บทที่5
เื่ของโลกแห่งการฝึกตน
หยุนโม่หาสถานที่เงียบสงบแห่งนึงภายในป่าแล้วก็นั่งอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อฟังข้อมูลจากโนวา
ตามคำพูดของโนวามันทำให้หยุนโม่ได้รู้ข้อมูลหลายอย่าง
อย่างแรกเลยก็คือความสามารถในการเก็บเกี่ยวกู้คืนความทรงจำ
โนวามีความสามารถในการกู้คืนความทรงจำจากคนที่เขาสังหาร
เพียงแต่ว่าความสามารถในการกู้คืนนี้ไม่สามารถกู้คืนความทรงจำของทั้งหมดของคนที่ตายไปแล้วได้
ง่ายๆก็คือจะได้รับเพียงแค่ความทรงจำส่วนหนึ่งมาเท่านั้น
แต่ว่าด้วยความทรงจำของผู้ฝึกตนก่อนหน้านี้
มันเองก็มากเพียงพอที่จะทำให้หยุนโม่ได้รู้ความจริงหลายอย่าง
เขาได้รู้ความจริงเกี่ยวกับโลกใบนี้โลกใบนี้คือสถานที่แบบไหน
ไม่ได้แตกต่างจากที่หยุนโม่คิดมากสถานที่แห่งนี้คือโลกของผู้ฝึกตนจริงๆ
เหมือนกับภายในพวกหนังสือนิยายแม้กระทั่งพวกเื่เล่าต่างๆที่ผู้คนบนโลกจินตนาการแล้วใฝ่ฝัน
เพียงแต่ว่าภายในโลกใบนี้ค่อนข้างจะแตกต่างออกไป
ผู้ฝึกตนมีฐานะสูงส่งราวกับเทพพวกเขามองพวกเหล่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปที่ไม่สามารถฝึกตนได้ราวกับพวกมดแมลงไร้ค่า
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความคิดของผู้ฝึกตนทั้งหมดแต่ว่าผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ก็ย่อมมองว่าพวกมนุษย์นั้นเป็สิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่ากันทั้งนั้น
ผู้ฝึกตนพวกนี้มีพลังเหนือฟ้าดินสามารถเก็บเกี่ยวพลังที่มองไม่เห็นจากฟ้าดิน มาเป็พลังของตนเองได้
โดยพลังพวกนั้นคนภายในโลกใบนี้จะเรียกมันว่าปราณฟ้าดินหรือปราณิญญา
นี่คือความแตกต่างของผู้ฝึกตนแล้วก็มนุษย์ธรรมดาทั่วไป
ผู้ฝึกตนสามารถใช้พลังของฟ้าดินพวกนี้ได้แต่ว่ามนุษย์ธรรมดาก็เป็เพียงแค่มนุษย์ธรรมดา
นี่อาจจะเป็เหตุผลที่ทำให้ฐานะของทั้งผู้ฝึกตนแล้วก็มนุษย์ธรรมดาทั้งแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
บนโลกใบนี้ไม่ใช่ว่าผู้คนทุกคนจะสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนได้
ตามความรู้และความทรงจำที่สามารถกู้คืนมาได้ของคนผู้นั้นที่ตายไป
ทำให้หยุนโม่ได้รู้จากโนวาว่าความแตกต่างของคนที่เกิดมาเป็ผู้ฝึกตน และคนที่เกิดมาเป็มนุษย์ธรรมดามันก็คือสิ่งที่เรียกว่ารากิญญา
คนที่สามารถฝึกตนและบำเพ็ญเซียน พวกเขาเกิดมาจะมีสิ่งที่เรียกว่ารากิญญาภายในร่างกาย
รากิญญาสิ่งนี้คือสิ่งที่สามารถทำให้มนุษย์ดึงดูดปราณิญญาฟ้าดินเข้ามาภายในร่างกายและกลายเป็ผู้ฝึกตนได้
หยุนโม่ได้รู้ความจริงที่น่าตกตะลึงอีกหลายอย่างเกี่ยวกับผู้ฝึกตน
นั่นก็คือผู้ฝึกตนยิ่งก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนแล้วพวกเขาเองพัฒนามากขึ้นเท่าไหร่อำนาจและก็ความสามารถของพวกเขานั้นจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น
อย่างเช่นผู้ฝึกตนระดับสูงภายในอาณาจักรอวี้เทียนความสามารถของพวกเขานั้นทำได้แม้กระทั่งทำการบดขยี้ขุนเขาขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย
เกี่ยวกับเื่ความจริงในเื่นี้หยุนโม่รู้สึกตกตะลึงเป็อย่างยิ่ง
ความสามารถเช่นนั้นต่อให้เป็เผ่าพันธุ์มนุษย์ในโลกของเขาที่พัฒนายีนมาแล้วก็ไม่สามารถทำได้แบบนั้นอย่างแน่นอน
มนุษย์ภายในโลกของเขามีความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมีอายุขัยที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการทดลองแล้วก็วิจัยรวมไปถึงพัฒนายีนของมนุษย์
แต่ว่ามากที่สุดพวกเขาเองก็ทำได้เพียงแค่บดขยี้ก้อนหินขนาดใหญ่เท่านั้น
การต่อต้านพวกสัตว์ต่างดาวพวกนั้นมนุษย์นั้นทำได้เพียงแค่นำปัจจัยภายนอกมาช่วยเหลือ
อย่างเช่นสิ่งที่เรียกว่าชุดเกราะรบอวกาศนั่นคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์นั้นต่อต้านพวกสัตว์อวกาศพวกนั้นได้
แต่ถ้าพูดถึงกำลังเพียงอย่างเดียวของมนุษย์แม้ว่าจะเป็มนุษย์ที่พัฒนายีนในโลกของเขาก็ไม่มีทางเทียบกับผู้ฝึกตนภายในโลกใบนี้ได้
ผู้ฝึกตนสามารถบดขยี้ขุนเขาด้วยเพียงแค่หนึ่งฝ่ามือโดยที่ไม่ใช้พลังภายนอกเลยแม้แต่น้อย นี่เป็พลังอำนาจที่น่าตกตะลึงและน่าหวาดกลัวเป็อย่างยิ่ง
ส่วนเกี่ยวกับเื่ของคนที่เขาสังหารไป
หยุนโม่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็ผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตหนึ่งที่เรียกว่าหลอมกายา
นอกจากเื่พวกนี้ก็มีความรู้ยิบย่อยอีกหลายอย่างแต่สิ่งที่น่าสนใจจริงๆก็คือเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ต่างหาก
เพราะว่าข้อมูลที่โนวากู้คืนมาได้มันก็ทำให้เขารู้เกี่ยวกับโลกใบนี้เพิ่มขึ้น
โลกใบนี้ดินแดนที่กว้างใหญ่ไพศาลถูกเรียกว่าดินแดนหมื่นอาณาจักร
แน่นอนว่าความหมายเหมือนกับชื่อที่พูดนั่นก็คือภายในโลกใบนี้มีอาณาจักรนับพันนับหมื่นแห่งอย่างเช่นตอนนี้สถานที่ที่เขาอยู่ก็เป็หนึ่งในอาณาจักรพวกนั้น อาณาจักรอวี้เทียน
ลำพังเพียงแค่อาณาจักรอวี้เทียนที่อยู่ในตอนนี้มันเองก็ถือว่าเป็อาณาจักรที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลแล้ว
คาดคะเนจากความทรงจำ ทำให้หยุนโม่พอคาดเดาได้ว่าโลกใบนี้มีอาณาเขตกว้างใหญ่มากกว่าดาวเคราะห์สีน้ำเงินของเขามาก
ใหญ่จนตัวของเขานั้นรู้สึกตกตะลึงไม่ทราบว่าดินแดนแห่งนี้มีความกว้างใหญ่มากขนาดไหนกันแน่
เพราะว่าความทรงจำของผู้ฝึกตนที่หยุนโม่สังหารไปผู้นี้ มันเองก็เป็เพียงแค่ผู้ฝึกตนตัวเล็กๆที่อยู่ภายในอาณาจักรอวี้เทียนแล้วไม่เคยออกไปด้านนอกเท่านั้น
หยุนโม่ไม่รู้เกี่ยวกับเื่นี้ก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เฮ้อ…”
“โลกใบนี้มันอะไรกันเหมือนว่าจะหลุดเข้ามาในสถานที่ที่น่าประหลาดเข้าแล้วสิ”
นั่นคือความรู้สึกภายในใจของเขาจริงๆ
หยุนโม่พบเจอดวงดาวมามากมายไม่เคยพบเจอสถานที่ที่เป็ดินแดนอย่างเช่นหมื่นอาณาจักรแห่งนี้มาก่อนเลย
มีทั้งผู้ฝึกตนมีทั้งของวิเศษแห่งฟ้าดินทั้งมีปรากฏการณ์แปลกประหลาดมากมาย
“จริงแล้วสิโนวาช่วยวิเคราะห์ร่างกายของฉันให้หน่อยฉันอยากรู้ว่าในตอนนี้ร่างกายของฉันอายุเท่าไหร่” หยุนโม่สั่งออกมา
เ้าก้อนขนที่อยู่ด้านหน้าดวงตาพริบไหวพริบตาเดียวก็ตอบออกมา “เรียนนายท่านอายุกระดูกและโครงสร้างร่างกายทั้งหมดเทียบเท่ากับอายุสิบแปดขอรับ”
หยุนโม่มุมปากกระตุก
‘นั้นอย่างไรว่าแล้วว่ามันแปลกประหลาด มีบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของเราจริงๆด้วย’
อายุสิบแปดบ้าไปแล้วงั้นหรือ? หยุนโม่เข้าร่วมกองทัพั้แ่สิบหกปีหลังจากนั้นก็อยู่ภายในกองทัพต่อสู้มาตลอดหลายสิบปี
เพราะว่าการพัฒนาของยีนส์มนุษย์ทำให้มนุษย์โลกมีอายุไขมากขึ้น
นั้นทำให้เขานั้นต่อสู้อยู่ในกองทัพหลายสิบปีแต่เขาก็ยังมีรูปลักษณ์เหมือนกับชายหนุ่ม
แต่ถ้าเกิดว่าคำนวนอายุจริงๆของหยุนโม่หยุนโม่รู้ว่าตนเองมีอายุไม่ต่ำกว่าเจ็ดสิบปีแล้ว
แต่โนวากับวิเคราะห์ได้ว่าเขาอายุเพียงสิบแปด
เพราะแบบนั้นจึงรู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของเขา
“ชั่งเถอะ! ยังหาความจริงไม่ได้”
“ตอนนี้ต้องกลับก่อน”
หยุนโม่เดินทางกลับมาถึงหมู่บ้าน
เมื่อเดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านก็ถึงยามเย็นแล้ว
เด็กน้อยเสี่ยวเหอมารอเขาอยู่หน้าหมู่บ้านโบกมือให้กับหยุนโม่รอรับเขากับบ้าน
หยุนโม่มองเห็นเด็กน้อยผู้นั้นมารอรับเขาเขาก็ยกยิ้มขึ้นอย่างอบอุ่นจากนั้นก็เดินตามเดินน้อยเข้าไปในหมู่บ้าน
ทั้งสองเดินกลับไปถึงบ้านชายชราอย่างเฒ่าเสี่ยวเองก็เตรียมอาหารมื้อเย็นรอคนทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว
หยุนโม่พบเห็นภาพบรรยากาศเช่นนี้มันเหมือนกับเป็ภาพบรรยากาศที่หาได้ยากยิ่ง เป็ความอบอุ่นของครอบครัวที่รอรับเขากลับบ้าน
และหนึ่งคนหนุ่ม หนึ่งเด็กน้อยหนึ่งชายชรา ก็ล้อมวงกันกินข้าวอีกครั้ง
นี่ช่างเป็่เวลาสงบสุขที่หาได้ยากั้แ่เข้าในกองมาถึงตอนนี้หลายสิบปีที่ผ่านมาั้แ่ครอบครัวตกตายไปแล้วก็ไม่มีใครในครอบครัวจะได้ก็ญาติมิตรเหลืออยู่หยุนโม่เองก็ไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้ปรากฏขึ้นอีกเลยจนกระทั่งในตอนนี้
เป็่เวลาแห่งความสุขที่ปรากฏขึ้นในรอบหลายสิบปี