บทที่ 18 การซักถาม
ถงฮั่วไม่รู้ว่าถงชุนชู่ก็จะมาที่นี่เช่นกัน
การทำงานตอนกลางวันทั้งเหนื่อยทั้งร้อน ไม่เพียงฝ่าเท้าที่เป็ตุ่มน้ำเท่านั้น แม้แต่ไหล่ที่บอบบางก็ถลอกแล้ว
แต่สิ่งเหล่านี้ในสายตาของเธอมันเป็แค่เื่เล็กน้อย ในชาติก่อนตอนที่เธอถูกลักพาตัวไปบนูเาใหม่ ๆ เพราะพยายามหนี ขาของเธอถูกทุบจนหักถึงสามครั้ง ไม่ต้องพูดถึงาแอื่น ๆ ทั่วร่างกายที่มีอยู่ทับซ้อนกันเป็ชั้น
ถงฮั่วปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย แล้วนำถังอาบน้ำออกมาจากพื้นที่มิติ เติมน้ำวิเศษลงในน้ำอาบ แช่ตัวอยู่ยี่สิบนาที ความเหนื่อยล้าทั่วร่างกายจึงค่อย ๆ จางหายไป
แต่ครั้งนี้ถงฮั่วไม่ได้ใช้น้ำวิเศษแช่เท้าโดยตรงหรือเช็ดถูไหล่
ชาติที่แล้วแม้เธอจะไม่เคยมาทางเหนือ แต่หลังจากใช้ชีวิตในหมู่บ้านบนูเามาสิบกว่าปี เธอรู้เพียงวิธีการใช้ชีวิตในชนบทเท่านั้น
แม้จะแช่าแในน้ำวิเศษแล้ว แต่เมื่อต้องทำงานก็ยังคงถลอกอยู่ดี แทนที่จะเป็แบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา สู้ปล่อยให้มันปรับตัวเองดีกว่า รอให้เกิดเป็หนังด้านขึ้นมาก็จะไม่ถลอกง่าย ๆ อีกแล้ว
ด้วยการแช่น้ำวิเศษ วันต่อมาถงฮั่วก็ไม่รู้สึกปวดเมื่อยอย่างที่คิดไว้เลย
หลายวันต่อมา ถงฮั่วยังคงขยันขันแข็ง ทำงานคล่องแคล่ว จนได้รับความชื่นชอบจากชาวบ้านในหน่วยหงหนิว
ชาวบ้านชอบคนที่อดทนและทำงานได้คล่องแคล่ว
พวกเขาถึงขั้นสงสัยว่าพวกเยาวชนนักเรียนจากในเมืองจงใจทำงานไม่จริงจังหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นทำไมถงฮั่วที่เป็เยาวชนหญิงจากเมืองใหญ่ถึงทำงานได้ไม่แพ้คนในชนบทเลย
สวีม่านฟังคำคาดเดาอย่างไร้เหตุผลของเหล่าป้า ๆ ในหมู่บ้านจนกัดฟันด้วยความโมโห "พี่ถง น้องสาวของคุณเก่งจริง ๆ ตอนนี้ชาวบ้านคิดกันหมดแล้วว่าพวกเรากำลังแกล้งทำงาน! เป็คนี้เี!"
สวีเยี่ยนเป็หนึ่งในกลุ่มเยาวชนนักเรียนที่มีประสบการณ์ "ชุนจิ้ง คุณกับถงฮั่วเป็พี่น้องกัน ถ้ามีความเข้าใจผิดอะไรก็ควรอธิบายให้ชัดเจน เธอก็เป็เยาวชนนักเรียนเหมือนกัน อยู่ฝ่ายเดียวกับพวกเรา มีแค่การรวมตัวกันเท่านั้นที่จะรักษาผลประโยชน์ของพวกเราได้"
สวีม่านแสดงสีหน้าไม่พอใจ "เธอไม่เห็นหรือว่าอีกฝ่ายถึงกับชักมีดใส่พี่ถงแล้ว?"
สวีเยี่ยนเห็นแล้ว แต่เธอก็เห็นท่าทีของถงชุนจิ้งที่มีต่อถงฮั่วด้วย ท่าทีของถงฮั่วที่มีต่อถงชุนจิ้งคงไม่ได้เป็แบบนี้แค่วันสองวัน
ถงชุนจิ้งเข้าใจความหมายของสวีเยี่ยน "ฉันจากบ้านมาหลายปี ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปเป็แบบนี้ ฉันเป็พี่ชายของเธอ พ่อแม่ก็ไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ฉันย่อมมีหน้าที่ต้องสั่งสอนเธอให้ดี แต่ก่อนอื่นเธอต้องยอมรับความผิดของตัวเองก่อน"
ถงชุนจิ้งตัดสินใจว่าถ้าถงฮั่วไม่ขอโทษเขา เขาก็จะไม่ไปหาเธออีก
แต่ไม่นานถงชุนจิ้งก็ทำลายความตั้งใจนั้น พอกลับมาจากชุมชนก็รีบวิ่งไปหาถงฮั่วที่ไร่ทันที
มันฝรั่งเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ตอนนี้ทุกคนกำลังปลูกหัวไชเท้า บางคนก็ขุดหลุม บางคนก็คัดเมล็ดพันธุ์
"เธอเป็คนแจ้งชื่อเสี่ยวชู่ให้ลงชนบทหรือ?"
"ใช่ ฉันเป็คนทำเื่ดี ๆ เอง" ถงฮั่วรู้สึกดีใจอยู่บ้าง ดูเหมือนว่าตระกูลถงจะไม่มีอำนาจพอจะยกเลิกเื่การลงชนบท ถงชุนชู่จึงต้องลงชนบทในที่สุด
"ถงฮั่ว! เธอยังเป็คนอยู่หรือเปล่า? เสี่ยวชู่เป็น้องชายแท้ ๆ ของเธอนะ! เขายังเด็กแค่ไหน? แม่ถึงกับร้องไห้จนหมดสติไปเลยเพราะเื่ของเสี่ยวชู่!" ถงชุนจิ้งะโด้วยความโกรธ
ถงฮั่วยิ่งรู้สึกดีใจมากขึ้น ร้องไห้จนหมดสติเลยเหรอ? ทำไมไม่ร้องไห้ตายไปเลยล่ะ?
"เธอมีท่าทีแบบนี้ได้ยังไง!" ถงชุนจิ้งเห็นว่าเธอไม่ได้แยแสอะไรจึงแย่งจอบในมือเธอแล้วโยนทิ้งไปด้านข้าง
ถงฮั่วหยิบจอบขึ้นมาอีกครั้ง ยกมือขึ้นสูงแล้วร้องรายงาน "นักบัญชีหยาง! ถงชุนจิ้งไม่ตั้งใจทำงาน แถมยังมารบกวนฉันทำงานอีก!"
นักบัญชีหยางเป็คนจดคะแนน ปกติคอยดูแลคนที่ไม่ตั้งใจทำงานในไร่ พอได้ยินการรายงาน เขาก็เดินไพล่มือไว้ด้านหลังเข้ามา
ถงชุนจิ้งรีบพูดแทรกก่อนที่นักบัญชีหยางจะเอ่ย "ผมขอลา่เช้าแล้ว!"
ถงฮั่วพูดเยาะ "คุณลาแล้ว แต่ฉันไม่ได้ลา การที่คุณทำแบบนี้ตอนนี้มันรบกวนฉันทำงาน"
นักบัญชีหยางชี้ไปที่ถงชุนจิ้ง "สิ่งที่สหายถงพูดถูกต้องแล้ว ถ้านายจัดการธุระเสร็จแล้วก็กลับมาทำงานซะ"
ถงชุนจิ้งโกรธจนกำหมัดแน่นแล้วเดินจากไปทันที
เขตพักอาศัยเยาวชน
เยาวชนนักเรียนทุกคนรู้แล้วว่าน้องชายของถงชุนจิ้งก็จะมาชนบทด้วย และยิ่งไปกว่านั้น ถงฮั่วก็ยังจัดการรายงานเื่นี้ด้วยตัวเองอีก
สวีม่านไม่อยากจะเชื่อ "เธอกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง? ไม่กลัวพ่อแม่จะฆ่าตายเหรอ?"
ตอนนี้ถงชุนจิ้งก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงทำแบบนี้
แม้ว่าถงฮั่วจะอายุมากกว่าเสี่ยวชู่แค่สองปี แต่ั้แ่ถงฮั่วอายุหกเจ็ดขวบ เธอก็ช่วยดูแลน้องชายได้แล้ว
เสี่ยวชู่เติบโตมาด้วยการดูแลของถงฮั่ว ตอนที่เขายังอยู่ที่บ้าน ถงฮั่วรักและเอ็นดูเสี่ยวชู่มากที่สุด
สวีม่านพูดต่อว่า "เธอ... เธอคงเสียสติไปเพราะถูกยกเลิกการแต่งงานหรือเปล่า?"
คนปกติที่ไหนจะชี้มีดใส่พี่ชายที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีั้แ่เจอหน้ากันครั้งแรก
ใครกันจะไปเป็เยาวชนนักเรียนอยู่ในชนบทในเวลานี้?
ใครกันจะตัดสินใจให้น้องชายแท้ ๆ ลงชนบทด้วยตัวเอง?
ถงชุนจิ้งเพิ่งจะรู้สึกตำหนิกู้จินเยว่ในตอนนี้ การแต่งงานเป็เื่ใหญ่ขนาดนั้นถึงแม้จะเสียเวลาไปบ้าง แต่เขาก็ไม่ควรจะไม่ไปงานแต่งเลย!
ถ้าเขาทำแบบนี้ แล้วถงฮั่วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? หน้าตาของตระกูลถงจะไปอยู่ที่ไหน?
ถงชุนจิ้ง
"ไม่ว่าจะบ้าหรือไม่บ้า น้องสาวของนายก็โหดจริง ๆ !" หวังเฉิงอุทาน
สวีม่านเบ้ปาก "เธอไม่ใช่แค่โหด แต่ยังใจร้ายอีกด้วย มีความแค้นอะไรถึงได้ทำร้ายทั้งพี่ชายและน้องชายแท้ ๆ แบบนี้?"
หวังเฉิงไม่ได้โต้แย้งประเด็นนี้ เขาคิดว่าคนหัวแข็งอย่างถงฮั่วไม่มาเขตพักอาศัยเยาวชนก็ดีแล้ว
แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม
นอกจากเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับคนในตระกูลถงและตระกูลกู้แล้ว นิสัยของถงฮั่วนั้นถือว่าอ่อนโยนมาก
ชาวบ้านไม่ชอบเยาวชนนักเรียนที่ไม่สามารถแบกของหนักหรือทำงานหนักได้ แต่สำหรับสาวน้อยถงฮั่ว พวกเขากลับชื่นชอบเธอมาก
ถงฮั่วเป็คนขยันและมีมารยาท ไม่มีท่าทางหยิ่งผยองเหมือนเยาวชนนักเรียนคนอื่น ๆ และไม่ได้ดูถูกชาวบ้านในชนบทเลย
ถงฮั่วมักจะพกลูกอมผลไม้ติดตัวไปด้วย ราคาอันละหนึ่งเฟิน
ไม่ว่าจะเป็ตอนไปทำงานหรือเลิกงาน เมื่อเจอเด็ก ๆ ระหว่างทาง เธอก็จะหยิบลูกอมออกมาแจกจ่ายให้พวกเขา
ชาวบ้านเห็นเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ทั้งหมด ทำให้พวกเขามีความประทับใจต่อเด็กสาวผู้เป็เยาวชนนักเรียนคนนี้มากขึ้น
ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านมีที่ดินส่วนตัว แต่ถงฮั่วเป็เพียงเยาวชนนักเรียน และไม่ได้พักอยู่ในเขตพักอาศัยเยาวชนจึงไม่ได้รับการจัดสรรที่ดิน ดังนั้น ทุกครั้งที่ถงฮั่วเดินกลับจากไร่ เมื่อผ่านบ้านของชาวบ้าน พวกเขาก็มักจะให้ผักและผลไม้ติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก ๆ พ่อแม่ของเด็กที่เคยได้รับลูกอมจากเธอจะให้ผักมากเป็พิเศษ
ถงฮั่วเก็บผักที่กินไม่หมดไว้ในพื้นที่มิติ พอถึงฤดูหนาวผักพวกนี้ก็จะหายากมาก
วันหนึ่ง ถงชุนจิ้งก็ได้พบน้องชายถงชุนชู่ที่เขตพักอาศัยเยาวชน
ถงชุนชู่ผมเผ้ายุ่งเหยิง เนื้อตัวส่งกลิ่นเหม็นสาบ หนวดเคราไม่ได้โกนจนรกรุงรัง ผ่ายผอมจนแทบจำไม่ได้
คนที่รู้ก็รู้ว่าเขามาจากเมืองหลวง แต่คนที่ไม่รู้คงคิดว่าเขาเป็ผู้อพยพลี้ภัยมาจากที่ไหนสักแห่ง
"เสี่ยวชู่… ทำไมนายถึงเป็แบบนี้?" ถงชุนจิ้งตะลึง
ถงชุนชู่เศร้าใจจนแทบจะร้องไห้ แต่ตอนนี้เขาไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น เขากำลังหิวจนแทบตายแล้ว!
"พี่ชาย! ผมหิวจนจะตายอยู่แล้ว! มีอะไรกินบ้างไหม?"
"มี! มี!" ถงชุนจิ้งรีบตอบ
ถงชุนจิ้งพาน้องชายไปที่ห้องของตัวเอง หยิบกล่องขนมปังกรอบออกมาจากตู้เล็ก ๆ ที่อยู่ข้างเตียง ขณะที่หยิบออกมาเขาก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ
ขนมปังกรอบนี้เป็ของที่ถงฮั่วส่งมาให้เขาเมื่อเดือนที่แล้ว นอกจากขนมปังกรอบแล้ว ยังมีนมข้าวสาลีหนึ่งกระป๋อง และชุดสำหรับฤดูร้อนใหม่หนึ่งชุด
หลังจากที่เขาไปทำงานในชนบท นอกจากพ่อแม่จะส่งพัสดุมาให้ทุก ๆ สามเดือนแล้ว ทุกครึ่งปีถงฮั่วก็จะส่งพัสดุมาให้เขาด้วยเช่นกัน