ตอนที่ 3 ปัญหามาถึงที่ (1)
ป๋ายเอ้าเสวี่ยค่อยๆ หมุนกาย มองลี่ว์อู๋แล้วเอ่ยเสียงดัง “วันนี้จะให้พวกเ้าได้เห็นว่าจริงๆ แล้วป๋ายเอ้าเสวี่ยเป็หญิงอ่อนแอหรือหญิงโฉดกันแน่ วันนี้จะขอสั่งสอนพวกเ้าดีๆ สักรอบว่าใครเป็นายใครเป็บ่าว” น้ำเสียงไพเราะราวสายน้ำไหล ฟังจนคนอดหลงใหลไม่ได้ ทว่าคนในที่นี้กลับรู้ดีว่า เ้าของเสียงเป็มารโฉดตนหนึ่ง เป็มารโฉดที่ข่มกลั้นมาหลายปีจนคลั่งในท้ายที่สุด
เท้าหนึ่งเหยียบลงบนกระดูกขาลี่ว์อู๋ กดลงไปแรงๆ เสียงกระดูกปริแตกดังพร้อมกันกับเสียงร้องของลี่ว์อู๋ ดังสะท้อนขึ้นในหมู่เมฆอีกครั้ง
“หญิงชั่ว วันนี้หากมีปัญญาเ้าก็ฆ่าข้าสิ ไม่งั้นวันหน้าข้าจะต้องเอาคืนแน่” ลี่ว์อู๋มองป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างชิงชัง พูดขึ้นอย่างอาฆาต
ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองสายตาเคียดแค้นและไม่ยอมแพ้ของลี่ว์อู๋ นางค่อยๆ ย่อกายลงสบตาลี่ว์อู๋พร้อมกับเอ่ยขึ้น “รู้หรือไม่ วิธีที่ดีที่สุดในการทรมานคนคนหนึ่งนั้นไม่ใช่การฆ่านาง แต่เป็การทรมานให้ตายทั้งเป็ เ้าอยากตายหรือ วางใจเถิด ข้าไม่มีทางให้เ้าสมหวัง ตายแล้วเ้าคงสบายเกินไป ถูกปลดเปลื้อง แต่โทษที เ้าในอดีตรังแกมู่เหมียนและป๋ายเอ้าเสวี่ยไว้ถึงเพียงนั้น วันนี้ต่อให้ทรมานเ้าจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ข้าก็ไม่มีทางปล่อยให้เ้าตายไวแน่นอน”
แม้เสียงป๋ายเอ้าเสวี่ยจะเบา ทว่าคนโดยรอบล้วนได้ยินชัดเจน ทุกคนตัวสั่นยิ่งกว่าอะไรดี สายตาที่มองป๋ายเอ้าเสวี่ยนอกจากเสียขวัญแล้วก็มีเหลืออยู่เพียงความหวาดหวั่น
ลี่ว์อู๋พอได้คำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ย เดิมคิดอยากด่าว่า ทว่ากลับถูกป๋ายเอ้าเสวี่ยบีบกรามจนหักเสียก่อน เอ่ยขึ้น “เสียงตอนร้องของเ้าเหมือนเสียงเป็ดตัวผู้ ฟังไม่เข้าหูนัก ข้าขอถอดกรามเ้าออกก่อนแล้วกัน ทำแบบนี้เรือนข้าคงสงบลงมาก”
ลี่ว์อู๋เปล่งเสียงไม่ได้ สายตาที่มองป๋ายเอ้าเสวี่ยนอกจากความเคียดแค้นแล้ว ตอนนี้ก็มีความหวาดหวั่นเพิ่มขึ้นมาเท่าทวี
ป๋ายเอ้าเสวี่ยไม่สนใจอะไรมากอีก ค่อยๆ เลิกแขนเสื้อขึ้นเอ่ย “เห็นแผลพวกนี้หรือไม่ ล้วนเป็เ้ากับเ้านายตัวดีของเ้ามอบให้ ตอนนี้ข้าจะขอเก็บดอกเบี้ยคืนเสียหน่อย ที่เหลือข้าค่อยๆ ไปทวงคืนจากเ้านายของเ้า”
เหล่าสาวใช้มองแขนป๋ายเอ้าเสวี่ยที่มีรอยแผลพาดทับกันไปมา แล้วพากันสูดลมหายใจเย็น
ต้องโเี้ขนาดไหนถึงทำให้าแชัดเจนได้ขนาดนี้
สายตาที่เหล่าสาวใช้มองลี่ว์อู๋เริ่มเจือแววชิงชัง ดูแคลน เข้าใจแล้วเช่นกันว่าทำไมป๋ายเอ้าเสวี่ยถึงสติแตก หากเปลี่ยนเป็คนอื่น บางทีอาจจะสติแตกไปนานแล้ว
ที่ป๋ายเอ้าเสวี่ย้าก็คือผลลัพธ์เช่นนี้ หากตนลงมือมากไป บางทีอาจทำให้คนสงสัย มีเพียงแบบนี้ คนอื่นถึงจะคิดแค่ว่านางทนรับการกลั่นแกล้งต่อไปไม่ไหว ดังนั้นเลยต่อต้านขัดขืน
เมื่อได้ผลลัพธ์ตามที่้าแล้วป๋ายเอ้าเสวี่ยก็ไม่คิดชักช้า นางคว้าแขนลี่ว์อู๋ขึ้นมาบีบแรงๆ จนกระดูกข้อศอกปริแตก
ป๋ายเอ้าเสวี่ยรู้ดี ความเจ็บตอนกระดูกปริแตกมันสะท้านใจคนขนาดไหน ที่นางเคยประสบมาไม่ได้มีเพียงแค่นี้
ลี่ว์อู๋เจ็บจนสลบไปนานแล้ว แต่ป๋ายเอ้าเสวี่ยไม่ได้ใจอ่อน นางจี้จุดชีพจรลี่ว์อู๋ ทำท่าจะปลุกคนให้ตื่น “ในอดีต ข้าเคยสลบไปแบบนี้เหมือนกัน พวกเ้าก็ทำแบบนี้กับข้า เ้าว่าความรู้สึกเช่นนี้มันดีหรือไม่”
ตอนนี้ลี่ว์อู๋รู้สึกเสียใจแล้ว หากรู้ว่าวันนี้ป๋ายเอ้าเสวี่ยจะต่อต้านขัดขืน ต่อให้ถูกโบยจนตายนางก็ไม่มีทางก้าวเท้าเข้ามายังที่แห่งนี้ เรือนหลังเล็กที่นางมักรุดมาดูชมทุกวี่วัน
น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่อาจย้อนเวลา อีกทั้งป๋ายเอ้าเสวี่ยตอนนี้ก็ไม่ใช่ป๋ายเอ้าเสวี่ยในตอนนั้นแล้ว
“มู่เหมียน สั่งสอนพอสมควรก็พอแล้ว” จัดการลี่ว์อู๋เสร็จ ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองไปทางมู่เหมียนที่กำลังะโโลดเต้นอย่างดีใจพร้อมกับเอ่ยขึ้น
หลังจากมู่เหมียนได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ยก็รีบหยุดมือแล้วเอ่ย “ข้าทราบแล้วเ้าค่ะคุณหนู”
เมื่อเห็นมู่เหมียนหยุดมือ ป๋ายเอ้าเสวี่ยก็เอ่ยขึ้นอย่างพึงพอใจ “ตีต่อไปแบบนี้ นางตายแล้วก็ไม่เท่าไร แต่หากมือเ้าเจ็บเพราะเหตุนี้ข้าผู้เป็คุณหนูคงปวดใจ”
เดิมพวกสาวใช้นึกว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยใจอ่อนถึงได้ไว้ชีวิตสาวใช้ชุดชมพู คิดไม่ถึงว่าที่แท้จะกลัวมู่เหมียนเจ็บมือ
หากด่าคนได้ พวกนางก็อยากด่าคนจริงๆ ระบายความไม่พอใจที่มีอยู่ในใจ
ป๋ายเอ้าเสวี่ยเหล่มองไม่กี่คนนั่นพร้อมเอ่ยขึ้น “ทำไม พวกเ้าไม่ถูกสั่งสอนด้วยเลยไม่พอใจงั้นรึ”
คนพวกนั้นพอได้ยินก็พากันส่ายหน้าเอ่ยพร้อมเพรียงกัน “เปล่า เปล่าเ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ไม่มาอบรมพวกข้า พวกข้าซาบซึ้งใจยิ่ง จะไม่พอใจได้อย่างไร”
“หากซาบซึ้งใจก็ลากเศษสวะสองกองนี้ออกไป จะได้ไม่อยู่ขวางหูขวางตาข้า แล้วมาทำความสะอาดเรือนข้าให้สะอาดด้วย ตอนกลับไป พวกเ้าไปบอกน้องสาวข้ากับมารดารองให้ข้าด้วยแล้วกันว่า วันนี้ข้าสนุกมาก ภายหน้าก็อยากจะสนุกต่อไป หวังว่าพวกนางจะสนุกมากด้วยเช่นกัน” ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองกลุ่มคนที่ระแวดระวังพวกนั้นแล้วเอ่ยขึ้นช้าๆ
กลุ่มสาวใช้เ่าั้พอได้ยินก็รีบตอบรับ ร่วมแรงกันแบกลี่ว์อู๋กับสาวใช้ชุดชมพูออกไป