บทที่ 6 หัวคงโดนกระแทกจนเพี้ยนไปแล้ว
เมื่อตื่นขึ้นมา เยี่ยชิงหวนยังมีน้ำตาคลอเบ้าอยู่ที่หางตา เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ แต่สุดท้ายสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่นาฬิกาปลุก ปรากฏว่าตอนนี้ใกล้จะสิบโมงเช้าแล้ว
เธอหลับไปนานขนาดนี้เชียวเหรอ
เยี่ยชิงหวนเลือกชุดลำลองง่าย ๆ ชุดหนึ่งจากตู้เสื้อผ้า เธอใช้ปกเสื้อปิดรอยช้ำซึ่งเกิดขึ้นที่คอเมื่อวานนี้ไว้ จากนั้นจึงเดินลงบันได ในใจก็ภาวนาว่าขออย่าได้เจอกับคุณชายพิการคนนั้นเลย
และแน่นอนว่าเส้าอวิ่นเฉินไม่อยู่ที่ชั้นล่าง และน้องชายเขาก็ไม่อยู่เช่นกัน
ในห้องนั่งเล่นคึกคักมาก หลี่เหมยลี่กำลังสอนคุณหนูรองเส้าอวี่ซินห่อเกี๊ยวอยู่ ส่วนคุณปู่ก็สวมแว่นตานั่งอยู่บนโซฟาดูรายการเศรษฐกิจ
เธอเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปทักทาย “คุณแม่คะ”
เมื่อเห็นเยี่ยชิงหวน สีหน้าของหลี่เหมยลี่ก็เจื่อนลง เธอจ้องนาฬิกาแขวนผนังด้วยสายตาไม่พอใจ
“ไม่ลองดูหน่อยเหรอว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว วันแรกที่กลับมาก็ี้เีขนาดนี้แล้ว คิดว่าตัวเองเป็คุณนายจริง ๆ ใช่ไหม ถึงได้เอาแต่รักสบายอยู่อย่างนั้น?!”
เส้าอวี่ซินที่ปั้นเกี๊ยวอยู่ก็เอ่ยเสริมอย่างเฉื่อยชาไปด้วย “อาจจะเพราะในคุกลำบากเกินไปมั้งคะ ดูสิ พี่สะใภ้ใหญ่เหนื่อยจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำอาหารเช้า”
อาหารเช้าเป็หน้าที่ของเธอมาตลอดเลยอย่างนั้นเหรอ
ถ้าอย่างนั้น ตำแหน่งของเยี่ยชิงหวนในบ้านหลังนี้คือลูกสะใภ้ที่พ่วงคำว่าแม่บ้านไปด้วยอย่างนั้นสิ?
“เป็ไงคะพี่สะใภ้ใหญ่ อย่าบอกนะว่าติดคุกจนสมองเสื่อมไปแล้ว” เมื่อเห็นเธอไม่พูดอะไรกลับมา เส้าอวี่ซินก็เลิกคิ้วเรียวขึ้นแล้วเยาะเย้ยต่อ
เมื่อเยี่ยชิงหวนได้สติก็เผยยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า “ไม่หรอก ถ้าอวี่ซินอยากกินอาหารเช้าที่ฉันทำ ฉันก็จะไปทำให้เดี๋ยวนี้เลย รับรองว่าถูกปากเธอแน่”
เธอแกล้งทำเป็ไม่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเส้าอวี่ซินกับหลี่เหมยลี่ จากนั้นก็เดินไปยังห้องครัวอย่างสบายอารมณ์
“เธอเป็บ้าอะไรน่ะ บ้าไปแล้วจริง ๆ! ตอนนี้กี่โมงแล้ว ใครจะกินอาหารเช้าของเธอ!” เส้าอวี่ซินสบถในใจ แต่ก่อน เวลาเยี่ยชิงหวนโดนเธอด่าก็มักจะทำท่าเหมือนถูกรังแกน่าสงสารอยู่ร่ำไป
ตอนนี้กลับสามารถยิ้มให้เธออย่างหน้าตาเฉย
“ตอนอยู่ในคุก หัวคงโดนกระแทกจนเพี้ยนไปแล้วละมั้ง”
หลี่เหมยลี่รับเกี๊ยวจากมือเธอมา “ดูสิ ห่อมาได้ขี้เหร่มาก ต้องแบบนี้สิ”
ในครัวเต็มไปด้วยขวดโหลเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ทำเยี่ยชิงหวนรู้สึกปวดหัว
เธอทำอาหารเช้าเป็เสียเมื่อไร ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ตระกูลกู้ แค่ไม่เผาครัวก็นับว่าบุญโขแล้ว
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังฝืนทำต่อ เธอหยิบเนื้อทำสเต๊กจากตู้เย็น ใส่ต้นหอมกับไข่ แล้วทอดในกระทะ เธอจำได้ว่าแม่บ้านที่บ้านตระกูลกู้ทำอาหารเช้าแบบนี้
ทว่าเธอกะไฟได้ไม่พอดี เมื่อเธอคีบสเต๊กขึ้นมา ก็เห็นว่ามันดูจะไหม้เกรียม และดำสนิท
เมื่อทำอะไรไม่ได้แล้ว เธอจึงโรยแป้งขาวปิดไว้เงียบ ๆ จากนั้นก็โรยพริกป่นกับขมิ้นนิดหน่อยก่อนจะยกออกไปเสิร์ฟ
เส้าอวี่ซินกินไปคำเดียว ใบหน้าอ่อนหวานราวกับดอกไม้ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
“ทุเรศ!”
เธอพ่นคำด่าออกมาเพราะไม่สามารถอดกลั้นมันได้ นี่เป็ของที่เธอกินแล้วไม่อร่อยที่สุดในชีวิตเลยจริง ๆ!
เธอคายสเต๊กที่กินเข้าไปออกมา จากนั้นก็กระแทกตะเกียบลงบนโต๊ะดังปัง “พี่สะใภ้ พี่ตั้งใจใช่ไหม พี่คิดจะก่อคดี 'เจตนาฆ่า' โดยใส่อะไรบางอย่างลงในอาหาร 'แบบไม่ได้ตั้งใจ' เพื่อทำร้ายฉันสินะ!”
“ไม่อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?” หลี่เหมยลี่ทำสีหน้าฉงนสนใจ เธอจำได้ว่าเยี่ยชิงหวนทำอาหารเป็นี่นา
เธอไม่ค่อยเชื่อ จึงหยิบมีดและส้อมขึ้นมาตัดชิมคำหนึ่ง เมื่อเนื้อเข้าปากสีหน้าก็เปลี่ยนจากเขียวเป็ม่วง
“แหะ ๆ... ไม่อร่อยเหรอคะ ขอโทษจริง ๆ นะ ตอนที่ฉันอยู่ในคุก ไม่เพียงแค่ถูกตีจนสมองกระทบกระเทือน แต่ต้องเย็บไปหลายเข็ม นิ้วมือก็ยังหักอีก เลยอาจจะสั่นเล็กน้อย เมื่อกี้เลยเผลอใส่เครื่องปรุงมากไปหน่อยน่ะค่ะ”
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความจริงใจจนหาที่ติไม่ได้ ไม่ว่าเส้าอวี่ซินจะโมโหมากสักแค่ไหน มุมปากของเธอก็ยังคงยิ้มอย่างอบอุ่นเหมือนได้ััแสงตะวันในฤดูใบไม้ผลิ
หลี่เหมยลี่ดวงตาเป็ประกายวูบหนึ่ง
“ฉันว่าพี่ตั้งใจทำแน่ ๆ เลย! ไม่อยากทำอาหารก็ไม่ต้องทำ! จะทำให้พวกเราอับอายหรือยังไง?!” เส้าอวี่ซินมองเยี่ยชิงหวนอย่างไม่ชอบใจ ผู้หญิงที่ทำตัวอ่อนแอตลอดเวลาแบบนี้จะคู่ควรกับเส้าอวิ่นเฉินของเธอได้อย่างไร
ดังนั้นน้ำเสียงของเธอจึงแฝงไปด้วยความเ็าและเสียดสี เธอสาบานต่อตนเองแล้วว่าจะต้องไล่เยี่ยชิงหวนคนนี้ออกจากตระกูลเส้าให้ได้!
“อวี่ซิน เธอพูดผิดไปนะ ฉันตั้งใจจะทำให้มันออกมาดีจริง ๆ แต่ฉันก็…” เยี่ยชิงหวนแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจออกมาอย่างเต็มที่
“นี่เธอ!”
บทละครฉากตบตีในห้องรับแขกกำลังจะปะทุขึ้น แต่ในตอนนั้นเอง…