หลังจากแยกกับเพื่อนมาเสียงโทรศัพท์ประจำตัวดังขึ้นรมย์รวัตรลวงกระเป๋าหยิบมือถือออกมาหลุบตามองเบอร์หน้าจอแล้วรับสายหมอใหญ่ทำการตามตัวให้เขาเป็ผู้ช่วยในการผ่าตัดผู้ป่วยเคสหนักรายหนึ่งเขาจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าและเริ่มทำหน้าที่ตนเอง
ถึงห้องผ่าตัดเขาเหลือบเห็นลักษิณีกำลังยืนรอเพื่อส่งเครื่องมือแพทย์ให้อยู่ชายหนุ่มสาวเท้ายืนประจำที่และเริ่มลงมือผ่าตัดโดยมีพยาบาลคอยซับเหงื่อการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี จนเวลาล่วงเลยหลายชั่วโมงทีมแพทย์พักเหนื่อยจากการผ่าตัดตลอดวัน
“ไปทานข้าวกับผมไหมวันนี้” รมย์รวัตรถามขณะล้างเืจากมือตนเอง
ลักษิณีมองเขาสีหน้าแปลกใจเป็ครั้งแรกที่ได้รับคำชวนเช่นนี้จากเขา หล่อนยิ้มแล้วพยักหน้าช้าๆเป็การตอบรับคำชวนนั้น
“เดี๋ยวผมลงไปเอารถก่อนคุณยืนรอหน้าโรงพยาบาลนะ” สั่งเสร็จรีบเปลี่ยนชุดออกแล้วตรงดิ่งไปลานจอดรถทันที
รมย์รวัตรจอดเทียบหน้าโรงพยาบาลลักษิณีเปิดประตูนั่งเบาะหน้าคู่คนขับ เ้าของรถจึงขับเคลื่อน เป้าหมายคือร้านอาหารไทยรสชาติเยี่ยมร้านประจำที่เขาชอบมาทานกับมิลันดา
“มีอะไรหรือเปล่าคะวันนี้ถึงได้ชวนณีมาทานอาหาร” ถามเขาแต่ใจก็สั่น กลัวได้คำตอบเสมือนว่าหล่อนคือตัวแทนของใครอีกคน
“ผมมีเื่อยากคุยกับคุณณีครับ” เขาบอกตามตรง
“เื่อะไรเหรอคะ”สีหน้าของพยาบาลสาวเต็มไปด้วยความสงสัย
ถึงตอนนี้รมย์รวัตรกลับนึกอะไรไม่ออกอึกอักไม่กล้าพูด ปกติตัวเขาไม่เคยสนิทสนมกับผู้หญิงที่ไหนกับลักษิณีก็ยังไม่คุ้นเคย แม้จะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาแล้ว
“คุณณีมีใครหรือยังครับตอนนี้” กลั้นใจถามออกไป อีกฝ่ายทำหน้างงๆ เหมือนไม่รู้ความนัย
“มีใครยังไงคะ?”
“ผมหมายถึงคุณณีมีแฟนหรือยังครับ!” คนถามโพลงออกมา
พูดออกไปแล้วแทบจะเขกหัวตัวเองถ้าหล่อนมีแฟนแล้ววันนั้นคงไม่มีความสัมพันธ์กับเขาแบบนั้นหรอก
“ณียังไม่มีหรอกค่ะคุณหมอทำไมถามณีแบบนี้ล่ะคะ”เืในกายหล่อนกำลังสูบฉีดใบหน้าแดงซ่านเพราะขัดเขินเมื่อได้ยินคำถามเช่นนี้ออกมา
“ณี...เราลองคบกันไหม ลองศึกษากันดู”
หล่อนนิ่งงันครู่หนึ่งหูฝาดหรือเปล่ากับคำขอของอีกฝ่าย กำลังฝันใช่ไหมใจหล่อนกำลังเต้นตึกตักดีใจเสียจนพูดไม่ออก แต่อดสงสัยไม่ได้ ในเมื่อ...หมอวัตรรักหมอมิลันดาแล้วเหตุใดถึงมาขอคบกันแบบนี้หรือเขา้ารับผิดชอบเื่ในวันนั้น
“หมอคะ...ณีบอกแล้วว่าไม่ต้องมารับผิดชอบณียังไงล่ะคะ”
“ผมไม่ได้้ารับผิดชอบคุณแต่ผม้าศึกษาคุณ... ผมอยากลองเปิดใจให้กับใครสักคนบ้างคุณพอจะเป็คนนั้นให้ผมได้ไหม”
หล่อนสบตาเขานิ่งพยายามคิดทบทวนคำพูดเ่าั้จะลองคบกับเขาดีไหม? หากหลงรักเขาไปมากกว่านี้แล้วถ้าเกิดว่าเขา้าเลิกราจะทำเช่นไรถึงเวลานั้นหล่อนคงเ็ป ความคิดด้านลบเริ่มผุดพรายขึ้นมา แต่เมื่อมองเขา ณเวลานี้ ความคิดเ่าั้ก็พลันหายไป เมื่อเสียงของหัวใจตอบว่า้า
“ณี...จะลองคบกับหมอวัตรก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบรับเขาทั้งรอยยิ้ม
รมย์รวัตรยิ้มออกมาเอื้อมกุมมือหญิงสาวไว้จนอาหารถูกนำมาเสริฟ์ตรงหน้า อย่างน้อยเวลานี้เขาคงไม่ทำให้มิลันดาลำบากใจอีกหากลักษิณีเป็ผู้หญิงที่ดี บางทีหัวใจเขาคงสงบและยอมเปิดใจให้กับหล่อนได้จริงๆ
อาทิตย์ถัดมาดาวเรืองได้รับอนุญาตจากหมอให้ออกจากโรงพยาบาล หมอเ้าของไข้แจ้งข่าวให้หญิงสาวทราบว่ามารดาอาการดีขึ้นมาราวกับปาฏิหาริย์คนเป็ลูกยิ้มทั้งน้ำตา ดีใจกับข่าวของมารดา ทั้งมิลันดาและว่าที่เ้าบ่าวต่างช่วยกันเก็บของแล้วประคองดาวเรืองไปที่รถหัวอกแม่ ไม่สามารถหุบยิ้มได้เลย รู้สึกถึงความสุขเอ่อล้นขึ้นมาจนน้ำตารื้น
รถเคลื่อนจอดหน้าบ้านมิลันดาพยุงแม่ลงจากรถแล้วพามานั่งบนโซฟาตนเองกลับไปตรวจดูเื่ข้าวของเรียบร้อยแล้วจึงกลับเข้ามาดาวเรืองมองลูกด้วยความภูมิใจ
“มิ...” เอ่ยเรียกบุตรสาว เห็นเดินเข้ามาในบ้าน
“คะแม่”สาวเท้ามาหาแล้วทอดกายลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน
“แม่ดูฤกษ์แต่งงานมาให้หนูแล้วนะ”
“แม่ไปดูฤกษ์มาแล้วเหรอคะไปมาตอนไหนคะนี่มิไม่เห็นรู้เื่เลย!”คนฟังร้องสีหน้าตื่นเต้น
“แม่ไม่ได้ไปเองหรอกลูกพ่อกับอาพิภัทรเป็คนพามาหาแม่ที่โรงพยาบาล”
“แล้วเมื่อไหร่ล่ะคะมิจะได้พี่คม” หล่อนภาวนาอย่าให้มันรวดเร็วนักเลย
“มิไม่ต้องไปบอกพ่อคมหรอกจ้ะแม่บอกพ่อคมไปแล้ว...”
“ไวจังนะคะแม่หนูยังไม่ทันรู้เลย”เสียงงอนบ่นอุบออกมา
“ก็พ่อคมโทรมาหาแม่ประจำนี้ลูกยังไม่โทรหาแม่เท่าพ่อคมเลยนะ”
คนฟังยิ้มเจือนดูท่าแม่จะรักเขามากกว่าหล่อนเสียแล้ว เห่อซะไม่มี สงสัยมิลันดาคงตกกระป๋อง
“โธ่...แม่คะ แม่ก็รู้ว่ามิงานยุ่ง แต่มิก็ไปหาแม่ทุกวันนะคะ”คนเป็ลูกบ่น “แล้ว... ฤกษ์วันไหนล่ะคะ”
“ฤกษ์อาทิตย์หน้านะลูกน่าจะเตรียมตัวทันแม่หาร้านให้หนูแล้ว แล้วก็โทรไปบอกเขาไว้เรียบร้อยมะรืนนี้ไปลองชุด ส่วนการ์ดแล้วก็ของชำรวย เดี๋ยวเขาจะเอามาให้ลูกเลือกวันนี้แหละโรงแรมกับอาหารแม่จองไว้แล้ว อาหารก็สั่งไว้แล้วด้วย”ดาวเรืองสาธยายสิ่งที่จัดการไปแล้วให้บุตรสาวมิลันดาตาโต ริมฝีปากสั่นระริก พูดไม่ออกเมื่อเจอมารดาจัดการทุกอย่าง
หล่อนสับสนมึนงงกับเื่ที่มารดาเล่าแม่เอาเวลาไหนไปจัดการ หล่อนเห็นแม่นอนอยู่บนเตียงตลอด คิ้วบางขมวดไม่เข้าใจเลยสักนิด
“แม่ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลนะคะแม่เอาเวลาตอนไหนไปจัดการ มิงงไปหมดแล้วค่ะ”
“ไม่เห็นยากเลยลูกพ่อของลูก อาพิภัทรแล้วก็คม พร้อมทำตามที่แม่บอกทุกอย่างนั้นแหละจ้ะ”ดาวเรืองตอบแล้วยกยิ้ม มิลันดาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
เื่ฤกษ์ยามน่าตระหนกอยู่แล้วมาเจอวิธีการแม่ หนักกว่าเสียอีก
“มิเข้าใจแล้วค่ะแม่แต่เื่ฤกษ์นี่มิไม่เห็นด้วยนะคะ” มิลันดาแย้ง
“ทำไมจ๊ะหรือช้าไป”
“ไม่ใช่ค่ะแม่มันเร็วไปต่างหาก!” พอแม่หายแล้ววัยรุ่นน่าดูหล่อนแทบตามไม่ทันแล้ว
“เร็วตรงไหนลูกมิคิดว่าตัวเองยังเด็กอายุน้อยเหรอ ลูกน่ะยี่สิบสี่แล้วนะ”
“แม่คะคนอายุยี่สิบสี่โสดเยอะแยะไปค่ะ”
“แต่ผู้ชายแบบพ่อคมหายากจะตาย รีบแต่งเสียเถอะลูก ถ้ารอนานกว่านี้เดี๋ยวโดนคนอื่นฉกไปกินเสียก่อนนะ”
หล่อนยังไม่อยากแต่งเร็วขนาดนี้เว้นไปสักเดือนสองเดือนก็ยังดี อาทิตย์เดียวเวลาสำหรับความโสด มันไม่ใช่เลย
“ขอมิโสดอีกสักนิดไม่ได้เหรอคะแม่”หล่อนอิดออด
“ไม่ได้หรอกลูกแม่อยากอุ้มหลานไวๆ”
ใบหน้าเรียวแดงซ่านขึ้นมาเมื่อมารดาเอ่ยถึงหลานหล่อนจะมีหลานให้แม่ได้ยังไง ในเมื่อกับเขาแต่งงานกันแค่ในนามเท่านั้น แล้วถ้าหากแม่เรียกร้องอยากมีหลานขึ้นมาคงเป็เื่ยุ่งมากแน่ๆ
คนตัวเล็กเลิกต่อคำกับมารดาดูท่าหากพูดมากกว่านี้มีหวังคงโดนแม่จับได้เื่แต่งงาน มิลันดาถอนหายใจยาวในเมื่อตั้งใจว่าจะทำตามความ้าของแม่ ก็ปล่อยเลยตามเลยดีกว่าแม่อาการดีเมื่อไหร่ หล่อนคงปล่อยให้เขาเป็อิสระทันที