โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
เหลาเป่าอี้ เหลาอาหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหมู่บ้านหนิงอัน เปิดให้บริการสองชั้น ชั้นล่างโต๊ะทั่วไป ชั้นบนเป็ห้องส่วนตัว ราคาอาหารที่เหลาเริ่มที่ 5 ตำลึงเงิน ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับเหลาอาหารอื่นในหมู่บ้าน กล้าขายราคานี้เพราะมั่นใจในฝีมือตนเองพอสมควร คนมีตำลึงมากย่อมมาบ่อย คนตำลึงน้อยก็มาเมื่อมีโอกาสพิเศษ
“ยินดีต้อนรับจ้าวฮูหยิน วันนี้พาบุตรชายมาด้วยหรือ” หลงจู๊เหลาเป่าอี้เดินมาต้อนรับ เมื่อเห็นแขกประจำเดินมา
“ใช่เ้าค่ะ มีห้องส่วนตัวว่างไหมเ้าคะ”
“มีแน่นอน เชิญขอรับ” หลงจู๊เดินไปส่งนางที่ห้องส่วนตัวชั้นสองด้วยตนเอง วันนี้ดูรับมือง่ายกว่าทุกวัน
ห้องส่วนตัวเหลาเป่าอี้ เป็โต๊ะกลมขนาดใหญ่ นั่งได้ถึง 10 คน ต้องสั่งอาหารเกิน 5 ตำลึงทอง ถึงจะใช้ห้องส่วนตัวนี้ได้ มีเสี่ยวเอ้อประจำห้องคอยดูแลตลอด ถือว่าสะดวกสบาย
“เสี่ยวเอ้อ ดูแลจ้าวฮูหยินกับคุณชายน้อยให้ดีด้วยเล่า” หลงจู๊ส่งสายตาบอกเป็นัย ๆ ว่าดูแลให้ดี อย่าให้นางได้ก่อเื่เป็อันขาด
“ขอรับ” เขาได้แต่ทำใจ วนมาที่เขาอีกจนได้เป็ผู้ดูแลนาง เป็แขกที่ไม่มีเสี่ยวเอ้อคนใดอยากพบเจอ จนต้องแบ่งหน้าที่กันไปคนละวัน
“เฟยหลงเ้าอยากกินอะไรบอกแม่”
“ข้าอยากกินปลาขอรับ”
“ได้เลย เดี๋ยวสั่งเมนูจากปลาให้มากหน่อย”
“ขอบคุณขอรับ!”
“เสี่ยวเอ้อ ข้าเอา หมูสับผัดปลาเค็ม ฉู่ฉี่ปลา ปลาเต๋าเต้ยนึ่งซีอิ๊ว เป็ดย่าง กุ้งทอดเกลือ ข้าวสวย ของหวานจะสั่งทีหลัง”
“ได้ขอรับ” วันนี้นางช่างแปลกตา แล้วไหนจะพาบุตรชายมาอีก
อาหารมาก็เริ่มลงมือกินกันด้วยความสุข
“ลูกลอง กุ้งทอดเกลือ เนื้อกุ้งนั้นหวานเด้งมาก เอามันกุ้งคลุกข้าวยิ่งอร่อย”
“หมูสับผัดปลาเค็ม หมูสับมีรสหวานตัดกับความเค็มของ หอมกลิ่นกระทะอ่อน ๆ กินกับข้าวแล้วลงตัวมาก”
“เป็ดย่าง กินกับน้ำราด หรือซอสหวานล้วนอร่อย”
“ปลาเต๋าเต้ยนึ่งชีอิ๊ว เนื้อละเอียดนุ่ม เป็ปลาอีกชนิดที่อร่อย เ้าลองดู”
“ฉู่ฉี่ปลา อันนี้แม่อยากกินเอง รสชาติพริกแกงเผ็ดร้อน ลูกลองชิมก่อนนิดนึง หากกินได้ค่อยตักเยอะ แม่เกรงว่าจะเผ็ดเกินไปสำหรับลูก”
อีกเพียงไม่นาน หากกินแบบนี้ทุกมื้อ บุตรชายนางไม่อวบอ้วนขึ้นให้มันรู้ไป
เสี่ยวเอ้อเห็นภาพนั้นก็แปลกใจ ท่าทางการกินอาหารเรียบร้อยทั้งคนโตคนเล็ก ไม่โวยวายเหมือนแต่ก่อน อธิบายนั่นนี่ให้บุตรชายฟังอย่างใจเย็น เขาเองยังยืนฟังด้วยความเพลิดเพลิน วันนี้หญิงอ้วนไม่ต่างจากแขกชนชั้นสูงที่ตนเคยบริการ ทำให้สบายใจยิ่งนัก
“เสี่ยวเอ้อ วันนี้ของหวานมีอะไรเล่า”
“วันนี้ของหวานจะทำมาจากมะพร้าวอ่อนขอรับ กุ้ยฮวามะพร้าวอ่อน เต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อน เซาปิ่งไส้มะพร้าวอ่อน และวุ้นมะพร้าวอ่อนทั้งลูก ขอรับ”
“เฟยหลง ลูกอยากกินอะไร แม่จะสั่งของหวาน 2 อย่าง เ้าเลือกมาได้เลย”
“ข้าอยากกินวุ้นมะพร้าวอ่อนทั้งลูกขอรับ อีกอย่างข้าให้ท่านแม่เลือก”
“เอาตามที่ลูกข้าว่า อีกอย่างเต้าฮวยนมสดมะพร้าวอ่อน ทานร้อน ๆ คงจะอร่อย” นางหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อ
“ได้ขอรับ ข้าไปสั่งห้องครัวให้สักครู่”
“ขอบใจเ้า”
“มื้อนี้อร่อยไหมเฟยหลง”
“ข้าอิ่มมากขอรับ แม้ชอบอาหารที่ท่านแม่ทำมากกว่า แต่อาหารที่เหลาก็อร่อยมาก ชอบที่สุดคือเนื้อกุ้งเด้ง หวานมากข้าเพิ่งเคยกินเป็ครั้งแรก ขอบคุณท่านแม่ที่พาข้ามาด้วยนะขอรับ” เฟยหลงตอบมารดาด้วยรอยยิ้ม
“ตอบเอาใจแม่รึเปล่านั่น ไว้แม่จะพาเ้ามาอีกนะ ยังมีอีกหลายอย่างให้เ้าได้ลองกิน” ลูบหัวบุตรชาย รู้ว่าเขาไม่ได้โกหกหรอก นางก็รู้สึกว่าอาหารจากระบบอร่อยกว่าแต่มากินฝีมือคนอื่นบ้างก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ เ้าของร่างนี่ก็เหลือเกิน มาเหลาเป่าอี้จนกินครบทุกอย่างแล้วมั้ง ไม่เคยคิดจะพาบุตรชายมาเลย
“ข้าพูดจริงขอรับ! ชอบอาหารที่นี่แต่ชอบที่ท่านแม่ทำให้กินมากกว่า” เฟยหลงกล่างอย่างหนักแน่น เมื่อวานที่ท่านแม่ทำให้กินอร่อยกว่าจริง ๆ
“แม่เชื่อเ้า อยากได้กุ้งไปกินตอนเย็นไหมเล่า แม่จะสั่งกลับให้” เฟยฮวาหัวเราะเบา ๆ นึกขันกับท่าทีบุตรชาย
“ได้หรือขอรับ”
“ได้สิ ถ้าเ้าอยากกิน”
“งั้นเอาขอรับท่านแม่”
เฟยฮวายิ้มภูมิใจ เริ่มมีความกล้าในการใช้ตำลึงสักที
“ของหวานมาแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อวางขนมหวานที่โต๊ะ
“มะพร้าวลูกใหญ่นัก ขอบคุณขอรับ” เฟยหลงหันไปขอบคุณเสี่ยวเอ้อ
“ยินดีขอรับคุณชายน้อย ทานให้อร่อย”
เฟยฮวาป้อนของหวานให้บุตรชาย เฟยหลงอ้าปากรับด้วยความสุข
“เสี่ยวเอ้อ ข้า้าสั่งกุ้งทอดเกลือกลับบ้าน”
“ได้ขอรับ”
“เพิ่มไก่รวนเค็ม หมูกรอบ กุ้ยฮวามะพร้าวอ่อนด้วยแล้วกัน” นางจะได้ไม่ต้องทำอาหารเอง หุงแค่ข้าวสวยพอ
“ได้ขอรับ ข้าไปจัดการให้”
สองแม่ลูกทานของหวาน นั่งรออาหารย่อย จนเสี่ยวเอ้อนำถุงผ้าห่ออาหารมาส่ง
“ได้แล้วขอรับ”
“ขอบใจเ้า คิดราคาทั้งหมดมาได้เลย”
“ทั้งหมด 9 ตำลึงทองขอรับ”
“เอานี่ 10 ตำลึงทอง ที่เหลือข้าให้เ้า อาหารมื้อนี้เ้าบริการข้าและบุตรชายดี จึงอยากมอบให้”
“ให้ข้า 1 ตำลึงทองหรือขอรับ” เขาไม่เคยได้รับตำลึงพิเศษมากเท่านี้ ได้จากแขกผู้อื่นอย่างมากที่สุดก็ 5 ตำลึงเงิน เจอนางอ้วนมาหลายปี วันนี้สงบย่อมเป็บุญของเขาแล้ว ยังให้ตำลึงทองเขาอีก จำนวนนี้เกือบเท่าค่าแรงเขาทั้งวัน
“ใช่สิ เ้าสมควรได้รับ”
“ขอบคุณขอรับฮูหยินจ้าว” เสี่ยวเอ้อโค้งคำนับ รับตำลึงไป
“ไม่ต้องขอบคุณขนาดนั้น เ้าทำงานได้ดี ใช่ไหมเฟยหลง”
“ใช่ขอรับท่านแม่ เสี่ยวเอ้อใจดีกับข้าด้วย” เสี่ยวเอ้อท่านนี้คอยตักข้าวให้เขา น้ำในแก้วพร่องไปนิดนึงก็คอยเติมให้ เขาตักอาหารไม่ถึงก็เข้ามาช่วย
เฟยฮวาหัวเราะ เสี่ยวเอ้อแอบรู้สึกผิดไม่ได้ เพราะเคยเอาเื่นางในเหลาอาหารไปพูดให้คนอื่นฟัง แม้ตอนนั้นนางจะเกินเยียวยาก็เถอะ แต่วันนี้นางเปลี่ยนไปแล้ว เห็นทีก็ต้องไปแถลงให้ผู้อื่นฟังเช่นกัน
ก็ตรงกับสิ่งที่เฟยฮวาคิด แต่เสี่ยวเอ้อผู้นี้จะนินทาเ้าของร่างก็ไม่แปลก เพราะตอนนั้นนางทำตัวไม่ดีกับเขา ระบายให้เพื่อนฟังบ้างย่อมเป็เื่ธรรมดา เฟยฮวาจึงใช้โอกาสนี้แก้ตัวให้ตนเอง อีกอย่างถึงเขาจะไม่ชอบเ้าของร่าง แต่ทุกครั้งที่นางมากินอาหารก็ดูแลเป็อย่างดี เ้าของร่างที่แสนเื่มาก ทำดีด้วยอย่างไรก็ไม่เคยให้มอบตำลึงพิเศษให้เขาหรอก นางเลยถือว่าตอบแทนให้ย้อนหลัง
ออกจากเหลาเป่าอี้แล้วเฟยฮวาก็พาบุตรชายเดินทั่วตลาด นางลองไปร้านขายของสดที่มีทุกอย่าง ทั้งเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผัก ผลไม้ ลองสอบถามให้ร้านไปส่งวัตถุดิบให้ทุกเช้าที่เรือน เ้าของร้านชื่อว่านางถาง ยินดีมากที่จะได้ลูกค้าประจำเพิ่ม เคยเห็นหญิงอ้วนบ่อยครั้งที่ตลาด แต่ก็ไม่เคยซื้อของนางหรอก คนเขาเล่าว่ากินแต่อาหารเหลา พอนางมาพูดคุยด้วยเช่นนี้ก็ดูต่างจากที่คนเล่า ไม่เห็นขี้โวยวายเลย พูดจาดี คุยกันง่าย จนกระทั่งสอบถามว่าเรือนนางอยู่ไหน
“ข้าไปส่งให้ได้ เพียงแต่เรือนเ้าอยู่ไกลกว่าที่ข้าเคยไปส่ง เ้าสั่งให้มากหน่อยได้หรือไม่ ให้ข้าพอได้จ่ายค่าจ้างคนไปส่งของ”
“วันละ 5 ตำลึงทอง ได้ไหมเ้าคะ ส่วนวัตถุดิบท่านป้าถางจัดการให้ข้าตามงบได้เลยเ้าค่ะ ถ้าวันไหนข้า้าอะไรเป็พิเศษ จะบอกคนไปส่งของในตอนเช้า อีกวันก็รบกวนจัดการให้ข้าด้วย”
“ได้แน่นอน ข้าจะจัดวัตถุดิบให้เป็อย่างดี” นางยินดีมาก เพียง 3 ตำลึงทองนางก็ตกลงแล้ว นี่ให้มากกว่าที่คิด
“5 ตำลึงทองเ้าค่ะ พรุ่งนี้เริ่มส่งให้ข้าได้เลย ข้าจะจ่ายตำลึงให้คนส่งของทุกเช้านะเ้าคะ” เฟยฮวายื่นตำลึงทองให้
“ย่อมไม่มีปัญหา ข้าจะส่งของให้ทุกเช้าอย่างครบครัน ทั้งเนื้อสัตว์ ของทะเล ผัก ผลไม้ไม่ต้องห่วงเลย จะจัดของอย่างดีให้ ทุกวันแตกต่างกันไปไม่ให้เบื่อ ขอบใจเ้ามาก” รู้สึกดีกับหญิงอ้วนนัก จ่ายตำลึงให้ก่อนอีก คุยง่าย ไม่มากเื่เลยสักนิด เห็นทีนางต้องดูแลเป็พิเศษหน่อยจะได้ทำการค้าด้วยกันไปนานๆ ตั้ง 5 ตำลึงทอง ถือเป็ลูกค้ารายใหญ่
“ขอบคุณท่านป้าถางเ้าค่ะ”
“ขอบคุณท่านยายขอรับ!”
“ข้ายินดียิ่ง บุตรชายเ้านี่รูปงามนะ แต่ตัวเล็กไปนิด จากนี้กินให้มากหน่อยเล่า ข้าจะส่งของบำรุงให้ด้วยเลย!” นางถางกล่าวด้วยความยินดี
จบปัญหาเื่วัตถุดิบอาหารที่น่าสงสัย
สองแม่ลูกเดินเล่นจนทั่วตลาด ได้ของติดไม้ติดมือไปมากมาย ทั้งขนม ของเล่น ของใช้ นางล้วนซื้อให้บุตรชาย เห็นสายตาแวววับสนใจอะไร แวะเสียทุกร้านค้า ถือว่าชดเชยที่เ้าของร่างเคยละเลย ตามใจสักวันย่อมไม่เสียคนหรอก อีกอย่างเฟยหลงเป็เด็กดีมากไม่มีอะไรน่ากังวล
เข้ายามเซิน เฟยฮวาถือของเต็มสองมือ เฟยหลงช่วยมารดาถือของอย่างเต็มที่ หากเดินไปยังเรือนตระกูลหนานคงลำบาก นางย่อมเลือกวิธีสบายอยู่แล้ว อีกทั้งมีเื่ต้องชดใช้ให้ผู้นี้ด้วย มองไปข้างตลาด เห็นรถม้าจอดอยู่
“แม่จะพาเ้าขึ้นรถม้า”
“ข้าอยากขึ้นขอรับ” เฟยหลงไม่เคยขึ้นรถม้ามาก่อน
“ท่านลุงเ้าคะ ว่างไปส่งข้าหรือไม่”
เมื่อเห็นว่าผู้ใดมา เขาก็ทำหน้าปลง ๆ แต่มองไปที่เด็กชายแล้วก็ไปส่งก็ได้ สงสารเด็ก
“ว่างอยู่หรอก พาบุตรชายมาด้วยรึ กี่ปีแล้วนั่น”
“ใช่เ้าค่ะ 5 ปีแล้ว เพิ่งจะพาออกมาเปิดหูเปิดตา”
“เด็กตัวเล็กข้าไม่คิดตำลึงเพิ่ม เท่าเดิม 3 ตำลึงเงิน”
“ข้าจะไปเรือนตระกูลหนานเ้าค่ะ มีเื่ต้องพูดคุยกับท่านลุงเต๋อ และอยากให้ท่านลุงรอสักชั่วยาม จากนั้นไปส่งข้าที่เรือน คิดค่ารอมาได้เลย ท่านลุงสะดวกไหมเ้าคะ”
“ข้าคิด 2 ตำลึงทอง เพราะหากรอเ้า จนไปส่งที่เรือนคงไม่ได้รับลูกค้าคนอื่นแล้ว” เขาอธิบาย คิดว่านางก็คงต่อราคาอีก
“ข้าให้ 3 ตำลึงทองเลยเ้าค่ะ วันนี้ข้าซื้อของเยอะด้วย คงจะหนักหน่อย ให้พิเศษไปซื้อหญ้าบำรุงม้าเยอะ ๆ”
…
“ขึ้นเลย ข้าช่วยยกของ” ท่าทีนางแปลกไปจริง ๆ วันนี้พูดจากับเขาดี ปกติไม่เคยหรอก ถ้าบอก 2 ตำลึงทอง คงจะต่อราคา แล้วรีบขึ้นรถม้าทันที ทั้งที่ยังตกลงราคากันไม่เรียบร้อย มัดมือชกเขา
ไม่ถึงก้านธูป ก็ถึงเรือนตระกูลหนาน
“เดี๋ยวข้ารออยู่ที่ร่มไม้นั่น จะดูแลของให้เป็อย่างดี” ลุงรถม้ากล่าว
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
เฟยฮวา จูงบุตรชายลงรถม้า พร้อมถือห่อส้ม นางสั่นกระดิ่งหน้าบ้าน รอไม่นานก็มีผู้เปิดประตูออกมาต้อนรับ
“ข้ามาหาท่านลุงหนานเ้าค่ะ ไม่ได้นัดไว้ รบกวนแจ้งให้ทีว่าหลินเฟยฮวามาขอพบ”
“ข้ารีบไปแจ้งนายท่านให้เ้าค่ะ”
รอไม่ถึงหนึ่งจิบชา บ่าวในเรือนก็พาสองแม่ลูกไปที่เรือนรับรอง
ชายวัยกลางคน เข้ามาในห้อง ดูภูมิฐานและมีมาดบัณฑิต เฟยฮวาโค้งคำนับ เฟยหลงรีบทำตามมารดา
“พาบุตรชายมาด้วยหรือ มีธุระอันใดเล่า” หนานเต๋อกล่าวอย่างเป็มิตรเมื่อเห็นเด็กชาย เฟยหลงยิ้มดีใจเมื่อเห็นคนคุ้นเคย
“ข้าเอาส้มมาฝากเ้าค่ะ อยากมาคุยเื่ปรับปรุงเรือน ข้าอยากสร้างเรือนใหม่”
“ทำไมถึงคิดสร้างเล่า”
“เรือนที่อยู่ตอนนี้โทรมนักเ้าค่ะ อยากให้เฟยหลงอยู่สบาย สามีส่งตำลึงมาก็มาก เลยอยากใช้ให้เป็ประโยชน์กับบุตรชายให้ได้มากที่สุด”
“คิดได้เช่นนั้นย่อมดี เ้า้าแบบใด”
“เรือนสี่ประสานเ้าค่ะ ข้าคิดว่าหากสร้างเรือนเสร็จจะซื้อทาสด้วยเ้าค่ะ”
“ไม่ใหญ่โตไปหรอกหรือ ถ้าแบบนั้นคง 50,000 ตำลึง เพราะมีหลายเรือน ใหญ่โตกว่าเรือนข้าเสียอีก” เขาแปลกใจในหมู่บ้านนี้มีเรือนสี่ประสานแบบนั้นอยู่ไม่ถึงสิบ
“ข้าเขียนจดหมายบอกสามีแล้วเ้าค่ะ ลูกข้าได้อยู่สบาย สามีข้าหากกลับมาจากกองทัพก็สบายเช่นกัน เขาลำบากมามาก ไม่รู้ทำงานหนักขนาดไหนกว่าจะได้ตำลึงมา ตอนนี้พอมีตำลึงจึงอยากสร้างไว้ อีกอย่างคงอยู่เรือนนี้ไปทั้งชีวิต เก็บเป็สมบัติส่งต่อให้ลูกหลานได้”
เฟยฮวาฝากจดหมายในทหารเพียงแจ้งไปว่า ‘ขอบพระคุณสำหรับตำลึงทอง ข้าคิดจะปรับปรุงเรือนใหม่ ทำเรือนนอนใหม่ให้บุตรชาย จะดูแลเขาเป็อย่างดี ท่านไม่ต้องเป็ห่วง’
ลืมคิดไปว่าเ้าของร่างไม่รู้หนังสือ หากเขาถามค่อยคิดละกัน บอกว่าเรียนจากหนังสือบุตรชายก็ได้ ถือคติแถหน้าตายไว้ก่อน
“แบบนั้นก็ดี” หนานเต๋อพยักหน้ารับ เห็นด้วยไปกับนาง ก็ดีกว่านางเอาตำลึงไปใช้กับสิ่งที่ไม่ควร เขาเองก็เห็นชีวิตสามีนางลำบากมาแต่เด็ก แต่มีความสงสัย จ้าวซีฮันหาตำลึงได้มากเพียงนั้นเลยหรือ
“ตอนนี้ข้าติดงาน เริ่มงานได้อีก 20 วัน”
“รอได้เ้าค่ะ แล้วพอลงมือแล้วอีกนานไหมถึงสำเร็จ”
“3 เดือนได้ เรือนใหญ่แบบนั้นข้าคงหาคนมาช่วยมากหน่อย งานเดินไวอยู่”
“หาแม่ครัวมาทำอาหารด้วยเลยนะเ้าคะ ข้าจ่ายแยกให้ เลี้ยงอาหารทุกมื้อ” เฟยฮวากล่าวอย่างใจกว้าง
หนานเต๋อคิดอะไรเข้าสิงนางกัน
“เมื่อเริ่มงานข้าจะร่างสัญญาให้ แบ่งจ่ายสองครั้ง ก่อนเริ่มงานและตอนแล้วเสร็จ”
“ได้เ้าค่ะ อีกเื่คือข้าอยากซื้อที่ดินพื้นที่ใกล้เคียงเรือนข้าทั้งหมด อยากให้ท่านลุงช่วยดำเนินเื่ให้”
“จำนวนเยอะมากนะ ข้าคิดว่าหลายร้อยหมู่ แถวนั้นใกล้เขตูเาเลยไม่มีใครซื้อ คราวก่อนซีฮันซื้อรอบเรือน 100 หมู่ก็ 2,000 ตำลึงทอง ก็มากแล้ว ถ้าเ้าจะเอาทั้งหมดคงใช้ตำลึงมาก” หนานเต๋อกล่าวอย่างเป็ห่วง
“เป็ตำลึงที่สามีหามาได้อย่างลำบากั้แ่เข้ากองทัพเ้าค่ะ เขาส่งตำลึงมาให้ตลอด ข้าเลยอยากซื้อไว้ให้เป็สมบัติของตระกูล”
“ข้าไปคุยกับทางการให้ว่ามีกี่หมู่ และราคาเท่าไหร่” มันเป็หน้าที่เขาอยู่แล้ว เวลาใครอยากซื้อที่ดินต้องมาแจ้งหัวหน้าหมู่บ้าน และเขาจะนำไปคุยกับทางการ
“ขอบพระคุณท่านลุงมากเ้าค่ะ”
“เป็หน้าที่ข้าอยู่แล้ว”
“เื่เรียนเฟยหลง ข้าอยากให้เขาเข้าเรียนในสถานศึกษาเ้าค่ะ”
…
“ครั้งก่อนที่ข้าปฏิเสธไปต้องขออภัยท่านลุงด้วยนะเ้าคะ ความคิดข้าเคยแคบมาก ตอนนี้ข้ารู้แล้วเ้าค่ะว่าการศึกษาสำคัญ”
หนานเต๋อฟังแล้วก็ยินดี เฟยหลงก็ไม่ต่างอะไรกับหลานเขา
“แต่ข้าอยากอยู่กับท่านแม่นะขอรับ” เฟยหลงขัดขึ้น ปีก่อนตอนโดนตามให้ไปเรียนเ้าของร่างขู่ลูกชายสารพัดว่าถ้าไปเรียนก็ไม่ได้อยู่กับนาง เพราะเหตุนี้เฟยหลงจึงสับสน
“เฟยหลงฟังแม่นะ การศึกษานั้นสำคัญมาก จะช่วยทำให้เ้าจากที่เก่งอยู่แล้ว เก่งขึ้นไปอีก ได้เรียนรู้สิ่งที่เราไม่รู้ ลูกจะได้เรียนรู้จากผู้ที่เก่งกาจเป็ปราชญ์ในเื่นั้น หากเ้าไม่เรียน เมื่อเติบใหญ่ขึ้นเ้าอาจหาตำลึงได้เดือนละ 50 ตำลึงทอง แต่หากเ้าเรียนจาก 50 ตำลึงทอง มันอาจกลายเป็ 5,000 ตำลึงทองได้ เพราะการศึกษาทำให้เ้ามีสายตาที่กว้างไกล”
…
“ไปเรียนเพียงตอนเช้า ตอนเย็นก็กลับเรือน เรายังพบหน้ากันทุกวัน กินอาหารเช้าที่แม่ทำ ไปเรียน กลับมาแม่ก็ทำอาหารเย็นรอเ้าทุกวัน อีกอย่างเ้าไม่อยากเขียนจดหมายถึงท่านพ่อรึ เมื่อคิดถึงก็บอกให้ท่านพ่อรับรู้ได้ เพราะลูกรู้ตัวอักษร จะรู้ตัวอักษรได้ก็ต้องไปเรียน”
“เ้ากล่าวได้ถูกต้อง” หนานเต๋อชื่นชมนางอย่างเปิดเผย ไม่คิดว่านางจะมีความคิดกว้างไกล เหมือนคนรู้หนังสือ อธิบายอย่างใจเย็นกับบุตรชาย ไม่ได้บังคับ
“ข้าอยากไปเรียนแล้วขอรับ ได้อยู่กับท่านแม่เหมือนเดิม ข้าอยากหาตำลึงให้ได้เยอะ ๆ และเขียนจดหมายให้ท่านพ่อ” เฟยหลงกลับมาสดใสอีกครั้ง
“เฟยหลงเข้าใจอะไรง่ายจริง เ้าเก่งมาก” เฟยฮวากล่าวชมบุตรชาย
“หากไปเรียนเลยได้ไหมเ้าคะ” นางหันไปถามหนานเต๋อ
“อีกสองเดือนจะรับเด็กชุดใหม่เข้าไปเรียน ข้าจะไปคุยให้ก่อน ได้ความยังไงจะไปแจ้งที่เรือน พร้อมทั้งเื่ที่ดิน”
“รบกวนท่านลุงด้วยเ้าค่ะ”
“ข้ายินดี กล่าวตามตรงข้ารู้สึกโล่งใจที่เ้าเปลี่ยนความคิดได้ หากเป็เช่นนี้ต่อไปตระกูลจ้าวคงเจริญรุ่งเรือง”
“เ้าค่ะท่านลุง” เฟยฮวายิ้ม
คุยเสร็จสองแม่ลูกเดือนทางกลับเรือน ลุงรถม้าก็เปิดใจให้นางมากขึ้น มีมารยาททั้งคนแม่และบุตรชาย พอส่งถึงเรือนแล้ว ยังชวนเขาเข้าไปกินน้ำอีก ให้ส้มมาด้วยหลายผล หากนางเป็แบบนี้ให้รับส่งเช้าเย็นเขาล้วนไม่ขัด
หัวข้อเื่พูดคุยที่ตลาดไม่พ้นเื่หญิงอ้วนกับบุตรชาย หญิงอ้วนเปลี่ยนไป จิตใจดี ไม่ขี้โวยวาย บุตรชายแม้ผอมไปนิดแต่ก็รูปงาม มีมารยาทเหมือนคุณชายน้อย กว่าเื่นี้จะซาใช้เวลาหลายวัน หากสองแม่ลูกไปตลาดอีกครั้ง คงพบว่าสายตาที่มองตนล้วนเปลี่ยนไป
#มารดาอ้วนตัวร้าย
〰️ 〰️ 〰️ ·̩͙ ₊ ᨦ ♡ ᨩ ₊ ·̩͙ 〰️ 〰️ 〰️
เป่าอี้ = ฝีมือที่ล้ำค่า
ยามเซิน = 15.00-17.00
1 ก้านธูป = 30 นาที
1 จิบชา = 5 นาที
ค่าเงิน
100 เหรียญทองแดง = 1 ตำลึงเงิน
10 ตำลึงเงิน = 1 ตำลึงทอง