ตอนที่ 2 ศิษย์ฝึกงานของสำนัก
...........................................................................................................................................
นอกเมืองเสินหยาง(เมืองเริ่มต้น)
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มโผล่ขึ้นมาจากยอดเขาท้องฟ้าก็เริ่มสดใสอันแสดงถึงสัญญาณของวันใหม่ ฟงอวิ๋นตื่นขึ้นมาจากที่นอนอันอบอุ่นด้วยความี้เี ก่อนจะขยับร่างกายเพื่อออกกำลังกายเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนที่จะเดินไปหยิบไม้กวาดที่มุมผนังแล้วจึงเดินออกจากกระท่อมมุงจากหลังน้อยๆของตนเอง
ฟงอวิ๋นยืนอยู่ที่ประตูและเงยหน้าขึ้นเพื่อเหลือบตามองดูแสงสีขาวที่ปรากฏบนขอบฟ้าเขาปิดตาลงเล็กน้อย สักพักหนึ่งก่อนที่จะเปิดตาขึ้นและขยับไม้กวาดบนมือเล็กน้อยเพื่อทำความสะอาดฝุ่นและใบไม้บนพื้นดินหน้าลานกระท่อมน้อย
ฟงอวิ๋น ได้เข้ามาเล่นเกมส์ยุทธจักรบู้ลิ้ม ออนไลน์นี้กว่า 10เดือน(ระยะเวลาในเกมส์)แล้วโดยเขาได้เข้ามาสมัครเป็ลูกศิษย์ของสำนักยุทธ์ที่มีชื่อว่า สำนักพยัคฆ์ั เพื่อฝึกบ่มเพาะพลังและฝึกฝนเคล็ดวิชา
ฟงอวิ๋น เป็ศิษย์ฝึกหัดของ สำนักพยัคฆ์ั หลังจากสิบเดือนแห่งความพยายามในการฝึกฝนั้แ่เริ่มฝึกจนกระทั่งบัดนี้เขาได้รับการปลูกฝังให้อยู่ในชั้นรวบรวมปราณ ระดับ5 ศิษย์ร่วมรุ่น(ผู้เล่น)ที่เริ่มต้นพร้อมกับเขาได้ผ่านทะลุขั้นตอนนี้ไปนานแล้วและแต่ละคนมีโอกาสที่จะกลายเป็ผู้เล่นระดับสูงที่จะโผบินไปบนฟากฟ้าส่วนเขาทำได้เพียงแค่...ถอนหายใจ....เฮ้อ!..
สิบเดือนของการฝึกฝนให้อยู่ในชั้นรวบรวมปราณ ระดับ5 คุณสมบัติแบบนี้ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็อัจฉริยะแต่ก็พอที่จะสามารถกล่าวได้ว่าอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำลงไปด้านล่างอีกนิดหน่อยอาจจะเรียกว่า...กาก ก็ได้
ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ฟงอวิ๋นเลยทำได้แต่ต้องยอมรับชะตากรรมของตนเองด้วยการทำภารกิจประจำวันโดยการกวาดใบไม้ในสำนักเพื่อฝึกฝนสมรรถภาพร่างกายและฝึกซ้อมให้หนักขึ้น เพราะระบบเกมส์นี้สมจริงเกินไปผู้เล่นจะเก่งขึ้นได้ต้องฝึกฝนร่างกายเหมือนนิยายแนวเซียนเซี่ย ของจีนไม่มีค่าEXPแต่ต้องฝึกฝนร่างกายและการโคจรลมปราณเพื่อดูดซับพลัง์และแผ่นดินจากนั้นจึงค่อยๆถ่ายเทพลังงานจากเส้นเมอริเดียน เข้าไปยัง ตันเถียน (Dantian) เพื่อสะสมเป็พลังงานลมปราณทีละเล็กทีละน้อย เรียกว่าการโคจรลมปราณภายใน
รูปแบบพิเศษนี้สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของการแข่งขันของเหล่าสาวก(ทั้ง NPCและผู้เล่น)ที่อยู่ในสำนักยุทธ์ เพื่อที่จะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ให้เก่งกาจกว่าผู้อื่นผู้ที่มีความสามารถที่เหนือกว่าผู้อื่นย่อมได้เปรียบกลายเป็ผู้ล่าและคนที่ไร้ความสามารถก็จะถูกกำจัดนั่นคือกฎเหล็กของธรรมชาติ สัตว์ที่อ่อนแอย่อมเป็เหยื่อของผู้ล่า
สำนักพยัคฆ์ั มีกฎสาวกฝึกหัด ทุกคนไม่ว่าใครก็ตามที่เข้าร่วมสำนักภายในระยะเวลา 1ปีนับจากวันที่เริ่มเข้าสู่สำนัก ถือว่าเป็ระยะเวลาทดสอบ สาวกฝึกหัดมีหน้าที่ต้องฝึกฝนตนเองจนกว่าจะก้าวผ่านระดับชั้นรวมรวมปราณ ขั้นที่ 9เข้าสู่ระดับปราณเริ่มต้น ดังนั้นใน่หนึ่งปีนี้ สำนักจะรับผิดชอบในเื่ของอาหารการกินและมอบเคล็ดวิชาทักษะเบื้องต้นให้แก่สาวกฝึกหัดแต่ต้องฝึกฝนด้วยตนเองไม่มีครูฝึกสอนให้
ผู้เล่นที่เป็สาวกฝึกหัด ของสำนักสามารถปฏิบัติได้เท่านั้น ถ้าเหล่าผู้เล่นสามารถผ่านระดับชั้นรวมรวมปราณขั้นที่ 9 เข้าสู่ระดับปราณเริ่มต้น ภายในหนึ่งปีคุณจะมีคุณสมบัติที่จะกลายเป็ศิษย์ภายนอกของสำนักเพื่อให้สามารถเรียนรู้เคล็ดวิชาชั้นสูงจากเหล่าครูผู้ฝึกสอนของสำนักแน่นอนเหล่าผู้เล่นยังสามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวเองแต่การฝึกแบบมีพี่เลี้ยงช่วยสอนและการเรียนด้วยตัวเอง มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หากใช้เวลาในการฝึกฝนในชั้นรวบรวมปราณมากกว่า 1 ปีแต่ไม่เกิน 3 ปีก็ยังสามารถเข้าทดสอบความสามารถเป็สาวกภายนอกของสำนักพยัคฆ์ัได้เช่นกันแต่ถ้าใช้เวลามากกว่า 3 ปีจะถูกไล่ให้ไปเป็สาวกของสำนักสาขาของสำนักพยัคฆ์ัซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำลงไปอีกชั้นหนึ่ง
....................................................................................................................................
หลังจากเรียนรู้เคล็ดวิชาโคจรลมปราณภายใน ฟงอวิ๋นใช้เวลาทุก่เวลาทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่หยุดยั้งในการฝึกซ้อมเพราะเหล่าครูฝึก(Npc) ในสำนักไม่ให้คำแนะนำใดๆ เกี่ยวกับการปลูกฝัง
ดังนั้นฟงอวิ๋นสามารถสร้างทฤษฎีได้ด้วยตัวเองหลังจากการสนทนากับศิษย์ฝึกหัดคนอื่นๆเขาค้นพบว่าพวกเขาใช้"เคล็ดวิชาลมปราณเพลิงอัคคี" ซึ่งเป็วิธีการโคจรลมปราณภายในเบื้องต้นของสำนักแบบง่ายๆเหมือนกันกับเคล็ดวิชาที่เขาฝึกฝน
ฟงอวิ๋นฝึกฝนเคล็ดวิชาด้วยความขยันหมั่นเพียรเป็เวลา 10 เดือน ตอนแรกๆเขารู้สึกใที่รู้ว่าความคืบหน้าของตัวเองช้ามากเขาใช้ความพยายามอย่างมาก แต่กลับได้รับรางวัลเพียงเล็ก ๆ น้อยๆ ของพลังลมปราณซึ่งเรียกว่าน้อยมากจนแทบสังเกตไม่ได้เลยว่ามันอยู่ที่นั่นถ้าเขาไม่ได้ตรวจสอบร่างกายอย่างรอบคอบเพื่อดูผลลัพธ์เขาก็คงจะไม่ได้สังเกตเห็นความคงอยู่ของพลังลมปราณเพราะในเกมส์นี้ไม่มีแถบพลังงานหรือแถบพลังชีวิตปรากฏให้เห็นเกมส์นี้เน้นที่ความรู้สึกที่เสมือนจริง
สาวกฝึกหัดอื่น ๆ ที่ปลูกฝังลมปราณเพลิงอัคคีได้บอกกับเขาว่ามีการไหลบ่าที่ทรงพลังของพลังงานที่อบอุ่นและเส้นพลังลมปราณที่หนาแน่นถูกสร้างขึ้นภายในร่างกายของพวกเขาอย่างไรก็ตามเส้นพลังลมปราณในร่างกายของฟงอวิ๋นนั้นบางมากซึ่งตรงกันข้ามกับข้อความที่ระบุไว้ในคัมภีร์ทักษะลมปราณเพลิงอัคคีและจากคำพูดของสาวกฝึกหัดคนอื่นๆ ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่า ฟงอวิ๋นอยู่ไกลหลังสาวกฝึกหัดคนอื่น ๆ เพราะคนอื่นๆมีการใช้เงินที่แลกเปลี่ยนมาจากโลกจริงเพื่อนำมาซื้อยาวิเศษจากสำนัก แต่เขาไม่มีเงินเลยต้องฝึกฝนแบบคนจนทั่วๆไป
บรรดาผู้ที่ใช้ True Money เพื่อช่วยในการฝึกฝน ได้เจาะทะลวงพลังผ่านชั้นรวบรวมปราณระดับ 9 และะโ เก้าเมตรขึ้นไปในอากาศตรงเข้าสู่ชั้นปราณเริ่มต้น ระดับ 1จนกลายเป็สาวกภายนอก จำนวนมากมายหลายพันคน แต่ฟงอวิ๋นนั้น หลังจากการฝึกฝนมานานความแตกต่างจากสภาพปกติของเขาเพียงอย่างเดียวที่เขาพอจะสามารถบอกได้ก็คือว่าพลังิญญาหรือพลังปราณ(MP)กับพลังชีวิต (Hp)ของเขามีพลังมากขึ้นเล็กน้อยและความอยากอาหารของเขากลับยิ่งหิวมากขึ้นมากกว่าก่อนที่เขาจะเริ่มฝึกฝน ฟงอวิ๋นไม่สามารถช่ทำอะไรได้เพียงแต่รู้สึกหดหู่ในใจ
ั้แ่ที่เริ่มรู้ตัวว่าเขาแทบจะไม่มีความคืบหน้าใดๆ หลังจากทำงานหนักมาหลายเดือนเขาก็เริ่มคิดว่าด้วยช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างตัวเขาและคนอื่น ๆเขาคงจะไม่มีโอกาสไล่ตามคนอื่นๆทัน มันคงจะดีกว่าที่จะเลิกเล่นเกมส์นี้เพราะถ้าจะให้เขานำเงินมาแลกเป็เงินโกลด์ ก็คงเป็ไปไม่ได้
................................................................................................................................
วันหนึ่ง ขณะที่ฟงอวิ๋นค่อยๆเดินตามเส้นทางจากหุบเขาหัวหมาป่าซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของที่ตั้งสำนักหลังจากไปหาสมุนไพรไปส่งตามภารกิจเก็บคะแนนของสำนัก เขาไม่ได้มีอะไรสำคัญที่จะทำในขณะนี้และมันก็เป็สิ่งที่เขาทำตามความเคยชินของเขา
ในขณะนั้นเสียงของการปะทะกันของอาวุธล่องลอยออกมาจากูเาที่อยู่ใกล้เคียงรวมถึงเสียงเชียร์ที่ดังมาก
หลังจากได้ยินเสียงรบกวน ฟงอวิ๋นเหลือบไปตามทิศทางของยอดเขาเขารู้สึกรำคาญในใจเพราะอารมณ์ที่ดีของเขากำลังถูกรบกวน
เสียงดังมาจากกลุ่มลูกศิษย์ภายนอกและภายในของสำนักพวกเขากำลังฝึกฝนการต่อสู้ เมื่อใดก็ตามที่ ฟงอวิ๋นเห็นสมาชิกคนอื่นๆ ของสำนักรวมตัวกันเพื่อการฝึกซ้อมและแลกเปลี่ยนคำแนะนำเล็กๆน้อยๆความอิจฉาก็จะโผล่ขึ้นมาในใจของเขาเสมอเขา้าที่จะใช้อาวุธที่แท้จริงและแสดงให้เห็นถึงทักษะของเขาเช่นกันแต่มันน่าเสียดายที่เขาเป็เพียงศิษย์ฝึกหัดเท่านั้น
บางคราวเพื่อจะเกาให้หายคันเขาก็อยากจะนำเอาเงินเก็บนิดๆหน่อยๆของตนเองมาแลกเปลี่ยนเป็เงินโกลด์ในเกมส์เพื่อนำมาซื้อยาวิเศษ แล้วนำมาปรับปรุงพลังและระดับของตนเองบ้าง
บางครั้ง ในโลกเกมส์นั้น วิธีการที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงก็คือการแลกเปลี่ยนเป็เงินโกลด์ในเกมส์บ้างเพื่อการเริ่มต้นที่ดีและความคล่องตัวในการปลูกฝังพลังลมปราณจนถึงตอนนี้ฟงอวิ๋นยังไม่เคยเห็นผลดีใด ๆในการเพาะปลูกของตนเอง
ผู้เล่นคนอื่น ๆได้ปรับปรุงร่างกายของพวกเขาและทำความเข้าใจเทคนิคศิลปะการต่อสู้ระดับสูงที่น่าประทับใจซึ่งถ้าเปรียบเส้นทางของศิลปะการต่อสู้เป็การวิ่งมาราธอน ฟงอวิ๋นก็มีมั่นใจว่าเขายังคงอยู่ที่จุดเริ่มต้นและไม่ได้ออกจากจุดสตาร์ทเลย
ขณะที่ฟงอวิ๋นเดินไปตามทางพร้อมกับจ้องมองกลุ่มสมาชิกสำนักคนอื่นๆ และกำลังครุ่นคิดถึงสภาพอันอาภัพของตนเองนั้น
โป๊ก!
โอ๊ย!
จู่ ๆ ฟงอวิ๋นก็สูดอากาศเย็น ๆ เข้าปากพร้อมกับการแสดงออกทางสีหน้าของเขาที่ดูน่าเกลียดมากขึ้นร่างของเขาทรุดลงข้างๆโขดหินผาอย่างช้าๆและใช้มือทั้งสองข้างกุมแน่นบนศีรษะของตนเองทันใดนั้นความเ็ปก็เริ่มลุกเป็ไฟขึ้นทันทีทันใด ทำให้ใบหน้าของฟงอวิ๋นกลายเป็สีขาวซีดเพราะคลื่นแห่งความเ็ปที่ขมุกขมุ่นรุกรานศีรษะของเขาเหมือนดังจะแยกเป็สองส่วน
เห็นได้ชัดว่าศีรษะของฟงอวิ๋นบังเอิญกระแทกเข้ากับกิ่งไม้ใหญ่ที่ยื่นออกมาข้างทางอย่างจังจนเขาต้องทรุดตัวลงไปกองกับพื้นด้วยความเ็ปต้องนับถือผู้สร้างเกมส์นี้จริงๆที่สร้างระบบความเ็ปได้เสมือนจริงมากๆเรียกได้ว่าเหมือนจริง 100 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
หลังจาก่เวลาอันยาวนานฟงอวิ๋นก็เงยหน้าขึ้นจ้องมองสถานการณ์รอบๆตัวและเพ่งมองไปที่กิ่งไม้ใหญ่ที่ยื่นออกมาจากต้นไม้ขนาด 10คนโอบข้างทาง ด้วยอารมณ์บึ้งตึง เขารู้สึกโกรธจริงๆทั้งโกรธตัวเองและโกรธ์ที่ไม่ยุติธรรมต่อตัวเอง
ต้นไม้มีขนาดสูงมหึมามันมีรากขนาดใหญ่ปกคลุมโขดหินริมเชิงผา รอบโคนต้นมีเถาวัลย์ปกคลุมอยู่มากมายด้วยความโกรธที่ครุกรุ่นในใจ ฟงอวิ๋นจึงใช้มีดสั้นระดับ 1 ของตนเองตัดกิ่งไม้ใหญ่ที่ทำให้เขาได้รับาเ็จนขาดจากนั้นจึงโยนกิ่งไม้ที่ถูกตัดไปที่โคนต้นไม้ใหญ่ด้วยอารมณ์โกรธ
ฟุบ!
แอ๊ะ! ทันใดนั้นฟงอวิ๋นก็เหลือบไปเห็นบางอย่าง
“อ่า...มันคือต้นสมุนไพรปะการังเต่าเหลืองใช่รึเปล่านะ?”ฟงอวิ๋นคิดในใจด้วยจิตระทึกแห่งความสุขสันต์