ปรมาจารย์จักรพรรดิแห่งราชันย์

    ตอนที่ 2 เรื่องเล่า จอมมาร

    ชู เริ่มเล่าเรื่องของ จอมมาร ต่อโดยไม่รอ "เมื่อยุคอดีตกาลที่ผ่านมาเนิ่นนาน ได้มีสงครามครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นจนเกิดเป็นสงครามแห่งจักรพรรดิ มีทั้งจักรพรรดิที่จะเข้ามาห้ามปราม และจักรพรรดิที่จะเข้าร่วมเป็นฝ่าย แต่ทั้งหมดก็ไม่แคล้ว จะต้องลงเอยด้วยการฆ่าฟันกันอยู่ดี""แต่ทว่า พลังของจักรพรรดิแต่ละฝ่ายนั้น เป็นพลังที่เหนือจะจินตนาการได้ ถ้าเกิดปะทะกันเต็มรูปแบบขึ้นมาจริงๆ ไม่ต้องคิดถึงสภาพของแต่ละเมือง หรือแต่ละประเทศเลย โลกทั้งใบก็ไม่สามารถทนรับการปะทะกันของจักรพรรดิได้ไหวอย่างแน่นอน เหล่าจักรพรรดิจึงเห็นว่า ต่อให้สู้กันตายไปข้างนึง ก็ไม่ได้มีผลดีเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย พวกเขาจึงจัดลำดับการปะทะกันแบบ 1-1 หรือก็คือ ตัวต่อตัว ขึ้นมานั่นเอง""และแน่นอน ข้อเสนอนี้ก็ไม่เลว แต่ทว่า จักรพรรดิในยุคอดีตนั้นมีมากกว่าหมื่นคนเสียอีก มันจึงทำให้เกิดการล่าช้า และความเสียหายก็ยังมีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ถ้าจะให้สู้แบบจับคู่กันไปแบบนี้ ก็จะกินเวลาคร่าวๆไปประมาณหมื่นกว่าปีเห็นจะได้""พวกเขาจึงจะต้องตัดสินใจกันอีกที และก็ได้มาถึงที่มาของคำว่าฉายาแห่งจักรพรรดิ จักรพรรดิคนแรกที่คิดค้นมานั้น ได้ออกมาลงสนามเป็นคนแรก ซึ่ง กฏของฉายาเขานั้นก็ง่ายๆ ถ้าเขาสามารถปราบจักรพรรดิทั้งหมดของอีกฝ่ายลงได้ เขาขอรับ ฉายาจักรพรรดิแห่งราชันย์ และอยู่เหนือจักรพรรดิทั้งปวง""ซึ่งสมญานามว่า จักรพรรดิแห่งราชันย์ ก็จำเป็นอยู่แล้วที่จะต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดแม้ในหมู่จักรพรรดิด้วยกันเอง เขาจึงก้าวลงสนามออกมาเป็นคนแรก ของสงครามการแย่งชิง ฉายาจักรพรรดิ""เมื่อจักรพรรดิคนนั้นก้าวลงสนามได้ไม่ถึงครึ่งก้าวเท่านั้นหล่ะ ..."จอมมัล ก็ได้ขัดจังหวะ และถามกลับไปด้วยท่าทีสงสัยว่า "เขาจัดการหมดเลยหรือ เขาจะแข็งแกร่งขนาดไหนกันเชียว ถ้าเขามีชีวิตมาถึงตอนนี้ได้ !?"ชูได้มองหน้ากลับไปที่จอมมัล ก่อนจะกล่าว "เจ้าอาจจะเข้าใจผิด ฟังแล้วห้ามขัดข้าอีก"ชูได้เริ่มเล่าต่อ "หลังจากที่จักรพรรดิผู้ท้าทายจักรพรรดิทั้งหมดของฝ่ายตรงข้าม ก้าวลงมาในสนามไม่ถึงครึ่งก้าว... แน่นอนว่าตัวตนของเขานั้น ถูกลบให้หายไปตลอดกาล โดยที่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่า ตนเองตกตายไปได้อย่างไร"จอมมัลก็กล่าวแทรกขึ้นมาอีกทีพร้อมกับเอามือกุมที่ขมับ "โถ่ว ไอ้เราก็นึงว่าจะเก่งมาก ที่ไหนได้ ตายตั้งแต่ยังไม่ก้าวลงถึงพื้นเลยด้วยซ้ำ..."ทุกๆคนที่ตั้งใจฟัง ต่างหันมามองหน้าจอมมัล เป็นทางเดียวกัน นั่นจึงทำให้จอมมัลรู้ว่า เขาขัดจังหวะอีกแล้วสินะชูเริ่มเล่าต่อ "แต่ทว่า มันยังไม่จบแค่นั้นเพราะหลังจากที่เขาตายแบบที่ยังไม่รู้ตัวอยู่นั้น ทุกคนในทีมของฝ่ายเขาตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพียงกันว่า พระเจ้า!!!""นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาได้รับฉายาจักรพรรดิแห่งพระเจ้าไปอย่างงุนงงท่ามกลางสงคราม แต่อีกฝ่าย ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เพราะเนื่องจากต่อให้จักรพรรดิผู้นั้นตายไปพร้อมสมญานาม แต่ฝ่ายของเขาก็ยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็น จักรพรรดิสังหารพระเจ้า อยู่ดี มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่า แต่งตั้งฉายาเพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่ผู้ที่มีความกล้าหาญเช่นนี้"เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ ชู ก็เริ่มเสียงแข็งขึ้น "แต่ทว่า หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเดิมพันฉายากันอยู่นั้นเอง ก็ได้มีเด็กหนุ่มใส่เสื้อสีดำทมิฬไม่ปิดบังใบหน้า ที่ดูลักษณะภายนอกอายุไม่น่าจะเกิน17ปี ก้าวลงบนสนามแห่งสงครามจักรพรรดิ ก่อนที่เขาจะกล่าวออกมาว่า เข้ามาพร้อมกันทั้งหมดนั่นหล่ะ ข้าจะทำให้มันจบไวที่สุด โดยที่พวกเจ้าเองยังไม่รู้เลยว่าตนเองตายได้อย่างไร!! เสียงตะโกนดังกึกก้อง แค่เพียงได้ยินเสียง จักรพรรดิที่บินอยู่เหนือน่านฟ้าทั้งหมด ต่างร่วงหล่นลงมาตายตกนับไม่ถ้วน โดยไม่ทราบสาเหตุว่าโดนโจมตีด้วยอะไรกันแน่""แต่ทว่าก่อนที่จักรพรรดิหลายๆคนกำลังจะสิ้นใจตาย เขาได้กล่าวคำสุดท้ายไว้ให้คนรุ่นหลังสืบต่อมา น...น...นี... หนี!!! หลังจากเสียงเฮือกสุดท้ายของเขาหมดลง ทั้งโลกก็ราวกับว่าอยู่ในความสงบ และไม่เคยมีสงครามเกิดขึ้นมาอีกเลย"ชู ได้กล่าวออกมา "เรื่องทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้หละ ที่ตระกูลของข้าเล่าต่อกันมาอะนะ"แปะ! แปะ! แปะ!ทุกคนต่างตบมือเสียงดังหลังจากที่ได้ฟังเรื่องเล่าของจอมมารจบลงไปแล้วมีอยู่คนเดียวที่ยังมีคำถามค้างคาใจอยู่ นั่นก็คือจอมมัล นั่นเอง "อ้าวชู แล้วไหนนายบอกจะเล่าเรื่องของจอมมาร แล้วไหนหล่ะ ผู้ที่ได้รับฉายาจอมมาร?"หลังจากที่ทั้ง5คนได้ยินดังนั้น ต่างนั่งกุมขมับกันไปตามๆกัน "ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่นายยังไม่เข้าใจอีกหรอจอมมัล ว่าแท้จริงแล้วไม่ได้มีหรอก ฉายาที่ชื่อว่าจอมมารหน่ะ..."ชูได้กล่าวเสริม "จอมมารไม่ใช่ฉายาจักรพรรดิ เป็นเพียงแค่ โลกทั้งใบเชื่อในชื่อที่พวกเขาตั้งให้ ก็เท่านั้น"เมื่อจอมมัลได้ยินดังนั้น มีหรือว่าจะไม่ตกใจ !!! "โลกทั้งใบ!!!! กว่าหลายหมื่นล้านคน เนี่ยนะ!!!"เมื่อจอมมัลคิดและเปรียบเทียบดูกับตัวของเขาเอง 'หมื่นล้าน:หนึ่ง นี่มันไม่เล็กกว่าไมโครเศษฝุ่นอีกไม่ใช่หรือไงเนี่ย เป็นไปได้อย่างไรที่คนทั้งโลกจะยอมรับ อาจจะมีสักคนหล่ะหน่าที่ไม่ยอมรับ หึ กลับบ้านไปข้าจะลองกลับไปถามพ่อกับแม่ของข้าให้ได้เรื่องนี้'