“นี่ไฉนยังไม่มีข่าวคราวเ้าเศษสวะลู่เฟยมันตกตายแต่อย่างใดพี่ใหญ่หรือว่ามันรู้ว่าเป็พิษมันเลยไม่ได้กินเข้าไป ไม่ไม่ ไม่มีทางเป็ไปได้แม้แต่ผู้เฒ่าที่ดูแลเื่อาหารยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำหรือว่ามันกินเข้าไปแล้วแต่กลับรอดมาได้”
“มันจะเป็แบบนั้นได้อย่างไรพลังยุทธของมันต่ำน้อยนิดถ้าหากกินเข้าไปต้องตายในไม่ถึงหนึ่งชั่วยามด้วยซ้ำถ้ามันตายป่านนี้ต้องมีข่าวคราวบ้างแล้ว”
“ใช่แล้วใช่แล้วพี่ใหญ่เป็นางแน่ มู่ไฉซู พอจะเห็นนางไปหาเ้าลู่เฟยมันบ่อยครั้งจนตัวพวกมันแทบจะติดกันถ้าหากนางกินเข้าไปแทนพวกเราจะไม่แย่หรอกหรือ ”
สีหน้าของมันกลายเป็สีหน้าร้อนรนในทันใด “ว่าอะไร! ถ้าหากนางอยู่กับมันตลอดจริงกลับไม่มีข่าวคราวอันใดก็แสดงว่าเป็นางที่กินเข้าไปแน่แล้วเ้าโง่เง่ากลับไม่บอกข้าว่ามีเื่สำคัญเช่นนี้ข้าเพียงคิดว่านางเป็แค่สาวใช้ที่เพียงแวะเวียนเข้าไปหามันแล้วเป็นางที่จะมาเห็นศพเ้าลู่เฟยมันก็จะเป็ไปตามแผนการของข้าทุกอย่างแต่ถ้าหากนางกินขนมนั่นเข้าไปละก็นางไม่มีทางตายด้วยพิษนั่นแน่ พ่อของนางเห็นว่าเป็คนใกล้ชิดกับผู้นำตระกูลถ้าหากนางนำเื่นี้ไปบอกต่อพ่อนางเื่นี้ต้องถึงหูของผู้นำตระกูลแน่ ไม่แน่ว่าอาจจะสืบสาวมาถึงพวกเรา!”
ณ ห้องของลู่เฟย บนเก้าอี้ไม้ข้างเตียงนอนนั่งไว้ด้วยเด็กหนุ่มที่ท่าทางสงบนิ่งไม่ขยับแม้แต่น้อยั้แ่เที่ยงวันมู่ไฉซูนางก็นอนหลับบนเตียงของเด็กหนุ่มมาถึงยามเย็นแล้วด้วยร่างกายนางที่โดนพิษถึงจะถูกขจัดออกไปจนหมดแล้วแต่ร่างกายนางก็รู้สึกอ่อนเพลียเป็อย่างมากทำให้นางเผลอหลับไป
ลู่เฟยนั่งครุ่นคิดมาทั้งวันมันไม่ได้กังวลถึงตัวมันแต่เื่ที่มันกังวลที่สุดตอนนี้ก็คือเื่ที่อาจจะเกิดขึ้นกับมู่ไฉซูถ้าหากนางโดนพวกมันหมายตาตัวมันลู่เฟยแทบจะไม่มีอะไรที่จะช่วยนางได้แม้แต่นิดเดียวถึงมันจะมีบิดาเป็ผู้นำตระกูลที่ผู้คนยำเกรงแต่หากใช่ตัวมันไม่ในแววตาผู้คนที่มองมันต่างก็แฝงไว้ด้วยความหยามเหยียดสายหนึ่งไม่ต่างไปจากสายตาที่มองดูหนอนแมลงมันทำได้แต่หวังว่าเื่นี้จะไม่ส่งผลอะไรกับหญิงสาว
ลู่เฟยกอบกุมมือหญิงสาวอย่างนุ่มนวลจ้องมองใบหน้ายามหลับของนางในแววตามันสาดประกายความเศร้าอันซับซ้อนเอ่ยวาจาแ่เบา“โลกที่เต็มไปด้วยความโสมมมันไม่คู่ควรกับท่าน”กล่าวจบมุมปากของมันก็ปรากฏโลหิตพร้อมกับหยาดน้ำสองสายที่หลั่งไหลมาจากดวงตามันที่เคยเป็ถึงัหมื่นปีอันสูงส่งแต่มันกลับต้องมาเสียน้ำตาให้เพียงแค่หญิงสาวธรรมดานางหนึ่งชีวิตหมื่นปีของมันไม่มีแม้เพียงครั้งเดียวที่จะมีเหตุการณ์แบบนี้ สิ่งที่เรียกว่าน้ำตาที่มันไม่เคยได้รู้จักมาก่อนมาตอนนี้มันก็ได้รู้ซึ้งอย่างถ่องแท้ว่ามันเป็ความรู้สึกเช่นไร
จากบรรยากาศที่เงียบสงบก็ได้มีเสียงร้องไห้สะอื้นอย่างแ่เบาจนกลายเป็ถี่รัวที่ไม่ต่างไปจากเด็กน้อยธรรมดาผู้หนึ่งร้องไห้แต่หากใครจะคาดคิดเสียงร้องไห้นี้กลับเป็เสียงของตัวตนที่เคยเป็ถึงัหมื่นปีที่ใครๆต่างขนานนาม‘เทพเ้าั’ มันพยายามสกัดกั้นไม่ให้มีเสียงหรือน้ำตาออกมาแต่ก็ไม่ได้ผลแต่อย่างใดยิ่งนานไปยิ่งถี่รัวคลื่นน้ำตาก็ถาโถมรุนแรง
มาถึงตอนนี้เองหญิงสาวก็ได้ลืมตาตื่น“น้องเฟย...”นางไม่กล่าวอันใดอีกเพียงโน้มตัวไปพยุงเด็กนุ่มลงมาที่เตียงแขนซ้ายของนางก็สวมกอดเด็กนุ่มมือขวากลูบหัวอย่างบางเบาพลางเอ่ยวาจา“อ่อนโยนยิ่งกว่าผู้ใดแฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งความกล้าหารความสดใสทั้งหมดทั้งมวลนี้รวมเป็น้องเฟยของข้าท่านกลับต้องมาหลั่งน้ำตาเพราะข้าข้านั้นรู้สึกผิดแต่ไม่ได้รู้สึกผิดที่ทำให้ท่านต้องหลั่งน้ำตาแต่เป็ความรู้สึกผิดที่ข้านั้นมันเห็นแก่ตัวความเห็นแก่ตัวที่ตัวข้ากลับรู้สึกดีใจเมื่อได้เห็นท่านหลั่งน้ำตาเพราะข้าคำขอนี้อาจจะเห็นแก่ตัวไปหน่อยแต่ข้าอยากให้น้องเฟยปลดปล่อยออกมาความรู้สึกทั้งน้ำตาทั้งหมดของน้องเฟยปลดปล่อยออกมาเพื่อข้า”
ลู่เฟยที่นอนซุกหน้าอกของหญิงสาวยิ่งได้ยินวาจาที่นางเอ่ยคลื่นน้ำตาก็ยิ่งทะลักทลายแขนทั้งสองข้างของมันก็ยิ่งกอดรัดนางมันไม่สนใจด้วยซ้ำที่ว่าทั้งน้ำตาทั้งน้ำมูกของมันจะเปรอะเปลื้อนอาภรณ์ของนางมันทำเพียงสิ่งที่มัน้าโดยไม่สนสิ่งใดก็คือการนอนร้องไห้ในอ้อมอกหญิงสาว
ลู่เฟยเอ่ยวาจาพลางสะอื้นไป “พี่หญิง ข้าจะไม่มีทางให้เื่เลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้น..กับท่านเป็ครั้งที่สองข้าจะ..คอยปก..ป้องท่านตลอดไป..ข้าจะไม่ลัง...เลเลยที่จะปกป้องท่านไม่..ว่าจะแลกด้วยสิ่งใดถ้าพี่..หญิงไม่รังเกียจขอ..ข้าอยู่ปกป้องท่าน..ไปตลอดเลยได้หรือไม่”
“แน่นอน ข้าจะอยู่ข้างน้องเฟยไปตลอดจนกว่าจะถึงเวลาที่เป็ฝ่ายท่านที่เบื่อหน้าข้าแล้วไล่ข้าหนี” ขณะเอ่ยคำหญิงสาวก็ใช้มือลูบศีรษะเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน
เวลาก็ผ่านไปนานพอสมควรท้องฟ้าก็เริ่มมืดมิดเวลานี้ก็เป็เวลาที่การประชุมเสร็จสิ้นไปแล้วไม่นานหากแต่ชายหญิงทั้งสองก็ยังนอนอยู่ในท่วงท่าเดิม
“พี่หญิงข้ายังไม่อยากให้ท่านกลับเลยข้าอยากอยู่แบบนี้ต่ออีกซักพัก”ลู่เฟยเอ่ยคำ
“อิอิ น้องเฟยเป็เด็กทารกหรอกหรือทำไมชอบเอาแต่ใจเช่นนี้”มู่ไฉซูเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
ลู่เฟยกล่าวคำจริงจังหนักแน่น “ข้าไม่อยากให้ท่านกลับไปเลยทำไมท่านไม่ย้ายมาอยู่ห้องเดียวกันกับข้าเล่า ท่านก็จะไม่ต้องเดินไปเดินมาอีกแล้วข้าก็จะดีใจมากด้วยที่จะได้นอนกอดท่านทุกวันดูท่าทางท่านก็จะไม่ใช่ว่าจะไม่ชอบใช่หรือไม่”
“เื่นี้สำหรับพวกเราสองคนอาจจะดูธรรมดาแต่ในสายตาผู้อื่นมันอาจจะดูไม่เหมาะสมอยู่ไม่น้อยพวกเราต่างก็เป็บรุษสตรีน้องเฟยไม่ต้องเศร้าใจไปถึงอย่างไรข้าก็จะมาหาทุกวันไม่ไปไหนไกล”
ลู่เฟยขยับตัวขึ้นมาจากอ้อมอกหญิงสาวสายตาของคนทั้งคู่สบผสานกัน เด็กหนุ่มยิ้มแย้มเอ่ยวาจา “ถ้าหากท่านแต่งงานกับข้าเื่ยุ่งยากทั้งหมดก็จะไม่มีอีกต่อไปพวกเราก็จะได้กอดกันได้เท่าที่พวกเรา้า”
มู่ไฉซูใบหน้าแดงแจ๋ก้มหน้าลงเล็กน้อยเอ่ยวาจาเสียงเบา“น้องเฟย คงจะยังไม่รู้เกี่ยวกับเื่นี้ดีหากท่านโตเป็ผู้ใหญ่กว่านี้ซักหน่อยท่านจะต้องเปลี่ยนใจแน่ๆ”
ลู่เฟยเอ่ยเสียงต่ำ “พี่หญิงทำไมข้าจะไม่รู้เกี่ยวกับเื่แต่งงาน ท่านจะต้องเป็ภรรยา ข้าเป็สามีข้าเป็ผู้ใหญ่พอแล้วด้วย แล้วข้าก็ไม่มีวันที่จะเปลี่ยนใจ!”
หญิงสาวเอ่ยเสียงเบา “อะอะอเอ่ยอะไรออกมากันน้องเฟยบ้าที่สุดอย่ากลั่นแกล้งข้าสิข้าชักจะไม่ขำแล้วนะ!”
“ข้าไม่ได้ล้อเล่นอันใดพี่หญิงข้า้าคำตอบของท่านว่าปฏิเสธข้าหรือไม่ คราวนี้ท่านไม่มีทางหนีไปได้แน่ข้า้าคำตอบเดี๋ยวนี้!”กล่าวจบเด็กหนุ่มก็ใช้แขนคว้าเอวของหญิงสาวเข้าหาตัวอย่างแแ่
ใบหน้าของทั้งคู่แทบจะห่างกันไม่ถึงหนึ่งฟุตหญิงสาวได้แต่หน้าแดงก่ำเอ่ยตะกุกตะกักไม่เป็คำ “ขะขขขะข้า...”
‘ก๊อกก๊อก ก๊อก’ เสียงเคาะประตูตามมาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย “ลู่เฟยนี่พ่อเองลูกพ่อมีเื่สำคัญจะมาบอก ไม่ทราบว่าลูกยุ่งอยู่หรือไม่?”