กรี๊ดดดด
“ฮองเฮาเพคะ เกิดเื่แล้วเพคะ”จื่อซางรายงานด้วยท่าทางใ
“มีเื่อะไรหรือ” ฮองเฮาถาม
“ข้างนอกมีคนพบศพนางกำนัลผูกคอตายเพคะ”
“อะไรนะนางกำนัลผูกคอตายหรือ พาข้าไปดูเร็วเข้า เหตุใดถึงเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น”
ฮองเฮารีบร้อนไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงก็พบศพสามศพถูกห่อด้วยผ้าขาววางเรียงรายอยู่บนพื้น
“ใครเป็คนพบศพคนแรก” ฮองเฮาถามเ้าหน้าที่ชันสูตร
“นางกำนันห้องเครื่องพะยะค่ะ พวกนางมาผลัดเปลี่ยนเวรตอนเช้ามืด ก็เจอศพอยู่บนต้นไม้หลังตำหนักเย็นพะยะค่ะ”
เ้าหน้าที่รายงาน
“ลักษณะการตายของนางกำนัลทั้งสามเหมือนกันทุกอย่าง ตามที่กระหม่อมได้ตรวจดูไม่มีร่องรอยของการต่อสู้แต่อย่างใด สรุปได้ว่าพวกนางทำด้วยความเต็มใจพะยะค่ะ”
“พวกเ้ามีใครรู้จักพวกนางหรือไม่” จื่อซางถามนางกำนัลห้องเครื่อง
“ข้าแค่เคยเห็นหน้าพวกนางแต่ไม่เคยพูดคุยเ้าค่ะ รู้เพียงว่าสองคนนี้เป็พี่น้องกันคนพี่เป็นางกำนัลของสนมลิ่งส่วนคนน้องทำงานอยู่ห้องภูษาเ้าค่ะ” นางกำนัลห้องเครื่องชี้มือไปที่สองศพบนพื้น
“อีกคนข้ารู้จัก นางเป็นางกำนัลของตำหนักสนมลิ่งเสียนเฟย นางเพื่งจะเข้าว้งมาได้ไม่ถึงเดือนเ้าค่ะ” อีกคนบอกจื่อซาง
“จื่อซางเ้าไปเชิญสนมลิ่งมาหาข้า”
“เพคะฮองเฮา”
ลิ่งเสียนเฟยมาถึงตำหนักฝูเจี้ยนฮองเฮาก็สอบถามนางด้วยตัวเอง
“ลิ่งเสียนเฟยนางกำนัลที่เสียชีวิตเป็นางกำนันในตำหนักเ้าหรือ” ฮองเฮาถาม
“ใช่เพคะหม่อมฉันให้ซวงๆไปจัดการแจ้งให้ทางบ้านของพวกนางทราบ และให้เงินทำศพตามความเหมาะสมแล้วเพคะ”
ลิ่งเสียนเฟยบอก
“เ้ารู้สาเหตุที่พวกนางฆ่าตัวตายหรือไม่”
“ตอนที่นำศพไปส่งแก่ครอบครัวนาง
ซวงๆได้สอบถามแม่ของนาง ได้ความเช่นนี้เพคะ ซวงๆเ้าทูลฮองเฮาตามที่แม่ของนางบอกกับเ้า” ลิ่งเสียนเฟยหันมาสั่งคนสนิท
“ทูลฮองเฮาเพคะ แม่ของนางบอกหม่อมฉันว่าพ่อของนาง ได้ยกนางทั้งสองให้เป็อนุของเถ้าแก่โรงเตี้ยมแห่งหนึ่งเพคะ อีกแค่สิบห้าวันพวกนางก็จะครบกำหนดออกจากวัง หลังจากนั้นนางทั้งสองต้องเป็อนุของเถ้าแก่อายุหกสิบกว่า ที่สำคัญพวกนางทั้งสองยังต้องมีสามีคนเดียวกันอีก พวกนางคงทำใจไม่ได้เพคะ” ซวงๆรายงานฮองเฮา
“หากเป็จริงตามที่แม่ของนางบอก ชีวิตนางทั้งสองก็น่าสงสารนัก”
“แล้วอีกคนหนึ่งล่ะ" ฮองเฮาถาม
“ส่วนอีกคนนางเพิ่งเข้าวังมาไม่นาน หม่อมฉันได้สอบถามคนใกล้ชิดนางบอกว่านางร้องไห้คิดถึงบ้านทุกวันน่าจะเป็สาเหตุที่ทำให้นางคิดสั้นเพคะ”
เมื่อทราบความจริงแล้วฮองเฮาก็ให้ลิ่งเสียนเฟยกลับตำหนัก
ลิ่งเสียนเฟยกำลังก้าวข้ามประตู ฮองเฮาก็เรียกนางไว้
“ช้าก่อนสนมลิ่ง เ้าเปลี่ยนนางกำนัลั้แ่เมื่อไหร่ แล้วนางกำนัลสองคนที่มาจากบ้านเกิดเ้าล่ะพวกนางไปไหนแล้ว”
“พวกนางอายุครบออกจากวัง หม่อมฉันเลยส่งพวกนางกลับบ้านเกิดเกือบปีแล้วเพคะ” นางก้มหน้าตอบฮองเฮา แววตาเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด
“เป็เช่นนี้เองเ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ”
“หย่งเหอ แม่บอกเ้ากี่ครั้งแล้วให้เก็บกวาดให้เรียบร้อย”
“แบบนี้ไม่ดีหรือเสด็จแม่ นางสองคนนั้นไม่อยากแต่งงานก็ผูกคอตาย ลูกว่าสมเหตุสมผลดี”
“เช่นนี้ก็ดี” เกากุ้ยเฟยจ้องหน้าบุตรชาย
“เหตุใดสนมลิ่งถึงยอมร่วมมือกับเรา”
เกากุ้ยเฟยถามบุตรชาย
“เื่นี้ต้องขอบคุณท่านลุง เมื่อเรามีตัวประกันอำนาจต่อรองก็เป็ของเรา ลูกพูดถูกหรือไม่พะยะค่ะ”
“ลูกแม่โตแล้วจริงๆ”
“พระสนมท่านเสนาบดีเกาหล่างมาเพคะ” เสียงนางกำนัลเข้ามารายงาน
“ลูกแม่เ้าออกไปก่อน แม่มีธุระจะคุยกับท่านลุง”
“พะยะค่ะเสด็จแม่”
“ท่านมาถึงนี่มีเื่ด่วนอันใดหรือ” เกากุ้ยเฟยถาม
“ได้ข่าวว่าฮ่องเต้มีรับสั่งให้อ๋องเฉินไปประจำที่เมืองหลินโจว กระหม่อมว่าตอนนี้เป็โอกาสที่เราจะลงมือแล้วพะยะค่ะ”
“แต่อ๋องเฉินรอบคอบนักท่านมีแผนแล้วหรือ”
“ที่หลินโจวมีคนที่ข้าไว้ใจได้อยู่หลายคน พวกเขาเคยทำงานให้ท่านพ่อ ั้แ่ท่านพ่อยังมีชีวิต หากพวกเขายอมร่วมมือกับเรา กระหม่อมว่าทุกอย่างจะง่ายขึ้นพะยะค่ะ”
“เช่นนั้นท่านก็ไปจัดการ เื่เงินทองสิ่งตอบแทน ฮูหยินของท่านนางร่ำรวยมากมิใช่รึ” เกากุ้ยเฟยพูดด้วยอารมณ์ที่ไม่อาจคาดเดา
“กระหม่อมเข้าใจแล้ว ขอเพียงท่านพอใจไม่มีสิ่งใดยากเกินไปสำหรับกระหม่อม”
“คำพูดพวกนี้ท่านเก็บไว้พูดกับฮูหยินของท่านเถอะ ข้าไม่อยากฟัง ส่วนเื่ที่ท่านช่วยหย่งเหอเก็บกวาดนั้น ข้าขอบคุณท่านมาก”
“พระสนมอย่าได้เกรงใจ องค์ชายรองเป็หลานของกระหม่อม ไม่ว่าจะเกิด
อะไรขึ้น กระหม่อมก็พร้อมจะปกป้องหลานพะยะค่ะ”
“อีกเื่หนึ่งที่ข้าต้องบอกท่าน ตอนนี้ฮองเฮาได้นำภาพเหมือนของบุตรสาวขุนนางมาให้อ๋องเฉินเลือก หากอ๋องเฉิน
ถูกใจบุตรสาวตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลในราชสำนักอย่างตระกูลฉาง เมื่อนั้นพวกเราจะรับมือยากขึ้น”
“พระสนมอย่าได้กังวล กระหม่อมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแน่พะยะค่ะ”
“ท่านมีแผนรับมือแล้วหรือ”
“มีสองทางเลือกพะยะค่ะ หลังจากอ๋องเฉินกลับจากชายแดน ก็สมรสกับบุตรสาวตระกูลเกา หรือไม่ก็ไม่ได้กลับพะยะค่ะ”
“คำตอบนี้ถูกใจข้ายิ่งนัก” เกากุ้ยเฟยยิ้ม
“เช่นนั้นพระสนมก็อย่ากังวล กระหม่อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้องค์ชายรอง เป็รัชทายาทให้ได้พะยะค่ะ” เกาหล่างให้คำมั่น
“ท่านพี่หลินอียังเชื่อใจท่านอยู่ได้ใช่ไหม” เกากุ้ยเฟยมองลึกเข้าไปในดวงตาของบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้า แววตาลึกซึ้งนี้นางไม่เคยให้ผู้ใดเห็นมาก่อน
“ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน จิตใจของพี่ชายคนนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน” เกากุ้ยเฟยหลับตาลง แล้วบอกกับเสนาบดีเกาหล่าง
“ท่านออกไปเถอะ”