้มีเพียงชายหนุ่มสามคนเท่านั้นที่อยู่ในทาวน์เฮ้าส์หลังนี้ ถ้าหากมองดีๆ จะปรากฏเงาสีดำของใครคนหนึ่งนั่งห้อยขาอยู่บนตู้เสื้อผ้า เธอนั่งก้มหน้านิ่งแล้วโยกตัวไปมา ยามที่เท้าของเธอกระแทกกับตู้เสื้อผ้าใบโตนั้นทำให้เกิดเสียงดัง
กึก...กึก...กึก...กึก
รอยยิ้มบางๆที่อยู่ใต้ใบหน้านั้นเหมือนกับว่ายินดีเหลือเกินที่ได้เพื่อนบ้านคนใหม่
เพื่อนบ้านที่เธอเลือกเองกับมือ!
เชิงอรรถ
(1) สามแพร่ง หมายถึง ทางที่แยกเป็ 3 สาย เกิดจากทางสายหนึ่งมาเป็มุมฉากกับทางอีกสายหนึ่ง ซึ่งตามความเชื่อโบราณถือว่าเป็ทางผีผ่านไม่เป็มงคล
(2) ไม้มะค่า มะค่าเป็ไม้ที่มักนำมาอ้างอิงเมื่อพูดถึงไม้เนื้อแข็ง มะค่าหลายชนิดในตระกูล Afzelia Genus มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันและส่วนใหญ่มีอยู่ในแถบแอฟริกา ส่วนมะค่าในเอเชียส่วนใหญ่จะเป็ชนิด Xylocarpa แก่นของไม้มะค่ามีสีน้ำตาลอมแดง แต่สีจะอ่อนกว่าสีของไม้ Pyinkadoหรือ Padauk lumber สีของไม้มะค่าจะเข้มตามอายุและเข้มขึ้นเมื่อถูกแสงแดด ลายไม้มะค่าจะเรียงเป็เส้นตรงและเนื้อไม้ไม่มีกลิ่น จึงทำให้ไม้ประเภทนี้เป็ที่ดึงดูดใจ ด้วยความสวยงามและความแข็งแรงของเนื้อไม้ จึงนิยมนำไม้มะค่ามาทำเป็เครื่องเรือนประเภทตู้ งานแกะสลักและไม้สำหรับปูพื้น เนื่องจากไม้มะค่ามีราคาสูง ไม้มะค่าจึงถูกนำไปผลิตเป็เครื่องเรือนคุณภาพสูง งานหัตถกรรม รวมถึงใช้ในการสร้างบ้านด้วย