ไก่มาเป็ตัวๆ
หลังจากแพ็กสินค้าจนครบและส่งต่อให้บริษัทขนส่งมารับไปแล้วเพเนียสและเพวิสก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำก่อนจะมาเริ่มงานกะดึกต่อสองทุ่มคือเวลาที่พวกเขาเดินลงบันไดจากชั้นสองมาในเวลาเกือบจะพร้อมกันตอนนี้พ่อกับแม่ก็น่าจะอยู่ที่ห้องผลิตสินค้าแล้วและของที่สั่งไปน่าจะมาถึงแล้วเช่นกัน สองพี่น้องจึงตรงไปที่นั่นทันทีหากแต่ว่าระหว่างที่เดินตามทางเดินเชื่อมไปยังห้องผลิตสินค้ากลับได้ยินเสียงแปลกปลอมดังมาเป็ระยะๆที่บ้านพวกเขาไม่น่าจะมีเสียงแบบนี้ได้ เพราะมันเป็เสียงของ
กุ๊ก กุ๊กๆๆๆ
มีเสียงร้องของสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีมากว่าหนึ่งตัวแน่ๆกำลังพากันร้องส่งเสียงร้อง สองพี่น้องหันขวับมองหน้ากันสื่อความหมายว่าเสียงนี่มาได้ยังไงกัน ไม่ได้เอ่ยเสียงอะไรทั้งคู่ก็รีบเดินปรี่ไปยังที่เกิดเหตุที่มีเสียงดังออกมาให้รำคาญหูทันที
“ทำไงดีพ่อ”คนเป็ภรรยาเอ่ยถามสามีอย่างกังวลพร้อมมองซ้ายขวาหน้าหลังสลับไปมาอยู่ตลอดเพราะกลัวว่าเ้าพวกสองขาเหล่านี้จะเดินกันว่อนจนพวกเธอไล่จับกลับมาไม่ได้
“เอาเอาเป็ว่าเราจับพวกมันลงกล่องเหมือนเดิมก็แล้วกันนะแม่”ผู้เป็สามีก็ไม่รู้เช่นกันคิดได้แต่ว่าถ้าหากจับพวกนี้ลงในกล่องเหมือนตอนที่เอามาได้ ก็น่าจะดีกว่า
“เช่น เช่นนั้นก็เอาเลยแต่แม่ไม่กล้าจับนะ” เพเรน่าว่าเสียงสั่น
“แม่ พ่อ เกิดอะไรขึ้นครับแล้วไก่พวกนี้” ลูกชายทั้งสองที่มาถึงถามออกมาอย่างสงสัยไหนจะพวกไก่ที่เนื้อตัวเป็หนังสีขาวจะเดินว่อนไปมาอยู่รอบตัวคนทั้งคู่นี้อีกไก่พวกนี้มาจากไหนกัน จะว่าหลุดมาก็ไม่น่าใช่เพราะเพื่อนบ้านพวกเขาก็ไม่ได้เลี้ยงไก่นี่นา
“คือว่า คือว่าแม่สั่งผิดน่ะลูกเลยได้ไก่เป็ตัวๆมาแทนเนื้อไก่สด” เพเรน่าบอกออกมาเสียงอ่อนอย่างรู้สึกผิดเพวิสเป็คนขอให้แม่ช่วยสั่งของให้เพราะเจตนาจริงๆคือเขาอยากให้พ่อกับแม่ได้พักกันก่อนก็เท่านั้นแต่ด้วยความกระตือรือร้นของเธออยากจะเริ่มงานเร็วๆ เลยสั่งไปแบบเร่งด่วนอ่านข้อมูลการขายของแต่ละร้านไม่ละเอียดพอสุดท้ายเลยคลิกเลือกช่องจากที่ต้องเป็ไก่สดเป็ไก่เป็แทน จากไก่สด 30กิโลกรัม เลยได้ไก่ตัวเป็ๆเดินไปๆมาๆอยู่ตรงนี้ 30 ตัว ซึ่งตอนที่ของมาส่ง เธอและสามีก็ตรวจดูว่าของที่ส่งมาครบไหมไม่ได้เปิดดูหรอกว่าในกล่องนั้นจะเป็ไก่แบบนี้
กุ๊กๆๆๆ
“ยะ อย่าเดินมาทางนี้นะแล้วเราจะเอาไงต่อดีล่ะครับ ส่งกลับได้ไหม”เพเนียสที่เจอไก่เนื้อตัวผิวขาวเนียนสะอาดสะอ้านเดินร้องกุ๊กๆเข้ามาใกล้เป็ต้องสะดุ้งถามออกมาอย่างหวาดๆ ความฝันเขาอยากมีสัตว์เลี้ยงก็จริงแต่เขาว่าตัวนั้นต้องไม่ใช่ไก่แน่ๆ เขาชอบสัตว์ตัวอ้วนกลมมีขนนะแล้วก็ไม่ชอบที่มีจะงอยปากแหลมๆแบบนี้ด้วยเท้าที่มีเล็บยาวๆนั่นค่อยๆเดินเข้ามาใกล้เขาอย่างข่มขู่เหมือนรู้ว่าเขาไม่ชอบมันแล้วเขาเองก็ค่อยๆถอยหลังไปทีละก้าว ถึงเนื้อไก่จะอร่อยแต่เขาไม่ชอบที่เป็ตัวๆแบบนี้หรอกนะ
“ส่งกลับได้ อาจจะได้ราคาต่ำกว่าที่ซื้อมาหน่อยก็ถือว่าขาดทุนล่ะนะ” เพวิสตอบน้องชายพร้อมด้วยเดินเข้ามาตรงหน้าน้องชายแล้วใช้เท้าปัดไก่ออกไปให้
“แม่ต้องขอโทษด้วยนะลูกสร้างปัญหาให้แท้ๆ” เพเรน่าว่าออกมาอย่างเศร้าสลด เธอตั้งใจจะช่วยแท้ๆแต่กลับมาเป็ว่าสร้างภาระให้เสียได้ โรงงานเล็กๆของบ้านพึ่งจะเปิดทำการได้สามวันเองเธอก็เพิ่มต้นทุนที่เสียเปล่าเข้ามาเสียแล้ว
“แม่อย่าคิดมากนะครับไม่ใช่ความผิดของแม่เสียหน่อย ใครบอกให้ทางร้านขายไก่แบบนี้ด้วยกัน”เพเนียสปลอบผู้เป็แม่อยู่ไกลๆ ไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้เพราะรอบๆผู้เป็แม่มีไก่อยู่หลายตัว
“ใช่ครับน้องพูดถูกส่วนต่างไม่กี่เครดิตหรอกครับ”เพวิสว่าแล้วรับแท็บเล็ตสำหรับทำงานมาจัดการติดต่อไปยังร้านขายไก่ทันทีเพราะไก่เลี้ยงแบบนี้อยู่ในสภาพอากาศข้างนอกไมได้นานขนาดนั้นพวกมันถูกปรับปรุงสายพันธุ์จากไก่พันธุ์เนื้อปกติเมื่อสามถึงสี่ร้อยปีก่อนให้ตอนนี้พวกมันไม่มีขน เนื้อหนังเป็สีเนื้อเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและเพื่อการพาณิชย์หากแต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเลี้ยงพวกมันในห้องหรือโรงเลี้ยงที่มีสภาพที่เหมาะสมด้วยจะมาเลี้ยงข้างนอกเหมือนไก่ทั่วๆไปไม่ได้แล้วแล้วตอนนี้ไก่ที่มีขนเป็ปกตินั้นพวกเขาก็ไม่นิยมกินแล้ว(แต่ยังสามารถกินได้ปกติ)ส่วนมากจะเลี้ยงไว้เพื่อความ้าอย่างอื่นแทน อย่างเช่น ไว้ดูเล่น ความสวยงามเพื่อฟังเลี้ยงขัน เป็ต้น
“แม่กับเพเนียสเข้าไปข้างในก่อนเถอะครับจะลงมือไปก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวทางนี้ผมกับพ่อจะจัดการต่อเอง”เพวิสเห็นว่าแม่ก็เริ่มคิดมาก น้องชายก็เริ่มมีอาการกลัวเลยให้ทั้งสองไปใช้แรงก่อนจะได้หายคิดมาก
“ได้ลูกๆ ป่ะเพเนียสลูก”เพเรน่าว่าตามลูกชายคนโตก้าวเท้าเดินออกมาจากฝูงไก่ที่ยังเดินวนไปมาอยู่ในรัศมีใกล้ๆนี้อยู่ไปถึงลูกชายคนเล็กก็โอบไหล่พากันเดินเข้าไปในห้องผลิตสินค้า
“งั้นพ่อช่วยจับพวกมันลงกล่องตามเดิมก่อนก็แล้วกันนะ”สิวัชว่าแล้วเริ่มลงมือจับไก่ตัวเป็ๆทีละตัวที่พอมันถูกจับก็ร้องจ๊ากเสียงดังยิ่งกว่าเดิม พวกมันถูกใส่ลงในกล่องตอนแรกมันก็อยู่ในกล่องอยู่หรอกแต่พวกเขาจะมาช่วยสองหุ่นยนต์ยกเข้าไปและเห็นว่าไก่กล่องใหญ่ไปเลยคิดว่ามันเป็กล่องใหญ่ซึ่งข้างในน่าจะมีกล่องย่อยอยู่อีกเลยเปิดออกจากนั้นก็ ค่อยๆร้องและเดินเรียงรายออกมาทีละตัวสองตัว
เพวิสที่พยักหน้าตกลงกันผู้เป็พ่อเขาก็อ่านข้อความจากทางร้านที่ตอบกลับมาทันทีเนื่องจากพวกเขาไม่ได้ขอให้เปลี่ยนสินค้าตอนที่ผู้ส่งสินค้ายังอยู่ด้วยทำให้การเปลี่ยนสินค้าต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือจะพูดอีกแบบก็คือต้องขายคืนให้กับทางร้านเมื่อเราไม่้าเพราะทางร้านไม่ได้ทำผิดอะไรในเื่นี้ซึ่งการขายคืนทางเขาจะเสียไปอย่างน้อยก็ตัวละ 10 เครดิตได้30 ตัวก็ 300 เข้าไปแล้วถึงจะมองว่ามันไม่ได้มากมายอะไร แต่นั่นคือซื้อไก่ได้เป็สิบกิโลกรัมเลยนะเช่นนั้นแล้วเพวิสเลยเจรจากับทางร้านอยู่พักใหญ่สุดท้ายเลยได้เื่ว่าเขาจะไม่ขายพวกมันคืนให้กับทางร้านแต่จะใช้บริการให้ทางร้านชำแหละไก่ให้แทน ซึ่งนั่นจะจ่ายค่าบริการที่ตัวละ 6เครดิต ลดได้ตั้งหลายเครดิต ถึงจะโหดร้ายไปหน่อยที่ต้องสั่งฆ่าเ้าพวกที่เดินอยู่รอบตัวเขาในตอนนี้แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็ต้องถูกฆ่าอยู่ดีนั่นล่ะนะแล้วถ้าลองคำนวณดูแล้วในแบบซื้อเป็ตัวแล้วค่อยจ้างชำแหละอีกต่อจะได้ราคาที่ถูกกว่า(พอๆกับซื้อไก่สดเป็ตัว)หากแต่ว่าไม่ได้เนื้อไก่เพียงส่วนที่เรา้านั่นเอง (เนื้อไก่เป็ส่วนๆกิโลกรัมละ 30-40เครดิต, หากไก่เป็ตัวก็ประมาณกิโลกรัมละ 20เครดิต, และที่ต้องซื้อคืนด้วยการกดราคาขนาดนั้นก็เพราะว่าไก่เป็ๆที่อยู่นอกโรงเลี้ยงแล้วหากนำกลับเข้าไปพวกเขาจะต้องตรวจเชื้อโรคและอีกหลายอย่างเพื่อควบคุมคุณภาพถ้าหากซื้อไก่มาแล้วชำแหละขายต่อโดยไม่ต้องตรวจอีกก็ไม่ได้เช่นนั้นไม่เหมือนกับที่รับจ้างเฉยๆแบบนี้ถ้าหากไก่มีโรคหรือไม่ได้คุณภาพตามที่กำหนดทางร้านไก่ก็ไม่ผิดแล้ว)
หลังจากจัดการเื่ไก่ๆ พวกนั้นได้แล้วอีกสองคนพ่อลูกก็เข้าไปช่วยงานในโรงงานต่อทันที และไก่จะมาส่งอีกครั้งในตอนเช้าการทำงานกะดึกของพวกเขาเริ่มั้แ่ 2 ทุ่มดำเนินต่อไปยังเกือบ 5 ทุ่ม ทำงานไปได้สองชั่วโมงกว่าหากแต่ก็ยังไม่เสร็จทำให้เพเนียสและเพวิสอยู่เฝ้าต่อเพราะน่าจะเสร็จตอนเที่ยงคืนได้ปล่อยให้แม่กับพ่อไปพักผ่อนก่อน และพรุ่งนี้ทั้งสองก็จะไปส่งผักด้วยนั่นเอง
“ผมว่าหากเราทำงานดึกแบบนี้ทุกวันคงเหนื่อยตายพอดี”เพเนียสบ่นออกมาระหว่างที่นั่งดูสองหุ่นยนต์ทำงานถึงจะปล่อยให้เ้าแครอทและแจกันทำงานไปเองได้ แต่ก็อย่าลืมว่าทั้งสองเป็แค่หุ่นยนต์ช่วยงานครัวจึงไม่ได้มีความสามารถหลากหลายนักพวกเขาทำงานที่ป้อนได้ไปเรื่อยๆหากแต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นนั่นอาจเป็เื่ใหญ่ได้เพราะหากเป็ขั้นตอนการบรรจุภัณฑ์สุดท้ายและล้างอุปกรณ์อาจจะปล่อยให้ทำกันเองได้แต่ว่า่ที่ต้องใช้เครื่องมืออื่นๆนั้นต้องเฝ้าดูบ้างเป็บางครั้ง(วันแรกๆ)เพื่อความปลอดภัยจริงๆหุ่นยนต์ก็สามารถอัพเกรดได้หากแต่ว่าหุ่นยนต์ต้องช่วยทำอาหารที่เป็สูตรที่เป็ความลับไว้สำหรับเชิงพาณิชย์และพวกเขาไม่ได้มีระบบป้องกันการโจรกรรมข้อมูลที่มากพอซึ่งอาจจะทำให้ข้อมูลรั่วไหลผ่านทางหุ่นยนต์ได้ดังนั้นแล้วส่วนไหนทำเองได้ก็ควรที่จะทำเองและเก็บสูตรไว้ในหัวหรือบันทึกลงกระดาษหรือสมุดเก็บใส่ตู้นิรภัยแบบสมัยโบราณแต่สำหรับแจกันและแครอทนั้นเป็หุ่นยนต์รุ่นราคาย่อมเยาก็มีผลดีเหมือนกันเพราะด้วยความไม่เก่งมากไม่มีได้ติดตั้งระบบอะไรเท่าไหร่ทำให้มันคล้ายๆกับหุ่นยนต์ระบบออฟไลน์ที่ปิดปกตัวเองและปิดกั้นตัวเองจากภายนอกนั่น แบบนี้มันก็จะปลอดภัยกว่าด้วยในการเก็บข้อมูลแต่ก็ต้องแลกมาด้วยข้อด้อยบางเื่เช่นกัน
“พี่ก็คิดงั้นเอาเป็ว่าต่อไปเราก็ควรกำหนดเวลาทำงานให้ดี หรือไม่ในอนาคตอันใกล้ถ้าหากความ้าซื้อสินค้ายังคงมากอยู่พี่ว่าการขยายการผลิตโดยการเพิ่มเครื่องจักรก็น่าสนใจนะ”เพวิสพยักหน้าเห็นด้วยกับน้องชายโดยระหว่างนี้ก็นั่งอ่านสัญญาของบริษัทซื้อขายของทางออนไลน์ ในเซเรนิออสแน่นอนว่ามีด้วยกันมากมายหลากหลายบริษัท ทั้งบริษัทระดับดวงดาวหรือว่าใหญ่ระดับสหพันธรัฐแต่ที่เพวิสให้ความสนใจก็คือเว็บไซต์ชื่อดังที่มีลูกค้าไปทั่วทั้งเซเรนิออสแต่นั่นก็มีอยู่หลายเ้าอยู่ดีหากแต่เขาก็ย่อมต้องศึกษาข้อมูลก่อนที่จะตกลงปลงใจให้ความไว้วางใจอยู่ดีซึ่งแต่ละบริษัทที่สร้างเว็บไซต์นั้น ก็มีจุดเด่นและด้อยที่ต่างกันแล้วแต่ว่าเราจะ้าเื่เด่นด้านไหน และมองข้ามจุดด้อยของบริษัทไหนได้
“แต่ห้องก็จะเต็มแล้วนะครับ”เพเนียสว่าแล้วส่ายตาไปรอบๆห้องในตอนนี้ ด้วยที่เริ่มต้นด้วยงบที่ไม่ได้มากทำให้เนื้อที่ของห้องพอดีกับการติดตั้งเครื่องจักรให้ตอนนี้เท่านั้นหากต้องเพิ่มก็ต้องขยายหรือว่าต่อเติมห้องออกไปด้านข้างอีกทีและพื้นที่ข้างๆที่ว่าก็คือไร่ข้าวโพด สงสัยต้องเบียดเบียนเนื้อที่ตรงนั้นเสียแล้ว
“เื่นั้นไม่มีปัญหาหรอกขอแค่เรามีทุน นี่เรามาช่วยพี่เลือกดีกว่า ว่าจะฝากขายสินค้ากับเว็บไซต์ไหน”เพวิสเปิดฉายภาพโฮโลแกรมขึ้นจากแท็บเล็ตในลิสต์มีเว็บไซต์สื่อกลางการติดต่อซื้อขาย (E-Marketplace หรือ Electric Marketplace)อยู่สามแห่งแค่นั้นให้น้องชายได้ช่วยตัดสินใจ จากนั้นจึงถกกันอยู่อีกพักหนึ่งสุดท้ายก็ได้ที่ถูกใจทั้งสองมากที่สุด ซึ่งนั่นก็คือ
“รัพเพลโล่” ทั้งสองว่าขึ้นพร้อมกันก่อนจะหัวเราะออกมาหลังจากนั้น ที่ความคิดของพวกเขาเป็ไปในแนวเดียวกัน
“ฮ่าๆๆในที่สุดก็ยังใจตรงกันอยู่ดีนะครับ สมกับเป็พี่ชายผมจริงๆ”เพเนียสว่าออกมาพร้อมยิ้มจนตาหยี
“นั่นสินะ เอาเป็ว่าเป็รัพเพลโล่นะพี่จะได้เร่งดูสัญญาเลย แล้วจะได้เร่งการผลิตต่อด้วย”
“ครับ”เพเนียสพยักหน้ายืนยันกับความคิดนี้ รัพเพลโล่เป็เว็บไซต์สื่อกลางซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ชื่อดังมีโกดังขนาดใหญ่รองรับสินค้าและยังมีโกดังเฉพาะสำหรับจัดเก็บสินค้าจำพวกอาหารอีกด้วยระยะเวลาการรับเื่สั่งของจากลูกค้าก็เร็วขั้นตอนการจัดและส่งสินค้าก็อยู่ในระดับเยี่ยม ส่วนจุดด้อยของเว็บไซต์นี้ก็คือไม่มีการรีวิวสินค้าด้วยรูปแบบวิดีโอคลิปเสมือนให้ลูกค้าได้ดูเพื่อตัดสินใจก่อนซื้อ(เพราะภาระทางด้านจัดเก็บข้อมูลที่จะมีมากจนเกินไป)ซึ่งนั่นพวกเขาคิดว่าไม่จำเป็กับแฮงกรี้อิงค์กี้เพราะอย่างไรก็ยังมีทางอื่นที่ยังเสนอและโฆษณาสินค้าแบบวิดีโอคลิปภาพเสมือนได้อยู่
-รัพเพลโล่ ได้แรงบันดาลใจการตั้งชื่อมาจากนกแร้งรัพเพลล์ (Ruppell’s Vulture) ซึ่งเป็นกที่บินได้สูงที่สุดในโลก ส่วนในของเซเรนิออสนี้เราให้นกที่บินได้สูงที่สุดมีชื่อว่ารัพเพลโลริโอซึ่งแน่นอนว่าต้องสูงกว่าในดาวโลกแน่นอนค่ะ