EP.4 — คนที่รอดมาจากคืนไฟไหม้
เงาของผู้หญิงที่ตายไปแล้วชี้นิ้วตรงไปที่ชายแปลกหน้า
นิ้วนั้นสั่นเล็กน้อย
เหมือนแรงแค้นที่ยังไม่เสื่อมลงแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
ศศิชาไม่ได้พูดอะไร
แต่ข้างหลังเธอเหมือนมีอากาศเย็นวูบหนึ่งไหลผ่าน
เหมือนมีใครมาอยู่ข้างเธอโดยไม่ให้เห็นตัว
ส่งสัญญาณว่า “อย่าเชื่อเขา”
ชายตรงหน้าทำสีหน้าแปลก
คิ้วเขากระตุกนิดเดียว
เหมือนจับได้ว่าศศิชา “รับรู้สิ่งที่เขาไม่เห็น”
“คุณควรลงไปจากบ้านนี้เดี๋ยวนี้”
น้ำเสียงหงุดหงิด เหมือนความอดทนเริ่มหมด
แต่แปลก… เขายังคุมเสียงให้นิ่ง
นิ่มจนผิดธรรมชาติ
เหมือนคนที่ถูกสอนให้พูดแบบนี้ในสถานการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ
ศศิชาถามกลับเบา ๆ
เสียงเรียบ แต่ไม่สั่น
“เหตุผล?”
เขาเงียบครู่หนึ่ง
เหมือนกำลังเลือกว่าจะโกหกแบบไหนให้เนียนที่สุด
ก่อนจะตอบเสียงต่ำ
“เพราะบ้านนี้จะถล่มลงเมื่อไหร่ก็ได้ ผนังด้านซ้ายเป็โครงไหม้หมดแล้ว ผมแค่—”
ศศิชาไม่รอให้จบ
“ผนังด้านซ้ายพังไปั้แ่ปี 2561 แล้วค่ะ ไม่ใช่ด้านนี้”
สีหน้าเขาเปลี่ยนทันที
ราวกับโดนแทงด้วยข้อมูลที่ไม่ควรหลุดจากปากของคนที่เขา “คิดว่าเพิ่งรู้เื่นี้”
เงาผู้หญิงข้างหลังชายคนนั้น
เริ่มขยับตัว
เหมือนกำลัง “ยืดตัวขึ้น”
เตรียมพูดอะไรบางอย่าง
แต่เสียงของเธอมาก่อน
แ่… ใกล้… เหมือนพูดที่หูของศศิชาโดยตรง
“เขาโกหก…”
“เขาอยู่ในคืนไฟไหม้…”
“และเขาคือคนเดียวที่รอดออกมาได้…”
หัวใจศศิชาเต้นแรงขึ้น
เธอเคยอ่านรายงานคดีนี้แล้ว
คนรอดจากคืนไฟไหม้มีหนึ่งคนจริง
แต่เขา—
ควรจะเป็ “เด็กวัยรุ่นผู้หญิงอายุ 17”
ไม่ใช่ชายอายุสามสิบปลายแบบนี้
ก่อนเธอจะคิดต่อ
ผู้ชายคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว
ใกล้จนลมหายใจเขาชนใบหน้าเธอ
“คุณรู้มากเกินไปแล้ว”
คำพูดเหมือนคำขู่
แต่สายตาเหมือนคำขอร้อง
เหมือนบางอย่างในตัวเขากลัวลึก ๆ ว่า
ถ้าความจริงถูกขุดขึ้นมา
“บางสิ่ง” จะกลับมาหาเขาจริง ๆ
ศศิชาไม่ถอย
เพราะด้านหลังเธอยังมีเงาผู้หญิงยืนค้ำบ่าอยู่
เหมือนปกป้อง
หรือใช้เธอเป็สื่อ
เธอถามเสียงนิ่ง
“คุณชื่ออะไร?”
เขาตอบช้า ๆ
เค้นออกจากคอเหมือนคำต้องห้าม
“ธันวา”
ชื่อในแฟ้มคดีของ “พนักงานชาย” คนหนึ่ง
ที่ถูกบันทึกว่า “เสียชีวิต” ในคืนไฟไหม้
ศศิชาสูดลมหายใจเฮือก
เพราะเธอจำได้ขึ้นมาทันทีว่า…
ในรายงานการชันสูตร
ศพของธันวา
“ไหม้จนเหลือแต่กระดูกขาว ๆ”
ไม่มีรูปแนบ
ไม่มีญาติมายืนยันตัวตน
ตำรวจระบุแค่ตามทะเบียนพนักงานที่มีชื่อเขา
แปลกั้แ่ตอนนั้นแล้ว
แต่วันนี้มันขยับมาใกล้เธอเกินไป
เงาผู้หญิงกระซิบอีกครั้ง
เสียงสั่น—
ไม่ใช่เพราะร้องไห้
แต่เพราะแค้นที่ยังไม่จาง
“เขา… ไม่ได้ตาย”
“เขาหนีออกมาก่อน… แล้วล็อกประตู”
ศศิชาเบิกตากว้าง
ส่วนชายชื่อธันวายืนแข็งไปหนึ่งวินาที
เหมือนคนที่โดนความลับสามปีพังทะลุเข้ามาตรงหน้า
เขาเริ่มมองรอบ ๆ ห้อง
เหมือนรับรู้ได้ว่ามี “บางอย่าง” ขยับอยู่ใกล้เขามากขึ้นกว่าเดิม
มือเขากำแน่น
กรามเกร็ง
แล้วพูดเสียงต่ำจนแทบฟังไม่ออก
“ในบ้านนี้… ผมไม่ได้อยู่คนเดียวใช่ไหม”
เงาผู้หญิงตอบแทนศศิชา
เสียงดังขึ้นเป็ครั้งแรก
ชัดเจนจนเหมือนคนยืนอยู่ต่อหน้า
“ไม่เคยอยู่คนเดียวเลย… คืนไหนก็ไม่เคย”
ธันวาหน้าซีด
เหมือนโดนมือของใครบางคนล้วงเข้าไปบีบหัวใจ
เขาหันหลังจะวิ่งลงบันได
แต่ในทันที—
ประตูไม้ก็ “ปิดดังปัง”
เหมือนมีใครเตะมันให้ปิด
ศศิชาสะดุ้ง
ไฟฉายในมือดับไปอีกครั้ง
ทิ้งไว้แต่ความมืดสนิท
ในความมืดนั้น
เธอได้ยินเสียงหายใจของผู้หญิง
ที่ไม่ใช่เธอ
และไม่ใช่ธันวา
หายใจช้า… ชัด… ใกล้มาก
จนเธอรู้สึกได้ที่หลังต้นคอ
“ศศิชา… เ้าของข่าว”
“ช่วยฉันเปิดความจริงที…”
เสียงขาดไปกลางประโยค
เหมือนโดนกระชากกลับไปในที่มืด
และในความเงียบชั่ววินาที
เสียงผู้ชายอีกคนดังขึ้น
ไม่ใช่ธันวา
ไม่ใช่ผีผู้หญิง
เสียงนี้…
หนัก
ทุ้ม
นิ่ง
เหมือนคนที่คุมทุกสถานการณ์มานานแล้ว
จากบันไดด้านล่าง—
ดังขึ้นทีละคำ
“หยุดอยู่ตรงนั้น ทั้งคู่”
“คืนนี้… ความจริงจะถูกเปิดเฉพาะคนที่ควรได้ยินเท่านั้น”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*