“ว๊าว...!” กายมัลโลรี่เต็มไปด้วยดีใจเหลือจะกล่าว ใบหน้ารื่นเริงมีชีวิตจิตใจขึ้นมาทันที
เสียงที่เบิกบานแจ่มใสของเด็กชายทำให้บุรุษทั้งสองที่เดินอยู่ข้างหน้าต้องหันมามองด้วยความประหลาดใจซึ่งก็เป็ขณะเดียวกันกับที่ได้เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเรือนพักขนาดใหญ่หลังหนึ่งที่ว่างคนอยู่อาศัยมาเป็เวลาเดือนกว่าแล้ว สีหน้าของฮอลท์ มัลโลรี่ดูอ่อนโยนลงด้วยรอยยิ้มบางๆขณะก้มลงมองลูกชายที่กำลังะโโลดเต้นอยู่อย่างแปลกใจ
“เกิดตื่นเต้นอะไรขึ้นมาล่ะกาย?”
“คุณผู้หญิงสัญญาว่าจะสอนขี่ม้าให้ผมครับพ่อ”
ฮอลท์ มัลโลรี่ ขมวดคิ้วขณะตอบลูกชายว่า
“เอ๊ะ...ไม่เห็นแกเคยบอกพ่อนี่ว่าอยากเรียนขี่ม้า...”เสียงที่พูดนั้นเป็เสียงที่พยายามให้อ่อนลงแล้ว สังเกตอยู่ว่าท่าทางของกายดูจะสนิทสนมกับไดอาน่า ทั้งๆที่เพิ่งรู้จักกันได้เพียงชั่วครู่มากกว่าที่เด็กชายจะให้ความสนิทสนมกับพ่อของตัวเองทั้งที่อยู่ร่วมกันมาเป็เวลานานหลายชั่วโมง
“ผมอยากเรียนครับแล้วคุณผู้หญิงก็สัญญาว่าจะสอนให้ผมด้วย”
“เป็ความกรุณาของมิสซอมเมอร์ส์อย่างยิ่งแต่เราก็ไม่ควรสร้างความลำบากให้เธอนะ ถ้าแกอยากจะเรียนจริงๆ นะกายพ่อจะสอนให้เอง...แต่ว่านั่นต้องหมายความด้วยว่าถ้าเมเจอร์จะอนุญาตให้เราขอยืมม้าของท่านก่อน”
“ผมไม่ขัดข้องอะไรเลย ฮอลท์แต่เมื่อไดอาน่าเขาแสดงเจตนาจะช่วยสอนให้ ผมคิดว่าปล่อยให้เขาสอนกันเถอะ” เมเจอร์ว่า “ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้งานในไร่คงจะยุ่งมากไดอาน่าจะมีเวลามากกว่าคุณแน่ เขาจะได้เป็เพื่อนกันช่วยพาเที่ยวรอบๆ ได้”
ฮอลท์มัลโลรี่ดูจะไม่ใคร่พอใจกับข้อโต้แย้งของเมเจอร์เท่าไรนัก
“มันก็จริงหรอกครับ” เขามองไดอาน่าด้วยสายตาชาเย็น“ครับ ถ้าคุณไม่รังเกียจผมก็ไม่ขัดข้องครับ”
“ฉันไม่รังเกียจหรอกค่ะ” ไดอาน่าตอบไม่ตรงความจริงในใจ
“เยี่ยมไปเลยครับ” กายร้อง“ในที่สุดคุณก็จะสอนให้ผมจริงๆ” เด็กชายไม่ทันสังเกตเห็นสันกรามของพ่อที่ขบกันแน่น“แล้วเราจะเริ่มกันเมื่อไหร่ล่ะครับ...วันนี้เลยหรือ...?”
เมเจอร์ยิ้มอย่างใจดีเมื่อตอบเด็กชายว่า
“ยังไม่ใช่วันนี้หรอกวันนี้พ่อหนูคง้าความช่วยเหลือให้หนูช่วยจัดข้าวของในบ้านใหม่ก่อนเอ้า...ฮอลท์...นี่กุญแจบ้าน”
หลังจากนั้นไดอาน่ากับพ่อก็เดินกลับไปยังบ้านหลังใหญ่ด้วยกันจนเดินเข้าไปถึงระเบียงบ้านแล้วเธอจึงได้เอ่ยขึ้น
“พ่อไม่เคยพูดให้หนูรู้เลยนะคะเื่ที่จ้างผู้จัดการคนใหม่มา”
“อ้าว...! พ่อไม่ได้บอกหรอกหรือนี่?” เมเจอร์มองหน้าลูกสาวงงๆ คล้ายกำลังคิดเื่อื่นอยู่ “สงสัยว่าพ่อคงลืมไปละมัง”
“เขาไม่้าลูกชายของเขาหรอกนะคะ”
คำพูดประโยคนั้นถึงกับทำให้เมเจอร์หยุดเดินหันหน้ามามองลูกสาวเขม็ง
“ไปเอาความคิดนั่นมาจากไหนกัน?”
“กายบอกหนูเองค่ะ”
“เอ๊ะ...สองคนนี้แค่เดินไปด้วยกันนิดเดียวคุยกันได้เื่ขนาดนี้เชียวหรือนี่?”
“ซึ่งก็มากพอที่จะรู้ว่าเขาเป็คนแปลกหน้าสำหรับลูกชายละค่ะกายบอกว่าไม่เคยเห็นหน้าพ่อเลยจนกระทั่งแม่ตายลงเขาทิ้งไปั้แ่กายยังนอนแบเบาะอยู่เลยค่ะ”
“เื่มันคงไม่รุนแรงถึงขนาดนั้นหรอกไดอาน่าเมื่อตอนที่พ่อกับแม่ของกายแต่งงานกันก็เพิ่งอายุ 16 ปีเท่านั้น มันเป็เื่ที่เขาจำเป็ต้องทำเด็กอยู่มากด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งมันก็เหมือนคู่แต่งงานอายุน้อยๆ คู่อื่นๆ นั่นแหละคือไม่สามารถจะประคองชีวิตแต่งงานให้มันยืนยาวไปได้ หลังจากที่ทั้งคู่แยกทางกันเมียเขาก็พาลูกไปเสียจากอริโซน่า ฮอลท์ไม่เคยได้ข่าวคราวของเมียอีกเลยจนกระทั่งเมื่อพ่อตาแม่ยายส่งข่าวไปบอกว่าเธอตายแล้ว มันไม่ใช่เื่ว่าเขาไม่้าจะได้พบลูกตัวเองหรอกฮอลท์ไม่รู้ต่างหากว่าเมียพาลูกไปอยู่ที่ไหน”
มันก็ฟังดูน่ามีเหตุผลดีแต่ไดอาน่าก็ยังอยากเชื่อคำพูดของกายมากกว่า...
“หนูไม่ชอบหน้าคนคนนี้เลย” เธอพูดออกไปตามตรง ซึ่งทำให้เมเจอร์มีสีหน้าหงุดหงิดขึ้นมาทันที
“ลูกไม่เคยตัดสินอะไรด้วยความรู้สึกอย่างนี้มาก่อนนี่”
“ค่ะ...หนูยืนยันว่าหนูไม่ชอบเขา”
“แล้วลูกจะเปลี่ยนใจเขาเป็คนที่มีความเชี่ยวชาญเื่ม้ามากและมีความรู้เื่ไร่ปศุสัตว์อย่างดีที่ดียิ่งกว่านั้นก็คือ เขามีความรู้พิเศษในด้านการบริหารงานด้วย”
“การบริหารงานอะไรคะแล้วทำไมมันถึงต้องมีความเป็พิเศษด้วยล่ะ?”
“ไดอาน่า...พ่อไม่หนุ่มอยู่อีกแล้วนะอีกปีหรือ2ปีข้างหน้า พ่อย่อม้าใครสักคนหนึ่งที่จะเข้ามาดำเนินกิจการในไร่ของเราต่อไป อย่างน้อยก็ช่วยลดภาระที่แบกอยู่บนไหล่ลงบ้างฮอลท์อาจจะ้าการฝึกฝนอีกสักเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าสัญชาตญาณไม่หลอกพ่อแล้วละก็เขาจะต้องเป็ผู้บริหารที่ดีคนหนึ่งทีเดียวละ”
ไดอาน่าเงียบไปทันที รู้ดีว่าถ้าเพียงแต่เธอจะเป็ลูกชายป่านนี้เมเจอร์ก็คงไตร่ตรองแล้ว ในเื่ที่จะมอบหมายกิจการในไร่ทั้งหมดให้อยู่ในมือเธอแทนที่จะเป็คนแปลกหน้าเช่นนี้ ความคิดดังกล่าวทำให้เธอรู้สึกน้อยใจวันเวลาแห่งฤดูร้อนปีนี้มันไม่ได้น่ารื่นรมย์อย่างที่เคยเป็มาก่อนหน้าที่ฮอลท์มัลโลรี่จะมาถึงเลย
เธอเดินตามหลังพ่อเข้าไปในบ้าน ผ่านห้องนั่งเล่นเข้าไปในห้องรับประทานอาหารที่อยู่ติดต่อกันเครื่องเรือนที่ใช้ประดับตกแต่งในห้องต่างๆเหล่านี้ดูจะมีลักษณะเคร่งขรึมแบบผู้ชายเสียมากกว่า และจัดวางตามความพอใจแต่ก็ดูน่าสบาย บนโต๊ะอาหารขณะนี้มีกาแฟตั้งอยู่ซึ่งเป็รายการประจำวันของครอบครัวซอมเมอร์ส์
ไดอาน่าทรุดตัวลงนั่งทางขวามือของเมเจอร์นับแต่จำความได้จนบัดนี้เธอก็นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับพ่อมาตลอดและหัดดื่มกาแฟั้แ่อายุ 8 ขวบ เมเจอร์สลัดผ้าเช็ดมือออกปูลงบนตักมองดูจานโดนัทแล้วจึงเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ลูกสาว
“ช๊อคโกแล็ตเสียด้วย...อย่างที่ลูกชอบไงไดอาน่า”แต่ลูกสาวกลับพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก “โซฟี่ทำให้ลูกเป็พิเศษเชียวนะ”
สำหรับไดอาน่าแล้วโซฟี่คือแม่บ้านผู้หนึ่งที่เกี่ยวข้องอยู่ในชีวิตของเธอ อยู่มานานกว่าใครอื่นส่วนใหญ่แล้วพวกคนงานในไร่ไม่ใคร่ชอบบรรยากาศที่เงียบเหงาในไร่เพราะมันทำให้พวกเขาต้องห่างไกลจากครอบครัวและเพื่อนฝูงแต่โซฟี่ไม่มีครอบครัวและเท่าที่ทราบก็มีเพื่อนน้อยมากดังนั้นงานในหน้าที่นี้จึงเหมาะกับหล่อนมาก
ไดอาน่าไม่ได้ให้ความสนใจในตัวแม่บ้านผู้นี้เท่าใดนักจุดศูนย์กลางแห่งชีวิตของเธออยู่ที่เมเจอร์แม่บ้านมีหน้าที่เพียงแค่ทำงานให้เท่านั้น ไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งอะไรโลกทั้งโลกของไดอาน่าคือพ่อ สิ่งใดที่พ่อสนใจคือสิ่งใดที่เธอสนใจด้วยแต่ขณะนี้พ่อได้แสดงออกถึงความผิดปกติที่ใส่ใจผู้จัดการไร่คนใหม่มากกว่าซึ่งไดอาน่าไม่ใคร่พอใจเื่นี้
และแม้เวลาจะล่วงเลยไป 2-3 อาทิตย์แล้วความรู้สึกที่เธอมีต่อฮอลท์ มัลโลรี่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเขาปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพ ให้ความเคารพในฐานะที่เธอเป็ลูกสาวของนายจ้างอย่างที่ไม่มีคนงานอื่นๆเคยปฏิบัติต่อเธอมาก่อน สำหรับคนอื่นๆ ที่ว่านั้น เธออาจจะเป็ที่รักของพวกเขาเป็ประหนึ่งสัตว์เลี้ยงน่ารักชนิดหนึ่งในไร่แต่ไม่ใช่สำหรับฮอลท์
และสำหรับกายแล้ว เด็กชายได้กลายเป็เงาติดตามเธอไปในทุกแห่งไม่ว่าไดอาน่าจะพอใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเธอค่อนข้างจะไม่พอใจเสียมากกว่าแม้ว่าในบางขณะเขาจะได้แสดงให้เห็นถึงความรักใคร่บูชาเธออย่างมากมายก็ตาม
แต่ยามนี้มันไม่ใช่ขณะนั้นยามที่เธอกำลังเดินอย่างรีบเร่งไปยังคอกม้าโดยมีกายเดินตามไปติดๆ เธออยากให้เด็กคนนี้หลงทางมาหรือไม่ก็หายสาบสูญไปจากโลกนี้เลยมากกว่า
“กรุณาให้ผมขี่ม้าไปกับคุณด้วยได้ไหมครับ?”เด็กชายกำลังถามซ้ำประโยคที่เธอได้ปฏิเสธไปแล้วเมื่อครู่ “คุณยังบอกเลยว่าผมขี่ม้าได้ดีพอสมควรแล้ว”
“ไม่ได้...เพราะวันนี้ฉันกำลังจะเอาม้าออกฝึก”ซึ่งเป็กิจวัตรที่เธอกระทำอยู่โดยเฉพาะกับม้าสายเืตรงเช่นนี้มันออกจะเป็งานที่ลำบากอยู่มาก “ฉันบอกเธอแล้วหลายครั้งว่า เธอจะมาขี่แม่ม้าไปกับฉันไม่ได้โดยเฉพาะเวลาที่ฉันเอาม้าออกไปฝึก”
“ทำไมล่ะครับ?”
ไดอาน่าตวัดสายตามองเด็กชายอย่างไม่พอใจ
“พ่อเธอไม่เคยเล่าเื่ม้าตัวผู้กับม้าตัวเมียให้ฟังบ้างเลยหรือไง?”
กายหน้าแดงก่ำ เงียบไปทันทีแต่ก็ยังเดินตามมาข้างๆ อยู่ดีเมื่อมาถึงคอกม้า เขามองผ่านราวไม้ที่กั้นคอกเข้าไปภายในขณะที่ไดอาน่าปีข้ามขึ้นไปบนราวอันบนสุด มีสายบังเหียนพาดอยู่บนไหล่เ้าม้าตัวผู้เต้นเร่าๆ ต้อนรับเธอ มันรู้ถึงกิจวัตรประจำวันที่จะได้ยืดแข้งยืดขาเสียที
“เอาละถ้าเธออยากทำตัวให้เป็ประโยชน์บ้างนะกาย...” ไดอาน่าพูดเสียงเข้มขณะเอาห่วงสอดเข้าไปในปากม้าตัวนั้น “ช่วยไปหยิบอานม้าในห้องเก็บของให้ทีฉันจะพาเซตันออกเดินเล่นก่อน”
“โอเคครับ” เด็กชายวิ่งออกไปทันทีอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อเอาใจเธออยู่แล้ว