บทที่ 2 แฟนของราดิช
ราดิชเดินออกจากอาคารภารกิจด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยเขาตัดสินใจไปรับภารกิจเริ่มต้นมาด้วยเพื่อจะได้เก็บระดับได้เร็วขึ้นโดยภารกิจที่รับมานั้นให้จัดการกับสัตว์อสูรสามชนิด ยิ่งจัดการได้มากก็จะได้ค่าประสบการณ์ตอบแทนมาก
“คงมีแต่ต้องเดินหน้าลุยอย่างเดียวแล้ว”ถึงราดิชจะบ่นออกมาแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
เขากระชับดาบเหล็กในมือด้วยความมั่นใจมันเป็ดาบเหล็กมีคมสองด้านยาวประมาณสองฟุต คมดาบสีเงินส่องประกายเย็นเยียบไม่มีกั่นดาบ ส่วนด้ามจับมีผ้าพันไว้เป็อย่างดีมันเป็อาวุธที่เขาเลือกใช้ในตอนเริ่มต้น
ราดิชก้าวออกจากเมืองเริ่มต้นความจริงต้องเรียกว่าหมู่บ้านถึงจะถูกเพราะนอกจากอาคารภารกิจที่ตั้งเด่นเป็สง่ากับลานกว้างกลางหมู่บ้านแล้วที่เหลือก็เป็บ้านอีกแค่ไม่กี่หลัง ที่ประกอบด้วยร้านขายอุปกรณ์ทั่วไป ร้านขายยาร้านขายอาวุธและชุดเกราะ และบ้านเรือนอีกไม่กี่หลังที่มีไว้รับภารกิจทั่วไป
หมู่บ้านนี้มีกำแพงหินสูงหนึ่งเมตรตั้งล้อมรอบอยู่เพื่อให้รู้ว่าที่นี่คือเขตปลอดภัยที่สามารถใช้หลบสัตว์อสูรได้ด้านนอกหมู่บ้านเป็ทุ่งหญ้าที่มีสัตว์อสูรอยู่เต็มไปหมดทั้งสไลม์ที่เป็สิ่งมีชีวิตคล้ายเยลลี่ะโไปมา กระต่ายขาวที่น่ารักหนอนเขียวที่ดูไม่มีพิษภัย
เขากวาดตามองไปโดยรอบนอกจากสัตว์อสูรท่าท่าอ่อนแอพวกนี้แล้ว เขาพบผู้เล่นใหม่อยู่บ้างประปรายแม้ตัวเกมจะเกิดมานานแล้วแต่ก็ยังมีผู้เล่นเข้ามาอยู่เสมอเขาเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
ในหัวข้อการออกจากเกมนั้นตัวเขาไม่สามารถออกจากเกมได้แถมยังมีข้อความขึ้นไว้ด้วยว่าถ้าเขาตายจะต้องตายจริงและจิติญญาต้องสลายไปนั่นคือคำเตือนจากพระเ้าที่ทิ้งไว้ มันทำให้เขาต้องระวังตัวมากขึ้น
“เอาล่ะเริ่มปฏิบัติการกู้โลกได้!!!”ราดิชเล็งสไลม์ตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล
สไลม์ผู้โชคร้ายไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตนกำลังจะพบความทารุณราดิชขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะเงื้อดาบขึ้นและฟันใส่เ้าสไลม์ที่มีขนาดสูงเท่าเข่าของเขาเต็มแรงคมดาบแหวกอากาศปะทะเข้ากับร่างกายนุ่มนิ่มนั้นเต็มแรง ตามมาด้วยเสียงดังพลั่ก
11
ค่าความเสียหายลอยขึ้นมาพร้อมร่างของสไลม์ที่แตกกระจายสลายหายไปทิ้งไว้แค่ไอเทมดูต่างหน้าหนึ่งชิ้น เมื่อราดิชเก็บขึ้นมาก็พบว่ามันคือก้อนหินสีเงินส่องประกายคำอธิบายไอเทมคือของที่สไลม์ชอบกิน
จากที่เขาหาข้อมูลมาเกมนี้จะไม่ตกเงินโดยตรงแต่ต้องเอาของที่ได้จากการล่าสัตว์อสูรไปขายที่ร้านเพื่อเปลี่ยนเป็ตัวเงินแทนสำหรับค่าเงินในเกมนี้ใช้หน่วยเงินว่าเซนี
“สไลม์ที่น่าสงสารพวกแกจงมาเป็ค่าประสบการณ์ให้ข้าเสียดีๆ”ราดิชแสยะยิ้มเล็กน้อยและมองหาเหยื่อรายต่อไป
ความรู้สึกบางอย่างที่ห่างหายไปนานพลันปะทุขึ้นมาอีกครั้งมันคือความรู้สึกที่สนุกไปกับการผจญภัยในการค้นพบสิ่งต่างๆในเกมเขารู้สึกแบบนั้นอีกครั้งเมื่อได้ย้อนกลับมาเริ่มใหม่แบบนี้แม้จะต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้ง แต่เขาก็จะมีความสุขไปกับให้จงได้
ราดิชลองเปลี่ยนอาวุธจากดาบมาเป็ธนูในเกมนี้ไม่มีการจำกัดอาวุธที่ถือของผู้เล่นเพียงแต่ว่าอาจทำให้ใช้ทักษะเฉพาะที่้าอาวุธเฉพาะไม่ได้เท่านั้นเองดังนั้นนักดาบจะถือธนู นักบวชจะแบกดาบเล่มั์หรือนักธนูจะถือคทาก็ได้ไม่มีใครว่า เพียงแต่มันอาจจะต้องใช้เทคนิคการเล่นที่สูงหน่อยเท่านั้นเอง
เมื่อเปลี่ยนมาใช้ธนูก็ปรากฏลูกศรมาให้เขาด้วยเขาเล็งเป้าไปที่สไลม์ผู้โชคร้ายก่อนจะปล่อยลูกธนูออกไปลูกศรพุ่งแหวกอากาศไปเข้าเป้าอย่างแม่นยำร่างของสไลม์แตกกระจายสลายหายไปทิ้งไว้แต่ก้อนหินสีเงินให้ดูต่างหน้าความเสียหายที่ธนูทำได้ไม่ต่างจากดาบที่เขาใช้เลย
แม้จะมีค่าความแม่นยำเพียงหนึ่งแต่การโจมตีเป้าหมายระยะไกลนั้นก็ไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขาเพราะค่าความแม่นยำนั้นเพียงแค่ช่วยเสริมในการโจมตีแต่อย่างไรเสียจะโจมตีโดนหรือไม่โดนก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้เล่นเป็หลักมากกว่า
ราดิชเดินไปเก็บของที่ตกและเริ่มมองหาเหยื่อรายต่อไปอย่างอารมณ์ดีความจริงที่เขาสามารถจัดการสัตว์อสูรได้ง่ายดายนั่นเป็เพราะทางตัวเกม้าแบบนี้พวกสัตว์อสูรที่อยู่ที่นี่ล้วนแต่มีค่าพลังชีวิตประมาณสิบเท่านั้น
และอาวุธเริ่มต้นที่ให้มาจะมีพลังโจมตีสิบสามารถทำให้จัดการพวกมันได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวต่อให้ไม่ได้เพิ่มค่าความแข็งแกร่งเลยก็ตามเพราะไม่อย่างนั้นแล้วคนที่เลือกเล่นสายนักบวชหรือนักเวทคงเก็บระดับไม่ได้แน่นอน
แถมพวกมันก็เป็สัตวอสูรระดับหนึ่งถึงสามที่สุดจะอ่อนแอและให้ค่าประสบการณ์น้อยมากทว่าหลังระดับสิบไปแล้วความเก่งของสัตว์อสูรจะเก่งกว่าพวกนี้หลายเท่าตอนนั้นพวกเขาไม่อาจจัดการพวกมันได้ด้วยการโจมตีง่ายๆแบบนี้อีก
ที่ตอนเริ่มเล่นนั้นง่ายเพราะตัวเกม้าให้ผู้เล่นเล่นได้ง่ายและรู้สึกมีความสุขจนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนอาชีพและก้าวเข้าสู่การต่อสู้ที่โหดร้ายต่อไปและนั่นก็เป็บทความของผู้เล่นคนหนึ่งที่เขาอ่านเจอต้องขอบคุณเหล่าผู้เล่นที่เข้ามาเล่นเกมนี้ก่อนเขา เลยทำใหเขามีข้อมูลในการเล่นเยอะทีเดียว
วิธีที่นิยมหลังเปลี่ยนอาชีพไปแล้วคือการรวมกลุ่มปาร์ตี้กันแม้จะได้ค่าประสบการณ์น้อยลงแต่ก็จะจัดการสัตว์อสูรได้ง่ายขึ้นเพราะการรุมโจมตีสัตว์อสูรจะทำให้มันต้องตายลงอย่างรวดเร็วลดความเสี่ยงจากการตายลงได้มาก
“แต่เราคงไม่ไปปาร์ตี้กับใครหรอก”ราดิชตั้งใจไว้แล้วว่าจะเป็โซโล่เพลเยอร์
เมื่อตัดสินใจได้แล้วเขาก็สอดส่ายสายตาและจัดการส่งลูกศรออกไปจัดการสไลม์จากระยะไกลและใช้ลูกศรไปจนหมดและระดับของเขาก็เลื่อนเป็สองในที่สุดโดยที่เขายังไม่เพิ่มค่าสถานะใดเลยสักอย่างเดียว
เขาเปลี่ยนกลับมาถือดาบเหล็กอีกครั้งด้วยทักษะการใช้ดาบที่ถูกฝึกมาอย่างเข้มงวดทำให้ทุกการลงดาบของเขาจะต้องมีสไลม์สังเวยชีวิตทุกครั้งเขาเดินไล่จัดการพวกมันอยู่ครึ่งค่อนวันจนเริ่มจะเบื่อ
“ตีมาครึ่งวันเพิ่งจะระดับสองท่าทางเกมนี้จะเก็บระดับยากแท้” ราดิชบ่นไปตามเื่
แต่ถึงจะบ่นไปแบบนั้นเขาก็ยังไล่สังหารสไลม์ต่อไปอย่างไม่ลดละจนค่าความเหนื่อยล้าเขาถึงขีดสุดถึงได้หาที่นั่งพักเขาเจอต้นไม้ต้นหนึ่งท่าทางร่มรื่นดี จึงเดินไปนั่งลงพิงต้นไม้อย่างสบายใจสายตาของเขาทอดไปดูเหล่าผู้เล่นคนอื่นที่กำลังไล่สังหารสัตว์อสูรอย่างเอาเป็เอาตายกันอยู่
“ค่าความอดทนส่งผลโดยตรงต่อค่าความเหนื่อยล้าอืม…ขนาดค่านี้แค่หนึ่งยังทำให้เราเดินไล่ตีสไลม์ได้ครึ่งวันถ้าคนที่เพิ่มค่านี้เยอะๆไม่ถึกทนจนตีได้ข้ามวันเลยเหรอ” นั่นคือสิ่งที่ราดิชสงสัย
เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เขาเปิดกระดานข่าวสารขึ้นมานั่งอ่านหาข้อมูลไปด้วยระหว่างพักนอกจากข้อมูลของบอสที่มีคนจัดการได้แล้วยังมีข้อมูลของอีกหลายที่ผู้เล่นเคยไปสู้มา แม้จะล้มพวกมันไม่ได้และต้องแลกด้วยความเสียหายมากมาย แต่ก็ทำให้ได้ข้อมูลที่เป็ประโยชน์มาไม่น้อยเลย
เกมนี้สามารถฆ่ากันได้ทุกที่ไม่เว้นแม้แต่ในเมืองและที่เมืองเริ่มต้นนี้ก็ไม่มีข้อแม้ พวกเขาสามารถสังหารผู้เล่นด้วยกันเองได้ทว่าสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่พิเศษ คือเป็เกาะที่แยกออกมาต่างหากเมื่อระดับถึงสิบจะไม่สามารถเก็บระดับได้มากกว่านั้นจำเป็ต้องไปรับภารกิจเปลี่ยนอาชีพที่อาคารภารกิจ
หลังจากเปลี่ยนอาชีพแล้วเหล่าผู้เล่นจะนั่งเรือโดยสารที่ท่าเรือทางตะวันออกของเกาะเพื่อไปแผ่นดินมิดการ์ดและถ้าออกจากเกาะนี้ไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาได้อีกเป็การป้องกันผู้เล่นระดับสูงกลับมาทำร้ายผู้เล่นใหม่นั่นเอง
เขายังคงไม่ได้เพิ่มค่าสถานะใดแม้ตั้งใจจะเล่นนักดาบแน่นอนอยู่แล้วเอาไว้เพิ่มตอนจำเป็น่าจะดีกว่าเพราะอย่างไรตอนนี้ด้วยอุปกรณ์เริ่มต้นที่มีก็เพียงพอจะจัดการสัตว์อสูรบนเกาะนี้ได้ทุกตัวอยู่แล้วยกเว้นจะไปเจอมินิบอสสามตัวที่อยู่บนเกาะนี้
พวกมันเป็ฝันร้ายของผู้เล่นใหม่อย่างไม่ต้องสงสัยเพราะมีทั้งพลังชีวิตที่มากและแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรทั่วไปเยอะมากแต่การพบเจอพวกมันไม่ใช่เื่ง่าย เพราะแม้รอบเมืองจะเป็ทุ่งหญ้าทั้งหมดแต่ก็มีป่าอยู่ทางฝั่งตะวันตกของหมู่บ้าน ว่ากันว่าพวกมินิบอสอาศัยอยู่ในป่านั้น จึงไม่ค่อยมีใครไปเก็บระดับในป่านั้นกันเท่าไร
เพื่อความปลอดภัยแล้วเหล่าผู้เล่นมักจะเลือกเก็บระดับในทุ่งหญ้านี้กันมากกว่าเพราะเกมนี้ถ้าเราถูกโจมตีนั้นจะได้รับความเ็ปจริงดังนั้นการโดนสังหารโดยสัตว์อสูรนั้นเป็ประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำเอาเสียเลยแต่ก็มีคนบางพวกเสพติดความตายชอบความเสี่ยงนี้อยู่บ้างเหมือนกันแต่สำหรับราดิชถ้าไม่จำเป็จะไม่ทำเื่เสี่ยงแบบนั้นอย่างแน่นอน
เขานั่งพักอยู่ครู่ใหญ่จนค่าความเหนื่อยล้าฟื้นคืนมาจนเต็มก็ลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวออกล่าต่อทว่าหูของเขากลับได้ยินดังบางอย่างดังใกล้ขึ้นมาเสียก่อน
“นี่เธอไม่มาปาร์ตี้กับพวกเราเหรอ” เป็เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่ง
“ใช่ๆพวกเรามีกันตั้งหลายคน ถ้าปาร์ตี้กันจะทำให้ได้ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นด้วยนะ”เสียงของอีกคนบอกถึงข้อดี
“ไม่เอาฉันอยากไปเก็บคนเดียวมากกว่า” คราวนี้เป็เสียงของผู้หญิงบ้างเสียงนั้นใสและไพเราะเหมือนเสียงระฆังแก้ว ทำให้ผู้ฟังหลงเคลิบเคลิ้มได้
“อย่าทำเป็เล่นตัวไป”เสียงโกรธของผู้ชายคนหนึ่งและเสียงนั้นทำให้ราดิชต้องขมวดคิ้วและหันไปยังเสียงของคนกลุ่มนี้ที่อยู่ไม่ห่างจากจุดที่เขาอยู่
สิ่งที่เขาเห็นคือผู้เล่นชายห้าคนกำลังรุมล้อมผู้เล่นหญิงคนหนึ่งเธอเป็หญิงสาวที่มีผมสีเงินสว่างยาวถึงกลางหลังเมื่อเธอหันมาทางเขาก็ทำให้เห็นใบหน้าเธออย่างชัดเจน ใบหน้าเรียวยาว ดวงตากลมโตสีแดงสดใสดุจทับทิมคิ้วเรียว ปากจิ้มลิ้ม เธอคือสาวงามอย่างไม่ต้องสงสัยและเกมนี้ก็อนุญาตให้ปรับหน้าต่างได้ไม่มาก ดังนั้นผู้หญิงคนนี้คือสาวงามอย่างแน่นอน
ราดิชถือคติที่ว่าถ้ายังไม่เกิดเื่จะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเขาเห็นว่าพวกผู้ชายแค่พยายามจะชวนเธอเข้าปาร์ตี้แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรรุนแรงเขาเลยเตรียมจะไปเพิ่มระดับต่อทว่าหญิงสาวคนนั้นที่สังเกตุเห็นราดิชก็โบกมือและวิ่งมาหาเขาอย่างรวดเร็วท่ามกลางความงุนงงสงสัยของทุกคน
“นั่นไงแฟนฉันฉันไปเก็บระดับกับเขาก่อนนะ” หญิงสาวหันหลังไปบอกคนกลุ่มนั้นและวิ่งตรงมาเขา
“ปะที่รักเรารีบไปกันเถอะค่ะ” เธอจับแขนเขาและพยายามลากราดิชไปจากตรงนั้นขณะที่คนกลุ่มนั้นก็วิ่งตามมาเหมือนกัน ราดิชถูกคำพูดของอีกฝ่ายทำเอาชะงักไปหลายวิ
“แฟนเธอเหรอดูท่าทางไม่เหมาะสมกันเลย” หนึ่งในนั้นพูดอย่างดูถูก จนราดิชต้องหันไปมองคนพูดความรู้สึกบางอย่างทำให้อีกฝ่ายต้องชะงักไป
“มองหน้าหาเื่เหรอวะ”เ้านั่นทำเป็โมโหเมื่อสบตากับราดิช
“ที่รักคะอย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยพวกเราไปกันเถอะ” หญิงสาวเร่งเขาและพยายามจะออกไปจากที่นั่น
แต่ดูเหมือนเธอจะช้าไปแล้วเพราะพวกมันกระจายตัวล้อมพวกเขาเอาไว้ดูเหมือนพวกมันจะอยู่ปาร์ตี้เดียวกันและแอบสื่อสารกันโดยที่พวกเขาไม่รู้
“จะรีบไปไหนล่ะพวกเราอุส่าเชิญเธอมาปาร์ตี้ด้วยดีๆ แต่ดันปฏิเสธคิดว่าพวกเราจะปล่อยเธอไปง่ายๆเหรอ” หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นมาท่าทางมันจะเป็หัวหน้ากลุ่มนี้
“พวกนายพูดไม่รู้เื่หรือไงฉันมีแฟนแล้วยังจะมาตามตื้ออีก” หญิงสาวผมเงินะโลั่นอย่างไม่พอใจ
“แฟนท่าทางอ่อนแอแบบนั้นอย่าไปคบเลยมาคบกับพวกเราดีกว่า” หนึ่งในนั้นว่าและเรียกเสียงหัวเราะจากทั้งกลุ่ม
“ขอผมพูดอะไรหน่อยได้ไหม”ราดิชที่ฟังมานานเริ่มจะรำคาญ
“ว่าไงไอ้อ่อนอยากจะพูดว่าขอยกแฟนให้พวกเราเหรอวะ” อีกฝ่ายยังคงกวนอารมณ์เขาอยู่
“พวกเราอย่าไปสนใจเลยค่ะรีบไปกันดีกว่า” หญิงสาวเอามือปิดปากเขาเพราะกลัวเขาจะพูดอะไรออกมา
“พวกแกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นถ้าเธอไม่ยอมมากับพวกเรา ก็ต้องตายกันตรงนี้แหละ” อีกฝ่ายเผยธาตุแท้ออกมา
พวกมันกระชับอาวุธในมือหมายจัดการพวกเขาทั้งสองคนเหตุผลเพียงเพราะไม่ยอมปาร์ตี้ด้วยแค่นั้นเองมันทำให้ราดิชโมโหขึ้นมาจริงๆแล้วในยามนี้ เขาคิดว่าจะเล่นเกมอย่างสนุกและทำภารกิจให้สำเร็จแต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้างเขาเสียเลย