เื่ทะเลาะวิวาท
“ได้สิ ขึ้นห้องกัน”
ลูกจันทร์พยักหน้า เด็กปอห้าที่กำลังเล่นะโยางเมื่อครู่จึงพากันหันหลังเพื่อจากไป แต่เด็กหญิงสามคนที่โตกว่ากลับไม่ยอมให้ทำแบบนั้น ่นี้เป็เวลาพักเที่ยง คุณครูไปกินข้าวที่โรงอาหารกันหมด หากพวกเธอจะก่อเื่ก็เป็โอกาศเหมาะ
“จะไปไหน เอามานี่”
เด็กหญิงหูกางเดินเข้ามาขวางพร้อมกับกระชากหนังยางจากมือของใบเตย เด็กสาวมียางสีแดงที่ร้อยเป็เชือกยาวในมือครั้งถูกแย่งแบบนั้นก็ไม่ยอม กว่าเธอจะขอแม่ซื้อมาได้ตั้งนาน สองคนจึงดึงกระชากกันคนละฝั่งอย่างไม่มีใครยอมใคร จนกระทั้งฝ่ายนั้นแกล้งปล่อยกะทันหัน หนังยางที่ถูกดึงจนตึงดีดถูกเข้ากับแขนของใบเตยจนแดงเถือกเป็แถบ เด็กสาวแสบจนน้ำตาคลอ เพื่อนหลายคนเห็นก็รีบเข้ามาไปดูอาการ
ลูกจันทร์ขมวดคิ้วก่อนจะเดินขึ้นไปตรงหน้าเด็กหญิงหูกางคนนั้น
“เธอจงใจแกล้งเพื่อนฉัน?”
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม?”
เด็กหญิงหูกางลอยหน้าลอยตา ก็แค่แกล้งเล็กๆน้อยๆทำเป็สำออย หากกล้าต่อต้านพวกตนจะโดนยิ่งกว่านี้อีก
“ไม่ทำไม แต่จะทำคืน”
ลูกจันทร์เดินไปหยิบหนังยางที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา เธอจับยางสองด้านพร้อมกับดึงจนยางตึงเปรี๊ยะ ่ที่คนตรงหน้ากำลังหัวเราะสนุนสนานก็ปล่อยปลายดีดใส่แขนของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงหูกางที่ถูกดีดยางใส่ไม่ทันตั้งตัวส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บ
“เอ๊ะ -ีเด็กนี่ จะเอาใช่ไหม!”
เด็กผู้หญิงฟ้าเห็นเพื่อนถูกตีด้วยหนังยางจนต้องหลบไปอีกทางก็โกรธขึ้นมา เธอก้าวเข้ามาหาร่างเล็กของลูกจันทร์พร้อมกับง่างมือขึ้น กะว่าจะตีให้เด็กคนนี้เจ็บตัวสักหน่อย ต่อให้ครูรู้ก็แค่ถูกต่อว่าและตีนิดๆหน่อยๆ ใครจะกล้าทำอะไรเธอ ลุงของเธอเป็กำนันมีหน้ามีตา
เพียะ!
ไม่ใช่เสียงฝ่ามือกระทบหน้าแต่อย่างใด แต่เป็เสียงหนังยางดีดไปกระทบกับตัวของเด็กหญิงฟ้าแทน
“โอย!”
หนังยางที่พวกเธอช่วยกันร้อยเป็เชือกหนามาก ใช้หนังยางสามเส้นต่อหนึ่งวง ครั้งถูดดีดออกไปอย่างรุนแรงก็สร้างความเจ็บแสบจนน้ำตาคลอ
“พวกเธอจงใจมาหาเื่ทำไม แค่ขนมไม่กี่ชิ้น ฉันจะทำมาขายเพิ่มอยู่แล้ว พวกเธอค่อยซื้อเอาตอนเช้าก็ได้”
ทุกคนที่ได้ยินลูกจันทร์พูดแบบนั้นก็หันขวับ นี่เธอยังเข้าใจว่าเขามาซื้อขนมอีกเหรอ!
ใบเตยที่ฟังเพื่อนพูดจบก็ไม่รู้จะร้องไห้หรือเตือนเพื่อนก่อนดี เขาจะตีขนาดนี้แล้ว เขาคงจะอยากซื้อขนมอยู่หรอก
“อะไรของแก ฉันไม่อยากซื้อโว้ย แต่จะเอาฟรีๆ รู้แล้วก็รีบส่งมา”
เด็กหญิงฟ้าถึงกับงงไปชั่วครู่ว่าเด็กคนนี้พูดอะไร พวกเธอเคยซื้อขนมจ่ายเงินใครเมื่อไร อยากกินก็แค่ไปแย่งมา ยัยนี้พูดเพ้อเจ้ออยู่ได้
“นี่พวกเธอมาข่มขู่ให้ฉันยกขนมให้ฟรีๆงั้นเหรอ ไม่ได้มาซื้อ?”
ลูกจันทร์ค่อยๆเข้าใจเื่ราว บ้าจริงๆใครจะรู้เล่า สมัยเรียนเธอเรียนโรงเรียนอินเตอร์กับพี่ชายสามคน ก่อนจะถูกส่งไปโรงเรียนประจำตอน่มัธยม เด็กที่นั้นมาจากครอบครัวร่ำรวย เื่แย่งขนมกินในโรงเรียนจึงไม่เคยเกิดขึ้นเพราะทุกคนมีกำลังซื้ออยู่แล้ว แต่การบูลลี่อย่างอื่น ทุกโรงเรียนต้องมีอยู่แล้วแน่นอน เพียงแต่เธอเป็เ้าแม่ก๋ากั่นจึงไม่มีใครอยากมาหาเื่ด้วยเท่านั้น
ตอนนี้เธอมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงลูกจันทร์ที่แสนอ่อนแอในสายตาของคนอื่น เธอจึงตกเป็เป้าให้คนรังแกง่ายๆ
“โอย ใครจะซื้อของเธอกัน รีบเอาขนมมาไม่อย่างนั้นพวกฉันไปไม่ปล่อยแกไปแน่”
เด็กหญิงที่อวบกว่าคนอื่นในกลุ่มส่งเสียงเข้มเป็เชิงข่มขู่ ใบหน้าก็แข็งกระด้างดูร้ายกาจเกินเด็ก
“ไม่ให้ อยากกินก็หาเงินมาซื้อ หรือบ้านเธอพ่อแม่ไม่รัก เลยไม่มีเงินมาโรงเรียน”
ลูกจันทร์เองก็ไม่น้อยหน้า ชิงโจมตีที่จิตใจก่อนเพื่อเปิดความได้เปรียบ
เด็กหญิงลูกน้ำที่ถูกตราหน้าว่าพ่อแม่ไม่รักจนไม่ได้เงินมาโรงเรียน ใบหน้าพลันแดงก่ำ เธอมองเด็กๆคนอื่นที่อยู่รอบๆก่อนจะรีบแก้ต่างให้ตัวเอง
“พ่อแม่รักฉัน ฉันมีเงิน! แกสิพ่อแม่ไม่รัก”
“มีเงินก็ซื้อสิ ไหนโชว์หน่อยว่ามีเงินจริงหรือเปล่า ขี้โม้แน่ๆถึงมาแย่งของคนอื่นแบบนี้”
เด็กสาวแสร้งทำหน้าไม่เชื่อ เธอหันไปขอความเห็นจากเพื่อนๆที่อยู่ด้านหลังเล็กน้อย คนอื่นๆก็พลอยพยักหน้าไปตามเธออย่างงงๆ คนที่ค่อยแย่งขนมคนอื่นคือคนไม่มีเงินทั้งนั้นแหละ ไม่แน่นะว่าพ่อแม่อาจจะไม่รักจริงๆ
“ลูกน้ำ แกจะไปฟัง-ีเด็กนี่ทำไม แค่ตีมันก็พอ”
เด็กหญิงฟ้าเห็นเพื่อถูกยั่วยุจนหลงไปตามเกมของอีกฝ่ายก็ร้องขึ้น
“เธอเองก็เหมือนกัน กินข้าวที่บ้านไม่อิ่มเหรอถึงมาแย่งของของคนอื่นแบบนี้ หรือพ่อแม่ไม่รักเหมือนกับเพื่อนเธออีกคน”
ลูกจันทร์แกว่งเชือกหนังยางเบาๆพรางหันมาหาเด็กสาวที่ตัวสูงตรงกลาง คนนี้คือหัวโจกคอยสั่งการเพื่อนๆสินะ
“แกว่าใครพ่อแม่ไม่รัก แกไม่รู้เหรอว่าลุงฉันเป็ใคร”เด็กสาวเห็นเชือกหนังยางกวัดแกว่งคล้ายจะเหวี่ยงมาโดนตัวเองก็ไม่กล้าผลีผลามเข้ามาใกล้ รสชาติของการถูกดีดด้วยหนังยางเจ็บจนแสบไปทั่วแขน
“ลุงเธอเป็ใคร รวยไหม ถ้ารวยแล้วทำไมไม่มีเงินให้เธอมาโรงเรียนบ้างละ ปล่อยให้เธอมาทำนิสัยเสียแย่งของคนอื่นเหมือนที่บ้านไม่มีข้าวกินได้ยังไง ลุงเธอไม่อายชาวบ้านเหรอ”
ลูกจันทร์เห็นฝ่ายตรงข้ามยกชื่อลุงมาข่มขู่หวังให้เธอกลัวก็เดาได้ว่าอาจจะเป็คนใหญ่คนโต แต่แล้วอย่างไร ก็แค่คนที่ล้มเหลวในการดูแลสั่งสอนลูกหลานตัวเอง
“-ีเด็กนี่ รอก่อนเถอะ -ูจะตบปากให้ กล้ามาว่าบ้าน-ูเหรอ”
“นั้นๆๆ ทุกคนดูๆ พูดจาก็ไม่เพราะเลย ลุงเธอไม่สั่งสอนบ้างหรือ”
เสียงแหลมๆของเด็กสาวร้องขึ้นขณะที่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบดี คนชนบทพูดคำหยาบก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนนะ พ่อแม่เธอไม่เคยเรียกเธอว่าอีเลยสักคำ มึงกูยิ่งไม่มีให้ได้ยิน พ่อแสนบอกว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว เด็กๆจะต้องเติบโตไปในสังคมที่ใหญ่ขึ้น เจอคนมากมายหลายรูปแบบ การศึกษาทำให้คนมีความคิด การอบรมสั่งสอนทำให้คนมีมารยาทรู้จักขนบธรรมเนียม จะปลูกฝังแต่นิสัยเดิมๆได้อย่างไร
“ไพเราะบ้านแกสิ!”
ร่างสูงกว่าของเด็กหญิงฟ้าก้าวปราดเข้ามาด้วยความโมโหที่ถูกต่อว่า แต่ลูกจันทร์ก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ใครเข้ามาใกล้เธอจะฟาดหนังยางให้หน้าแหก
“อย่าทำลูกจันทร์นะ”เพื่อนปอห้าที่อยู่ด้านหลังร้องเสียงดัง บางคนก็พยายามวิ่งเข้ามาเพื่อจะช่วยเธอ แต่ก็ถูกผลักออกไปจนล้มหน้าคะมำ ลูกจันทร์เห็นเพื่อนเจ็บก็ะโไม่ให้พวกเธอเข้ามาใกล้ เด็กๆที่อยู่ใกล้ๆก็เริ่มมุงเข้ามาดูเหตุการณ์มากขึ้น แต่เพราะรู้จักนิสัยของเด็กหญิงฟ้าดีจึงไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือ
“ถ้าตีพวกฉัน พวกเธอถูกครูตีแน่ ฉันจะฟ้องแม่ให้เอาเื่พวกเธอด้วย”ใบเตยร้องะโ เธอถูกกันให้อยู่นอกวงจนเข้าไปช่วยลูกจันทร์ไม่ได้ก็ร้อนรนเป็ห่วง เพื่อนเธอตัวนิดเดียวถูกรุมสามคนจะสู้ได้อย่างไร
“ใครกล้าฟ้องครูโดนพวกฉันตีแน่”
เด็กสาวสามคนข่มขู่นักเรียนคนอื่นๆจนพวกเขาหัวหดไปอีกทางเพราะกลัวถูกจำหน้าได้
“พวกเธอหลบไป ระวังถูกหนังยางฟาดใส่”
เด็กสาวไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวที่ถูกรุมสามแต่อย่างใด เธอแกว่งหนังยางในมือจนหมุนเป็วงคล้ายจานบิน เมื่อเด็กสามสามคนเข้ามาใกล้ก็ถูกท่อนหนังยางฟาดตามแขนและขาจนหลบแทบไม่ทัน อดีตเด็กกิจกรรมสันทนาการอย่างเธอจะแพ้ง่ายๆได้อย่างไร
ลูกจันทร์ฟาดเชือกยางเป็แนวดิ่งตอบโต้ไปทางเด็กหญิงฟ้าบ้าง เธอกะจังหวะและควบคุมไม่ให้โดนใบหน้าหรืออวัยะที่บอบบาง แต่แผ่นหลังแขนขาล้วนถูกตีจนเจ็บไปหมด
“โอย”เด็กหญิงลูกน้ำอาศัยจังหวะที่เธอฟาดเชือกใส่เพื่อนของตนเข้ามาทางด้านหลังก่อนจะกระชากหัวของเธอจะหงายไปตามแรง ลูกจันทร์กัดฟันด้วยความเจ็บพร้อมกับเหวี่ยงปลายหนังยางกลับหลังเพื่อตอบโต้เอาคืน โชคร้ายนิดหน่อยที่เธอมองไม่เห็น ปลายเชือกจึงตีถูกหัวของเด็กหญิงลูกน้ำจนอีกฝ่ายต้องยอมล่ามือกุมหัววิ่งหลบไป
“ออกไปนะ”ใบเตยกับเพื่อนรีบวิ่งเข้ามาเพื่อผลักเด็กหูกางที่จ้องจะตีลูกจันทร์ในทีเผลอ กลายเป็ว่าตอนนี้แต่ละฝั่งมีสามคนเท่ากัน ทว่าสถานการณ์กลับแย่ลง เพราะลูกจันทร์เหวี่ยงปลายเชือกไม่ได้ เธอจึงได้แต่อาศัยความเร็วหลบเลี่ยงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจับตัวได้ เด็กผู้หญิงตีกันก็ทำไม่กี่อย่าง จิกผม ขวนหน้า ตีแขน เตะขา เธอตัวเล็กกว่าอีกฝ่ายถ้าถูกกระชากผมจนดิ้นไม่ได้ก็จะเสียเปรียบ
เด็กสาวฟาดเชือกในมือไปที่น่องของเด็กหญิงฟ้าเพื่อกดดันให้อีกฝ่ายถอยห่างไป ตอนนี้เหตุการณ์บานปลายไปกันใหญ่จนวุ่นวายไปหมด เธอจึงต้องเปลี่ยนวิธีเพื่อชิงความได้เปรียบของฝ่ายตน
“ช่วยด้วยค่าๆ ครูคะๆ เด็กหญิงฟ้าตีหนูค่ะ ครูคะ ทางนี้ค่ะ ช่วยหนูด้วยค่ะ”
ลูกจันทร์ที่ถูกรุมจากเด็กปอหกสามคนร้องะโ แม้จะยังไม่เห็นร่างของครูคนไหนโผล่มา แต่เธอเชื่อว่าจะมีเด็กคนอื่นวิ่งไปฟ้องครูั้แ่ใบเตยถูกตีแล้ว ขณะที่เหวี่ยงปลายหนังยางไปตีคน เธอก็ร้องเสียงดังไปด้วย ตอนนี้ตัวเธอเล็กนิดเดียวถูกผลักทีเดียวก็กระเด็นแล้ว จะเอาแรงไหนไปสู้เขาได้ แหกปากร้องเสียงดังไว้เป็ดี
“ทำอะไรกันๆ หยุดๆ แยกๆ”
ครูไพบูลย์วิ่งเข้ามาในที่เกิดเหตุ ครั้งเห็นว่าเป็ครูประจำชั้นของพวกตน ลูกจันทร์ก็เบะปากร้องไห้ราวกับสั่งน้ำตาได้ ในมือก็เหวี่ยงหนังยางไปอีกด้าน
“ครูคะ ฮื่อๆ”
เด็กคนอื่นๆต้องมึนงงที่จู่ๆเด็กสาวก็ปาหนังยางทิ้ง ร้องห่มร้องไห้น่าสงสารเพราะถูกรังแกอย่างหนัก
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมตีกันแบบนี้ เด็กหญิงฟ้า หยุดๆ”
เมื่อมีครูเข้ามาระงับเหตุ ห้าคนก็ค่อยๆหยุดลง ต่างมองไปที่ลูกจันทร์ที่ชิงร้องไห้ราวกับถูกทุบตีอย่างหนักเป็สายตาเดียว
เดี๋ยวนะหล่อน คนที่ถูกฟาดน่ะมันพวกฉัน เธอสับสนอะไรหรือเปล่า!
“ไปๆพวกเธอไปห้องพักครูเดี๋ยวนี้ ส่วนคนอื่นๆแยกย้ายไปเข้าเรียนได้แล้ว”
ครูไพบูลย์จัดการสลายกลุ่มเด็กนักเรียนอย่างมืออาชีพ ส่วนพวกเธอหกคนก็ถูกเรียกขึ้นไปห้องพักครูเพื่อสอบสวน ได้ยินว่ามีเด็กนักเรียนหญิงตีกันคุณครูที่กำลังกินข้าวก็รีบมาดู ปกติมีแต่เด็กผู้ชายลงไม้ลงมือ เดี๋ยวนี้แม้แต่เด็กผู้หญิงก็เป็กับเขาด้วยหรือ
เห็นลูกจันทร์นั่งเช็ดน้ำตาปอยๆอยู่บนเก้าอี้ครูปราณีก็ใ เหตุอะไรขึ้นกับลูกศิษย์ของเธอ ทำไมถึงมีสภาพแบบนี้ได้
“พี่ไพบูลย์คะ เด็กๆมีเื่อะไรกันคะ ทำไมถึงมีสภาพแบบนี้”
“พี่กำลังเรียกมาสอบสวนนี่แหละ เป็เด็กปอหกมาหาเื่ปอห้าจนลงไม้ลงมือกัน”
ครูไพบูลย์เป็ครูห้องปกครองด้วย การทะเลาะเบะแวงภายในโรงเรียนจึงมีเขาเป็ผู้ดูแล แถมคนที่ถูกรังแกก็เป็เด็กห้องตัวเอง ครูไพบูลย์เห็นลูกศิษย์ร้องไห้ก็อดสงสารไม่ได้ แม้เขาจะพูดเสียงดังดูโผงผาง แต่ก็ใจดีมากกับลูกศิษย์ตัวเอง
“ไหนใครจะบอกครูว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กหญิงฟ้าเธอเป็พี่สุดในโรงเรียน บอกครูสิ”ครูไพบูลย์เริ่มสอบสวน ส่วนครูคนอื่นก็ไม่ได้เข้ามาแทรกแซงการจัดการแต่อย่างใด ครั้งเห็นว่าใกล้เข้าสอนแล้วก็เตรียมสมุดหนังสือเพื่อเข้าสอน
“ไม่มีอะไรค่ะครู น้องปอห้าไม่พอใจที่พวกหนูอยากเล่นยางด้วยเฉยๆ”เด็กหญิงฟ้าเอ่ยด้วยใบหน้าเฉยเมยเหมือนไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร
“โกหก เธอโกหกค่ะครู”
ใบเตยได้ยินแบบนั้นก็ทนไม่ได้จึงแทรกขึ้นมา
“น้องบอกว่าเธอโกหกจริงหรือเปล่า”ครูไพบูลย์เองก็ไม่เชื่อว่าจะมีเื่แค่นั้น เขารู้จักชื่อเสียงของเด็กปอหกกลุ่มนี้ดี อีกอย่างเด็กปอห้าของเขาไม่มีนิสัยแบบนั้น เด็กผู้ชายก็แสบสันบ้างเล็กๆน้อยๆ แต่เด็กผู้หญิงเรียบร้อยมาก ไอ้เื่จะไม่ยอมแบ่งให้เล่นจนลงไม้ลงมือกันเป็ไปไม่ได้ เด็กพวกนี้นุ่มนิ่มจะตาย จะเอาแรงไหนไปสู้คนอื่น มีแต่จะถูกตีน่ะสิไม่ว่า
“พวกหนูไม่ได้โกหกค่ะ”
เด็กหญิงฟ้าตอบตาใส แม้จะเกรงกลัวครูไพบูลย์ที่เป็ครูห้องปกครองขึ้นชื่อว่าตีโหดอยู่บ้าง แต่พอคิดว่าลุงตัวเองเป็กำนันก็คลายใจลง
“ไหนใบเตยลองเล่าเื่ราวมาสิ”
ครูไพบูลย์ก็ไม่ได้รีบร้อนเอาผิดใคร แม้จะเป็ครูประจำชั้นปอห้าแต่ก็ตัดสินเป็กลาง ใครผิดใครถูกต้องแบ่งแยกชัดเจน
“วันนี้ลูกจันทร์เอาขนมมาขายที่โรงเรียน อร่อยจนเด็กคนอื่นเอาไปพูด พวกพี่ๆปอหกได้ยินก็อยากกินบ้าง พักเที่ยงจึงมาข่มขู่เอาขนมจากลูกจันทร์ พอลูกจันทร์ไม่ยอมก็ตี เขาดีดเชือกหนังยางใส่หนู ตอนนี้ก็ยังแดงอยู่เลยค่ะ ครูดูสิคะ”
ใบเตยยกแขนข้างที่ถูกดีดเป็รอยแดงให้ครูดู ใบหน้าแดงก่ำพร้อมจะร้องไห้ ตอนเดินขึ้นมาเธอกะว่าจะฟ้องครูให้ตีพวกนั้นเสียให้เข็ด แต่ลูกจันทร์มากระซิบข้างหูว่าให้ทำอย่างไรก็ได้ ให้น่าสงสารที่สุด แต่ห้ามร้องฟูมฟายจนพูดไม่รู้เื่ เพราะนอกจากดูพูดจาไม่รู้เื่แล้ว มันจะน่ารำคาญกว่าเดิม
ใบเตยจำคำเพื่อนก็ลูบหน้าลูบตา แม้พวกตนจะไม่ได้รับาเ็มากมายอะไรเหมือนพวกนั้น แต่เดิมทีเื่นี้พวกเธอก็ไม่ใช่ฝ่ายที่ผิดอยู่แล้ว ดังนั้นต้องตอกย้ำความผิดให้ร้ายแรงกว่าเดิม
“ใช่ค่ะ พี่ๆปอหกเป็ฝ่ายเริ่มก่อนทั้งๆที่พวกหนูจะเดินหนีไปอีกทางแล้ว ลูกจันทร์ถูกรุมตีไปหลายที ใครจะห้ามก็ถูกผลักจนล้มไปหลายคน”เพื่อนปอห้าอีกคนที่ชื่อขวัญข้าวเอ่ยขึ้นบ้าง พวกเธอเม้มริมฝีปากมองไปที่ครูด้วยสายตาได้รับความอยุติธรรม แม้จะเจ็บไปทั้งตัวแต่ก็ไม่ยอมร้องไห้ฟูมฟายเสียงดัง เห็นเด็กสามคนปาดน้ำตาปอยๆแล้วครูไพบูลย์ก็ใจอ่อนยวบ
“ลูกจันทร์เป็อย่างไรบ้าง หนูถูกตีตรงไหน”
ครูไพบูลย์มองลูกศิษย์ที่นั่งเช็ดน้ำตาเงียบๆ ไม่ได้ร้องโวยวายอะไรออกมา มีเพียงแววตากลมโตที่แสดงออกความเสียใจ
“เจ็บค่ะ ถูกกระชากผมไปหลายที รอยแดงพวกนี้ก็ถูกสามคนรุมตี”
เปล่า ไม่ใช่ เป็รอยเชือกหนังยางที่เธอเหวี่ยงพลาดโดนตัวเองจนเป็รอยเท่านั้น
“ครูคะ พวกหนูผิดอะไร ทำไมพวกเขารังแกพวกหนูขนาดนี้ แค่ขนมไม่กี่ชิ้นเท่านั้น กะตีให้เจ็บจนมาโรงเรียนไม่ได้กันเลย”
“ไม่ใช่นะคะครู พวกหนูก็เจ็บเหมือนกัน ดูรอยบนตัวพวกหนูสิคะ”
เด็กหญิงฟ้าเห็นว่าลูกจันทร์ฟ้องแต่ว่าพวกตนเจ็บอยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่ยอม เธอจึงร้องเสียงดังเพื่อให้ครูรู้บ้าง
“นั้นเป็รอยที่พวกเธอแย่งเชือกไปจากพวกฉันไม่ใช่หรือ”
ลูกจันทร์มองตาปริบก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ไม่ใช่สักหน่อย เธอฟาดเชือกมาใส่พวกฉัน”
“เอ๊ะ นั้นเป็การป้องกันตัวเองของมนุษย์คนหนึ่ง ครูคะ หนูถูกรุมตีจากเด็กปอหกสามคน หนูไม่มีสิทธิ์ปกป้องตัวเองเหรอคะ หรือต้องยอมอยู่เฉยๆให้ถูกรุมตีจนตาย”
“เอ๊ะ แต่นั้น...”
เด็กสามคนจะเป็คู่มือในการโต้แย้งของลูกจันทร์ได้อย่างไร แค่เธอยกเหตุยกผลขึ้นมาพูด เด็กสามคนก็จนมุมเถียงต่อไม่ออกแล้ว
ครูไพบูลย์เรียกนักเรียนคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์มาสอบถามเพิ่มเติม ครั้งรู้ความเป็มาของเื่ราวก็พยักหน้าเข้าใจ เด็กปอหกสามคนถูกตัดสินลงโทษด้วยไม้เรียวคนละสิบทีเพราะทำตัวแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว หลักเลิกเรียนก็ให้บำเพ็ญประโยชน์เก็บขยะ ล้างห้องน้ำและตักน้ำไปรดดอกไม้ตามหน้าอาคารเรียน แน่นอนว่าเื่นี้ต้องแจ้งทางผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายให้รับทราบ
พ่อแสนรู้จากปากครูเวรหน้าประตูว่าลูกสาวมีเื่ทะเลาะก็รีบมา ในห้องพักห้องมีครูคนอื่นๆที่เลิกสอนแล้วและผู้ปกครองสองฝ่าย ลูกจันทร์เห็นพ่อมาถึงก็ร้องเรียกแ่เบาเหมือนแมวน้อยที่ถูกคนใจร้ายทุบตีจนาเ็ ในสายตาของพ่อตอนนี้เหมือนลูกจันทร์เป็ผู้ป่วยที่อาการหนัก
เด็กสาวนั่งอยู่ข้างๆครูปราณีเงียบๆฟังผู้ปกครองที่มาถึงของเด็กสองฝ่าย น้าพุดซ้อนมาถึงก็ไม่ยอมความ ใบเตยแขนแดงเถือกเป็ปื้น เด็กสาวทั้งเจ็บทั้งแสบ คนเป็แม่เห็นดังนั้นจะปล่อยไปง่ายๆได้อย่างไร
“พ่อของลูกจันทร์มาแล้ว เรามาเริ่มคุยกันเลยนะครับ”
ครูไพบูลย์ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะค่อยๆเเจ้งต้นสายปลายเหตุอย่างชัดเจนให้กับผู้ปกครองฟังอีกครั้ง พ่อแสนได้ยินก็ลูบหัวลูกสาวพร้อมกับเอ่ยถามว่าเจ็บมากไหม
แม้ลูกจันทร์จะไม่ได้รับบากเจ็บอะไร แต่อยู่ต่อหน้าคนอื่น เธอก็ต้องสวมบทบาทผู้ถูกกระทำไปจนจบ อะไรคือเอาเชือกฟาดคนอื่น ไม่มีนิ แค่ป้องกันตัว
“แต่ครูคะ น้องฟ้ากับเพื่อนๆก็เจ็บเหมือนกัน จะลงโทษตีตั้งสิบทีเลยเหรอคะ”
แม่ของเด็กหญิงฟ้าที่นั่งข้างๆลูกสาวเอ่ยขึ้นเสียงไม่เห็นด้วย ก็แค่เด็กๆมีเื่กันนิดๆหน่อยๆตามประสา จะเป็อะไรไป แต่นี่ครูตัดสินโทษตีสิบที ไม่เกินไปหน่อยหรือ
“สิบทีเป็โทษที่เหมาะสมแล้วครับคุณแม่ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเธอสามคนทำแบบนี้ รอบที่แล้วคุณแม่ของอีกฝ่ายไม่เอาเื่อะไร จึงขอให้ครูลดโทษให้ แต่รอบนี้มันมากเกินไปครับ”
ครูไพบูลย์มองผู้ปกครองนิ่งๆ น้ำเสียงที่ราบเรียบทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัด แม่ของเด็กหญิงฟ้าพลันเงียบไป ส่วนพ่อของเด็กหญิงลูกน้ำได้ยินดังนั้นก็พูดไม่ออกจึงได้แต่มองไปรอบๆแทน
“เอาอย่างนี้ไหมคะ แม่เ้าใบเตย แม่เ้าขวัญ พ่อเ้าลูกจันทร์ ฉันขอโทษแทนน้องฟ้าด้วย แต่โทษสิบทีมากเกินไป อย่างไรลูกสาวเราก็ถูกตีจนเจ็บแล้ว ปล่อยให้เป็เื่ของเด็กๆเล่นกันตามประสาดีกว่าไหมคะ”
แม่เด็กหญิงฟ้ามองผู้ปกครองสามคนที่นั่งอยู่อีกด้าน เธอพูดราวกับลูกของเธอไม่ผิดอะไร แค่เื่เล็กๆน้อยๆเท่านั้น
“ฉันว่าสิบทีน้อยไปด้วยซ้ำนะคะ ครูควรทำทัณฑ์บนไปเลยจะได้ไม่เป็อย่างให้เด็กคนอื่นๆทำตาม”
น้าพุดซ้อนตอบกลับทำเอาสีหน้าของฝ่ายนั้นซีดลง หากลูกสาวถูกทำทัณฑ์บนก็แย่น่ะสิ นอกจากจะเสียประวัติการเรียนตอนสอบเข้าต่อชั้นมัธยมแล้วยังต้องอับอายชาวบ้านเขาอีก พี่ชายของเธอเป็ถึงกำนัน เป็ผู้นำที่เป็ที่นับหน้าถือตา จะมีเื่เสื่อมเสียแบบนี้ได้อย่างไร
“ถึงขนาดทำทัณฑ์บนก็มากเกินไปนะคะ เื่แค่เล็กน้อย”
“ลูกสาวผมถูกรุมตีจากเด็กที่โตกว่าไม่ถือว่าน้อยไปหรอกครับ”พ่อแสนเอ่ยขึ้นบ้าง โทษแค่ตีสิบทีน้อยไปจริงๆ ในเมื่อมีพฤติกรรมนี้มาหลายครั้งแล้ว ครูควรทำทัณฑ์บนให้สำนึกเสียบ้าง
“เอ่อ ครูว่าทำทัณฑ์บนดูจะรุนแรงไปนะคะ”
ครูเกตแก้วที่เป็ครูประจำชั้นปอหกของเด็กสาวคนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้ปกครองไม่ยินยอมแบบที่ผ่านๆมาอีก
“ขอโทษนะครับ ลูกสาวผมอายุแค่สิบขวบ ตัวเล็กนิดเดียวถูกรุมตีจากรุ่นพี่สามคน ครูฟังดีๆนะครับสามคน มาบอกว่าทำรุนแรงไป บ้านเขามีลูกสาว แล้วบ้านผมไม่มีลูกสาวหรือ”
เห็นพ่อแสนจ้องมาด้วยแววตาดุดันครูเกตแก้วก็ไม่รู้จะเอ่ยอะไร จึงได้แต่มองหน้าแม่ของเด็กหญิงฟ้าเหมือนจะบอกว่าช่วยได้เท่านี้
“ทางโรงเรียนยินดีทำตามที่ผู้ปกครองเสนอครับ ผิดก็ว่าไปตามผิดถูกก็ว่าไปตามถูก”
ครูไพบูลย์ปรายตามองครูเกตแก้วที่นั่งอยู่ข้างๆ จริงๆแล้วเด็กสามคนนี้ควรลงโทษทำทัณฑ์บน แต่เป็ครูเกตแก้วเข้ามาแทรก บอกว่าเด็กหญิงฟ้าเป็หลานสาวกำนันชด ให้ลงโทษในสถานเบาไปก่อน อย่างไรทางผู้ปกครองก็ไม่น่าจะเอาเื่เอาราวอยู่แล้ว ใครๆก็ไม่อยากมีเื่บาดหมางกับทางผู้หลักผู้ใหญ่เช่นกัน
แต่ปรากฏว่าผู้ปกครองของฝ่ายนักเรียนที่ถูกรังแกมาถึงก็แสดงออกทันทีว่าไม่ยินยอม แม้จะรู้ว่าเป็ลูกใครหลานใครก็ไม่สน
“เอ๊ะ อย่าทำถึงขนาดนั้นเลยนะคะ เด็กๆมันก็สำนึกแล้ว ถือเสียว่าเห็นแก่หน้าพี่กำนันชดสักครั้ง”
แม่ของเด็กหญิงฟ้าเริ่มมีน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยังควบคุมตัวเองได้อยู่ เมื่อบอกเป็นัยๆแล้วทางฝั่งผู้ปกครองของเด็กที่ถูกรังแกยังไม่ยอม เธอจึงพูดชื่อพี่ชายที่เป็กำนันออกมาตรงๆ
“พ่อจ๋า กำนันชดหน้าใหญ่มากเลยเหรอจ๊ะ ทำไมพวกหนูถูกตีจนเจ็บไปหมดถึงต้องเห็นแก่หน้ากำนันชดด้วย”
ลูกจันทร์ถามขึ้นเบาๆ แต่ภายในห้องไม่มีเสียงอื่นดังรบกวน ทุกคนจึงได้ยินคำพูดของเธอทั้งหมด บรรดาครูที่นั่งอยู่ในห้องก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ชื่อกำนันชดเนี่ยมาทุกครั้งที่มีเื่ เป็ชื่อที่พวกครูจำได้ขึ้นใจหมดแล้ว
“ไม่หรอกจ๊ะ กำนันชดเป็ผู้นำที่ดี ดูแลชาวบ้านมานาน อะไรผิดก็ว่าไปตามผิดอะไรถูกก็ว่าไปตามถูก แบ่งแยกชัดเจนสมกับเป็ผู้หลักผู้ใหญ่ ลูกหลานทำผิดจะปล่อยปะละเลยทำเฉยๆได้อย่างไร แบบนั้นชาวบ้านด่าตายเลย”
น้าพุดซ้อนเอ่ยยิ้มๆขณะพูดกับลูกจันทร์ เธอตั้งใจพูดให้ฝ่ายนั้นฟังเพื่อบอกว่าอย่าได้เอาชื่อกำนันชดมาเอ่ยอ้างอีกเลย นอกจากจะเสียชื่อผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว ชาวบ้านเขาจะด่าตามหลังเอา
แน่นอนว่าได้ฟังคำพูดของน้าพุดซ้อนฝ่ายนั้นก็หน้าม้านไปทันที จะพูดต่อก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร จึงได้แต่เอาความโกรธและอับอายไปลงกับลูกสาวที่นั่งหน้าไม่สำนึกใดๆข้างๆ
“แกนี่มันจองเวรฉันจริงๆ ก่อแต่เื่แต่ราว ไร้ประโยชน์เหมือนพ่อแกไม่มีผิด”
ได้ยินแม่หันมาด่าตนต่อหน้าคนอื่นๆแบบนั้น เด็กหญิงฟ้าที่นั่งเชิดหน้าอยู่เงียบๆก็พลันดวงตาเบิกกว้าง มองแม่ของเธอราวกับไม่คาดคิด
“นี่แม่ด่าหนูเหรอ”
เด็กสาวไม่อยากจะเชื่อว่าแม่กำลังด่าตนเอง ที่ผ่านมาไม่ว่าเธอจะก่อเื่ใหญ่แค่ไหน แม่ของเธอก็แค่ว่านิดๆหน่อยๆ จากนั้นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่วันนี้มันอะไร แม่มาด่าเธอเนี่ยนะ
“ก็แกดีแต่หาเื่ปวดหัวมาให้ฉัน เงียบไปเลยนะ”
สองแม่ลูกะเิอารมณ์ใส่กันโดยไม่สนว่ากำลังอยู่ที่ไหน ลูกจันทร์เห็นแล้วก็ส่ายหน้า บนเป็อย่างไรล่างก็เป็อย่างไร ต้นคดปลายจะตรงได้อย่างไร
“ครูคะ ถ้าพวกหนูถูกทำทัณฑ์บน ต่อไปประวัติก็ไม่ดี แล้วแบบนี้พวกหนูจะไปต่อมอต้นได้ยังไงคะ”
เด็กหญิงฟ้าเลิกโต้เถียงกับแม่ เธอหันมาที่ครูไพบูลย์อย่างไม่ยินยอม การถูกทำทัณฑ์บนระหว่างกำลังศึกษาอยู่จะส่งผลต่อการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น แม้ทางบ้านจะมีเงินยัดให้เธอได้เรียนต่อ แต่ประวัตินักเรียนที่ด่างพร้อยไปอย่างไรก็ไม่ดีทั้งนั้น
“มันก็เป็เื่ที่พวกเธอทำตัวเองทั้งนั้นนะเด็กหญิงฟ้า ไม่มีใครช่วยได้หรอก”
ครูไพบูลย์ตอบนิ่งๆ
“แต่คราวที่แล้วก็ไม่ได้ใหญ่โตแบบนี้นิคะ ก็แค่ให้เงินนิดๆหน่อยๆก็จบ”
เด็กหญิงกระแทกเสียง ใบหน้าไม่สบอารมณ์ที่เื่วุ่นวายใหญ่โตโดยใช่เหตุเปล่าๆ
“งั้นเธอลองถามฝ่ายที่เขาเสียหายดูไหมจ๊ะ ว่าเขาจะยินยอมไหม”
ครูปราณีที่นั่งข้างๆเอ่ยขึ้น เธอไม่เคยเห็นนักเรียนคนไหนที่ทำผิดแล้วจะพยายามเอาเงินฟาดหน้าคนอื่นแบบนี้มาก่อน
“นี่แม่คุณ เธอคิดว่าแค่เงินของเธอจะทำให้ฉันยอมความเหรอ เธอคิดอะไรอยู่ เธอตีลูกสาวฉันนะ”
น้าพุดซ้อนเหลืออดที่จะทนเช่นเดียวกัน อายุแค่เท่าไรเอง หัดติดสินบนคนอื่นเพื่อให้ตนพ้นผิดหรือ นี่ทำเป็กระบวนการหรือเปล่า ทำไมดูเชี่ยวชาญเป็ธรรมชาติเหมือนเื่ง่ายๆ
“คุณแม่ครับ อย่างที่ครูและผู้ปกครองทุกท่านแจ้งไป พวกเธอสามคนจะถูกทำทัณฑ์บน คุณแม่ไม่ควรปล่อยให้เด็กพูดจาแบบนี้นะครับ มีอย่างที่ไหนจะใช้เงินฟาดหัวคนอื่นแบบนี้”ครูไพบูลย์ปรายสายตาไปยังแม่ของเด็กหญิงฟ้า ที่ผ่านมาเอาแต่ใช้เงินแก้ปัญหาจนเคยตัว สร้างนิสัยแย่ๆให้เด็ก ปลูกฝังทัศนคติที่ไม่ดีจนติดเป็สันดาน
เื่ราวการทะเลาะครั้งนี้จึงจบลงด้วยการทำทัณฑ์บนเด็กนักเรียนทั้งสามคนเพื่อเป็ไม่ให้เป็เยียงอย่างกับนักเรียนคนอื่น สมัยนี้การถูกทำทัณฑ์บนเป็เื่ใหญ่ที่น่าอับอายเป็อย่างมาก นอกจากประวัติไม่ดีแล้ว ยังถูกนักเรียนคนอื่นๆกับชาวบ้านหัวเราะเยาะด้วย
ลูกจันทร์กับพ่อแสนแยกย้ายกลับคนอื่นๆเพื่อกลับบ้าน ขณะกำลังขี่รถเธอก็เล่าเื่ราวให้พ่อแสนฟังอีกรอบ รวมถึงการที่เธอไม่ได้รับาเ็ใดๆนอกจากถูกเชือกฟาดเพราะตนเอง พ่อแสนฟังแล้วก็โล่งใจ อย่างน้อยลูกก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย ไม่กี่วันก็หาย
การมีเื่ในครั้งนี้ทำให้ลูกจันทร์ได้รับออเดอร์สั่งขนมจนทำแทบไม่ทัน เด็กนักเรียนคนอื่นได้ยินว่าขนมอร่อยจนต้องไปแย่งมากินก็อยากลิ้มลองบ้าง ต่างคอยซื้อขนมจากลูกจันทร์กันทุกวัน เพราะอร่อยสมกับที่มีเื่มีราวกันจริงๆ
เป็การปูทางเข้าสู่การเป็แม่ค้าขนมอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ต้องโฆษณาก็ดังได้!
_________________________________________
ขอให้ความสุขกับนิยายเช่นเคยนะคะ