ตอนที่ 83: สมรภูมิในจิตใต้สำนึก
ความรู้สึกแรกที่ดร.น้ำฟ้าสัมผัสได้หลังจากสติสัมปชัญญะในโลกแห่งความเป็นจริงดับวูบลง คือความว่างเปล่า... ความสว่างไสวขาวโพลนที่ไร้ซึ่งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ทอดตัวยาวออกไปอย่างไร้ขีดจำกัด ไม่มีท้องฟ้าเบื้องบน ไม่มีพื้นดินเบื้องล่าง ไม่มีเสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังกึกก้อง หรือเสียงร้องเรียกด้วยความสิ้นหวังของรินที่พยายามดึงเธอไว้ มีเพียงความเงียบงันที่ลึกซึ้งจนหนวกหู
"ฉัน... ตายแล้วงั้นเหรอ?" น้ำฟ้าพึมพำกับตัวเองด้วยความสับสน เธอพยายามก้มมองมือของตัวเอง แต่มันโปร่งแสง เลือนลาง และกะพริบติดๆ ดับๆ ราวกับหมอกควันที่พร้อมจะจางหายไปในอากาศ
ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์หรือนรก แต่มันคือ 'มิติแห่งจิตใต้สำนึก' (Subconscious Realm) พื้นที่ส่วนลึกที่สุดในจิตวิญญาณของเธอเอง เป็นสถานที่ที่ความทรงจำ ความหวาดกลัว และความปรารถนาทุกอย่างที่เธอซ่อนเร้นเอาไว้ถูกเก็บกักอย่างมิดชิด และบัดนี้ ป้อมปราการแห่งจิตใจนี้กำลังถูกรุกรานโดยผู้บุกรุกที่ชั่วร้ายและเก่าแก่ที่สุด
"เจ้ายังไม่ตายหรอก... ราชินีองค์ใหม่ของข้า... แต่วิญญาณและตัวตนของเจ้ากำลังจะถูกกลืนกินและกลายเป็นส่วนหนึ่งของข้าไปตลอดกาล"
เสียงหวานหยดย้อย ทว่าเย็นเยียบและแฝงไปด้วยความวิปริต ดังก้องสะท้อนมาจากความว่างเปล่าเบื้องหลัง น้ำฟ้าหันขวับไปมอง และต้องเบิกตากว้างด้วยความสะพรึงกลัวจนแทบหยุดหายใจ
ธิดามารราคะ ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า รูปลักษณ์ของปีศาจร้ายในมิตินี้ไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มควันสีม่วงอีกต่อไป แต่มันจำแลงกายเป็นหญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงามสะกดสายตา ผิวพรรณขาวซีดไร้เลือดฝาดราวกับหิมะในฤดูหนาว ดวงตาสีดำสนิทไร้แววตาที่จ้องมองมานั้นราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสิ่ง เรือนร่างอวบอัดเย้ายวนอย่างร้ายกาจถูกปกปิดเพียงบางส่วนด้วยเศษผ้าสีดำบางเบาที่หมุนวนไปมารอบกายราวกับมีชีวิต รอยยิ้มบนริมฝีปากอวบอิ่มของมันเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและหิวโหยอย่างปิดไม่มิด
"แก... ออกไปจากหัวฉันนะ! ที่นี่คืออาณาเขตของฉัน!" น้ำฟ้าพยายามถอยห่าง แต่พื้นที่สีขาวรอบตัวกลับบิดเบี้ยวและหมุนวนราวกับภาพลวงตา
"ออกไปงั้นหรือ? ข้าเพิ่งจะเข้ามาเดินเล่นเองนะ จิตแพทย์คนสวย..." ธิดามารราคะหัวเราะเสียงแหลมสูงกังวาน มันลอยเข้ามากรีดกรายนิ้วมือที่เรียวยาวไปในอากาศ "จิตใจของเจ้านี่ช่างซับซ้อนและน่าสนุกเสียจริง... เปลือกนอกเต็มไปด้วยความรู้ ตรรกะ เหตุผล และจรรยาบรรณ... แต่ลึกลงไป เจ้าก็ซุกซ่อนความโสมมและความสกปรกเอาไว้มากมายไม่แพ้มนุษย์หน้าโง่คนอื่นๆ"
ทันใดนั้น พื้นที่สีขาวโพลนก็เริ่มแปรสภาพ ทิวทัศน์รอบด้านกลายเป็นผนังห้องตรวจจิตเวชที่คุ้นเคย ภาพความทรงจำต่างๆ ของน้ำฟ้าถูกดึงออกมาฉายซ้ำราวกับจอภาพยนตร์สามมิติ มันไม่ใช่ความทรงจำที่งดงาม แต่มันคือภาพของ 'คนไข้' ที่เธอเคยให้การบำบัดรักษา... ผู้คนที่ป่วยทางจิต หวาดระแวง และเต็มไปด้วยปมตัณหาที่บิดเบี้ยว
*"หมอครับ... ผมหยุดคิดเรื่องเซ็กส์ไม่ได้เลย... ผมเห็นผู้หญิงเดินผ่านแล้วผมอยากข่มขืนพวกเธอทุกคน... ผมควบคุมตัวเองไม่ได้..."* เสียงของคนไข้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งดังก้องขึ้น ภาพของเขากำลังช่วยตัวเองอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับร้องไห้ ฉายชัดตรงหน้าน้ำฟ้า
*"หมอคะ... สามีฉันชอบทรมานฉันตอนมีอะไรกัน... เขาใช้แส้ตีฉัน... แต่ฉันกลับมีความสุขและเสียวซ่าน... ฉันเป็นตัวประหลาดใช่ไหมคะหมอ... ฉันมันวิปริต..."* เสียงของคนไข้หญิงอีกคนดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับภาพรอยช้ำ เลือด และคราบน้ำตาจากการถูกทารุณกรรม
"หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้! อย่าเอาความลับและความเจ็บปวดของคนไข้ฉันมาเล่นสนุก!" น้ำฟ้ายกมือขึ้นปิดหู พยายามหลับตาแน่นเพื่อหนีจากภาพเหล่านั้น แต่ภาพและเสียงที่สะอิดสะเอียนเหล่านั้นกลับพุ่งทะลวงเข้าสู่จิตใจโดยตรงราวกับฝังชิป
"ความลับงั้นหรือ? ไม่หรอก... มันคือความปรารถนาที่แท้จริงของสัญชาตญาณดิบมนุษย์ต่างหาก!" ธิดามารราคะยิ้มเยาะ เดินวนรอบตัวน้ำฟ้าอย่างเชื่องช้า "เจ้าใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อรับฟังและแบกรับความสกปรกของคนพวกนี้... เจ้าพยายามทำตัวเป็นนักบุญที่ช่วยเหลือพวกเขาจากขุมนรก... แต่ลึกๆ แล้ว... เจ้าเองก็แอบซึมซับความวิปริตเหล่านั้นเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจใช่ไหมล่ะ? เจ้ารู้สึกตื่นเต้นใช่ไหมเวลาได้ฟังเรื่องราวคาวโลกีย์เหล่านั้น?"
"ไม่จริง! ฉันทำเพื่อรักษาพวกเขา! ฉันยึดมั่นในจรรยาบรรณ!" น้ำฟ้าเถียงกลับด้วยเสียงสั่นเครือ
"โกหกหลอกลวง!" ปีศาจสาวตวาดลั่น พื้นที่มิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง "ถ้าเจ้าบริสุทธิ์ใจและเต็มไปด้วยตรรกะจริง... แล้วความรู้สึกซ่อนเร้นที่เจ้ามีต่อ 'ผู้พันวุฒิ' ล่ะ... มันคืออะไร?"
ภาพคนไข้ทั้งหมดหายวับไปในพริบตา แทนที่ด้วยภาพลวงตาของ 'ผู้พันวุฒิ' ชายชาติทหารรูปร่างกำยำ แววตาดุดันและแข็งแกร่ง เขาปรากฏตัวขึ้นในชุดยุทธวิธีที่หลุดลุ่ย เผยให้เห็นแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและบาดแผล
ภาพลวงตาของผู้พันวุฒิเดินเข้ามาประชิดตัวน้ำฟ้า เขาเอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะเลื่อนมือหยาบกร้านลงมาลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วงและเร่าร้อน ดวงตาของเขาในภาพลวงตานี้เต็มไปด้วยตัณหาและความกระหายที่พร้อมจะกลืนกินเธอ
"เห็นไหมน้ำฟ้า... เจ้าอยากให้เขาสัมผัสเจ้าแบบนี้ใช่ไหม... อยากให้เขากระชากเสื้อผ้าเจ้าออกด้วยความหิวกระหาย... อยากให้เขาขย้ำร่างของเจ้าอย่างป่าเถื่อนและดุดัน..." ธิดามารราคะกระซิบข้างหูของน้ำฟ้า เสียงของมันหวานล้ำ เย้ายวน และเสียดแทงเข้าไปในขั้วหัวใจ "เจ้าโหยหาความดิบเถื่อนของชายชาติทหารคนนี้มาตลอด! เจ้าแสร้งทำเป็นหมอที่เยือกเย็น แต่ลึกๆ เจ้าอยากเป็นทาสสวาทของเขา!"
ภาพลวงตาของผู้พันวุฒิโน้มใบหน้าลงมาบดจูบริมฝีปากของน้ำฟ้าอย่างดูดดื่มและรุนแรง สัมผัสนั้นสมจริงจนน้ำฟ้าแทบจะหลอมละลาย เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มที่ปะทุขึ้นในช่องท้อง สัญชาตญาณความเป็นหญิงของเธอกำลังถูกปลุกเร้าอย่างหนัก
"จงยอมรับตัณหาของตัวเองเถอะน้ำฟ้า... ปล่อยให้ข้ากลืนกินจิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยตรรกะจอมปลอมและศีลธรรมหลอกๆ ของเจ้าซะ... แล้วเราจะออกไปจากที่นี่ ไปมีความสุขกับเขา... ไปเสพสมกับเขาร่วมกันไปตลอดกาล!" ปีศาจร้ายเกลี้ยกล่อม พยายามดึงให้สติสัมปชัญญะของน้ำฟ้าจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งราคะ
"ไม่! ปล่อยฉันนะ! ฉันรักเขา... ใช่ ฉันรักเขา! แต่ฉันรักที่เขาเป็นเขา! ฉันจะไม่ยอมให้ความรักที่บริสุทธิ์ของฉันตกเป็นเครื่องมือระบายความใคร่ของปีศาจอย่างแกเด็ดขาด!" น้ำฟ้าตะโกนลั่น ผลักร่างภาพลวงตาของผู้พันวุฒิออกไปเต็มแรง เธอพยายามสร้างกำแพงแก้วแห่งจิตใจ ขึ้นมาป้องกัน แต่งกำแพงนั้นร้าวและเปราะบางเหลือเกินเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงในใจที่ถูกขุดคุ้ยและบิดเบือน
ตัดสลับมาที่โลกแห่งความเป็นจริง ภายในรถตู้โมบายล์...
ร่างของดร.น้ำฟ้านอนกระตุกเกร็งอยู่บนพื้นเหล็กที่เย็นเฉียบของรถตู้ แต่ที่น่าตกใจคือ ร่างกายของเธอกลับร้อนผ่าวราวกับมีเตาหลอมระเบิดอยู่ภายใน เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลชุ่มจนเสื้อแจ็คเก็ตหนังและเสื้อเชิ้ตด้านในเปียกชุ่มแนบลู่ไปกับผิวเนื้อ ผิวขาวเนียนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับคนเป็นไข้สูง เสียงครางกระเซ่าเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความเสียวซ่านหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา
"หมอ! หมอน้ำฟ้า! ตัวร้อนจัดเลย! ร้อนเหมือนไฟเลย!" รินที่เพิ่งฟื้นตัวจากแรงกระแทก ตะเกียกตะกายคลานเข้ามาดูอาการของจิตแพทย์สาว เขาเอามืออังหน้าผากเธอและต้องรีบชักมือกลับเพราะความร้อนจัด "อุณหภูมิร่างกายทะลุสี่สิบองศาแล้ว! ถ้ายืดเยื้อกว่านี้ สมองหมอต้องถูกทำลาย เซลล์ประสาทต้องตายแน่ๆ!"
รินมองไปที่ 'เอียร์คัฟแอนตี้รัสต์ V2' ที่ตกอยู่บนพื้น สมองอันชาญฉลาดของแฮกเกอร์หนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตื่นตระหนก
"เครื่อง V2 ถูกสร้างมาเพื่อป้องกันคลื่นความถี่ทางฟิสิกส์... แต่วิญญาณนั่นมันใช้คลื่นความถี่ทางจิตวิญญาณ..." รินพึมพำกับตัวเอง มือสั่นเทาขณะคว้าเครื่อง V2 ขึ้นมา เขาแกะฝาครอบพลาสติกออกอย่างลุกลี้ลุกลน แล้วดึงสายเคเบิลทองแดงมาเชื่อมต่อกับพอร์ต USB บนโน้ตบุ๊กที่หน้าจอแตกแต่ยังพอประมวลผลได้ "ผมต้องปรับความถี่... ต้องเขียนสคริปต์ให้มันไปซิงก์กับคลื่นสมองของหมอ... แล้วส่งสัญญาณชอร์ตความถี่รบกวนเข้าไปในจิตใต้สำนึกโดยตรง! มันต้องได้ผลสิวะ!"
นิ้วของรินรัวแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง แข่งกับเวลาที่เหลือน้อยลงทุกที แต่เขารู้ดีว่าแค่คลื่นความถี่ทางไซเบอร์อย่างเดียว อาจจะไม่พอที่จะดึงสติของดร.น้ำฟ้ากลับมาจากการถูกกลืนกินโดยวิญญาณร้ายที่ทรงพลัง
*'การใช้สัมผัสทางกายที่รุนแรงและฉับพลัน เพื่อเป็นตัวกระตุ้นระบบประสาทสัมผัส จะช่วยดึงผู้ที่ตกอยู่ในภวังค์ลึกให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้'*
ประโยคที่ดร.น้ำฟ้าเคยอธิบายเรื่องการสะกดจิตและการดึงสติคนไข้ แวบเข้ามาในหัวของรินราวกับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
"ผมขอโทษนะครับหมอ... ขอโทษจริงๆ... แต่ถือซะว่านี่คือการปฐมพยาบาลก็แล้วกัน! ผู้พันอย่าฆ่าผมนะเว้ย!"
รินตัดสินใจเด็ดขาด เขาละมือจากโน้ตบุ๊กชั่วคราว ปลดสายรัดและดึงเสื้อแจ็คเก็ตหนังของดร.น้ำฟ้าออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสั่นมือปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอออกจนหมด เผยให้เห็นบราเซียลูกไม้สีดำและเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงตามจังหวะการหอบหายใจที่ติดขัด
ผิวเนื้อของเธอร้อนจัดและชื้นไปด้วยเหงื่อจนลื่นมือ รินหลับตาปี๋ หายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์และไม่ล่วงเกินเธอไปมากกว่านี้ ก่อนจะวางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนหน้าท้องและเนินอกของจิตแพทย์สาว เขาไม่ได้ลูบคลำด้วยความตัณหา แต่เขาออกแรงบีบนวด ขยำ และลูบไล้ไปตามจุดศูนย์รวมประสาทอย่างหนักหน่วงและรุนแรง เพื่อสร้าง 'สัมผัสทางกาย' ที่ชัดเจนและรุนแรงพอจะส่งสัญญาณเตือนภัยไปถึงจิตใต้สำนึกของเธอ
"กลับมานะหมอ! รู้สึกถึงมือผมสิ! นี่คือโลกความจริง! นี่คือร่างกายของคุณ! สู้กับมัน! อย่าให้มันยึดร่างไปได้!" รินตะโกนลั่นรถตู้ทั้งน้ำตา พลางเอื้อมมือข้างหนึ่งไปกดปุ่ม ENTER ส่งสัญญาณความถี่ที่ดัดแปลงแล้วเข้าสู่เครื่อง V2 ที่สวมอยู่ที่หูของน้ำฟ้า
กลับเข้าสู่มิติในจิตใต้สำนึก...
กำแพงแก้วแห่งเหตุผลของดร.น้ำฟ้าแตกสลายลงอย่างสมบูรณ์! ภาพลวงตาของผู้พันวุฒิเลือนหายไป
ธิดามารราคะหัวเราะร่วนอย่างบ้าคลั่ง มันสะบัดมือเพียงครั้งเดียว เถาวัลย์สีชมพูเข้มที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมและเมือกเหนียวหนืด ก็ผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่าเบื้องล่าง พุ่งเข้ามัดรัดตรึงแขน ขา และลำตัวของวิญญาณน้ำฟ้าเอาไว้อย่างแน่นหนา!
"อ๊าาา!" น้ำฟ้าร้องด้วยความเจ็บปวด เถาวัลย์หนามรัดแน่นจนเธอขยับตัวไม่ได้ วิญญาณของเธอถูกตรึงกางเขนอยู่กลางอากาศ ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
"จบเกมแล้วน้ำฟ้า... จิตวิญญาณอันแสนบริสุทธิ์และแสนหวานของเจ้า... ข้าขอรับไปเป็นของว่างล่ะนะ!"
ธิดามารราคะแสยะยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวแหลมคมดุจสัตว์ร้าย มันลอยเข้ามาประชิดตัวน้ำฟ้า โน้มใบหน้าที่งดงามปนสยดสยองลงมา เตรียมจะประทับรอยจูบมรณะเพื่อสูบกลืนวิญญาณของเธอให้แตกดับและสูญสลายไปตลอดกาล!
แต่ในเสี้ยววินาทีเป็นตาย ที่ริมฝีปากเย็นเยียบของปีศาจกำลังจะสัมผัสกับเธอ...
*ตื๊ดดดดด!*
คลื่นเสียงแหลมสูงดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งมิติแห่งจิตใต้สำนึก! มันคือคลื่นความถี่จากเครื่อง V2 ที่รินส่งเข้ามาเจาะระบบ!
พร้อมกันนั้น น้ำฟ้าก็สัมผัสได้ถึงความร้อนและความหนักหน่วงที่กดทับลงบนร่างกายของเธอในโลกความจริง สัมผัสหยาบกระด้างที่ลูบไล้ ขยำ และบีบนวดบนผิวหนังบริเวณหน้าอกและหน้าท้อง มันสร้างกระแสไฟฟ้าสถิตที่ปลุกระบบประสาทของเธอให้ตื่นตัวอย่างฉับพลัน!
"นั่นมัน... สัมผัส... นี่คือร่างของฉัน... โลกความจริง!" น้ำฟ้าเบิกตากว้าง ดวงตาของเธอกลับมาส่องประกายแสงแห่งปัญญาและการตื่นรู้อีกครั้ง สมอจิตใจถูกยึดเหนี่ยวไว้อย่างมั่นคงแล้ว!
"กรี๊ดดด! พลังบ้าอะไรเนี่ย! เสียงอะไร!" ธิดามารราคะกรีดร้องลั่น ยกมือขึ้นปิดหู ร่างเงาของมันสั่นสะท้านและกระพริบอย่างรุนแรงเมื่อถูกคลื่นความถี่วิทยุแทรกแซง เถาวัลย์สีชมพูหนามแหลมที่รัดตรึงร่างของน้ำฟ้าเริ่มเหี่ยวเฉาและคลายตัวลง
"แกแพ้แล้ว... ปีศาจโง่เง่า..." น้ำฟ้ากัดฟัน อาศัยจังหวะที่ปีศาจอ่อนกำลังและสูญเสียการควบคุม รวบรวมพลังจิตเฮือกสุดท้ายทั้งหมดที่มี "ที่นี่คือจิตใต้สำนึกของฉัน... และฉัน... คือพระเจ้าของที่นี่!"
แสงสว่างเจิดจ้าดุจดวงอาทิตย์ปะทุขึ้นจากร่างวิญญาณของดร.น้ำฟ้า แสงแห่งตรรกะ เหตุผล ความรักที่บริสุทธิ์ และความมุ่งมั่น สาดส่องขับไล่ความมืดมิดและกามารมณ์อันวิปริตของธิดามารราคะให้ถอยร่นไป สมรภูมิในความฝันกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด! การต่อสู้เพื่อแย่งชิงสิทธิขาดในการมีชีวิต ได้เริ่มต้นการโต้กลับอย่างดุเดือดแล้ว!