บทที่ 28 วิเคราะห์ผลงานที่ผ่านมา (1)
“Shake it! Shake it! Like popping bottle!♪”
ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามตัวการ์ตูนที่อยู่บนหน้าจอทีวีขนาดใหญ่
ว่าแต่ทำไมถึงเปิดเสียงดังขนาดนี้?
โชคดีที่รยูคยองฮวามีตารางงานส่วนตัวที่ต้องออกไปข้างนอก และซนซองวอนก็คงไม่มายุ่งเกี่ยวกับเื่อะไรแบบนี้อยู่แล้ว
ในตอนนี้ นาซอนอูกำลังนั่งกินแคร์รอตแทนป๊อปคอร์นอยู่บนโซฟาพลางจ้องมองผมเต้นไปตามเพลง
‘สงสัยคงเป็เพราะเราเลื่อนระดับขึ้นแล้วสินะ? การเต้นก็เลยไม่ห่วยแตกเหมือนก่อนหน้านี้’
ระหว่างที่ผมเต้นอยู่ ผมก็แอบหันไปชำเลืองมองโอเยจุนซึ่งเต้นคู่กันอยู่ข้าง ๆ
Boom your face! Blow your mind !!
It's me. The last one who steals your heart !!
นี่คือเพลงที่ขึ้นชาร์ตบิลบอร์ดอย่างรวดเร็ว มันมีจังหวะที่เร้าใจมาก
ถ้าผมยังคงเป็อิมฮยอนซอง นี่ก็คงเป็เพลงที่ผมเกลียดมากแน่ ๆ
แต่ถึงจะเป็เพลงที่ผมไม่เคยได้ยินและไม่เคยเต้นตามมาก่อน แต่ก็น่าแปลกที่ผมเต้นไม่ผิดจังหวะเลย
"เยจุน...ดูซิว่าคะแนนเท่าไหร่แล้ว"
ผมแอบเหลียวไปดูคะแนนท่าเต้นที่ขึ้นแบบเรียลไทม์ แล้วก็ต้องอึ้งไปเล็กน้อย
เท่าที่เห็น ผมคิดว่าคะแนนของผมดีขึ้นกว่าครั้งที่แล้วเยอะเลยไม่ใช่เหรอ?
ตอนนี้ผมเต้นได้ดีขึ้น สามารถยืดแขนยืดขาได้ถูกจังหวะ เพลงเล่นมาถึง่ไฮไลต์ของการเก็บคะแนนแล้ว
"ยังเช้าอยู่เลย จะเสียงดังอะไรกันนักหนา ฉันนอนไม่หลับแล้วเนี่ย"
ซนซองวอนที่อยู่ในห้องพักเพียงคนเดียวเดินออกมาดึงสายสัญญาณทีวีออกไปหน้าตาเฉย
"เฮ้ย! นายทำอะไรเนี่ย ยังไม่ทันจบเลย!"
โอเยจุนรีบผลักซนซองวอนออกไป และวิ่งเข้าไปเสียบสายกลับคืนที่เดิม
แต่ปรากฏว่า่ไฮไลต์เก็บคะแนนหลักของเพลงนี้ได้ผ่านไปแล้ว
[ล้มเหลว! คุณต้องฝึกเพิ่มมากกว่านี้!]
เหลือเพียงข้อความที่แจ้งเตือนบนหน้าจออันว่างเปล่า
"ถ้านายรำคาญ แค่บอกให้ฉันเบาเสียงลงก็ได้ ไม่เห็นต้องมากระชากสายแบบนี้เลย ทำตัวเป็เด็กชะมัด"
“แล้วผู้ใหญ่ที่ไหนกันมาเปิดเพลงเสียงดังตอนเช้ารบกวนคนอื่นเนี่ย?”
เดาได้ไม่ยากกว่าทั้งสองคนกำลังอารมณ์เดือดปุด
เมื่อสักครู่นี้นาซอนอูยังนั่งแทะแคร์รอตอย่างสบายใจ แต่ตอนนี้เริ่มมีสีหน้าตื่นตระหนกขึ้นมาแล้ว
"อย่าทะเลาะกันเลยนะครับ นี่เป็ความผิดของผมเอง ผมควรจะเบาเสียงลงั้แ่แรก…"
แต่ถึงกระนั้น โอเยจุนก็ยังไม่ยอมจบเื่ง่าย ๆ
“ไม่เห็นต้องไปรับผิดอะไรเลย ใครดูก็รู้ว่าไอ้คนที่มากระชากสายออกเนี่ยทำเกินไป คนเราควรบอกให้เบาเสียงก่อนสิ!”
“แล้วนายจะอารมณ์ดีหรือไงถ้าถูกปลุกมาั้แ่เช้า?”
คงจะดีถ้าผมเข้าไปร่วมวงะเิอารมณ์ด้วย
แต่ผมก็เลือกที่จะเดินเข้าไปในห้องครัว ผมนึกถึงรยูคยองฮวาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าเขาไม่ต้องออกไปทำงาน เขาคงเป็คนมาห้ามทัพแล้ว
ผมถือหม้อสีเงิน 2 ใบที่พวกเราซื้อมาสำหรับต้มรามยอน และเดินกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่น
“พวกนายจะทำยังไง ถ้าฉันทุบหม้อพวกนี้ทิ้ง?”
“ต่อให้ไม่มีหม้อพวกนี้ พวกนายก็ไม่สนใจอยู่แล้วมั้ง ส่วนใหญ่ก็ห่วงแต่ดูทีวีอยู่แล้วนี่?”
อย่างไรก็ตาม โอเยจุนกับซนซองวอนยังคงโต้เถียงกันต่อไปว่าใครทำตัวเป็เด็กมากกว่ากัน พวกเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ มีเพียงนาซอนอูที่เบิกตาโตเหมือนกำลังดูหนังที่แสดงฉากสยองขวัญ
เคล้ง!
เสียงก้นหม้อ 2 ใบกระทบกันดังกังวานชัดเจน
"พี่ทำอะไรของพี่เนี่ย!"
“เหวอออ”
ดวงตาสี่ดวงหันมาจ้องมองผมพร้อมกันด้วยความใ
"เลิกเถียงกันได้แล้ว มาหาอะไรกินกันดีกว่า"
แต่นี่เป็เพียงข้ออ้างแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะตอนที่ผมตื่นมาในตอนเช้า ผมก็ได้ทำอาหารไว้ล่วงหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เหตุการณ์ในตอนเช้าจึงสงบลงเช่นนี้เอง
...
เนื่องจากมีสมาชิกในหอพักหลายคน ผมจึงยกจานอาหารของตนเองไปนั่งกินคนเดียวในมุมเงียบ ๆ ส่วนสมาชิกเพื่อนร่วมวงคนอื่น ๆ ก็กำลังนั่งกินอยู่ด้วยกัน
"นานมากแล้วนะที่ผมไม่ได้กินอะไรอร่อยขนาดนี้"
โอเยจุนกำลังคลุกซอสซีอิ๊วเกาหลีในชามข้าวของตนเอง พวกเรากำลังรับประทานบิบิมบับ
หลังจากนำออกมาจากตู้เย็นและอุ่นร้อนจนได้ที่ กลิ่นหอมของมันก็ทำให้ทุกคนน้ำลายไหล
"พี่อีเซ ที่ผมบอกว่าอร่อยตลอดเลยเนี่ย ผมพูดจริงนะ ผมไม่ได้แค่พูดเพื่อเอาใจ…"
ในตอนนี้ ทุกคนไม่แปลกใจกับความสามารถในการทำอาหารของผมอีกต่อไป
"พวกเรายังต้องคุมน้ำหนัก อาหารกลางวันจะเป็สลัดผัก"
มันก็ฟังดูน่าตลกอยู่หรอกที่เราพูดถึงสลัดผักขณะกำลังกินบิบิมบับ ซึ่งมีแต่ข้าวผสมซอส ผัก และเนื้อปลาอีกเล็กน้อยเท่านั้น
"สลัดผักก็ได้ครับ! ผมจะกินให้หมดเลย!"
นาซอนอูกินข้าวเข้าไปเต็มปากเต็มคำ
สีหน้าของเขามีความสุขเหมือนได้ขึ้น์
"ตอนเย็นก็ยังต้องกินสลัดอีกเหมือนกัน"
หน้าที่หลักของผมก็คือการควบคุมอาหารของนาซอนอู
ซนซองวอนกินข้าวของตนเองหมดชามแล้ว ตอนนี้เขากำลังมองไปที่โอเยจุน ก่อนจะลุกขึ้นเดินเอาชามไปล้าง
"เ้าหมอนี่เป็อะไรของมันนะ?"
เมื่อล้างจานเสร็จแล้ว ซนซองวอนก็เดินมุ่งหน้าตรงไปที่ห้องของตนเอง ส่วนอีกสองคนยังอยู่ที่โต๊ะอาหารตามเดิม
“ไอ้คนไม่มีมารยาท”
โอเยจุนยังคงค่อย ๆ รับประทานอาหารของตนเองต่อไปอย่างสบายใจ เขาพูดพึมพำไล่หลังซนซองวอน ผมกลัวว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นมาอีกจึงรีบขยับเข้าไปชวนเขาคุย
"คะแนนรอบนี้ดีกว่าครั้งที่แล้วไหม?"
โอเยจุนยิ้มตอบกลับมาด้วยแววตาเวทนา
"ดีกว่าครั้งที่แล้วครับ แต่ก็ยังแย่กว่าสถิติเดิม ๆ หลายเท่า ผมไม่เคยเห็นใครเล่นเกมนี้เก่งเท่าพี่เลยนะ? หลังยังไม่หายดีอีกเหรอ?"
ผมใช้เวลาที่ผ่านมาแอบทุกคนไปซ้อมเต้น ทุกคนเข้าใจว่าผมใช้เวลาเ่าั้ไปกับการรักษาอาการาเ็ที่แผ่นหลัง ผมคงยังกลับมาเต้นให้ใกล้เคียงชอนอีเซคนเดิมไม่ได้ นอกจากระดับการเต้นจะเลื่อนขึ้นมาอยู่ในระดับ A ดังนั้นผมจึงไม่มีทางเลือกนอกจากใช้อาการาเ็ที่แผ่นหลังเป็ข้ออ้างไปก่อน
"สงสัยคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ แต่นายไม่ต้องเป็ห่วงนะ ยังไงก็ไม่มีปัญหากับการคัมแบ็คของพวกเราแน่นอน"