“ซู...ซูลี่ คุณมาที่นี่ได้ยังไง” หวังเฉิงตกใจเมื่อเห็นหลี่ซูลี่คู่หมั้นของเขาเปิดประตูห้องพักเข้ามา
“พี่เฉิงขา ผู้หญิงคนนี้เป็นใครหรือคะ แล้วเธอเข้ามาที่ห้องของเราได้ยังไง พี่เฉิง...” หลัวจือหนิงกอดหวังเฉิงไว้แน่นด้วยตัวสั่นเทิ้ม เธอแสดงให้หวังเฉิงเห็นราวกับว่าเธอกลัวหลี่ซูลี่จะเข้ามาทำร้ายเธออย่างไรอย่างนั้น
“อาเฉิง คุณไม่คิดที่จะอธิบายให้ฉันฟังสักหน่อยหรือคะว่าคุณกับผู้หญิงคนนี้ทำไมถึงมานอนด้วยกันอยู่ที่นี่” หลี่ซูลี่ถามขึ้นอย่างพยายามระงับความโกรธไว้
วันนี้หลี่ซูลี่มีนัดทานข้าวกับต้าหวั่นเฉินที่ร้านอาหารข้างๆ โรงแรมแห่งนี้ แต่ก่อนที่หลี่ซูลี่จะเดินเข้าไปในร้านอาหาร เธอก็เห็นหวังเฉิงกับหญิงสาวคนหนึ่งเดินกอดกันเข้าไปในโรงแรมเสียก่อน ทีแรกเธออยากจะตามมาดูคู่หมั้นด้วยตัวเองคนเดียว แต่เพื่อความปลอดภัย เธอจึงไปตามต้าหวั่นเฉินให้มาเป็นเพื่อนด้วย หลี่ซูลี่ก็ต้องเสียเวลาอธิบายเหตุผลให้ทางโรงแรมฟังอยู่นานว่าหวังเฉิงคือคู่หมั้นของเธอ ซึ่งเธอสงสัยว่าเขากำลังนอกใจเธออยู่ เธอจึงอยากขอเข้าไปพิสูจน์ความจริง จนในที่สุดทางโรงแรมก็ยอมให้หลี่ซูลี่ไปพบกับหวังเฉิง โดยมีพนักงานของโรงแรมพาพวกเขาไปที่ห้องพักห้องนั้น
“ซูลี่ ผม...เอ่อ...ผม ผมผิดไปแล้ว” หวังเฉิงพูดออกมาได้ในที่สุด
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อหรือคะ คุณจะเลือกผู้หญิงคนนั้นหรือว่าคุณจะเลือกฉัน” หลี่ซูลี่เว้นจังหวะพูด “แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกใคร ฉันก็ไม่เลือกคุณค่ะ เพราะฉันจะถอนหมั้น”
“ซูลี่ฟังผมอธิบายก่อนนะ” หวังเฉิงรีบพูด
“พี่เฉิง! พี่มีคู่หมั้นอยู่แล้วหรือคะ พี่หลอกคบกับหนูอย่างนั้นหรือคะ ในเมื่อเป็นอย่างนั้นหนูก็จะไปจากชีวิตพี่เองค่ะ เรื่องที่พี่จะช่วยเหลือก็ไม่ต้องแล้วนะคะ กิจการพวกนั้นมันเป็นสมบัตินอกกาย ถ้ามันจะรักษาเอาไว้ไม่ได้ หนูก็แค่ต้องขายมันออกไป” หลัวจือหนิงแกล้งควานหาเสื้อคลุมมาใส่
หวังเฉิงได้ฟังอย่างนั้นก็เริ่มลังเล เขากับหลี่ซูลี่คบกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย และเขาก็รักเธอจากใจจริง เพียงแต่การดำเนินชีวิตของเขากับเธอค่อนข้างต่างกัน หลี่ซูลี่เป็นคนชอบอยู่กับบ้าน ส่วนเขานอกจากจะเจ้าชู้ตามประสาหนุ่มโสดแล้ว เขายังชอบออกไปสังสรรค์นอกบ้านด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อเขาอยู่กับหลัวจือหนิงแล้วเขาถึงได้มีความสุขนัก อีกอย่างหลัวจือหนิงก็มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาแล้ว ซึ่งหลี่ซูลี่ไม่เคยให้เขาได้ในเรื่องนี้ และเมื่อเปรียบเทียบกันด้วยฐานะ หลี่ซูลี่เทียบกับหลัวจือหนิงไม่ได้เลยสักนิด
หวังเฉิงสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง “ซูลี่ ในเมื่อคุณตัดสินใจอย่างนั้นผมก็จะไม่ห้าม ถ้าคุณอยากถอนหมั้น ผมก็ยินดี และของหมั้นทั้งหมดผมก็จะไม่เรียกคืนเลยสักชิ้นเดียว เพราะเรื่องนี้เป็นผมเองที่ทำผิดต่อคุณ”
“ฉันหวังว่าคุณจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้ ส่วนเรื่องของหมั้น ฉันไม่อยากเก็บมันไว้หรอก เพราะมันไม่มีค่าสำหรับฉันอีกแล้ว ฉันจะส่งมันคืนให้คุณ ลาก่อนนะหวังเฉิง”
เช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของหวังเฉิงมาขอพบหลี่ซูลี่และบิดาตั้งแต่เช้า เพราะพวกเขาไม่อยากให้หลี่ซูลี่ถอนหมั้น
“ลี่ลี่ ลูกใจเย็นๆ ก่อนนะจ๊ะ แม่สัญญาว่าคราวหน้าถ้าอาเฉิงยังกล้าทำผิดต่อหนู แม่จะตีขาเขาให้หักเลย”
“คุณป้าคะ มันจะไม่มีครั้งหน้าค่ะ นี่ขนาดหนูกับอาเฉิงยังไม่ได้แต่งงานกัน เขายังกล้านอกใจหนูเลยนะคะ แล้วถ้าแต่งงานกันไปแล้วล่ะ พอถึงตอนนั้นหนูก็คงจะแก้ไขอะไรไม่ได้ สุดท้ายพวกเราก็คงต้องหย่ากันอยู่ดี คุณป้าคงเข้าใจหัวอกลูกผู้หญิงเหมือนกันใช่ไหมคะ” หลี่ซูลี่เรียกแม่หวังอย่างห่างเหิน
“ลี่ลี่ พ่อรับรองนะว่าต่อไปจะไม่ให้อาเฉิงทำผิดต่อหนูอีก หนูทบทวนเรื่องการถอนหมั้นอีกครั้งได้ไหม” พ่อหวังช่วยภรรยาพูดอีกแรง
“คุณหวัง คุณนายหวัง ผมเข้าใจความรู้สึกของพวกคุณนะครับ แต่ถือเสียกว่าลี่ลี่กับอาเฉิงคงไม่ใช่เนื้อคู่กัน เรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็กๆ เราควรปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจกันเอง” พ่อหลี่ยื่นซองเอกสารให้พ่อหวัง “คุณหวังคุณเอาเอกสารพวกนี้กลับไปอ่านที่บ้านนะครับ แล้วคุณจะเข้าใจเรื่องทุกอย่าง”
พ่อหวังรับซองเอกสารมาถือว่าในมือ ก่อนที่ทั้งคู่จะขอตัวกลับ และพอพวกเขาอ่านเอกสารทั้งหมด แม่หวังก็ถึงกับเป็นลม ส่วนพ่อหวังก็ให้คนไปตามหวังเฉิงกลับบ้านทันที
“ผู้หญิงคนนี้หรือที่ทำให้แกกล้าถอนหมั้นกับหนูลี่ลี่ แกดูให้ดีๆ ผู้หญิงคนนี้เป็นแค่ลูกสาวของนักต้มตุ๋น ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะมีลูกชายโง่ๆ อย่างแก” พ่อหวังต่อว่าลูกชายอย่างโมโห
หวังเฉิงหยิบเอกสารที่ร่วงอยู่ที่พื้นขึ้นมาดูก็ต้องตกใจ “คุณพ่อไปเอาเอกสารพวกนี้มาจากไหนหรือครับ ผมว่าต้องมีการเข้าใจผิดอะไรเกิดขึ้นแน่ พ่อกับแม่ของจือหนิงน่ะหรือครับจะเป็นนักต้มตุ๋น จะเป็นไปได้ยังไงครับ ในเมื่อพวกเขามีธุรกิจอยู่ที่เมืองหลวงตั้งมากมาย แล้วยังบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ตอนนี้อีก นั่นคือบ้านหลังใหญ่ที่สุดในเมืองเราเลยนะครับ”
“ข้อมูลพวกนี้ฉันได้มาจากคุณหลี่ พ่อของอดีตคู่หมั้นของแกยังไงล่ะ” พ่อหวังมองลูกชายพร้อมกับถอนหายใจ “แกเคยไปเห็นธุรกิจของพวกเขาที่เมืองหลวงแล้วหรือ แล้วบ้านหลังนั้นแกตรวจสอบหรือยังว่าเขาซื้อหรือเช่า”
“ผมเคยให้ลูกน้องตรวจสอบเรื่องพวกนี้ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะคบกับจือหนิงแล้วล่ะครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่กล้าถอนหมั้นกับซูลี่หรอก หากจะเทียบกันแล้ว ครอบครัวของจือหนิงน่าจะสนับสนุนธุรกิจของเราได้ดีกว่าครอบครัวของซูลี่นะครับ”
“ข้อมูลที่ลูกน้องของแกได้มาเชื่อถือได้มากเลยอย่างนั้นหรือ แกไปเรียกลูกน้องคนนั้นของแกมาทีซิ ฉันมีเรื่องอยากถาม” พ่อหวังสั่ง
“เอ่อ...เขาลาออกไปแล้วครับ” หวังเฉิงตอบไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไหร่นัก
“ดีนะ ลาออกได้ถูกเวลาจริงๆ แล้วหลัวจือหนิงอะไรนั่นมีใครพอที่จะรู้เรื่องของเธออีกไหม” พ่อหวังถามต่อ
“ต้าซานครับ ต้าซานเคยพาผมไปหาจือหนิงที่บ้านอยู่หลายครั้ง พ่อให้คนไปตามต้าซานมาถามได้” หวังเฉิงรีบบอก
พ่อหวังถึงกับขมวดคิ้ว“ไม่ต้องไปตามแล้ว ครอบครัวหวังมาขอลาออกได้หลายวันแล้ว ฉันคิดว่าแกคงถูกผู้หญิงคนนั้นหลอกเข้าแล้วล่ะ ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน ฉันสงสัยว่าลูกจ้างของเราที่ลาออกไปต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเธอ”
หวังเฉิงถึงกับหน้าซีดเมื่อได้ยิน “เป็นไปไม่ได้หรอกครับพ่อ หวังต้าซานคงไม่กล้ามาหลอกผมหรอก มันกลัวผมซ้อมมันอย่างกับอะไรดี ส่วนจือหนิงตอนนี้เธอไม่อยู่หรอกครับ เธอไปตรวจงานที่เมืองหลวง แต่ไม่กี่วันก็คงกลับมาแล้วล่ะครับ”
“อาเฉิง จากนิสัยของแก ฉันขอถามตรงๆ เลยนะ แกหมดเงินกับผู้หญิงคนนี้ไปมากเท่าไหร่”
หวังเฉิงไม่อยู่ฟังต่อ เขารีบขับรถไปที่บ้านของหลัวจือหนิงทันที พอไปถึงก็เห็นประตูรั้วปิดสนิท เขาจึงไปสอบถามเพื่อนบ้านละแวกนั้นก็ได้คำตอบว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีตำรวจมาจับสองผัวเมียที่อาศัยอยู่บ้านนี้ไปในข้อหาฉ้อโกง ส่วนลูกสาวไม่ได้มีความผิดด้วย แต่เพราะอายและไม่มีค่าเช่าที่จะอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อ เธอก็เลยขนข้าวของย้ายออกไปได้หลายวันแล้วเหมือนกัน ตอนนี้เจ้าของบ้านกำลังจะปรับปรุงบ้านเพื่อรอผู้เช่ารายใหม่อยู่
หวังเฉิงแทบจะยืนไม่อยู่ เงินสดที่เขาเบิกจากธนาคารมาให้หลัวจือหนิงเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเธอที่จะเดินทางไปเมืองหลวงนั้นเป็นเงินเกือบครึ่งหนึ่งของเงินเก็บทั้งหมดของครอบครัวเขา
“หลัวจือหนิง!” หวังเฉิงตะโกนชื่อหลัวจือหนิงอย่างโกรธแค้น แต่มันก็เท่านั้น เพราะเวลานี้หลัวจือหนิงและครอบครัวของหวังต้าซานได้เดินทางไปที่เมืองทางเหนือและพวกเขาก็ได้ซื้อที่ดินไว้ทำการเกษตรเพื่อลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองทางเหนือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว