ตอนที่ 40
สำเร็จ
ปราณกระบี่สีขาวพุ่งขึ้นไปด้านบนก่อนที่มันจะพุ่งตกลงมาปักเข้าที่กลางหัวของตะขาบพันปีที่เพิ่งจะโจมตีพลาดเป้าร่างกายของลู่หานไป
เมื่อปราณกระบี่ของลู่หานพุ่งปักลงที่กลางหัวของมันทำให้เจ้าตะขาบพันปีส่งเสียงร้องอันโอดครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด
ตอนนี้ระดับพลังของลู่หานอยู่ในระดับที่เรียกว่าสามารถควบคุมปราณกระบี่ให้เคลื่อนไหวได้โดยที่ตนเองไม่ได้ใช้มือสัมผัสได้แล้ว เพียงแค่ใช้นิ้วมือเป็นตัวสั่งการในการเคลื่อนไหวปราณกระบี่ก็จะพุ่งไปในทิศทางที่เขานั้นกำหนด
เมื่อเห็นว่าเจ้าตะขาบพันปีมันส่งเสียงร้องโอดครวญออกมาเหล่าชาวบ้านที่เป็นผู้ชมมานานก็ต่างโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ แต่ตัวของลู่หานยังคงสงบนิ่งเขาพุ่งทะยานเข้าไปหาร่างของตะขาบพันปีอย่างรวดเร็ว
“ เสี่ยวเฟิง.. ” บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเปล่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบาเพื่อเป็นการสั่งการสิ่งที่อยู่ในร่างกายของตนเอง
เปลวเพลิงสีฟ้าพุ่งออกมาจากหน้าอกของลู่หานก่อนที่มันจะพุ่งทะยานเข้าสู่ร่างกายของเจ้าตะขาบพันปีแล้วแฝงเร้นกายเข้าไป
ลู่หานที่เข้าประชิดร่างกายของมันนิ้วมือเขาเขาตวัดขึ้นมาพลันให้ปราณกระบี่ที่ปักอยู่บนหัวของมันพุ่งหลุดออกมา ก่อนที่เขาจะใช้มือของตนเองจับไปที่ด้ามของปราณกระบี่แล้วเริ่มใช้ปราณกระบี่ตวัดไปมาใส่ร่างกายของตะขาบพันปีตามส่วนต่างๆอย่างรวดเร็ว
ฉึบ!! ฉึบ!! ฉึบ!! ฉึบ!! ฉึบ!! ฉึบ!! บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มแข็งสง่างามตวัดวาดเหวี่ยงปราณกระบี่ในมือของตนเอง ใส่ร่างของเจ้าตะขาบพันปีอย่างรวดเร็วสร้างความเสียหายให้กับมันเป็นจำนวนมาก
เจ้าตะขาบพันปีส่งเสียงร้องแห่งความโอดครวญออกมาอย่างเจ็บปวด แม้ว่าร่างกายของมันจะได้รับบาดเจ็บอย่างหนักแต่ด้วยความโกรธมันไม่คิดจะหนีมันโต้ตอบพุ่งเข้าโจมตีร่างกายของลู่หานกลับไปอย่างตรงๆ
ลู่หานเองก็สามารถพลิกกายหลบได้อย่างฉิวเฉียดอีกครั้ง สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของมันตอนนี้พลังวิญญาณภายในร่างกายของมันกำลังถูกกลืนกินโดยสัตว์อสูรของเขาปล่อยไปอีกสักพักมันต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ลู่หานล่วงรู้ว่าด้วยระดับความเร็วของตะขาบตอนนี้เขาคงสามารถหลบการโจมตีของมันได้ทุกการโจมตี บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเคลื่อนไหวไปรอบร่างกายของมันปราณกระบี่สีขาวในมือของตนเองฟาดฟันมันอย่างไม่หยุด
ทว่า...อยู่ๆท่าทางของเจ้าตะขาบพันปีที่ลู่หานกำลังโจมตีอยู่มันก็แปลกประหลาดออกไป มันเลิกสนใจในตัวของเขาแล้วพุ่งทะยานไปทางอื่น
ลู่หานตื่นตระหนกก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจะปรายตามองตามร่างของมันไป ร่างของตะขาบพันปีมันพุ่งทะยานตรงไปยังกลุ่มชาวบ้านที่ยืนมองอยู่ไกลๆ
บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเขาได้ปราณกระบี่ในมือของตนเองออกไปมุ่งตรงตามร่างของเจ้าตะขาบพันปีไปอย่างรวดเร็วเพื่อหวังจะโจมตีโดนมันก่อนที่มันจะทำร้ายชาวบ้าน
แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันเจ้าตะขาบพันปีพรุ่งไปกัดร่างของหญิงสาวชาวบ้านผู้หนึ่งเข้าอย่างเต็มๆก่อนที่ปราณกระบี่ของลู่หานจะพุ่งตามเข้าไปปักซ้ำที่หัวของมันที่บาดแผลเดิม
“ โอ๊ย!!!! ” หญิงสาวชาวบ้านผู้นั้นส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดก่อนที่ร่างของนางจะค่อยเซล้มลงไปแล้วเจ้าตะขาบพันปีตัวนั้นมันก็พาร่างของมันหายลงไปหลังจากที่โจมตีนางเสร็จ
ลู่หานสังเกตได้จากตามพื้นที่ปรากฏรอยเคลื่อนไหวของมันใต้พื้นดินได้ว่าตัวของมันกำลังมุ่งตรงออกไปข้างนอกหมู่บ้าน แต่เมื่อเห็นว่ามีหญิงสาวผู้หนึ่งได้รับบาดเจ็บเขาก็ไม่ตามมันไปแล้วเลือกที่จะวิ่งเข้าไปหานางเพื่อตรวจดูอาการก่อนเป็นอันดับแรก
เมื่อลู่หานเข้าไปถึงร่างของนางก็เต็มไปด้วยเลือดเมื่อครู่นางถูกกัดเข้าที่บริเวณหัวไหล่เกิดเป็นแผลฉกรรจ์ เหล่าชาวบ้านมากมายกำลังมุ้งดูด้วยความเป็นกังวล
บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มไม่รีรอเขาได้ใช้มือของตัวเองล้วงเข้าไปใต้อาภรณ์แล้วนำขวดยาถอนพิษที่ตนเองจัดเตรียมเอาไว้มาให้นางกินทันที หลังจากที่นางได้ดื่มเข้าไปเป็นจำนวนครึ่งขวดลู่หานก็พาพยุงร่างของนางขึ้นมาอยู่ในท่านั่งแล้วเริ่มใช้มือทั้งสองข้างสัมผัสเข้าไปที่แผ่นหลังของนางอย่างเบาๆก่อนจะแผ่ซ่านพลังบ่มเพาะเข้าปกคลุมร่างกายของนางเพื่อพยายามขับพิษที่เพิ่งแทรกซึมเข้าร่างกาย
“ ท่านผู้ฝึกยุทธขอรับเจ้าตะขาบมันหนีไปแล้วขอรับ ” ชาวบ้านผู้หนึ่งที่พยายามวิ่งตามมันไปกลับมารายงานกับลู่หานที่พยายามขับพิษออกจากร่างกายของนาง
“ ไม่ต้องกังวลอย่างไรมันก็ไม่รอดอย่างแน่นอน ” ลู่หานตอบกลับไปด้วยท่าทางสุขุมสงบนิ่ง สมาธิของเขากำลังจดจ่ออยู่กับการขับผิดที่แทรกซึมเข้าไปในร่างกายของนางผู้นี้
การที่เขาไม่ไล่ตามเจ้าตะขาบพันปีไปมันก็เพราะว่ามันได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วอีกอย่างเสี่ยวเฟิงก็แฝงเร้นอยู่ภายในร่างกายของมันแล้วพยายามดูดกลืนพลังวิญญาณอยู่อย่างต่อเนื่องอีกไม่นานตัวของมันจะต้องตายอย่างแน่นอน
ลู่หานแยกแยะได้อย่างรวดเร็วว่าสิ่งที่เขานั้นควรจะกระทำมันคืออะไรเขาต้องรักษาชีวิตของผู้คนเอาไว้ก่อนเป็นอันดับแรก ไม่เช่นนั้นชื่อของผู้เป็นอาจารย์ของเขาจะต้องแปดเปื้อนเพราะศิษย์ที่ไม่เอาไหนเช่นเขาอย่างแน่นอน
ดวงตาทั้งสองข้างของลู่หานเริ่มพับปิดลงแล้วใช้สมาธิมากขึ้นในการขับพิษที่แทรกซึมเข้าร่างกายของนาง วิธีการทำมันก็ไม่ค่อยจะแตกต่างกับการที่เขานั้นเคยขับไอเย็นออกจากร่างกายสักเท่าไหร่ แต่นี่มันจะยากเกินกว่าเพราะว่าเขาต้องใช้พลังบ่มเพาะภายในร่างกายของเขาขับพิษในร่างกายของผู้อื่น
ถ้าเขาเป็นผู้ที่โดนตะขาบพันปีทำร้ายซะเองมันคงจะไม่ยากเย็นเท่านี้เพราะว่าในการขับพิษในร่างกายของตนเองมันจะง่ายดายกว่าการต้องใช้พลังบ่มเพาะขับพิษในร่างกายของผู้อื่น
ผ่านไปสักพักลู่หานก็สามารถทำมันได้สำเร็จเขาสามารถขับพิษของเจ้าตะขาบพันปีที่กำลังกัดกินร่างของนางได้ ถือว่าโชคยังดีที่เขาให้นางกินยาถอนพิษเข้าไปทันทีหลังจากที่โดนกัด มันเลยสามารถหยุดพิษไม่ให้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายได้ไม่เช่นนั้นมันคงจะยากเกินกว่านี้
ดวงตาทั้งสองข้างที่พับปิดอยู่ของบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเปิดขึ้น ก่อนที่มือทั้งสองข้างที่สัมผัสอยู่ที่หลังของนางจะลดต่ำลง
“ เฮ้อ.” ลู่หานส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา การขับพิษภายในร่างกายของนางมันสามารถทำได้สำเร็จ
ใบหน้าของสตรีผู้นั้นที่เคยซีดเผือดบัดนี้มันกลับกลายเป็นเริ่มดีขึ้นมาหลายส่วน สายตาของชาวบ้านมากมายจับจ้องร่างของทั้งสองด้วยความเป็นกังวล
เมื่อเห็นลู่หานปล่อยมือออกจากร่างของนางดวงตาและใบหน้าของเหล่าชาวบ้านก็มองมาที่เขาด้วยคำถาม
“ สำเร็จแล้วขอรับ ” ลู่หานตอบกลับไป
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแฝงไปด้วยความกังวลตอนนี้เริ่มคลายความกังวลขึ้นหลายส่วนพวกเขาเริ่มจะยิ้มออกแล้วเริ่มหันไปสนทนากันได้ บรรยากาศที่ตึงเครียดรอบๆก็เริ่มผ่อนคลายลง
“ พวกท่านพานางไปทำแผลแล้วให้นอนพักผ่อนอีกเพียงไม่กี่วันก็คงจะหายกลับมาเป็นปกติ ” ลู่หานเอ่ยขึ้นมาพังกับลุกขึ้น
ถ้าผู้ที่โดนกัดเป็นตัวของเขาไม่ใช่นางก็คงจะสามารถลุกเดินได้สะดวกในอีกไม่กี่สิบนาทีแต่ว่าผู้ที่โดนกัดเป็นเป็นคนธรรมดามันเลยทำให้นางอาจจะต้องพักฟื้น 2-3 วันกว่าที่จะสามารถกลับมาเดินเหินได้ตามปกติแต่เพียงแค่นี้ก็สามารถรักษาชีวิตของนางเอาไว้ได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
โดยทั่วไปถ้าคนธรรมดาโดนสัตว์อสูรระดับสูงเล่นงานเข้าให้คงจะตายในครั้งเดียวไม่มีโอกาสครั้ง 2 เหมือนแม่นางผู้นี้อย่างแน่นอน
ลู่หานเองก็ถือว่าตนเองนั้นรอบคอบที่เตรียมยาถอนพิษมาถึงแม้จะไม่ได้ใช้กับตนเองแต่ว่าได้ใช้กับผู้อื่นก็ถือเป็นผลประโยชน์สูงสุด
หลังจากที่จัดการกับอาการบาดเจ็บของนางเรียบร้อยแล้วบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเริ่มกวาดสายตามองท้องนภาบริเวณรอบๆ ตอนนี้เขากำลังพยายามมองหาสัญญาณที่เสี่ยวเฟิงจะส่งมาให้กับเขาอยู่
“ ท่านผู้ฝึกยุทธเช่นนี้จะเอาเช่นไรต่อหรือขอรับ ” หัวหน้าหมู่บ้านที่มีร่างกายอ้วนท้วนเข้ามาถามลู่หานด้วยความเป็นกังวลตอนนี้ตะขาบพันปีมันก็ได้หนีไปแล้วจะตามมันกลับมาได้เช่นไร
พวกชาวบ้านจะเป็นกังวลก็ไม่แปลกเพราะว่าพวกเขานั้นไม่รู้ถึงความสามารถของเสี่ยวเฟิงพี่ลู่หานปล่อยเข้าไปในร่างกายของเจ้าตะขาบพันปี พวกเขาเลยมีท่าทางเป็นกังวลเช่นนี้ผิดจากลู่หาน
“ ไม่จำเป็นต้องกังวล... ” ลู่หานตอบกลับไปพลางกับใช้สองตาของเขาที่ยังพยายามกวาดมองหาสัญญาณที่จะปรากฏขึ้นบนท้องนภายามราตรีเช่นนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง
และแล้วสิ่งที่ลู่หานกำลังตามหาอยู่เขาก็พบเจอมันจนได้ เปลวเพลิงสีฟ้าเปล่งประกายทอแสงสีฟ้าอันงดงามพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าภายในป่าทางทิศตะวันออก
บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเมื่อเห็นสัญญาณที่ตนเองกำลังเฝ้ารอก็ยกยิ้มที่มุมปากข้างขวาของตนเอง
“ สำเร็จแล้ว ” ลู่หานมั่นใจเป็นอย่างมากกว่ายังเลยเสียตอนนี้เจ้าตะขาบพันปีมันก็คงจะตายไปแล้ว เท่านี้ตอนนี้เขาก็เหลือเพียงแค่การไปเก็บซากศพของมันกลับมาเพื่อนำกลับไปให้ผู้อาวุโสสามที่สำนัก
“ พวกท่านรอข้าอยู่ที่นี่เดี๋ยวข้าจะกลับมา ” ลู่หานหันไปบอกกับหัวหน้าหมู่บ้านหลังจากที่เขานั้นพบเห็นสัญญาณของเสี่ยวเฟิงปรากฏขึ้นมาบนท้องฟ้าทางทิศตะวันออก
หลังจากที่พูดจบบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มก็เดินตรงไปที่ม้าสีน้ำตาลเข้มของตนเองที่ผูกติดอยู่กับต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากจุดนั้นไม่มากนัก ดวงตาของเหล่าชาวบ้านมองลู่หานอย่างตาไม่กระพริบด้วยความฉงน
“ ท่านจะไปที่ใดกันน่ะขอรับ ” หัวหน้าหมู่บ้านที่กำลังยืนสนทนากับลู่หานอยู่ก็เอ่ยถามหลังจากที่เขาเดินออกไป
“ ข้าจะไปเก็บศพของมันพวกท่านรออยู่ที่นี่แหละอีกไม่นานข้าจะกลับมา ” บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มก็จับคบเพลิงภายในหมู่บ้านไปหนึ่งอันก่อนที่เขาจะกระโดดขึ้นบนหลังของอาชาสีน้ำตาลเข้มของตนเองก่อนจะควบมันมุ่งตรงออกไปทางทิศตะวันออก
จบตอน