ตอนที่ 8
เป็เวลาหนึ่งเดือนกว่าที่ไม้เอกได้เรียนรู้และทำความรู้จักทุกอย่างที่เป็คุณคราม และเป็หนึ่งเดือนกว่าที่ไม้เอกมีเป้าหมายว่ากลับบ้านหลังเลิกงานเพื่อที่จะไปเจอใคร ร่างสูงที่มักยึดโซฟาด้านนอกห้องเป็ที่นั่งดูโทรทัศน์โดยปล่อย่บนของร่างกายให้เปลือยเปล่ากลายเป็ความคุ้นชินของไม้เอก ถึงจะไม่ค่อยมีบทสนทนาต่อกันมากเท่าไหร่นักแต่ไม้เอกััได้ว่าภายใต้ความเงียบคุณครามคือผู้ชายที่ใจดีมากๆคนหนึ่ง และการอยู่ร่วมกับคนสวมหน้ากากไม่ได้ทำให้ไม้เอกกลัวสักนิด
บทรักยามค่ำคืนยังคงดำเนินไปเท่าความ้าของคุณครามและไม้เอกยังเป็ผู้ตามที่ยังอ่อนหัดเช่นเดิมในเื่อย่างว่านี้ โน้ตสั้นๆถูกทิ้งไว้ให้อ่านในเช้าทุกเช้าที่ไม้เอกตื่นขึ้นมา ชีวิตแต่งงานกับคนแปลกหน้าที่ผ่านมาเดือนกว่าๆดำเนินไปเช่นอย่างนี้
“ไม้เอกมะรืนนี้ว่างหรือเปล่า วันเกิดพี่ พี่ว่าจะชวนน้องๆไปทานข้าวเย็นด้วยกันหน่อย แซมมี่แล้วก็ฟ้าด้วยนะ” พี่อิฐเอ่ยขึ้นบนโต๊ะอาหารเที่ยงที่ออกมาทานด้วยกันเช่นเคย ไม้เอกยิ้มกว้างขวางในคราวแรกและกำลังจะเอ่ยปากตอบรับ แต่เมื่อนึกถึงอะไรอย่างหนึ่งได้เสียก่อนจึงเปลี่ยนเป็แบ่งรับแบ่งสู้
“ขอผมให้คำตอบพรุ่งนี้ได้ไหมครับ ไม่แน่ใจว่าที่บ้านมีธุระอะไรหรือเปล่า” พี่อิฐทำหน้าเศร้าจนไม้เอกนึกสงสารเมื่อได้รับคำตอบแบบนั้น
“ได้สิ งั้นพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่เนอะ” แต่พี่อิฐก็ยังคงตอบกลับมาอย่างสุภาพและยิ้มให้น้อยๆ ไม้เอกได้แต่ขอโทษพี่อิฐในใจที่ไม่สามารถตอบรับได้ทันทีทั้งที่พี่อิฐดีกับไม้เอกและเพื่อนๆมากขนาดนี้ ซึ่งเหตุผลก็ไม่ใช่อย่างอื่นนอกจากคุณคราม ไม้เอกไม่ได้กลัวที่จะโดนคุณครามทำโทษแต่ไม้เอกไม่อยากให้คุณครามโกรธมากกว่า โดยเฉพาะการโกรธแล้วหายหน้าไปนานๆ
เย็นวันนั้นบทสนทนาจึงเริ่มขึ้นตอนที่ไม้เอกเปลี่ยนชุดเตรียมทำอาหารเย็นให้คุณครามอย่างเช่นทุกวัน
“คุณครามครับ เอ่อ มะรืนถ้าผมจะขออนุญาตไปงานวันเกิดเพื่อน คุณครามจะว่าอะไรไหมครับ”
ร่างที่นั่งอยู่บนโซฟาหันมามองไม้เอกนิดๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาเรียบๆ
“ไม่ว่ายังไงหรอก”
“ขอบคุณครับ”
“แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกับการที่จะไม่ได้ทำอาหารเย็นให้ฉันหนึ่งวัน”
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไรครับ”
รอยยิ้มภายใต้หน้ากากของคุณครามชักทำให้ไม้เอกร้อนๆหนาวๆ และแล้วข้อแลกเปลี่ยนก็ถูกเฉลยบนเตียงในคืนนี้ เมื่อโซฟากลายเป็ที่แลกเปลี่ยนข้อตกลงและไม้เอกต้องทำหน้าที่เป็ผู้เร่งจังหวะเองเมื่อนั่งคร่อมทับอยู่บนตักของคุณคราม
“ถ้าทำให้พอใจ จะให้ไป”
“ผม อ๊ะ!” ไม้เอกสะดุ้งเมื่อคุณครามแกล้งยกสะโพกที่ดูดกลืนเอาแท่งร้อนเข้าไปจนสุดความยาวให้เสียดสีกัน ดวงหน้าขาวชื้นเหงื่อแหงนเงยเมื่อบั้นท้ายถูกยกขึ้นและกระแทกลงให้กลืนเอาความยาวนั้นเข้าไปจนมิด
“ถ้าไม่ขยับ ฉันจะขยับเอง และจะไม่หยุดง่ายๆนะ” คุณครามไม่ได้ขู่ไม้เอกรู้ และไม้เอกชักจะอยากตอบปฏิเสธพี่อิฐไปเสียจริงๆ เพราะท่าที่นั่งอยู่นี้มันช่างเรียกความอายได้ทุกครั้งยิ่งโดยเฉพาะโดนคุณครามจ้องมองในระยะประชิดแบบนี้
“อื๊อ!”
ในที่สุดคุณครามก็ริบโอกาสและเป็คนขยับเองเมื่อไม้เอกเอาแต่เขินอายไม่ยอมขยับเสียที และไม้เอกก็ต้องผ่านบทรักอีกหลายครั้งต่อหลายครั้งจนหลับลงไปบนอกกว้างที่ชื้นไปด้วยเหงื่อเช่นกัน
ไม้เอกตื่นขึ้นมาพร้อมโน้ตสั้นๆที่ถูกทิ้งไว้เช่นเคยเขียนว่า
‘เอาบัตรรูดซื้อของขวัญให้เพื่อนซะ ไม่ต้องเอาเงินเดือนอันน้อยนิดของเธอไปซื้อหรอก’
ไม้เอกถือโน้ตแผ่นเล็กๆนั้นไว้ทั้งรอยยิ้ม ความเมื่อยขบไปทั่งร่างจากกิจกรรมเมื่อคืนราวกับหายเป็ปลิดทิ้ง บอกแล้วว่าคุณครามใจดีที่สุดในโลกเลย!
“พี่อิฐครับ เื่ที่คุยกันเมื่อวานผมโอเคนะครับ” ไม้เอกเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเจอพี่อิฐที่ทำงานตอนเช้า
“ดีเลย เดี๋ยวเที่ยงพี่จะได้ชวนแซมมี่กับฟ้า” พี่อิฐเอ่ยอย่างดีใจจนไม้เอกเองต้องยิ้มตามไปด้วย
“แล้วมีใครไปบ้างครับ”
“ก็เพื่อนพี่อีกสองสามคน ไปนั่งกินข้าวแล้วก็คุยกันเล็กๆน้อยๆ”
“โอเคครับ”
บทสนทนาระหว่างอาหารเที่ยงจึงเป็เื่การไปกินข้าวงานวันเกิดของพี่อิฐในเย็นวันพรุ่งนี้ โดยฟ้าและแซมมี่ก็ตกลงไปด้วย แต่ไม้เอกไม่วายโดนเพื่อนสนิทแซวเมื่ออยู่กันตามลำพังสามคน
“เนี่ยใจจริงพี่อิฐก็อยากชวนแกไปคนเดียวแหละไม้ ดูสายตาก็รู้ แต่ติดที่กลัวแกจะไม่ไป เลยต้องชวนพวกฉันไปด้วย” แซมมี่เอ่ยขึ้นทั้งทำท่ายิ้มเล็กยิ้มน้อยใส่ไม้เอก
“ไม่หรอกน่า นอกจากเราพี่อิฐเขาก็ชวนเพื่อนไปด้วยตั้งสองสามคน” ไม้เอกแก้
“ก็ไหนๆจะมีพวกฉันไปด้วยอยู่แล้ว เขาเลยเปลี่ยนแผนอ่ะดิ คราวนี้ไปสองต่อสองไม่ได้ก็พาไปให้เพื่อนรู้จักก่อนก็ยังดี เนี่ยพี่อิฐอ่ะฉลาดออก” แซมมี่นักวิเคราะห์ประจำกลุ่มเอ่ยออกมาอีก
“ไม่หรอกน่า” ไม้เอกยังพยายามปฏิเสธ
“แล้วเห็นไหมว่าพี่อิฐเขามีความสุขแค่ไหนพอรู้ว่าแกตอบตกลงว่าไป หูย วางแผนร้านนั้นร้านนี้มีความสุขออก เมื่อวานตอนแกแบ่งรับแบ่งสู้นะ พี่เค้าหงอยอย่างกับอะไรดี"
“ไม่หรอกน่า แซมมี่กับฟ้าอ่ะคิดมาก” ถึงจะตอบเพื่อนไปอย่างนั้นแต่ที่จริงไม้เอกก็พอจะดูออก ทั้งสายตาและการปฏิบัติอย่างอ่อนโยนจากพี่อิฐ แต่ตราบใดที่พี่อิฐไม่พูดออกมาไม้เอกก็คิดว่าไม่มีอะไรที่จะต้องทำให้ความสัมพันธ์ตรงนี้กลายเป็เื่ผิดใจกัน
วันนี้มีกิจกรรมหลังเลิกงานที่ผิดแผกไปกว่าทุกวัน เนื่องจากวันนี้ไม้เอกไม่ได้ตรงกลับบ้านในทันที หากทว่าใช้เวลาตอนเย็นไปกับการเลือกของขวัญวันเกิดให้พี่อิฐพร้อมกับแซมมี่และฟ้า
“นี่ว่าจะซื้อปากกาดีๆซักแท่งดีกว่า” แซมมี่ผุดไอเดียได้ก่อนเพื่อน ในขณะที่ฟ้ายังทำหน้ายุ่งเหยิง ส่วนไม้เอกก็หันมองช็อปต่างๆรอบห้างที่พากันมาหยุดยืนอยู่ใจกลางในขณะนี้
“คิดไม่ออกอ่ะ งบก็จำกัดด้วย ไม้แกจะซื้อไร” ฟ้าหันมาถาม พอดีกับที่ไม้เอกสะดุดกับช็อปหนึ่งเข้า
“น้ำหอม ว่าแต่จำกลิ่นได้ไหมว่าพี่อิฐใช้กลิ่นไหน”
“มาค่ะ พวกไม่รู้จักสังเกต เดี๋ยวแซมมี่คนนี้จัดการเอง อุตส่าห์ได้อยู่ใกล้พี่อิฐทั้งที เป็นี่จะดมให้ล้มเลยเถอะ” แซมมี่บ่นแล้วเดินนำไปยังช็อปน้ำหอมในขณะที่ไม้เอกเพิ่งจะนึกอะไรออก รีบวิ่งตามเพื่อนทั้งสองไปพลางเอ่ยถาม
“แซมมี่จำกลิ่นน้ำหอมพี่อิฐได้เลยเหรอ”
“ก็แน่สิคะ ใครๆเค้าก็จำกลิ่นน้ำหอมคนที่ชอบได้ทั้งนั้นแหละ ในกรณีแซมมี่ที่ชอบคนหล่อก็ต้องจำกลิ่นคนหล่อได้ทุกคนอยู่แล้วค่ะ อิอิ”
ไม้เอกฟังเพื่อนพูดแล้วก็เกิดรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมา เพราะไม้เอกเองก็จำกลิ่นคุณครามได้ดีเหมือนกัน ทุกคืนที่ตกอยู่ในอ้อมกอดหรือวงแขนของคุณครามไม้เอกจะได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของคุณครามเสมอและกลายเป็กลิ่นคุ้นเคยแล้วในตอนนี้
เย็นนี้ไม้เอกกลับมาที่ห้องพร้อมถุงน้ำหอมและอุปกรณ์ตกแต่งเล็กๆน้อยๆ คุณครามหันมามองทันทีเมื่อไม้เอกวางของลงบนโต๊ะทานข้าว
“ซื้ออะไรเป็ของขวัญให้เพื่อนล่ะ”
“น้ำหอมครับ”
“ไหน เอามาดูหน่อยซิ”
ไม้เอกถือถุงเดินไปยื่นให้คุณครามดู และคุณครามก็ถามออกมาทันทีเพียงแค่เห็นถุง
“เพื่อนผู้ชาย”
“จริงๆ ก็ เอ่อ ไม่ใช่เพื่อนซะทีเดียวหรอกครับ เป็รุ่นพี่ เอ่อ พี่อิฐน่ะครับ” ั้แ่ที่คุณครามเข้าใจผิด ไม้เอกก็ลำบากใจที่จะเอ่ยชื่อพี่อิฐออกมาตรงๆอย่างเช่นในตอนนี้ที่ทำหน้าไม่ถูกอยู่ตรงหน้าคุณคราม
“อ๋อ วันเกิดนายพี่อิฐ คนที่มาจีบ”
ไม้เอกไม่ได้ปฏิเสธออกไปเพราะถึงยังไงคุณครามก็เลือกจะเชื่อแบบนั้นไปแล้ว
“เอาไปเก็บเถอะ” คุณครามบอกโดยไม่ได้หยิบถุงไปดูอย่างที่เอ่ยขอตอนแรก ไม้เอกไม่เข้าใจ แต่ก็รวบถุงเดินเอาเข้าไปเก็บที่ห้องนอนก่อนจะออกมาทำอาหาร
มื้ออาหารเย็นไร้บทสนทนาจนน่าแปลกเมื่อคุณครามผูกความสนใจอยู่กับรายการทีวีและไม้เอกก็ไม่มีเื่จะชวนคุยเลยแม้แต่นิด และในที่สุดอาหารเย็นก็ผ่านไปอย่างเงียบๆ ไม้เอกถูกเรียกตัวมาที่ห้องนอนใหญ่อย่างทุกครั้งเมื่ออาบน้ำเสร็จ แต่แปลกไปตรงที่วันนี้คุณครามไม่ได้มีกิจกรรมบนเตียงอย่างทุกคืน
“คุณคราม...” ไม้เอกอดจะเอ่ยปากเรียกไม่ได้ และนั่นก็ทำให้คนที่นอนนิ่งอยู่ในคราวแรกพลิกตัวมามอบจูบอันเรียกร้องให้ ไม้เอกยกมือไปวางทาบแผ่นอกกว้างเปลือยเปล่าอย่างคุ้นเคย คุณครามจูบยาวนานกว่าครั้งไหนๆ แต่สุดท้ายก็ผละออกและขยับมากอดซ้อนหลังเท่านั้น
“นอนเถอะ ฉันรู้ว่าเธอคงเหนื่อย”
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลยนะครับคุณคราม”
“อืม”
ตื่นขึ้นมาก็ไม่พบคุณครามแล้ว และมีโน้ตสั้นๆแปะไว้เช่นเดิม
‘ฉันกลับไปนอนบ้าน’
ความเงียบบนเตียงเมื่อคืนทำให้ไม้เอกอดจะกังวลไม่น้อยว่าตัวเองทำให้คุณครามไม่พอใจอะไรเข้าหรือเปล่าและเก็บไปขบคิดทั้งวัน แต่กระนั้นก็คงต้องเก็บไว้ถามคุณครามวันหน้าเพราะวันนี้คุณครามคงไม่มาที่คอนโดเมื่อไม่มีไม้เอกอยู่ทำอาหารให้ แต่ทว่าผิดคาดเมื่อเปิดประตูเข้ามาในคอนโดหลังจากเลิกงานกลับพบว่าคุณครามนั่งอยู่ตรงโซฟาที่เดิม
“นึกว่าคุณครามจะไม่มาวันนี้” ไม้เอกเดินเอากระเป๋าไปวางพร้อมทักเสียงใส ดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่เจอคุณครามหลังจากที่คิดว่าวันนี้คงไม่ได้เจอกัน
“นึกว่าเธอจะไปต่อเลยเหมือนกัน”
“กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนน่ะครับ ของขวัญก็ยังไม่ได้เอาไป คุณครามจะให้ทำอะไรให้ทานก่อนไปไหมครับ” ไม้เอกเดินมาหยุดยืนถามใกล้ๆเอาใจ ใบหน้าภายใต้หน้ากากหันมามอง
“ไม่ล่ะ เดี๋ยวเธอจะสาย จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะกินข้าวที่นี่หรอก มีแพลนว่าจะชวนไปกินที่บ้านและก็จะได้แนะนำให้รู้จักพี่ชายไปด้วยเลย แต่เธอบอกว่าติดธุระซะก่อน”
“โอ๊ะ ทำไมคุณครามไม่บอกล่ะครับ” ไม้เอกออกจะใเมื่อได้ยินแบบนั้น
“ก็วันเกิดนายพี่อิฐของเธอนี่ วันสำคัญออกฉันจะบอกอย่างนั้นได้ยังไง”
“แต่ถ้าคุณครามบอกผมจะปฏิเสธพี่อิฐไป” ไม้เอกบอกทั้งครุ่นคิดหนัก ไม่อยากทำให้คุณครามขุ่นเคืองใจและก็ไม่อยากให้พี่อิฐเสียใจเพราะมาตอบปฏิเสธตอนสุดท้ายดื้อๆแบบนี้
“ไปเถอะ วันสำคัญขนาดนี้ คนสำคัญอย่างเธอไม่ไปนายพี่อิฐนั่นเสียใจแย่”
“แล้วคุณคราม...”
“ฉันก็จะไปกินข้าวบ้านกับพี่ชาย ของกินคงทำไว้เต็มโต๊ะแล้วล่ะมั้ง ฉันลืมบอกไปด้วยสิว่าเธอไปไม่ได้”
ไม้เอกกัดปากพร้อมครุ่นคิดหนัก ไม่อยากทำให้ใครต้องเสียใจเลย ในที่สุดจึงถอนหายใจออกมาและเอ่ยกับคุณครามอย่างตัดสินใจเด็ดขาด “งั้นให้ผมแวะเอาของขวัญไปให้พี่อิฐก่อนแล้วเลยไปบ้านคุณครามต่อได้ไหมครับ”
“อย่าเลย อยู่กับเพื่อนเถอะ ฉันไม่อยากบังคับใคร”
“ไม่ได้บังคับเลยครับ ผมอยากไปรู้จักพี่ชายคุณคราม วันเปิดพินัยกรรมเจอแค่แว้บๆเท่านั้น”
“จะดีเหรอ นายพี่อิฐไม่เสียใจแย่”
“ไม่หรอกครับ ผมจะอธิบายเอง”
“โอเค ถ้าเธอยืนยันว่าจะไป” แล้วคุณครามก็ตกลง ไม้เอกยิ้มกว้างทันทีก่อนจะถูกไล่ “ไปอาบน้ำแต่งตัวซะ”
“ครับ” ไม้เอกรวบกระเป๋ามาไว้ในอกแล้วเดินจ้ำเข้าไปในห้องนอนทันที
ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงก็พร้อมเดินทาง นี่นับเป็ครั้งแรกที่ออกนอกสถานที่ด้วยกันกับคุณครามและไม้เอกเพิ่งเห็นว่าคุณครามจะสวมแว่นตา หน้ากากอนามัยสีดำเข้ากับสีหน้ากาก และหมวกอำพรางใบหน้าภายใต้หน้ากากอีกชั้น
ไม้เอกคาดเดาไปอีกว่าที่คุณครามชอบกลับดึกๆคงเพราะไม่อยากตกเป็เป้าสายตาของใคร เพราะด้วยหุ่นอันประกอบด้วย่ขายาวๆและอกผายไหล่กว้างสมชายชาตรีจะกลายเป็จุดรวมสายตาของคนที่พบเห็นอย่างไม่อาจเลี่ยง ดีที่เพียงเดินออกมาจากลิฟต์และตรงมาที่ประตูคนรถเอารถมารอเทียบบันไดด้านหน้าแล้วจึงไม่ต้องถูกใครจ้องนานๆ
สำหรับไม้เอกไม่ได้กลัวว่าใครจะมองยังไงแม้แต่นิดตอนที่เดินมากับคุณคราม แต่ห่วงว่าคุณครามจะไม่ชอบที่ถูกใครจ้องนานๆมากกว่า ทว่าทุกอย่างไม่ได้เป็อย่างที่นึกกังวลสักนิด คุณครามเพียงเดินล้วงกระเป๋ากางเกงสบายๆมาขึ้นรถโดยไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดใดใดทั้งสิ้น
“มานั่งเบาะหลังข้างฉันนี่” คุณครามร้องเรียกเมื่อไม้เอกเดินเลยจะไปขึ้นนั่งคู่กับคนขับ จึงต้องรีบวกกลับมานั่งที่เบาะหลังและกระเถิบมาชิดฝั่งซ้ายไม่ให้ติดกับคุณครามมากนัก
“จะขยับไปชิดฝั่งนั้นทำไมนัก ขยับมาใกล้ๆฉันนี่”
“เอ้อ ครับ” ไม้เอกกลายเป็คนงกเงิ่นที่ทำอะไรไม่ถูกไปทันทีเมื่อได้นั่งคู่กับคุณครามบนรถครั้งแรก แม้แต่มือไม้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปวางไว้ที่ไหน
“ไปงานวันเกิดเพื่อนไม้เอกก่อนแล้วค่อยไปบ้าน” คุณครามเอ่ยสั่งคนขับรถแล้วหันมาบอกไม้เอก “บอกคนขับว่าวันเกิดเพื่อนจัดที่ไหน”
“ครับ” แล้วไม้เอกก็บอกจุดหมายปลายทางกับคนขับ
ระหว่างอยู่บนรถไม่มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้น คุณครามทิ้งตัวพิงเบาะรถในท่าสบาย ทอดสายตามองการจราจรด้านหน้าบ้าง ด้านข้างบ้าง และบางครั้งก็กดโทรศัพท์ซึ่งปลายสายตาไม้เอกเหลือบไปเห็นว่าเป็การตอบเมล์คงเป็เื่งาน ในที่สุดรถก็ฝ่าการจราจรมาถึงร้านอาหารเล็กๆอันเป็ที่จัดงานวันเกิดของพี่อิฐ
“คุณครามจะลงไปด้วยกันมั้ยครับ”
“ไม่ล่ะ”
“เดี๋ยวผมจะรีบเอาของไปให้แล้วก็จะรีบมาเลยนะครับ”
“ให้ยี่สิบนาที ไม่ต้องรีบมากหรอก เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจร้าย”
“ครับ” ถึงคุณครามจะพูดอย่างนั้นแต่ไม้เอกก็รีบลงจากรถแล้วจ้ำเข้าไปในร้านพร้อมถุงของขวัญทันที และเสร็จทุกอย่างทั้งการมอบของขวัญและขอโทษขอโพยพี่อิฐภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ แม้จะต้องเดินออกมาทั้งที่มีพี่อิฐมองตามตาละห้อยอยู่ข้างหลังอย่างรู้สึกผิดก็ตาม
“ยังไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ” คุณครามยกนาฬิกาที่ไม้เอกรู้ว่าแพงแสนแพงขึ้นดูพร้อมยกยิ้มมุมปาก จนไม้เองยังนึกแปลกใจว่าทำไมคุณครามถึงยิ้มแบบนั้น
“ไม่อยากให้คุณครามรอนาน ผมแค่เอาของขวัญเข้าไปให้ เสร็จแล้วก็ออกมาเลย”
“นายพี่อิฐไม่เสียใจแย่เหรอ”
“ก็...” ไม้เอกพูดไม่ออกเมื่อนึกถึงใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึงของพี่อิฐตอนที่ไม้เอกเดินเอาของไปยื่นให้และเอ่ยขอโทษ
“ฉันใจร้ายอีกแล้วสินะ หึหึ” ถึงจะเอ่ยอย่างนั้นแต่คุณครามกลับหัวเราะออกมา ก่อนจะเปลี่ยนเื่ไปสั่งให้คนรถออกรถ
บ้านหลังใหญ่ที่ไม้เอกแอบเรียกว่าพระราชวังเมื่อคราวมาครั้งก่อนสว่างไสวไปด้วยแสงไฟั้แ่รั้วบ้านไปจนสุดถนนสายยาวที่ทอดสู่ตัวบ้าน ทำให้แม้จะอยู่ในยามค่ำก็ยังสามารถมองเห็นความสวยงามอลังการได้ ไม้เอกเผลอกวาดสายตามองไปรอบๆที่รถวิ่งผ่านเพราะแม้จะเคยมาแล้วแต่ทว่าครั้งนั้นก็ไม่ได้เก็บรายละเอียดอะไรเลยสักนิด ไม่นานรถก็จอดลงเทียบบันไดหินอ่อนใหญ่โตหน้าบ้านและที่นั่นคนที่ไม้เอกจำได้ว่าชื่อคุณเสือรออยู่ก่อนแล้วและเดินลงบันไดมาต้อนรับด้านล่างทันที
“มาๆ กำลังจะโทรหาพอดีว่าทำไมยังไม่ถึงกัน” คุณเสือเอ่ยขึ้นเมื่อไม้เอกและคุณครามเปิดประตูลงมา และปลายประโยคหันไปพูดกับน้องชายทำทีถาม “โอ้ นี่คงเป็ไม้เอก น้องสะใภ้ของฉันสินะ”
ไม้เอกพนมมือไหว้ทันทีเมื่อลงมาหยุดยืนที่ด้านล่าง คุณเสือเดินมารับไหว้พร้อมทักทาย
“สวัสดี ฉันคุณเสือนะ พี่ชายนายครามเอง ไม้เอกคงจำคุณเสือได้ เราเจอกันแล้ววันเปิดพินัยกรรม เดินไปถามไปเถอะ ค่ำมากแล้วหิวแย่” ถามพลางโอบประคองอย่างเป็กันเองพาเข้าบ้านโดยมีคุณครามเดินตามหลังมา
“จำได้ครับ”
“ตัวเล็กจริง เอวอย่างนี้ไม่หักคามือนายครามหรอกรึ” เย้าไม้เอกแล้วหันไปพูดกับน้องชาย “เลี้ยงเมียให้ดีๆหน่อย ตัวเล็กอย่างกับแมว”
“ก็กินเท่าแมวดมนี่” คุณครามตอบเสียงสะบัดใส่พี่ชาย
“นี่เรากินน้อยไม่ได้นะ เราน่ะต้องกินเยอะๆ รับมือกับน้องชายคุณเสือไม่ง่ายหรอก เพราะงั้นกินเยอะๆ หรือไม่ก็ให้นายครามพามากินข้าวที่บ้านบ่อยๆ เดี๋ยวคุณเสือให้คนทำอาหารไว้รอ หรือจะสั่งมาจากภัตตาคารก็ได้”
“พอเลยๆ แค่พามาไหว้เป็พิธี” คุณครามที่เดินตามหลังมาพยายามเอ่ยตัดบทเมื่อคุณเสือชวนไม้เอกคุย ไม้เอกถึงกับหลุดยิ้มเพราะไม่เคยเห็นคุณครามในโหมดนี้ พออยู่กับพี่ชายเหมือนคุณครามยังเป็น้องเล็กๆของคุณเสืออยู่เลย
“ถึงจะพามาไหว้พอเป็พิธีแต่ก็ไม่ปล่อยให้กลับง่ายๆหรอก” พูดกับน้องชายแล้วหันมาพูดกับไม้เอก “ไม้เอกรู้มั้ยนี่ครั้งแรกเลยนะที่นายครามพาคนมาให้คุณเสือรู้จักถึงที่บ้าน”
“เหรอครับ” ไม้เอกออกจะแปลกใจเมื่อได้ยินแบบนั้น
“จริงสิ คุณเสือถึงกับเดินออกมาต้อนรับนี่ไง”
100%
#คุณคราม
................................................................
เห็นความเ้าเล่ห์เล็กๆของคุณครามไหมคะ555555 โปรดทำความรู้จักคุณเสือคนนี้ไว้นะคะ เพราะเดี๋ยวจบคุณครามจะมีเื่คุณเสือต่อแน่นอนค่า อิอิ