ตู้ม!! ตู้ม!!
เสียงพลุดังสนั่นเป็สัญญาณของการเริ่มต้นการคัดเลือกเหล่าขุนนางวัยเยาว์ ซึ่งปีนี้เป็ปีแรกที่มีตำแหน่งขุนนางว่างมากเป็พิเศษทำให้หลายคนมีความหวังมากขึ้น
“ มาสมัครทันเวลาพอดี ”
เหวินอวี้กล่าวขึ้นพลางก้มอ่านตำราฝึกยุทธที่เฟยหงได้มอบเอาไว้ให้เมื่อคืน
“ เ้าสังเกตไหมว่ามีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเราเยอะมาก ดูจากการแต่งกายแล้วคงมาจากทั่วทุกสารทิศเลยทีเดียว เหวินอวี้เ้าคิดว่าไง ”
“ เท่าที่ข้าสังเกตเห็น ดูท่าทางแล้วก็มีคนที่มีฝีมือโดดเด่นอยู่ประมาณ4-5คน แล้วเ้ามีความคิดเห็นว่ายังไงบ้างฮุ่ยหราน ”
“ ข้าว่า— ไม่สิข้างอนพวกเ้าอยู่นะ เชอะ!! ไม่รู้ไม่ชี้ ”
เด็กหนุ่มทั้งสองคนต่างสบตากันก่อนจะเริ่มปฏิบัติการง้อฮุ่ยหราน
“ ฮุ่ยหรานงั้นเ้ารออยู่ตรงนี้อย่าไปไหน ข้ากับเหวินอวี้จะไปยิงกระต่ายสักหน่อย ”
“ เชิญ!! ”
ฮุ่ยหรานกล่าวจบก็ยืนกอดอกปั้นหน้าบูดบึ้ง แม้ที่ผ่านมาเฟยหงจะกล่าวว่าทั้งสามคนนั้นเป็เด็กน้อย แต่นั่นก็คือความคิดของคนที่มาจากโลกสมัยใหม่ กลับกันที่โลกแห่งนี้ บุรุษและสตรีที่มีอายุครบสิบห้าปีนั้นถือว่าอยู่ในวัยที่สามารถแต่งงานออกเรือนได้แล้ว ฮุ่ยหรานก็เป็หนึ่งในสตรีที่ในอีกไม่กี่ปีจะถึงวัยปักปิ่นแล้ว แน่นอนว่าความงามของนางนั้นย่อมทำให้ผู้คนสะดุดตาไม่ใช่น้อย
ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก ปรากฎหญิงสาววัยแรกแย้มนางหนึ่งสวมชุดกระโปรงเสื้อตัวในสีเหลืองเปลือกไข่ สวมทับด้วยชุดตัวนอกสีเขียวใบไม้อ่อน ปักลวดลายดอกไม้และเถาวัลย์ ให้ความรู้สึกสดชื่นราวกลับฤดูใบไม้ผลิ ใบหน้ารูปไข่แสดงสีหน้าบูดบึ้ง แก้มทั้งสองป่องออกมาเล็กน้อย ริมฝีปากกระจับสีแดงสดดั่งผลอิงเถาเม้มแน่น เรียวแขนทั้งสองข้างผสานกันที่หน้าอก ท่าทางทั้งหมดนี้ทำให้ผู้พบเห็นแทบจะละสายตาไปไม่ได้
ขณะที่ฮุ่ยหรานกำลังมองดูสิ่งของรอบกาย เพื่อรอเหวินอวี้และเหวินหลงอยู่นั้น ก็มีกลุ่มจำนวนหนึ่งเดินตรงมายังฮุ่ยหราน
“ คาราวะแม่นาง ได้โปรดบอกนามของเ้ากับข้าได้หรือไม่ ข้าคุณชายสี่ผู้นี้อยากจะทำความรู้จักกับเ้าเอาไว้ ”
ชายหนุ่มหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้น แม้เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาในระดับหนึ่ง แต่จากกริยาท่าทางที่แสดงออกมานั้น ฮุ่ยหรานย่อมมองออกว่าคนผู้นี้ออกจะหลงตัวเองไปสักหน่อย!!!!
“ ขออภัย ข้าไม่เคยรู้จักเ้าและก็ไม่อยากรู้จักด้วย ข้าแค่รอสหายของข้าเท่านั้น เชิญเ้าไปทำความรู้จักกับสตรีนางอื่นเสียเถิด ”
“ นี่เ้า!! คุณชายสี่ของพวกเราลดตัวลงมาพูดด้วยก็นับว่าเป็บุญวาสนาของเ้าแล้ว เ้ายังกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้อีก ”
“ แล้วยังไง ข้าจำเป็ต้องใส่ใจกับคำพูดของคนที่ข้าไม่รู้จักด้วยหรือ? ”
ชายหนุ่มร่างใหญ่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เืขึ้นหน้าในทันที
“ อย่าเสียมารยาทกับแม่นางผู้นี้ ”
คุณชายสี่เอ่ยปากกับชายหนุ่มร่างใหญ่ที่อายุราวๆ15-16ปี แต่มีรูปร่างที่ใหญ่โตกว่าบุรุษธรรมดาในวัยเดียวกัน
“ เอาเป็ว่าข้าขอเลี้ยงอาหารแม่นางน้อยสักมื้อจะได้หรือไม่? ”
“ ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่้าทำความรู้จักกับพวกเ้า คนอะไรตามตื้ออยู่ได้ ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น!!! ”
ฮุ่ยหรายพลางพร้อมกับกำหมัดแน่น
“ ไม่ได้นะฮุ่ยหราน เ้าต้องใจเย็น อาจารย์สั่งห้ามิให้เ้าก่อเื่ ใจร่มๆเข้าไว้นะฮุ่ยหราน เ้าทำได้ ”
เด็กสาวพยายามกล่าวกับตนเอง แต่ดูเหมือนว่าเหล่าบุรุษที่มากับคุณชายสี่จะไม่ค่อยพอใจกับการแสดงออกของฮุ่ยหรานเท่าใดนัก
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างทำได้เพียงแค่มอง มิกล้าสอดมือเข้าไปยุ่ง ด้วยเพราะคุณชายสี่ผู้นี้เป็ถึงคุณชายตระกูลใหญ่ที่ทรงอิทธิพล ประกอบกับมีระดับลมปราณที่เหนือกว่าคนรุ่นเดียวด้วยอายุเพียงสิบเจ็ดปี เสียแต่ขึ้นชื่อเื่ความบ้ากาม
“ มันจะมากเกินไปแล้วนะ เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน!! บังอาจกล่าววาจาเช่นนี้กับคุณชายของพวกเรา ”
ชายหนุ่มที่มีท่าทางไม่พอใจฮุ่ยหรานั้แ่แรกง้างหมัดที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณ โดยตั้งใจที่จะสั่งสอนฮุ่ยหราน แต่ทว่าทันใดนั้นเองก็ปรากฎเงาสองสายพุ่งตรงมาที่ฮุ่ยหรานด้วยความเร็วก่อนที่ทั้งสองจะะโเตะ ชายคนนั้นจนกระเด็นอัดเข้ากับกำแพง
ตู้มมม!!!
เงาสองสายนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็เหวินอวี้และเหวินหลงที่กลับจากการทำภารกิจส่วนตัว ทั้งสองเมื่อจัดการส่งคนไร้มารยาทไปนอนพักในกำแพงเรียบร้อยก็ะโลงมายืนขนาบข้างฮุ่ยหราน พร้อมกับที่แสดงสีหน้าเ็าออกมา
นี่เป็ครั้งแรกที่ทั้งสองคนแสดงด้านนี้ออกมา เหวินหลงแม้จะเป็คนพูดมากและดูไม่มีจริงจังเท่าไหร่ แต่บัดนี้ราวกับว่าเหวินหลงกลายเป็คนละคนกับที่ฮุ่ยหรานเคยรู้จัก
แม้แต่เหวินอวี้เองที่ปกติมีนิสัยสุขุมเยือกเย็นอยู่แล้ว ครั้งนี้ยิ่งนับว่าแทบจะปล่อยรังสีอำมหิตออกมาจากตัวเลยทีเดียว
“ ใครบังอาจแตะต้องน้องเล็กของพวกข้า!! ”
ฮุ่ยหรานเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจกับการกระทำของทั้งสองคน การโจมตีเมื่อครู่ของชายหนุ่มที่ตอนนี้ร่างทั้งร่างเข้าไปนอนเล่นในกำแพง สำหรับฮุ่ยหรานย่อมป้องกันการโจมตีนั้นได้อย่างง่ายดาย แต่ไม่ทันที่นางจะลงมือ ทั้งสองคนก็โผล่มาเสียก่อน
ผู้คนที่กำลังเดินจับจ่ายสิ่งของภายในตลาดต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนที่ตัวโตถึงเพียงนั้น ร่างทั้งร่างกลับจมหายเข้าไปในกำแพงแสดงให้เห็นถึงพลังทำลายที่น่าสะพรึง
“ เ้าลงมือกับคนของตระกูลข้าคิดดีแล้วอย่างงั้นหรือ ”
คุณชายสี่ยังคงแสดงสีหน้าเรียบนิ่งด้วยคิดว่าตนนั้นถือไพ่ที่เหนือกว่า สถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้ยากเกินการควบคุม
“ เกิดอะไรขึ้นที่นี่!! กฎของการเข้าสอบครั้งนี้ ห้ามมีการต่อสู้กันเองโดยไม่ได้รับอนุญาติใครทำผิดกฎจะถูกตัดสิทธิในทันที!! ”
ทหารรักษาความปลอดภัยเดินผ่านมาพอดีจึงเข้ามาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิด
“ เื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเช่นนั้นหรือ หากมีข้อสงสัยประการใดก็ถามเอากับหยกนี่ก็แล้วกัน ”
เหวินหลงกล่าวพลางหยิบพู่หยกออกมาแสดงแก่ทหารรักษาความปลอดภัย รวมทั้งคุณชายสี่ที่กำลังคิดว่าทุกอย่างนั้นอยู่ในการควบคุมของตน ใบหน้าพลันขาวซีดในทันที
“ ตราจักรพรรดิ์!! ”
จบ..