หยาดน้ำตาแห่งฤดูใบไม้ร่วง (จบ)

    บทที่ 60

            นานเท่านานที่ทั้งเขาและเธอจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความพิศวาสร่วมกัน

            “นี่คุณเป็นอะไรคะ ตามเนื้อตัวเป็นจุดแดงๆ เต็มไปหมด” ใบหน้าของเธอคลอเคลียอยู่กับแผ่นอกที่เปลือยเปล่าของเขา

            “ยุงกัด...ผมเข้าไปในป่าแอฟริกา”

            “แน่ใจนะคะ ว่าไม่ได้เป็นไข้ป่า”

            “เห็นจะไม่ใช่...ผมแข็งแรงออกคุณก็รู้”เขาพูดหัวเราะเบา ๆ “ซิบิลเป็นยังไงคุณชอบเขาบ้างหรือยัง?”

            “ค่ะ รู้สึกจะชอบมากด้วยเธอเป็นคนดีมากนะคะปอล ไม่ว่าจะทําอะไร ดูน่ารักมีชีวิตชีวาไปหมด...เหมือนใครนะคะ...เหมือน วิเวียน ลีย์ ในเรื่อง กอนด์ วิธ เธอะวินด์ น่ะค่ะ”

            “คู่นี้เขาน่ารัก มีอารมณ์ขันเยอะ”

            “ทอมก็เป็นคนวิเศษมากค่ะเขาปลอบฉันเรื่อยว่า เราจะปลอดภัยเมื่อขึ้นมาอยู่บนนี้ เพราะไม่มีทางรถยนต์ขึ้นมาถึงเซอเมทนี่ได้นอกจากรถไฟ...เขามักจะลงไปดูรถแทบทุกเที่ยว เกรงว่าเขาจะห่วงฉันมากไปเสียด้วยซ้ำ”

            “ใช่...เขาเป็นคนดีมากจริง ๆ”

            “รู้สึกว่าเขาก็คงอยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณไปยังไงมายังไง คอยตะล่อมถามอยู่เรื่อย แต่ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น...แล้วก็รู้สึกว่าเขาจะพอใจมากที่ฉันเก็บความลับไว้อยู่”

            “ผมจะเล่าให้เขาฟังเองคืนนี้”

            “หมดเรื่องหรือยังล่ะคะ?”

            “มันก็ยังไม่แน่ต้องรอดูไปอีกสักระยะหนึ่ง ยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรอีกหรือเปล่า”

            “แล้วคุณได้อะไรขึ้นมาบ้างคะจากการทํางานชิ้นนี้”

            “ก็ทุกอย่างนั่นแหละ”

            “ทุกอย่าง...ไม่จริงหรอกค่ะคนที่ตายแล้วเท่านั้นถึงจะรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง”

            เธอผลุดลุกขึ้นนั่งเส้นผมยาวสลวยกระจายลงมาคลุมแผ่นหลังและช่วงอกที่ขาวผ่องใบหน้าของเธอดูสดใสจนคริสโตเฟอร์ต้องรั้งร่างนั้นเข้ามาจุมพิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            “แม่หนู...เธอนี่ช่างเป็นคนดีเสียจริงๆ”เขาพึมพำ

            “ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราก็เห็นจะต้องดื่มแชมเปญฉลองการกลับมาของคุณเสียหน่อยนะคะ...นะคะ” เธอยื่นหน้าเข้ามาหาเขา...เดินเปลือยร่างไปยังโต๊ะตัวเล็ก ๆที่ตั้งอยู่ข้างหน้าต่างห้อง

            “ฉันอยากให้คุณอยู่ที่เซอเมทนี่สักพักหนึ่ง”เธอรินแชมเปญลงในแก้ว 2 ใบถือมายื่นให้เขาที่เตียง “ฉันรักที่นี่ค่ะ...แล้วก็เป็นสุขมากด้วย”

             

            ทอม เวบสเต้อร์ เดินข้ามห้องโถงใหญ่ผ่านหมู่คนชายหญิงที่แต่งกายด้วยชุดสกีเหมือนกลุ่มดาราภาพยนตร์ตรงเข้าไปหาคริสโตเฟอร์ซึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้วที่หน้าเค้าท์เต้อร์บาร์เขาสั่งเหล้ารัมร้อนมา 2 แก้ว

            “อยู่บนนี้มันต้องดื่มให้แรงสักหน่อย...เดินไปนั่งที่โต๊ะตัวโน้นดีกว่า”

            ตรงนั้นเป็นมุมปลอดมีโต๊ะตั้งอยู่ห่าง ๆ กัน 2-3 โต๊ะ จากหน้าต่างกระจกใสมองออกไปภายนอก แสงจากดวงอาทิตย์ฉายฉานลงต้องเกล็ดหิมะเป็นประกายวาววาม

            “เอาละ...ผมคิดว่าอย่างน้อยตอนนี้คุณก็หายห่วงไปได้ชั่วระยะหนึ่งไม่มีวี่แววว่าคนของคิมจะขึ้นมาถึงเซอเมทนี่ได้ ผมให้คนเกาะเขาไว้รู้สึกว่าเขาก็วุ่นวายอยู่ไม่น้อยเหมือนกันนะ โดยเฉพาะเรื่องคุณ”

            “ทําไม?”

            “ก็เรื่องการพูดจากันที่สนามบินมิลานนั่นแหละเขาคิดว่าคุณจะฆ่าเขาทิ้งตั้งแต่วันนั้นเสียด้วยซ้ำ...เขาคิดว่าคุณกําลังบ้า”

            “เรื่องนี้ยังไม่จบง่าย ๆ หรอก”

            “ยัง...เพราะตอนนี้คมก็กําลังตามหาตัวคุณอยู่เหมือนกัน...เขาเองก็แน่ใจว่าคุณจะไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ แต่ผมคิดว่า ครั้งต่อไปนี้ เขาอาจจะไม่ใช้คนเวียดนามคอยตามคุณอีกแล้ว อาจจะต้องจ้างสายผิวขาวมาใช้คนประเภทนี้ก็มีอยู่ทั่วยุโรปเหมือนกัน”

            “ไม่รู้นะ...แตผมว่าถ้าผมเป็นเขาเห็นจะไม่ใช้หรอกเพราะเคยได้รับบทเรียนจากคนผิวขาวมาแล้ว”

            เขาก้มลงกระซิบเบา ๆให้เวบสเต้อร์ฟัง 2-3 ประโยคสีหน้าของเวบสเต้อร์เครียดขึ้นทันที

            “แล้วคุณจะทํายังไงกับมอลลี่...เวลานี้เธอทําให้คุณเปลี่ยนไปมากไหม?...อย่างน้อยก็ความรู้สึกห่วงใยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอปอล...ถ้าเมื่อใดคุณเกิดความรู้สึกอย่างนี้ขึ้น นั่นย่อมหมายความว่าคุณจะทํางานอย่างนี้อีกต่อไปไม่ได้”

            ทอม เวบสเต้อร์ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ

            “คุณต้องทิ้งเธอ นั่นเป็นคำแนะนำประการเดียวที่ผมจะให้คุณได้ผมไม่ตําหนิหรอกสําหรับความรู้สึกที่คุณอยากจะได้เธอมาอยู่ด้วยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว...เพราะความรักนั้นมันเกิดขึ้นได้เสมอ แต่คุณก็จะต้องรู้ด้วยว่ามันจะทําให้เกิดความผูกพัน ซึ่งจะทําให้คุณทํางานได้ไม่เต็มที่ อีกประการหนึ่งก็คือมันผิดกฎของเรา”

            “ผมก็ต้องยอมรับว่าตัวเองทําความผิดร้ายแรงข้อนี้ขึ้น แต่ผมไม่คิดว่ามันจะเลือกจัดการกับมอลลี่”

            “ก็เพราะว่ามันง่ายกว่าการที่จะจัดการกับคนอื่นน่ะสิคุณอาจจะทําได้นะ ถ้าพยายามอธิบายเรื่องนี้ให้มอลลี่ฟัง”

            “ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเธอจะยอมหรือเธออาจจะไม่ต้องการฟังก็ได้”

            เวบสเต้อร์หยิบแก้วเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ตรงหน้าของคริสโตเฟอร์ส่งให้เขา

            “อย่าห่วงเลยน่ะ เรื่องนั้นน่ะผมเชื่อว่าเธอจะต้องเข้าใจ ส่วนการตัดสินใจอย่างไรนั้นเราก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเธอเอง...ห่ะ... นี่เราพูดกันเรื่องอะไรวะ...วันนี้วันปีใหม่แท้ๆ”

             

            ค่ำคืนวันนั้นภายใต้แสงไฟอร่ามเรืองผู้คนต่างเข้ามาร่วมชุมนุมกันอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ของโรงแรมทั้งซิบิลและมอลลี่แต่งตัวสวยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะมอลลี่ประดับเครื่องเพชรและสวมแหวนทุกวงที่คริสโตเฟอร์ซื้อให้ มรกตจากพม่า หยกจากมาเก๊าโกเมนจากอียิปต์ บุษราคัมและโอปอล์จากอิตาลี

            เวบสเต้อร์สั่งแชมเปญขวดแล้วขวดเล่าเขากําลังสนุกเต็มที่ขอจูบมอลลี่และชวนเธอออกไปเต้นรํา...ในท่วงทํานองเพลงที่เร่าร้อนร่างของเธอหมุนพลิ้ว ผมสลวยสีทองปลิวไสว

            “จีซัส...คุณเห็นไหม ปอลเด็กคนนี้สวยเหลือเกิน คุณคิดจะแต่งงานกับเธอบ้างหรือยัง?”

            “ยังซิบิล”

            “ฉันจะบอกอะไรให้คุณอย่างหนึ่งนะคะปอล มอลลี่เป็นคนชอบชีวิตโลดโผนผจญภัยแบบนี้ คุณไม่มีทางไล่เธอไปได้หรอก”

            “นี่ทอมเล่าให้คุณทั้งหมดแล้วหรือนี่”

            “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เรื่องนั้นน่ะทอมบอกฉันหมดทุกอย่างนั่นแหละ มอลลี่ก็รู้คุณเท่านั้นที่ยังโง่อยู่คนเดียว”

            “ซิบิล แล้วคุณคิดว่าผมทําผิดหรือเปล่า?”

            “ความผิดหรือคะ?” ซิบิลร้องเสียงสูง “คุณนี่บ้า คุณไม่รู้หรือว่าคุณกําลังเสี่ยงชีวิตเพื่อความไม่มีอะไรเลย ทอมเคยพูดกับฉันว่าคุณกําลังทําหน้าที่เพื่อประเทศชาติ แล้วก็รักษาศักดิ์ศรีของสายลับซึ่งเป็นงานในหน้าที่ของคุณ แต่เมื่อเอาเหตุผลทั้ง 2 ประการนี้มารวมกันเข้าแล้วฉันก็ไม่เห็นว่า มันจะเกิดประโยชน์โภชผลอะไรขึ้นมา อาจจะเป็นเพราะฉันโง่ก็ได้นะแต่ถ้าฉันเป็นคุณฉันจะมองดูมอลลี่เสียก่อน แล้วถึงจะตัดสินใจทํา”

            ซิบิลจบคําพูดด้วยการหยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาราดลงบนโต๊ะ

             

            ทั้งทอมและซิบิลเวบสเต้อร์อำลาไปในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ได้อยู่ร่วมรับประทานอาหารมื้อกลางวันแล้ว

            จากนั้นทั้งคริสโตเฟอร์และมอลลี่ก็ลงมือเล่นสกีกันทั้งวันเขาอดรู้สึกชื่นชมไม่ได้เมื่อเห็นเธอสามารถใช้สกีได้อย่างแคล่วคล่องเอี้ยวตัวไปตามจังหวะการลดหลั่นของเทือกเขาอย่างนุ่มนวล ใบหน้าสดใสหัวเราะเริงรื่นอย่างเป็นสุข

            เมื่อยามค่ำมาถึงหลังจากรับประทานอาหารค่ำแล้ว ทั้งสองก็นั่งกุมมือกันอยู่หน้าเตาผิงแววรื่นรมย์ปรากฏอยู่ในดวงตาสีเขียวเข้มของเธอ

            และแล้วก็ถึงเวลานอน ร่างเล็ก ๆของเธอเบียดซุกอยู่กับช่วงอกที่แข็งแรงของเขามีอยู่คราวหนึ่งที่เธอยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกลงมาเหนือหน้าผากให้เขาอย่างรักใคร่สุดซึ้ง

            “ฉันลืมไปค่ะว่าคุณชอบแสงเทียน”

            คริสโตเฟอร์ขยับปากจะพูดแต่นิ้วของเธอปิดปากเขาไว้

            “ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีอะไรอยู่ในใจ...อย่าพูดออกมานะคะปอล ฉันไม่ไปจากคุณหรอก”

            “แต่ผมคิดว่ามันจะเป็นการดีกว่านะมอลลี่เพราะถึงอย่างไรผมก็พาคุณกลับไปอยู่โรมอีกไม่ได้ คุณจะต้องตกอยู่ในอันตรายตราบใดที่พวกมันยังรู้ว่าเราอยู่ด้วยกัน”

            “ค่ะ เรื่องนั้นคุณเคยอธิบายให้ฉันฟังแล้วนี่คะ...แต่คุณยังจําได้ไหมคะว่านานมาแล้วที่คุณเล่าเรื่องแคทธี่ให้ฉันฟัง คุณบอกว่าแคทธี่ได้ให้เหตุผลกับคุณข้อหนึ่งว่า ร่างกายนี้เป็นของเธอเธอจะใช้ยังไงก็ได้ตามแต่เธอปรารถนา ฉันก็อยากถามคุณเหมือนกันว่าคุณยังรู้สึกอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า ตอบอย่างใจจริงนะคะ”

            “ใช่สิ ผมก็ยังรู้สึกอย่างนั้นอยู่”

            “ถ้าเช่นนั้นคุณก็จะต้องรู้สึกอย่างเดียวกันนั้นกับร่างกายของฉันด้วย”

            “แต่ มอลลี่ความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณนั้นคือความรักนะรักอย่างไม่มีความหึงหวงพยาบาทเข้ามาเจือปน ซึ่งคุณจะเอาความรู้สึกอันนี้ของผมไปเปรียบเทียบกับที่ผมเคยมีต่อแคทธี่ไม่ได้”

            “ฉันเป็นเจ้าของตัวฉันเองค่ะเหมือนกับที่แคทธี่เป็นเจ้าของตัวเธอเองเช่นกัน เธอเลือกที่จะใช้ตัวเธอไปในทางนั้นยอมที่จะให้หัวใจสลายเพราะความรัก จากคนทุกรูปทุกแบบที่เธอต้องการฉันก็จะเลือกใช้ตัวของฉัน ร่างกายของฉันตามวิธีนี้และทางเดียวเท่านั้นที่ฉันจะไปจากคุณคือวันที่ร่างของฉันถูกหย่อนลงไปนอนในหลุมฝังศพ...

            ...ฉันไม่รู้หรอกค่ะว่าสิ่งเหล่านี้เรียกว่าความรักหรือเปล่า เพราะความรักมันต้องการองค์ประกอบที่มากมายเสียเหลือเกินแล้วก็มีรูปแบบที่แตกต่างกัน...ค่ะ...ยอดรัก...ฉันรักคุณหัวใจและความทรงจํารําลึกนั้นผู้หญิงมีไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ชายที่เธอรักเพียงคนเดียวเท่านั้น”

            -จบบริบูรณ์-

             

    คล้ายกับเรื่องหยาดน้ำตาแห่งฤดูใบไม้ร่วง (จบ) ที่คุณอ่าน

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226