ตอนที่ 5 หลานผิดไปแล้ว (2)
เจียงเย่ว์เหยาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า “แม้ข้าจะโตมาในชนบท แต่เพราะบิดาเป็อาจารย์สอนหนังสือ ปกตินอกจากมีศิษย์รุ่นก่อนๆ ของท่านพ่อมาชี้แนะสอนหนังสือให้แล้ว เวลาว่างที่เหลือก็ทำแค่พวกงานเย็บปักถักร้อยเบาๆ”
ชิงอวี้เบ้ปาก “ถ้าเช่นนั้นหลังจากนี้เ้าคงต้องออกกำลังให้มากหน่อยแล้ว อยู่กับคุณหนูที่นี่แม้จะมีงานไม่มาก แต่ที่ต้องวิ่งทำธุระก็มีไม่น้อย ก่อนหน้านี้งานพวกนี้ล้วนเป็ข้ารับผิดชอบดูแล เ้าเป็คนที่ฮูหยินผู้เฒ่าส่งมารับใช้ข้างกายคุณหนู งานใกล้ชิดพวกนี้ก็ควรแบ่งเบาข้าไปรับผิดชอบบ้าง”
“เช่นนั้นจากนี้ไปคงต้องลำบากพี่ชิงอวี้ช่วยชี้แนะแล้วเ้าค่ะ” เจียงเย่ว์เหยาคารวะให้ชิงอวี้ พูดปากหวาน
ชิงอวี้เป็คนใจอ่อน เห็นนางปฏิบัติตนรู้มารยาทเสมือนอยู่ต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็กล่าวว่า “พวกเราล้วนเป็คนปรนนิบัติรับใช้คุณหนู ขอเพียงดีต่อคุณหนู ก็ไม่มีเื่ให้พูดว่าลำบากไม่ลำบากอะไรหรอก”
ตอนเจียงเย่ว์เหยาคุยกับชิงอวี้ นางแอบสังเกตกู้อวิ๋นหวงอยู่ตลอด เห็นนางท่าทางเบื่อหน่ายก็เริ่มอยู่ไม่สุข รีบหยุดบทสนทนาแล้วถามเปลี่ยนประเด็น “ในเมื่อคุณหนูต้องกินอาหารบำรุงเืลม ไม่ทราบว่าคุณหนูมีอาหารที่ต้องหลีกเลี่ยงหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่มี” กู้อวิ๋นหวงเอามือข้างหนึ่งเท้าคาง เอ่ยอย่างเกียจคร้าน “ชิงอวี้ ประเดี๋ยวเ้าไปหาหนิวหมอมอให้ทำหนังสือสัญญาของเจียงเย่ว์เหยาด้วย”
ชิงอวี้มองเจียงเย่ว์เหยา “จะให้ลงนามสัญญาฐานะอะไรดีเ้าคะ”
“เหมือนกับเ้าแล้วกัน”
“เ้าค่ะ”
กู้อวิ๋นหวงมองไปทางเจียงเย่ว์เหยาที่กำชายเสื้อจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว แล้วขมวดคิ้วถาม “เ้าไม่พอใจรึ”
“บ่าวพอใจเ้าค่ะ” เจียงเย่ว์เหยาลอบกัดฟัน
กู้อวิ๋นหวงผงกศีรษะ “ในเมื่อท่านย่าให้เ้ามาช่วยดูแลสุขภาพข้า ต่อไปอาหารทั้งสามมื้อของเรือนชิงจื่อก็ยกให้เป็หน้าที่ของเ้าแล้วกัน ครัวหลักอยู่ไกลจากเรือนชิงจื่อ ไปมาลำบาก ข้าจำได้ว่าในเรือนชิงจื่อมีห้องครัวเล็กอยู่ ชิงอวี้ เ้าพาเย่ว์เหยาไปที่ห้องครัวเล็ก ดูว่ายังใช้งานได้หรือไม่ ถ้าใช้ไม่ได้ก็รีบเรียกคนมาซ่อม อย่าให้ถ่วงเวลากินข้าวของข้า”
กู้อวิ๋นหวงเห็นนางเป็สาวใช้ไปแล้วจริงๆ!
เจียงเย่ว์เหยามองกู้อวิ๋นหวงอย่างตกตะลึง นึกว่าตัวเองฟังผิดไป ครั้นเห็นสายตาจริงจังไม่ยอมให้ปฏิเสธของนางก็ได้แต่กัดริมฝีปาก นึกถึงจุดประสงค์ที่ตนเข้ามาในจวนอัครเสนาบดี ได้แต่ข่มกลั้นอารมณ์ที่อัดแน่นลงไป ยอบกายคารวะ แล้วตามชิงอวี้ไปที่ห้องครัวเล็ก
อนาคตยังอีกยาวไกล เื่ในวันนี้นางจะจำเอาไว้
กู้อวิ๋นหวงมองแผ่นหลังของนาง มุมปากยกยิ้มเหยียดหยัน นางคิดว่าหลังรู้ตัวตนที่แท้จริงของนางแล้ว นางยังจะได้อยู่ในฐานะเหนือกว่าผู้อื่นเหมือนอย่างชาติก่อนเช่นนั้นหรือ ฝันไปเถอะ
“คุณหนูไม่ชอบให้คนรบกวนมากนัก ดังนั้นในเรือนชิงจื่อนอกจากเ้ากับข้าแล้ว ก็มีพวกสาวใช้ทำงานทั่วไปแค่สี่คน” ได้ยินคำแนะนำของชิงอวี้แล้ว เจียงเย่ว์เหยาก็จำต้องล้มเลิกแผนการหาคนมาลงมืออย่างไม่เต็มใจ
ห้องครัวเล็กแม้ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน แต่ก็มีคนคอยปัดกวาดทุกวัน พวกนางไม่จำเป็ต้องทำความสะอาดอะไรมาก จานชามเตาหม้อล้วนจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว หลังชิงอวี้กลับไปรายงานกู้อวิ๋นหวง ก็พาเจียงเย่ว์เหยาไปหาหนิวหมอมอเพื่อทำหนังสือสัญญา เมื่อลงนามเสร็จแล้วก็ถือโอกาสไปเอาวัตถุดิบที่ห้องครัวใหญ่ด้วยเลย
กู้อวิ๋นหวงเดินเล่นเรื่อยเปื่อยมาถึงหน้าประตู มือกอดอก พิงกรอบประตูชมดอกไม้ใบไม้ที่กำลังบานสะพรั่งในลานเรือน พร้อมคิดวางแผนถึงหนทางในวันข้างหน้า
“พี่หญิง”
ดวงอาทิตย์ลอยกลางท้องฟ้า แสงตะวันส่องลอดช่องประตู ตกลงบนรองเท้าของกู้อวิ๋นหวง ให้ความรู้สึกอุ่นๆ กู้อวิ๋นหวงก้มศีรษะ กดปลายเท้าเล่นกับแสงแดด กู้ิจูกับกู้ิจวินเข้ามาในเรือนชิงจื่อ มองภาพเด็กสาวยืนใต้ชายคา สวมอาภรณ์สีแดงทั้งร่าง ยิ้มงามพริ้ม
“พี่หญิงมีอารมณ์สุนทรีย์ยิ่ง” กู้อวิ๋นหวงอายุสิบห้า กู้ิจูอ่อนกว่านางหนึ่งปี เป็คนเก็บซ่อนอารมณ์ รูปโฉมหน้าตาค่อนไปทางจูซื่อ มารดาผู้ให้กำเนิดของนาง นุ่มนวลงามสง่า
กู้ิจูเดินเยื้องย่างเข้ามา มองดูซ้ายขวาโดยไม่แสดงสีหน้า ครั้นไม่เห็นชิงอวี้สาวใช้ข้างกายนางกับเจียงเย่ว์เหยา ก็หันหลังหยิบกล่องสำรับอาหารมาจากในมือสาวใช้ด้านหลัง เปิดฝาออกแล้วยื่นส่งให้ “นี่เป็ขนมเม็ดบัวที่ข้าทำเอง ช่วยให้จิตใจสงบ พี่หญิงลองชิมดูว่าชอบหรือไม่”