"แต่ที่พวกเขาต้องกลายเป็แบบนั้น..ก็เพราะ…ก็เพราะว่าไอ่แก่คนนี้เอง!!!!" ท่านปู่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชวนเศร้า
พรึบ!
ตึก ตึก ตึก
เขาลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินออกไปข้างนอกบ้าน
???
หานซิ่นรู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังเดินตามไป
ท่านปู่และหานซิ่นเดินออกไปจากบ้าน พวกเขามุ่งตรงไปลานกว้างหลักของหมู่บ้านแห่งนี้
ตึก ตึก ตึก
"เ้าเห็นผู้ชายตรงนั้นไหม? " ท่านปู่หยุดเดินและชี้นิ้วออกไป
หานซิ่นมองตามตำแหน่งที่ชี้ เขาพบเห็นชายแก่คนหนึ่งที่สวมใส่เสื้อผ้าหนาเตอะ ชายแก่คนนั้นอย่างมากก็มีส่วนสูงไม่เกิน 160 ซม. เขาเป็คนหัวล้าน ไม่สิ แม้แต่คิ้วก็ล้าน แม้แต่หนวดเคราก็ยังล้าน เขากำลังนั่งอยู่หน้าบ้านพร้อมกับจ้องมองคีมตีเหล็กที่อยู่บนฝ่ามือ
"เขา…หลวงจีน?.." หานซิ่นหันหน้าไปถามท่านปู่
ท่านปู่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ขำเล็กน้อย ก่อนที่จะส่ายหน้า
“ตาแก่นั่นมีนามว่า เตียนอุย มันเป็ช่างตีเหล็กที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ผลงานที่ออกมาจากฝืมือของไอ่แก่นั้นเป็ที่เลื่องลือระบือนามไม่น้อย ไม่แน่ว่าเ้าอาจจะเคยพบผลงานของเ้านั่นมาบ้างแล้ว เพียงแต่เ้าไม่อาจที่จะล่วงรู้ได้ สมัยก่อนใครก็ต่างเรียกขานไอ่แก่นั่นว่า ชายเตี้ยผู้บ้าเหล็ก…และเหตุผลที่เขาต้องมานั่งเซ็งกะตายแบบนี้ก็เพราะข้าเอง…”
“เหตุใดเขาถึงได้มีใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาเช่นนั้นเล่า ท่านปู่” หานซิ่นมองไปที่ใบหน้าของเตียนอุยด้วยความสงสัย ถ้าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับท่านปู่จริงๆ แล้วไฉนถึงได้มีหน้าตาที่เกลี้ยงเกลาไร้ขนเช่นนั้น
“อืม…เหมือนว่าข้าจะเคยถามมันเหมือนกัน แต่ลืมไปแล้วล่ะ! ถ้าเ้าอยากที่จะรู้ก็ไปถามไอ่แก่นั่นเองเถอะ!” ท่านปู่ยกสุราขึ้นมาดื่มอีกครั้ง เขามองไปยังอีกทิศทางหนึ่ง ก่อนที่จะชี้นิ้วออกไปอีกหน
"เ้าเห็นผู้ชายที่กำลังนอนกอดขวานไม้พร้อมกับร้องไห้คนนั้นไหม!"
หานซิ่นมองไปตามที่ท่านปู่ของตนเองชี้ เขาพบเห็นผู้ชายวัยกลางคนที่ไม่ใส่เสื้อเหลือแต่กางเกงเก่าๆ เขากอดขวานไม้ที่เหมือนจะเป็ของสำคัญพร้อมกับร้องไห้ เนื่องจากปากที่ขยับไปมาไม่ยอมหยุด หานซิ่นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังพูดอยู่กับใคร
“ไอ่หนุ่มนั่นชื่อว่า วู่กิม เมื่อก่อนมันเคยเปิดโรงไม้อยู่ในเมืองหลวง มีคนเคยบอกว่า ขอเพียงแค่มีแบบแปลนสิ่งที่้าให้มันสร้าง ก็ไม่มีอะไรที่มันสร้างออกมาไม่ได้มาก่อน ฉายาในวงการของมันก็คือ ชายติ๋มผู้บ้าไม้!! ”
ฟวับ! ฟวับ!
หานซิ่นมองไปที่ผู้ชายทั้งสองคนสลับไปมา ก็อดไม่ได้ที่จะต้องส่ายหน้ายิ้ม ชายคนนี้ ถ้าไม่ติดว่ากำลังร้องไห้อยู่ หน้าตาก็คงจะดูติ๋มสุภาพเรียบร้อย ดังฉายาของเขาจริงๆ
‘ชายเตี้ยผู้บ้าเหล็ก ชายติ๋มผู้บ้าไม้ ข้าล่ะอยากที่จะเห็นผู้คนที่ตั้งฉายาให้พวกเขาเสียจริงๆ’
“ยัง! ยังไม่หมด! เ้าเห็นผู้หญิงที่กำลังนอนอยู่บนแผลงขายของเล็กๆนั้นไหม? ”
!!!!
' อ๊ะ! ผู้หญิงเมื่อตอนนั้น! ' เมื่อมองตามนิ้วที่ท่านปู่ชี้ออกไป หานซิ่นก็ถึงกลับต้องทำหน้าอ๋อ
"ผู้หญิงคนนั้นชื่อว่า หลินหญิง หรืออีกชื่อก็คือ หญิงอ้วนผู้บ้าขาย!!! "
!!
"หญิงอ้วน!!!…..ขาย…???" หานซิ่นได้ฟังก็ยังถึงกับต้องอึ้ง
“ใช่แล้ว…ไม่ว่าจะเป็ของแบบไหน ของอะไร นางสามารถที่จะหาผู้ซื้อและขายออกได้จนหมด ครั้งหนึ่งข้าเคยได้ยินผู้คนพูดถึงนางอย่างหนาหูกันว่า รายได้จากการขายของวันหนึ่งของนาง มีค่าเทียบเคียงเท่ากับบางคนที่หามาตลอดทั้งปีเลยทีเดียว…แต่ที่นางต้องมานอนผอมใกล้ตายบนแผลงขายของแบบนั้น มันก็เป็เพราะข้าอีกนั่นแหละ…” ท่านปู่ถอนหายใจพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้า
‘จะบอกว่าขายเก่งสินะ แต่สงสัยข่าวลือหนาหูนั่นคงจะเป็เื่จริง เพราะขนาดข้าก็ยังเกือบยกข้าวให้นางฟรีๆเลย ’ หานซิ่นมองไปยังป้าที่นอนอยู่บนแผลงขายของ ถึงยากที่จะเชื่อ แต่ก็คงต้องทำใจยอมรับ นางคงจะผอมลงมากจริงๆ จากฉายาของนาง
คนเราจะมองกันแค่เพียงเปลือก เห็นทีก็คงจะไม่ได้
"ท่านปู่ ข้าเห็นท่านบอกว่าทั้งหมดนี้เป็เพราะท่าน ท่านไปทำอะไรไว้กับพวกเขาทั้ง 3 หรือ?" หานซิ่นยิ่งได้ฟังก็ยิ่งไม่เข้าใจ นี่ท่านปู่ของตนเองไปทำอะไรไว้ให้พวกเขากันแน่
อึก! อึก! อึก!
อ้าาาา!!!!
"ไม่ให้แค่ทั้ง 3 แต่มันคือทั้งหมด ผู้คนในหมู่บ้านนี้ทั้งหมดล้วนต้องลำบากเพราะข้า…มันเป็เพราะข้า.." ท่านปู่น้ำตาไหลพร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปาก
"ท่านปู่…หลานไม่เข้าใจ" หานซิ่นยิ่งได้ฟังก็ยิ่งไม่เข้าใจ นี่ปู่ของตนเองไปฆ่าพ่อแม่ของพวกเขาหรืออย่างไร …
"เ้าไม่เข้าใจ? หึ! ถ้าเ้าเข้าใจก็คงจะเป็เื่แปลกแล้ว หานซิ่น…เ้าจงตั้งใจฟังคำพูดต่อจากนี้ของปู่ให้ดี ปู่คนนี้กำลังจะสอนเ้า"
“สาเหตุที่ผู้คนทั้งหมู่บ้านต้องเป็แบบนี้ก็เพราะว่า!!!”
“ ! ! ! ! ”
ซู๊ดดด!
ท่านปู่หายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะพูด
" ความหิว! ยังไงล่ะ!!"
“…ความ…หิว?” หานซิ่นช็อกไม่น้อยเมื่อได้ฟังสาเหตุ
"นี่ปู่พูดขนาดนี้หลานยังไม่เข้าใจอีกเรอะ…หานซิ่น ปู่ขอถามเ้าหน่อย ถ้าหากว่าเ้าไม่ได้กินอาหารเลย เ้าจะเป็อย่างไร?"
"…เอ่อ…ข้าก็คงจะ…หิว?"
ท่านปู่พยักหน้า ก่อนที่จะชี้นิ้วไปยังไอ้พวกบ้าทั้งสาม
“ใช่แล้ว! ถ้าเ้าไม่ได้กินอะไรเลยเ้าก็จะหิว พอเ้าหิวเ้าก็จะไม่มีแรง พอเ้าไม่มีแรงเ้าก็ไม่สามารถที่จะทำงานได้ พอเ้าไม่สามารถทำงานได้ ลูกค้าที่เข้ามาหาก็จะไม่มี พอลูกค้าที่เข้ามาหาก็ไม่มีแล้วเ้าก็จะไม่มีเงิน พอเ้าไม่มีเงินแล้วเ้าก็จะเป็เหมือนกับไอ้บ้าทั้งสามพวกนั้น”
“….เอ่อ…” หานซิ่นไม่อยากที่จะเชื่อ…..ใครเล่าจะคิดว่ามันมีเหตุผลที่ลึกซึ้งขนาดนั้น
“…ทีนี้หลานเข้าใจแล้วสินะ นี่แหละปู่ถึงได้โทษว่าเป็ความผิดของตนเอง” ท่านปู่กล่าวอธิบาย
“หมายความว่า…ที่ผู้คนทั้งหมู่บ้านต้องเป็เช่นนี้ก็เพราะว่า…ท่านปู่ไม่สามารถที่จะ…ปลูกผักให้พวกเขาได้…หรือขอรับ?” หานซิ่นพยายามทวนคำพูดท่านปู่ตนเอง
"ถูกต้อง!" ท่านปู่พยักหน้า
หานซิ่นไม่อยากที่จะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ใครเล่าจะเชื่อว่า สาเหตุที่หมู่บ้านต้องตกต่ำขนาดนี้ ก็เพราะว่า พวกเข้านั้นไม่ได้กินผัก
“เช่นเดียวกันกับปู่ที่กระทบกับปัญหานี้…ไก่ วัว แกะ ปู่พาพวกมันไปขายที่หมู่บ้านข้างๆทั้งหมดไม่มีเหลือ ตอนนี้ปู่จะกลายเป็แบบคนอื่นๆเมื่อไหร่…ก็อยู่ที่เวลาแล้ว?” ท่านปู่กล่าวออกมา
ในที่สุดหานซิ่นก็เข้าใจว่าทำไมถึงเหลือแค่ไก่ตัวเดียวที่อยู่ในเล้า ตนเองอุตส่าห์หนีจากชีวิตในเมือง หวังที่จะมาเป็ชาวไร่บ้านนอกเพื่อใช้ชีวิต
ถึงอย่างนั้นโชควาสนาของมันก็ยังไม่เห็นชอบ ทอดทิ้งมัน ทำร้ายมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กรวด~
'นี่พวกท่านจะไม่ยอมปล่อยข้าไปจริงๆเหรอ…' หานซิ่นเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความโกรธ
ครื่น ครึ้ม!
“หืม!..ฟ้าครึ้มแล้ว ไม่แน่ฝนอาจจะตกลงมา พวกเรากลับกันเถอะ” ท่านปู่กล่าวพร้อมกับหันหลังเดินจากไป
ซ่า! ซ่า! ซ่า! ครึ่ม! เปรี้ยง!
เมื่อหานซิ่นและท่านปู่กลับมาถึงบ้าน ฝนบนท้องฟ้าก็ล่วงลงมาอย่างหนัก ฟ้าร้องเสียงดังสนั่นลั่น ก่อนที่มันจะผ่าลงมา
หานซิ่นยืนมองฝนตกอยู่ที่ริมหน้าต่าง มันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีหลังจากนี้…
‘หรือว่าข้า…ควรที่จะตายให้มันพ้นๆไป’
“หานซิ่นเอ้ย! ปู่เข้าใจถึงสาเหตุที่หลานเดินทางมาไกล แต่ตอนนี้ปู่ไม่เหลืออะไรที่จะช่วยเหลือเ้าได้อีกแล้ว…แต่ว่า…ถ้าหากเ้า้าอะไรก็ขอให้บอกปู่มาเถอะ ปู่สัญญาว่าจะทำทุกๆทางเพื่อช่วยเหลือ…” ท่านปู่ควักถุงผ้าเล็กๆที่บรรจุเงินเอาไว้ออกมา
หานซิ่นหันกลับไปสังเกตมองถุงผ้าใบนั้น ไม่ต้องถามหานซิ่นก็รู้ได้ในทันทีว่ามันเป็เงินก้อนสุดท้ายของท่านปู่ น้ำตาเริ่มที่จะปรากฎออกมาให้เห็นอยู่จางๆ
“…ท่านปู่…” หานซิ่นมองไปที่ท่านปู่ของตนเองด้วยความซึ้ง มันรีบเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้า
‘ข้านี่มันบ้าจริงๆ เพียงแค่เจอเื่แบบนี้ ข้าก็คิดที่จะฆ่าตัวตายเพื่อหวังหนี ข้ายังไม่ได้ลงมือทำอะไรจริงๆจังๆเลยด้วยซ้ำ’ หานซิ่นรีบวิ่งออกไปนอกบ้าน ท่ามกลางฝนฟ้าที่ตกลงมาอย่างหนัก
!!!!!
" หานซิ่น!!! เ้าจะไปไหน!! " ท่านปู่สดุ้งใไม่น้อยที่อยู่ๆหลานของตนก็วิ่งออกไปข้างนอกบ้าน แล้วจะยังเป็่เวลาที่ฝนตกหนักเช่นนี้
"ท่านปู่!! ข้าเคยได้ยินว่า ก่อนที่จะเพาะปลูกก็ต้องพรวนดินใช่หรือไม่ ตอนนี้เป็ตอนที่ฝนตก พวกเราควรที่จะพรวนดินแล้วมิใช่หรือ?" หานซิ่นวิ่งฝ่าฝนเข้าไปหยิบจอบที่กระท่อมข้างๆ ก่อนที่จะวิ่งออกมาอีกครั้งเพื่อมุ่งไปยังแปลงดิน
ครืมม! ครึ้มม! เปรี้ยง!
"เดี๋ยวก่อนหานซิ่น!! นี่มันไม่ใช่เวลาที่เ้าจะเตรียมดินเวลานี้!" ท่านปู่รีบวิ่งตามไปเพื่อที่จะหักห้าม แต่ด้วยร่างกายที่สูงวัย มีหรือจะวิ่งไล่ตามหานซิ่นที่ยังอยู่ใน่วัยละอ่อนได้
หานซิ่นยกจอบขุดลงไปที่แปลงดิน พร้อมกับมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ดำมืด
“ข้าจะไม่ยอมแพ้! ไม่มีวัน! ถ้าเ้าอยากที่จะฝ่าลงมาก็เอาเลย! แต่ตราบใดที่ข้ายังไม่ตาย! ข้าก็ไม่มีวันที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตาเยี่ยงเ้า!!!”
ครื้มมมม!!
เปรี้ยง!!!!!!!!
อ๊ากกกก!!!!
"หานซิ่น!!!!"