Ep. 33
สองอาทิตย์ต่อมา
ฉันนั่งตัวแข็งอยู่บนโซฟากับวินที่นั่งทำหน้านิ่งๆแล้วก็เอนตัวพิงพนักโซฟาแถมยังกางแขนออกด้ายท่าที่ผ่อนคลายช่างแตกต่างจากฉันเหลือเกิน
"ไม่คิดจะบอกพ่อเลยใช่มั้ย?"
"............."
"ตั้งแต่กลับมาไทยก็ไม่คิดจะกลับไปเยี่ยมพ่อกับน้องบ้าง?"
"............"
"ลูกสาวเขามีพ่อมีแม่ คิดจะอยู่กันไปอย่างนี้ไม่ตบไม่แต่งทำให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมเลยหรือไง?"
"............."
"ฟังอยู่มั้ยที่พ่อพูด?!!" ฉันสะดุ้งตัวโยนก่อนที่สายตาอบอุ่นจะหันมามองเหมือนเป็นการขอโทษ แล้วหันกลับไปมองด้วยสายตาแข็งกร้าวใส่วินซึ่งเป็นลูกชายอีกครั้ง
"มึงนี่ยังติดนิสัยขี้ฟ้องเหมือนเดิมเลยนะไอ้ไวท์"
"อย่าไปว่าน้อง น้องมันทำถูกแล้ว ถ้าไวท์มันไม่พูดพ่อก็คงไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังจะมีหลาน!"
"คุณคะ คุยกันดีดีเถอะค่ะ หนูเสียงหวานจะตกใจเอานะ"
"โทษทีนะหนู ลูกชายพ่อคนนี้มันคุยด้วยดีดีเหมือนลูกคนอื่นไม่ได้หรอก" ฉันได้แต่เม้มปากแน่นแล้วเหลือบมองหน้าวิน ส่งสายตาอ้อนวอนอยากให้เขาเลิกทำเมินใส่พ่อตัวเองสักที ฉันไม่ชอบสถานการณ์ที่มันตึงๆแบบนี้เลย แต่ดูเหมือนคนตัวสูงที่นั่งข้างๆฉันเขาไม่ได้สนใจในสิ่งที่ฉันเว้าวอนผ่านสายตาคู่นี้เลยสักนิด
"ขนกันมาทั้งบ้าน มาเคาะประตูห้องแต่เช้าเพื่อสิ่งนี้? หมดเรื่องจะพูดแล้วใช่มั้ย งั้นก็เชิญ..."
"ไอ้วิน! แกนี่มันเป็นคนยังไง ฉันเป็นพ่อแกนะ! กล้าไล่พ่ออย่างนั้นเหรอ?!!"
"............."
"เอ่อ.. คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนมั้ยคะ?" เพราะทนไม่ได้จริงๆที่จะให้พวกท่านเดินออกจากห้องไปเหตุผลเพราะโดนลูกชายไล่ด้วยท่าทีนิ่งๆแบบนั้น อย่างน้อยฉันก็ควรที่จะพูดอะไรบ้างสักหน่อย และคำตอบที่ได้รับกลับมาก็คือรอยยิ้มอบอุ่นจากผู้ใหญ่ทั้งสอง แต่สำหรับอีกคนที่นั่งข้างๆนั้นกลับทำหน้ายุ่งหัวคิ้วขมวดชิดติดกันอย่างไม่พอใจ
"ถึงแกจะไล่พ่อ แต่ลูกสะใภ้ฉันชวนกินข้าวเพราะฉะนั้นถ้าฉันจะอยู่ต่อก็คงไม่ได้ลำบากอะไรแกใช่มั้ย" วินหันมาส่งสายตาคาดโทษฉันทันที ดูจากสายตาเคืองๆที่มองมาแล้วถ้าเป็นไปได้เขาคงอยากจะขยี้ฉันให้กลายเป็นผุยผงไปเลยแต่ก็ทำได้แค่เดินหนีเข้าห้องซ้อมดนตรีไป กระแทกประตูปิดเสียงดังก่อนที่เสียงบรรเลงกีต้าร์ไฟฟ้าของเขามันจะแผดเสียงดังออกมาจากห้องนั้น แล้วฉันก็ได้แต่ยิ้มขอโทษให้คุณพ่อคุณแม่แทนลูกชายของท่าน
ฉันกวาดสายตามองจานกับข้าวที่วางเรียงอยูู่บนโต๊ะด้วยฝีมือของฉันกับคุณแม่ถึงจะเป็นแม่เลี้ยงแต่ท่านก็เลี้ยงวินมาตั้งแต่ยังเล็ก และยังบอกอีกว่าท่านรักและเอ็นดูวินเหมือนลูกแท้ๆของท่านเอง ระหว่างที่ทำอาหารด้วยกันคุณแม่ได้เล่าเรื่องของวินสมัยเด็กๆให้ฟังน่ะ แน่นอนว่าฉันทั้งตื่นเต้นและตั้งใจฟังอย่างดีเพราะไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้จากปากเจ้าตัวเลยสักครั้ง
"เสร็จแล้วจ้ะพ่อ เจ้าไวท์หายไปไหนแล้วล่ะ?" นิ้วที่ชี้ไปทางระเบียงเป็นคำตอบให้ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าไวท์อยู่ตรงนั้น ต้องคุยโทรศัพท์กับแฟนอยู่แน่ๆเลย
"เดี๋ยวหนูไปตามวินก่อนนะคะ" เมื่อเห็นคุณแม่เดินไปเรียกไวท์แล้วฉันก็ขอตัวออกมาตามวินบ้าง เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องฉันก็ยืนเอาหูแนบที่ประตูเพื่อฟังว่าคนที่อยู่ในห้องนั้นกำลังทำอะไร เพราะก่อนหน้าที่ฉันจะเดินมาถึงเสียงกีต้าร์ยังดังอยู่เลยแต่ตอนนี้มันเงียบลงแล้ว
ก๊อกๆๆๆ
"หวานเข้าไปได้มั้ย?" เพียงแค่หมุนลูกบิดประตูให้เปิดออกร่างฉันก็ถูกดึงเข้าไปในห้องทันที มือหนาจับใบหน้าฉันไว้แน่นและอีกมือข้างก็ดันคางฉันขึ้นก่อนที่เขาจะประกบปากลงมา จูบนี้เหมือนว่าวินกำลังทำเพื่อต้องการจะลงโทษหรือระบายอารมณ์ไม่พอใจของเขา ฉันรับรู้ได้เพราะแรงขบเม้มที่ริมฝีปากมันรุนแรงจนรู้สึกแสบร้าวไปทั่วบริเวณนั้นตอนที่วินบดขยี้ลงมา ฉันยืนนิ่งรับการกระทำนั้นของวินอยู่นานจนกระทั่งเขาพอใจและถอนปากออกในที่สุด ตอนนี้ฉันรู้สึกชาไปทั่วทั้งปากเนื่องจากแรงดูดที่ไม่อ่อนโยนของเขา
"ฮึก~ ไปกินข้าวกันเถอะ" เสียงสะอึกที่ฉันห้ามไว้ไม่อยู่และไม่ได้ตั้งใจที่จะปล่อยมันออกมาให้วินได้ยิน ฉันรีบหมุนตัวหันหลังให้และเดินหนีทันทีเมื่อรู้สึกว่าถ้ายืนอยู่ต่อหน้าเขานานกว่านี้มันอาจจะไม่ใช่แค่เสียงสะอื้นอีกต่อไป
"เดี๋ยว!" แขนฉันถูกฉุดดึงไว้ด้วยมือแกร่งทำให้ต้องหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงอีกครั้ง ฉันก็ได้ยืนนิ่งๆยอมรับการลงโทษจากเขาแล้วนี่ แต่เขายังจะต้องการอะไรอีก
"หวานทำผิดขนาดนั้นเลยหรอวิน แค่ชวนพวกท่านทานข้าวด้วยกันนี่น่ะหรอ เพราะแบบนี้ก็เลยทำให้วินโกรธหวานใช่มั้ย?" พอเห็นว่าหยดน้ำใสๆไหลลงมาจากตาของฉันทั้งสองข้าง เขาก็ทำเหมือนทุกครั้งคือดึงเข้าไปกอดแล้วลูบหัวเพื่อปลอบ
"เธอไม่ได้ผิดหรอก คนที่ผิดคือฉันเอง ขอโทษ..."
"วินไม่ต้องขอโทษหวานหรอกนะ แต่คนที่วินควรต้องขอโทษคือคุณพ่อมากกว่า หวานไม่รู้หรอกนะว่าวินกับท่านมีปัญหาอะไรกันมาก่อนหรือเปล่า แต่ถึงยังไงท่านก็อุตส่าห์บินจากสิงคโปร์เพื่อมาหาเราถึงที่นี่เพราะว่าท่านเป็นห่วง และในฐานะลูก วินควรคุยกับท่านดีดี ไม่ใช่เอาแต่ทำมึนตึงใส่ท่านแบบนั้น เข้าใจที่หวานพูดใช่มั้ย..." ฉันไม่ได้รับคำตอบจากร่างสูงตรงหน้าหรอกนอกจากเสียงถอนหายใจที่ปล่อยออกมายาวๆ ก่อนที่มือหนาจะจับกระชับมือฉันให้แน่นขึ้นแล้วดึงให้เดินตามเขาออกไปนอกห้อง ตอนนี้ทุกคนนั่งรออยู่บนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว
"กินเยอะๆนะวิน แฟนเราทำอาหารเก่งมากนี่แม่แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยหนูเสียงหวานทำคนเดียวทั้งหมดแล้วก็อร่อยด้วย ไปหามาจากไหนหึ ตาถึงมากเลยนะเนี่ย ทั้งสวยทั้งเก่งแบบนี้" เมื่อเราทั้งคู่นั่งลง คุณแม่ท่านก็ชวนคุยยกใหญ่เพื่อจะไม่ให้บรรยากาศภายในโต๊ะนั้นดูเงียบเกินไป
"............"
"ไม่รู้ดิ คงเพราะหน้าตาดีเกินต้านมั้ง เดินๆอยู่ก็ตกได้เฉย"
"ไม่จริงซะหน่อย ไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะคะคุณแม่ วินน่ะมาจีบหวานเอง อยู่ๆก็เดินดุ่มๆเข้ามาหาแถมหน้าก็โหดอย่างกับโจรจะมาจี้ปล้นยังไงยังงั้นน่ะค่ะ น่ากลัวมากเลย"
"เฮ้ย! เกินไปรึเปล่าเธอ"
"จริงๆนะคะ หนูยังจำได้อยู่เลยตอนที่เขามาขอเป็นแฟนน่ะ ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งหมดสมุดหนูไม่รู้จะทำยังไงเลยตอบตกลงไปก่อนแค่นั้นเองค่ะ ไม่คิดว่าจะได้คบจริงๆด้วยซ้ำ"
"แล้วตอนนี้อ่ะ หลงฉันหัวปักหัวปำ"
"เหรอ แต่พ่อว่าแกหลงหนูหวานเขามากกว่านะ"
"...ไม่เถียง" วินยักไหล่แล้วก้มหน้ากินข้าวไม่สนใจเสียงโห่แซวของคนในโต๊ะอีกต่อไป บรรยากาศตอนนี้ดีขึ้นมากกว่าตอนแรกเพราะวินยอมที่จะคุยและตอบทุกคนดีดี ฉันก็ทำหน้าที่ตักอาหารวางในจานข้าวให้วินพร้อมกับส่งยิ้มหวานเพื่อเป็นการขอบคุณที่เขายอมทำตามคำแนะนำของฉัน
"พ่อขอคุยด้วยหน่อย" หลังจากที่ทานข้าวกันเสร็จแล้ว พวกเราก็นั่งดูทีวีด้วยกันแต่เมื่อคุณพ่อพูดแบบนั้นพร้อมกับมองสบตาวินนั่นหมายถึงต้องการใช้เวลาด้วยกันแค่สองคน พวกเราที่เหลือก็เลยแยกย้ายกันอย่างเข้าใจ ไวท์เข้าไปในห้องซ้อมดนตรีของวิน ฉันพาคุณแม่เข้ามาพักผ่อนในห้องนอนและยกห้องรับแขกข้างนอกให้เป็นของคุณพ่อกับวิน
"ให้ทั้งสองคนได้มีเวลาคุยกันบ้าง หวังว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้นนะ" คุณแม่พูดขึ้นหลังจากที่เข้ามาในห้องแล้วนั่งเงียบอยู่นาน ฉันก็ได้แต่ฟังนิ่งๆเพราะกำลังคิดอยู่ว่าจะถามดีหรือเปล่า
"หนูเสียงหวานกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับสองพ่อลูกคู่นั้นใช่มั้ย?" นี่ฉันแสดงออกอาการอยากรู้มากขนาดนั้นเลยหรอ เมื่อถูกถามแบบนั้นฉันจึงขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้คุณแม่โดยอัตโนมัติทันที
"หนูถามได้ใช่มั้ยคะ คือ...หนูแค่สงสัย เพราะวินไม่เคยพูดถึงหรือเล่าเรื่องครอบครัวให้หนูฟังเลย ถ้าหนูไม่ถามก็คงไม่รู้อะไรสักอย่างแม้กระทั่งเรื่องน้อง"
"แม่ก็ไม่ค่อยได้คุยหรือให้คำปรึกษากับวินเท่าไหร่เมื่อตอนเป็นวัยรุ่นน่ะ ที่จริงไม่ใช่แค่แม่หรอกนะกับพ่อเขาก็เหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นเราสองคนก็ยังเป็นหวงและคอยดูเขาอยู่ห่างๆ จนวันที่วินขอกลับมาใช้ชีวิตที่ไทยตอนนั้นก็ได้ทะเลาะกับพ่อด้วยนะ แต่ถึงจะทะเลาะกันยังไงแม่ก็มองว่าสองพ่อลูกคู่นี้เหมือนกันสุดๆ ทั้งนิสัย ใจคอแล้วก็อารมณ์ วินได้พ่อมาทุกอย่างเลย และคงจะเพราะว่านิสัยที่มันเหมือนกันมากเกินไปด้วยล่ะมั้งก็เลยทำให้ทะเลาะกันบ่อยๆมากกว่าคู่พ่อลูกทั่วไปน่ะ" ฉันพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเพราะวินกับคุณพ่อนั้นเหมือนกันมากจริงๆ ยังจำตอนที่เจอหน้าท่านครั้งแรกที่ฉันเปิดประตูให้เมื่อเช้ารู้สึกเหมือนได้เห็นวินตอนแก่เลยล่ะ นอกจากหน้าตาแล้วก็ยังมีนิสัยเหมือนกันสินะ
"ปากแข็ง พูดจาห้วนๆ ไม่เคยบอกรักหรือแสดงออกว่ารักลูกหรอกแต่เขาแอบห่วงและคอยดูอยู่ตลอดเลยนะ นี่ตอนที่รู้จากไวท์ว่าวินมีแฟนและกำลังจะมีลูกพ่อเขาดูตื่นเต้นมากเลยแต่ที่แสดงออกมาแบบนั้นเพราะกำลังน้อยใจลูกชายน่ะ"
"หนูเข้าใจแล้วค่ะ หวังว่าหลังจากที่ได้คุยกันแล้วทุกอย่างคงจะดีขึ้นนะคะ"
"ว่าแต่พ่อกับแม่หนูเสียงหวานอยู่ไหนหรอ เรามาที่นี่ไม่ใช่แค่มาเยี่ยมหนูกับวินหรอกนะแต่เราตั้งใจจะมาคุยกับพ่อแม่และผู้ใหญ่ของหนูด้วย"
"หนูมีแค่ยายคนเดียวค่ะ อยู่กับยายมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะค่ะ" ฉันตอบพร้อมกับรอยยิ้มไม่ได้รู้สึกเศร้าหรือเสียใจที่ต้องตอบแบบนี้ เพราะสำหรับฉันแล้วยายก็เป็นเหมือนทั้งพ่อและแม่ ท่านเป็นทุกอย่างสำหรับฉัน คุณแม่จ้องมองมาก่อนจะยกมือลูบผมฉันแผ่วเบาและฉันรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนผ่านสายตาของท่าน
"แม่ดีใจนะที่วินมีหนูเสียงหวานคอยดูแลคอยอยู่เคียงข้างกัน แล้วก็เชื่อว่าพ่อก็คงจะรู้สึกแบบเดียวกัน หมดห่วงแล้วล่ะต่อไปก็เหลือแค่เจ้าไวท์ แต่ช่วงนี้เห็นจับโทรศัพท์บ่อยกว่าจับกีต้าร์ซะอีก" ฉันได้แต่ยิ้มโดยที่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร อีกไม่นานไวท์ก็คงบอกพวกท่านเอง ดูแล้วคุณแม่ท่านก็ไม่ใช่คนที่หวงลูกชายแต่กลับกันดูเหมือนท่านอยากให้ไวท์มีแฟนเร็วๆด้วยซ้ำ
ก๊อกๆๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่ใบหน้าดุโหดอาจจะดูน่ากลัวสำหรับคนอื่นแต่ฉันกลับคุ้นชินซะแล้วโผล่เข้ามาจากประตูที่เปิดแง้มออก คงจะคุยกับคุณพ่อเสร็จแล้วเมื่อเห็นอย่างคุณแม่เลยออกไปข้างนอก ฉันกับวินก็เดินมาตามออกมาด้วย
"กลับกันมั้ยคุณ เด็กๆจะได้พักผ่อน พรุ่งนี้ต้องเดินทางไปเจอยายของหนูเสียงหวานด้วย"
"พ่อกับแม่กลับโรงแรมก่อนเลยนะครับ เดี๋ยวผมค่อยตามไปทีหลัง"
"แล้วแกจะไปไหนเจ้าไวท์?"
"มีธุระอะไรงั้นหรอไวท์ลูก?"
"นี่มึงขี้เสือกฟ้องแต่เรื่องกู แต่ไม่บอกเรื่องตัวเองหรอวะไอ้ไวท์"
"มีเรื่องอะไรอีกที่พ่อกับแม่ยังไม่รู้ บอกมาให้หมด"
"ก็ไอ้ไวท์ไง มันไปหลอกสาวมานอนด้วยจนพ่อผู้หญิงมาตามถึงโรงแรมอ่ะพ่อ"
"จริงเหรอไวท์?!" คนที่ดูตกใจที่สุดคงจะเป็นคุณแม่ ท่านยกมือปิดปากพร้อมกับเบิกตาโตเหมือนเป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างแรง
"ผมบอกแล้วไงเฮียว่าเราไม่ได้มีอะไรกันแบบนั้นสักหน่อย พ่อกับแม่อย่าไปเชื่อนะฮะ เฮียวินมั่วแล้ว" วินไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ แต่พ่อกับแม่ต่างก็ยกมือกุมหัวทันทีที่ได้ยินเรื่องของไวท์
"นี่ไปเจอยายหนูหวานเสร็จแล้วก็ต้องไปเคลียร์เรื่องไอ้เจ้าไวท์ต่ออีกเหรอเนี่ย กลับมาไทยครั้งนี้มันคุ้มดีจริงๆนะคุณ.."
".........."
******** to be continued