“..ข้าวต้มปลาร้อนๆ กับนานาผักใบเขียว ตามด้วยน้ำผลไม้คั้นสดเพื่อสุขภาพของคุณลุงและ..ขนมปัง ไข่ดาวกับเบคอนของนายนั่น” มือเล็กๆ ทิ้งจานอาหารรายการสุดท้ายดังโครมจนคนใกล้ตัวอดใจหายใจคว่ำไม่ได้
“เดี๋ยวก็แตกกันพอดีค่ะคุณฟาง” เ้าของชื่อในชุดนักศึกษาพอดีตัวสวมกระโปรงทรงสอบเหนือเข่าเล็กน้อย..เบะปากเย้ย
“ไม่หรอกจ้ะชมพู่ จานเนี่ยมันหนาพอๆ กับหน้าคนกินนั่นแหละ หล่นจากตึก 10ชั้นยังไม่สะทกสะท้านเลย ขอบอก!”
ว่าไปนั่น
“วันนี้มีเรียนไม่ใช่หรือคะ ปีสุดท้ายแล้วด้วยแถมจะใกล้สอบ ยังอุตส่าห์แวะมาทำอาหารอีกนี่ถ้าป้าอาบแกรู้นะชมพู่หัวแตกแน่” คนบ่นเหยียดยาวคือเด็กสาวชมพู่ ที่กำลังพูดถึง ‘คุณแม่บ้าน’ ผู้ดูแลความเรียบร้อยในภาพรวมของบ้าน ซึ่งรับ่จากรุ่นสู่รุ่นจวบจนปัจจุบันแม้ป้าอาบแกจะมีนิสัยโอบอ้อมอารีและใจดีเป็ที่ตั้ง..แต่เวลาเฮี๊ยบขึ้นมาหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนก็ไม่เว้น
“อย่าให้รู้สิ” ชมพู่ทำหน้าแขยง
ก็พูดน่ะมันง่าย
“งั้นคุณฟางก็รีบไปสิคะ เล่นมาแย่งหน้าที่ชมพู่ทำหมด เดี๋ยวได้ตกงานกันพอดี”คนฟังขึงตาโต
“หือ! แย่งที่ไหน เขาเรียกว่าช่วยต่างหากทำคุณบูชาโทษแท้ๆ เลย”
เอ้า!
“อ่ะ! ไปก็ได้ ไม่ต้องทำหน้าเหมือนโลกจะแตกหรอกน่ะ” กองฟาง สาวน้อยร่างเล็กวัย 22 ปี หรือที่ใครๆรู้จักในฐานะหลานสาวอุปถัมภ์ของบ้านวรากรณ์ ตระกูลนักธุรกิจนำเข้าสินค้าไฮเทคชั้นนำมากมายจนร่ำรวยติดอันดับต้นๆของประเทศไทย พูดพลางปลดชุดผ้ากันเปื้อนจากตัวแล้วโยนให้แม่คนหน้ายับได้รีบคว้าแทบไม่ทัน
“แล้วพรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะ”
“ค่ะ” ชมพู่อดฉีกยิ้มกว้างไม่ได้ ยืนมองคนร่างเล็กที่เดินก้าวฉับๆจากไปจนลับตา แม้หล่อนจะเป็เพียงแค่คนรับใช้ในบ้าน แต่อีกฝ่ายก็ยังให้ความสนิทสนมเป็กันเองอย่างไม่คิดแบ่งชั้นวรรณะต่างจากคนอื่นๆ ในบ้านที่ต้องเว้นวรรคความใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เสียการปกครอง
“เป็อะไรน่ะเรา” เสียงทุ้มจาก นายนั่น ที่กองฟางกล่าวถึงแต่เช้าทำชมพู่ผวาเฮือก
“ปะ..เปล่าค่ะคุณหนึ่ง”
“ยังเถียงอีกแน่ะ! ก็เห็นยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่” คนฟังแทบไม่กล้าหายใจเมื่อร่างสูงนั้นปราดผ่านหน้าไปยังโต๊ะอาหาร และถามด้วยเสียงเข้มๆว่า “วันนี้มีอะไรกินบ้าง”
“เอ่อออ ขนมปัง..”
“ฉันมีตาดูเองได้”
อ้าว!
“แล้วคุณลุงล่ะ”
เงียบ..
เป็หนึ่ง ปรายตาขวาง “ถาม! ไม่ได้ยินเรอะ กวนประสาทแต่เช้าเลยนะเรา”
นั่น!
ชมพู่เกาหัวแกรกๆ ให้กับทายาทหนุ่มคนเดียวของตระกูลที่อารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าวิกฤตโลกขณะนี้เสียอีกแต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรสักคำ กรรมการกิตติมศักดิ์ก็เข้ามาห้ามทัพพอดี
“หงุดหงิดอะไรมาล่ะนายหนึ่ง ถึงได้รบกับเ้าชมพู่แต่เช้า”
“ผมหรือครับหงุดหงิด ไม่สักหน่อย” วันชัย วรากรณ์ส่ายหน้า เพราะั้แ่เลี้ยงไอ้หลานชายคนนี้มาจนเติบใหญ่มันไม่เคยยอมรับความจริงตรงๆ สักที
“ไม่ก็ดีแล้ว การประมูลขอเป็สปอนเซอร์รายใหญ่ชุดกีฬาอะไรนั่นเมื่อวานไม่เห็นจะน่าสนใจสักนิดจริงไหม” คนถูกแทงใจดำอย่างจังแทบอยากโยนอุปกรณ์การกินในมือทิ้ง
ใช่! ไม่มีอะไรน่าสนใจสักนิดแต่ประเด็นมันอยู่ที่..ดันแพ้การประมูลให้กับคู่แข่งตลอดกาลอย่าง นายแทนไท นั่นต่างหาก!
คนหนุ่มขยับคลายเนกไทคล้ายมันรัดแน่นนักหนา
“แล้วอย่าบอกนะว่าคิดจะโดดงานแก้เซ็ง” คนสูงวัยแกล้งท้วงอย่างล่วงรู้นิสัย
“เปล่าครับ ผมแค่จะ..” คนถูกดักคอหลุบตาต่ำหาทางออกเอาตรงหน้านั่นเอง“จะกินอาหารให้คล่องคอ..ก็เท่านั้น”
วันชัยหัวเราะฮึในลำคอเชิงิ่ๆ พลางยกมือขึ้นอย่างชี้นำ
“งั้นเริ่มเลย ดูสิ..แต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้น กินเยอะๆ สมองจะได้แล่น”นั่นแหละ! ไข่ดาวทั้งใบจึงถูกยัดเข้าปากในคราวเดียว
คนสูงวัยลอบส่ายหน้าระอา
เป็อย่างนี้ทุกทีสิน่ะ!