สำนักพิทักษ์ธรรม
เซียวเย่เดินทางมาถึงหน้าทางเข้าสำนักพิทักษ์ธรรม เป็ลานกว้างขนาดกว้าง ที่นี่ถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้จากทั้งสองฝั่ง ทางข้างหน้ามองไปจะเห็นสะพานพาดยาว มองไปจะเห็นปลายทางเป็เพียงหมอกสีขาว ไม่เห็นปลายทางของสะพานแม้แต่น้อย
ที่ลานกว้างมีผู้เยาว์อยู่มากมาย ซึ่งมั่นใจได้เลยว่าผู้เยาว์ทั้งหมดล้วนต้องเป็ผู้ฝึกยุทธ์ ผู้เยาว์เหล่านี้ต่างจับกลุ่มคุยกัน แต่เมื่อเห็นเซียวเย่เดินมาถึงลานกว้าง ต่างก็หันไปมองแล้วก็ซุบซิบกันเงียบๆ
แม้แต่คนที่เดินตามเซียวเย่มาพร้อมกัน ยังเดินตามห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ แตกต่างจากเหล่าหญิงสาวผู้เยาว์ที่ต่างมองโดยมุมมองชื่นชม
“หนูน้อยคนนั้นน่ารักจัง แถมยังเก่งกาจอีกด้วย ไม่รู้ว่าเป็ลูกเต้าเหล่าใคร?”
( ❛ ᴗ ❛ )
“น่าเอ็นดูยิ่งนัก ถ้าโตขึ้นอีกหน่อย จะต้องหล่อเหลารูปงามแน่ๆ เมื่อถึงเวลานั้นเด็กน้อยนั่นก็คู่ควรกับข้าแล้ว”
(。>‿‿<。 )
"พวกเราเข้าไปคุยกับหนูน้อยเซียวเย่นั้นดีมั้ย"
(˶′◡‵˶)
“ไม่เอาหรอก ข้าไม่กล้าเข้าไป…”
(^///^)
เมื่อพวกผู้ชายได้ยินก็ยิ่งโมโห พากล่าวกันออกมา
“ เห๊อะ! เ้าหนูนั้นหน่ะหรอ ที่จัดการกับหัวเฉินกับเสวี่ยเจี้ยน ดูๆแล้วก็ไม่เห็นจะเก่งสักเท่าไหร่”
“ใช่…มันนั่นแหละ ถ้าตอนนั้นข้าอยู่ด้วย ไอ่หนูนั่นกลับบ้านไปฟ้องแม่นานแล้ว”
“ยังเด็กน้อยนัก คงต้องมีอะไรผิดพลาด คุณชายหัวเฉินกับคุณชายเสวี่ยเจี้ยนจะพ่ายแพ้ให้แก่เด็กน้อยได้อย่างไร”
“ถ้าเราจัดการกับเ้าเด็กนี่ได้ เราอาจถือโอกาสนี้ ในการได้เข้าหาคุณชายหัวเฉินกัยคุณชายเสวี่ยเจี้ยนก็ได้”
“เราจะทำได้รึ? ขนาดคุณชายทั้งสอง….”
"เห๊อะ! เก่งกาจแล้วอย่างไร ถ้าพวกเราร่วมมือกัน ต่อให้มันมีเก้าชีวิตก็ไม่รอด"
เซียวเย่เดินผ่านพวกกลุ่มคนที่ซุบซิบนินทา ไปโดยไม่สนใจอะไร กล่าวคิดในใจ
‘ก็เข้ามาสิ เข้ามาเท่าไรข้าก็จะสังหารเท่านั้น!!'
เซียวเย่เดินไปยังมุมๆหนึ่งของขอบลานกว้างยืนพิงต้นไม้เงียบๆคนเดียว
“เ้าคือน้องเซียวเย่ ใช่หรือไม่?”
^-^
เซียวเย่ที่หลับตาอยู่เงยหน้าขึ้นมามอง เห็นเป็หญิงสาวร่างเล็ก หน้าตาดูน่ารักน่าชัง ดวงตาเหมือนไข่มุก เข้ารูปกลับโครงหน้าอย่างลงตัว สีผมสีแดงที่ถูกมัดเป็จุกทั้งสองข้าง สีผิวขาวผิวเนียนสวย โดยรวมจัดว่างดงามอย่างยิ่ง
“มีอะไรรึ แม่หนูน้อย?”
เมื่อได้ยินเซียวเย่พูด สาวน้อยผู้นั้นถึงกับคิ้วกระตุก
“แม่หนูน้อย?…เรียกแบบนี้กับคนที่อายุมากกว่า พี่สาวว่าคงดูไม่ดีเท่าไรนักกระมัง"
(*^^)
"งั้นหรือ…ก็เ้าตัวเล็กน่ารักเสียขนาดนี้ ข้าก็นึกว่าอายุน้อยกว่าข้าหน่ะสิ"
“น-นี่เ้า!! ย-ย-อย่าคิดว่าพูดแบบนี้แล้วข้าจะปล่อยผ่าน ถึงข้าจะโตช้าไปหน่อยแต่ข้าก็อายุ18ปีแล้ว อีกไม่กี่ปีข้างหน้าข้าก็จะสูงกว่าเ้าแล้ว” สาวน้อยหน้าแดงกล่าวตะกุกตะกัก
ლ(ಠ_ಠ ლ
“นี่เ้าอายุเท่าไรกันเชียว ทำไมคำพูดคำจาถึง…ไม่ดูสมวัยถึงเพียงนี้”
สาวน้อยกล่าวด้วยใบหน้าที่แดงเล็กน้อย
"ข้าพึ่งอายุ12ปีเมื่อไม่กี่เดือนก่อน แล้วเ้าชื่ออะไรงั้นหรือ?"
"12ปี!! นี่เ้าฝึกยุทธ์ั้แ่อยู่ในท้องแม่รึไงกัน..?
(O_O;)
“ช่างเื่อายุก่อนดีมั้ย เ้ามาหาข้ามีธุระอะไร คงไม่ใช่เพราะเห็นข้าน่ารักน่าเอ็นดูเลยจะแอบเลี้ยงดูไว้เพื่อใช้ให้ข้าไปอุ่นเตียงให้เ้าหรอกนะ”
( ̄ヘ ̄ )
“จ-จ-เ้า!!”
Q(`⌒´Q)
สาวน้อยหน้าแดงทั่วใบหน้า ทำให้ดูงดงามขึ้นหลายส่วน พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเอง
สูดหายใจเข้าออกอยู่หลายรอบ ก่อนจะกล่าวออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อ-แฮ่ม! ข้าชื่อ ฉินฟางเซียน ข้ามีข้อเสนอ เ้ากับข้า เราร่วมมือกันผ่านการทดสอบครั้งนี้ ดูเหมือนเ้าจะมีคนคอยต้อนรับเ้าอยู่ค่อนข้างเยอะ ข้าสามารถช่วยเ้าได้ เราจะผ่านการทดสอบนี้ไปด้วยกัน "
“เ้าก็รู้ว่าข้ามีศัตรูอยู่มากมาย ทำไมถึงยังอยากร่วมมือกับข้าหล่ะ”เซียวเย่ถามคล้ายสงสัย
“เพราะข้ารู้สึกว่าเ้าน่าสนใจ”
"น่าสนใจแบบไหน?"
(-_-)
“เอ่อ…หน้าสนใจบ-บ-แบบอยากเป็สหายด้วย เ้าเข้าใจหรือไม่!”
ฉินฟางเซียนหน้าแดงพูดแบบตะกุกตะกัก
"งั้นรึ…ข้าขอปฏิเสธ"
เซียวเย่กล่าวตอบ
“ห๊ะ! ทำไมเ้าต้องปฎิเสธด้วย”
ฉินฟางเซียนกล่าวด้วยใบหน้าไม่พอใจ
“อย่าเข้าใจผิด ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากคบเ้าเป็สหาย แต่ข้าไม่อยากให้เ้าต้องมาเสี่ยงอันตรายกับข้าด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเ้าแม้แต่เพียงเส้นผม ข้าคงรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิต”
“จ-จ-เ้ารังแกข้า” ฉินฟางเซียนหน้าแดงกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจ
(>_<~)
กลุ่มคนที่เห็นเซียวเย่คุยกับฉินฟางเซียน ต่างก็พูดคุยกันยกใหญ่
"นั่นมัน! คุณหนูตระกูลฉิน ฉินฟางเซียนนี่นา ข้าจำไม่ผิดแน่ ผู้คนต่างขนานนามนางว่า ดรุณีอัคคี!"
“ดรุณีอัคคี เป็ใครงั้นหรือ ข้าไม่เคยได้ยิน?”
“เ้าไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลก แต่ถ้าใครเกิดแคว้นทางตะวันออกไม่มีใครไม่รู้จักนาง นางเป็ลูกสาวคนเล็กของผู้นำตระกูลฉิน ฉินโก่ว เป็รองเพียงตระกูลหัวเท่านั้น ด้วยรูปลักษณ์ที่เหมือนเด็กตัวน้อยน่ารัก บวกกับนางใช้เคล็ดวิชาอัคคี ใครๆก็เลยขนานนามกันแบบนั้น หนุ่มๆในแคว้นทางตะวันออก ตามจีบนางกันเป็แถว ไม่เว้นแม้แต่ คุณชายหัวเฉินก็ด้วย”
“อย่างงั้นหรือ แล้วนางรู้จักกับเ้าหนูเซียวเย่ได้อย่างไรกัน?”
"แล้วข้าจะรู้มั้ย ข้อก็ยืนอยู่กับเ้าเนี่ย…"
“……”
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
ก็มีคนกลุ่มปรากฎขึ้นที่อีกฝั่งของปลายสะพาน เดินผ่านหมอกขาวเข้ามา เดินจนมาถึงลานกว้าง
กลุ่มคนที่มาถึงเป็ผู้ชายด้วยกันสามคน ทุกคนล้วนสวมเสื้อผ้าสีฟ้า หน้าตาธรรมดา มัดผมเรียบร้อย ทุกคนล้วนมีอาวุธเสียบอยู่ที่เอว ซึ่งบ่งบอกได้ทันทีว่าเป็คนของสำนักพิทักษ์ธรรม ออร่ารอบตัวพวกเขาจัดได้ว่าแข็งแกร่ง ผู้คนที่พบเห็นต่างรู้สึกได้ถึงความกดดัน
ทั้งสามคนมองไปยังกลุ่มคนหลายหมื่นคนที่อยู่ข้างหน้าสายตาตนเอง ชายคนตรงกลาง รวบรวมลมปราณไว้ที่หลอดลม เปร่งเสียงะโออกมาเสียงดัง
“ทุกคนจงฟัง ใครที่มาเข้ารับการทดสอบก้าวออกมาข้างหน้า ใครที่ไม่ใช่ให้ถอยออกไปข้างหลัง!!"
กลุ่มคนเริ่มแยกย้ายกันอย่างรวดเร็ว จนเหลือแต่กลุ่มคนที่้าเข้ารับการทดสอบ ซึ่งดูแล้วมากถึง4หมื่นคนเลยทีเดียว
“พวกข้าคือศิษย์ของสำนักสายนอก ถ้าพวกเ้าผ่านการทดสอบได้พวกเราคงได้เป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน…”
ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังพูดถึงรายละเอียดต่างๆ เหล่าผู้เยาว์ก็แอบซุบซิบนินทากัน
“ห๊ะ! ศิษย์สายนอกงั้นรึ พวกนั้นดูแข็งแกร่งกว่าพ่อของข้าซะอีก"
“ไม่แปลกหรอก ดูจากหน้าตาก็คง30ถึง40ปีไปแล้วจะแข็งแกร่งก็ไม่เห็นแปลก”
“นั่นหน่ะสิ สำนักไม่ได้รับศิษย์มา20ปีแล้ว พวกศิษย์รุ่นก่อนก็คงไม่มีใครอายุเท่าพวกเราแน่นอน”
"ถ้าเป็ข้าไม่ต้องถึงอายุเท่านั้นหรอก ให้เวลาข้า10ปี ข้าก็ตบพวกเค้าเป็โจ๊กไปแล้ว"
กลุ่มศิษย์ของสำนักที่ได้ยินก็มีเส้นเืปูดขึ้นบนใบหน้า แต่ยังคงปั้นหน้ายิ้มแย้ม
‘รอให้พวกเ้าผ่านเข้าเป็ศิษย์ก่อนเถอะ พวกข้าจะต้อนรับศิษย์ใหม่อย่างพวกเ้าอย่างดีเลย’
“ฟังให้ดี การทดสอบของสำนักจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด4การทดสอบ ถ้าพวกเ้าผ่านด่านทดสอบแรกจะได้เป็ศิษย์สายนอก ถ้าผ่านการทดสอบที่สองจะได้เป็ศิษย์สายใน ถ้าผ่านการทดสอบที่สามพวกเ้าก็จะได้เป็ศิษย์หลัก ถ้าพวกเ้าผ่านการทดสอบที่สี่…พวกเ้าจะได้เป็ศิษย์สายตรง ”
เหล่าผู้เยาว์พอได้ฟังก็คิ้วกระตุก
“ถ้าข้าบังเอิญผ่านการทดสอบที่สองขึ้นไปได้ ข้าก็ต้องโดนรังแกอยู่ดีไม่ใช่หรือไงกัน”
“ขนาดศิษย์สายนอกยังเก่งขนาดนี้ พวกศิษย์สายในก็คงต้องแข็งแกร่งกว่ามาก ถ้าได้เป็ศิษย์สายในก็คงไม่พ้นโดนดูถูก”
“รึว่าเราควรเริ่มต้นแค่ศิษย์สายนอกก่อนดี”
“เอาหล่ะ ข้าจะประกาศการทดสอบแรก!… การทดสอบรอบแรกนั้นง่ายมาก เพียงแค่พวกเ้าเดินผ่านไปยังอีกฟากของสะพานก็ถือได้ว่าผ่านการทดสอบ นั้นคือการทดสอบรอบแรกของพวกเ้า พวกข้าจะให้เวลาการทดสอบยาวนานถึงพลบค่ำ”
เหล่าผู้เยาว์คนหนึ่ง ยกมือขึ้นเหมือนมีคำถาม
“แล้วการทดสอบที่เหลือหล่ะ คือการทดสอบอะไร?"
“การทดสอบที่เหลือ พวกเ้าจะรู้เมื่อถึงเวลาเองนั่นแหละ”
ศิษย์สายนอกมองไปทางคนที่ยกมือก่อนตอบคำถาม
"มีใครมีคำถามอีกหรือไม่?"
ทันใดนั้นเซียวเย่ก็ยกมือขึ้น กล่าวถาม
"ข้าสามารถสังหารคนได้หรือไม่"
ทันทีที่ทุกคนได้ยินเซียวเย่กล่าว ต่างก็คิ้วกระตุก เส้นเืปูดขึ้นหน้าในเวลาเดียวกัน
ศิษย์สายนอกต่างมองหน้ากันและกัน ก่อนกล่าว
"โดยทั่วไปนั้นไม่ได้ แต่ถ้ามีคนพยายามจะฆ่าเ้า เ้าก็สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ แต่ถ้าฆ่าแล้วก็ต้องรับผลที่ตามมาด้วยตนเอง นอกเสียจากว่า…เ้าจะมีค่ามากพอให้สำนักปกป้องเ้า"
“เจอกันอีกครั้งที่อีกฟากของสะพาน…”
พวกศิษย์สายนอกกล่าวเสร็จ ก็เดินกลับไปที่สะพานเพื่อกลับไปอีกฟาก
พอเห็นพวกศิษย์สายนอกเดินหายลับไป เหล่าผู้เยาว์ก็เริ่มพูดคุยกันอีกครั้ง
“แค่เดินไปถึงอีกฟากของสะพานก็ได้เป็ศิษ์สายนอกแล้วงั้นรึ”
“ถ้าอย่างงั้นพวกเราก็รีบไปกันเถอะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ศิษย์สายตรงข้ามาแล้ว!”
“เดี๋ยวก่อน! มันอาจเป็กับดักก็ได้นะ”
“กับดักแล้วอย่างไร เ้ามีความคิดที่ดีกว่านี่หรือ เ้าไม่ได้ยินหรือ? ว่าเค้าให้เราเดินข้ามสะพานไป ”
เหล่าผู้เยาว์เริ่มทยอยกันเดินทางข้ามสะพานกันเรื่อยๆแล้ว
ฉินฟางเซียนเห็นว่าการทดสอบเริ่มต้นขึ้นแล้ว จึงหันหน้ามากล่าวกับเซียวเย่
“เ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ร่วมมือกับข้าหน่ะ?”
"ข้าเซียวเย่ พูดแล้วไม่คืนคำ เ้าเดินทางข้ามสะพานไปก่อนได้เลย" เซียวเย่กล่าว ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ฉินฟางเซียน ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปยังสะพาน
ระหว่างรอให้คนทยอยเข้าไปจนหมด เซียวเย่ก็หันไปเห็นหัวเฉิน
ที่หน้าเหมือนคนโมโหตลอดเวลาเดินเข้ามาหา กล่าว
"เ้าหนู เ้าชื่อเซียวเย่สินะ อย่าคิดว่าตอนนั้นเ้าชนะข้าได้ ข้าแค่เผลอดูถูกเ้าเกินไปหน่อยเท่านั้น เจอกันครั้งหน้าเราจะได้ตัดสินกัน "
เซียวเย่เงยหน้าขึ้นไปมอง หน้านิ่งเฉย
“ตอนนั้น…เ้าควรขอบคุณคนที่เข้ามาช่วยชีวิตเ้านะ ไม่งั้นหัวเ้าคงล่วงหล่นลงพื้น”
“จ-เ้า! ดี ดีมาก ข้าจะไปรอเ้าอีกฟากของสะพาน แล้วก็อย่าเข้าไปคุยกันฉินฟางเซียนให้มันเกินไปนัก”
“เ้าหึง?”
“เออสิ!!!”
หัวเฉินกล่าวเสร็จก็เดินทางไปสะพาน ตามไปด้วยเสวี่ยเจี้ยนที่เดินตามไปห่างๆ