เย็นวันต่อมา...
น้ำมนต์แบกเป้มุ่งตรงออกจากเมืองหลวง เด็กหนุ่มไม่ลืมที่จะแบกกล้องคู่ใจของเขามาด้วยเมื่อแท็กซี่เลี้ยวล้อมาถึงบ้านหลังน้อยที่พ่อแม่ร่วมใจสร้างขึ้นมา เรียวขาขาวระหงในกางเกงขายีนส์สั้นก็ก้าวลงเหยียบพื้นดิน เสียงประตูรั้วเหล็กเลื่อนเปิดโดยที่มีคุณแม่วิ่งตรงเข้ามาสวมกอดอย่างแแ่
“สวยขึ้นเยอะเลย”
“แม่อ่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้”
“เอ้า ยัยเด็กคนนี้”
สองแม่ลูกหยอกล้อกันตามประสา ก่อนที่สายตาของท่านนายพลจะจ้องมองมายังการแต่งตัวของลูกชาย เมื่อน้ำมนต์เห็นดังนั้นก็ไม่มีความหวั่นไหวแต่อย่างใด หลังจากที่ยกมือไหว้ผู้เป็พ่อร่างบอบบางก็เดินส่ายสะโพกอวดเรียวขาในกางเกงยีนส์ขาสั้นขาดรุ่งริ่งที่ลงมือตัดมันด้วยตัวเอง
“ใส่อย่างนี้ไปเรียนด้วยหรอ”
“ใครเขาจะใส่อย่างนี้ไปเรียกกันพ่อ หนูใส่เพราะอากาศมันร้อนต่างหาก”
“ให้มันจริงเถอะ”
“ก็แค่กางเกงน่ะพ่อ จะมาวุ่นวายอะไรกับหนูอีกเนี้ย”
ผู้เป็พ่อไม่สามารถเอ่ยคำสั่งสอนได้เหมือนตอนเด็กๆ จึงทำได้เพียงนั่งนิ่งเงียบปล่อยให้สองแม่ลูกยึดครองบ้านไปโดยปริยาย น้ำมนต์เอากระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องนอนของตัวเองก่อนจะลงมาทานข้าวเย็นกับครอบครัว เสียงถามไถ่สารทุกข์สุกดิบส่วนใหญ่มาจากผู้เป็พ่อเนื่องจากท่านนายพลเป็ห่วงเื่สังคมของลูกมากกว่าสิ่งใด เขาเป็ผู้ชายหัวโบราณที่คิดว่าโลกทั้งใบมีเพียงสองเพศ ความเป็ห่วงมากมายเลยระบายออกมาเต็มโต๊ะอาหาร ชายวัยกลางคนไม่รู้ตัวเลยว่าตลอดชีวิตการเรียน่มัธยมของลูกชายของตัวเองนั้นแซบสันขนาดไหน ถ้าจะมีอะไรที่ต้องเป็ห่วงก็คงเป็เหล่าผู้ชายที่เข้ามาติดพันกับลูกตัวเองเสียมากกว่า!
“พ่อถามคำถามน้ำแบบนี้มานานแล้วนะ”
“เอ้า ก็พ่อเป็ห่วง เห็นแกนุ่งสั้นทำผมแบบนี้จะอดไม่ถามได้ยังไง”
“อ๋อยย...ใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้นแหละ โลกมันไปถึงไหนแล้ว”
“เฮ้อ ดูลูกสิคุณ”
น้ำมนต์มมุ้ยหน้าพร้อมกับตักอาหารรสมือแม่เข้าปากด้วยความอร่อย เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จฝ่ายพ่อแม่ก็ขอตัวออกไปนอกบ้าน เนื่องจากมารดาสั่งไม่ให้ท่านนายพลชวนเพื่อนมาดื่มเลี้ยงฉลองต้อนรับลูกชาย เลยทำให้ร้านนั่งดื่มในตัวเมืองเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด แถมฝ่ายผู้เป็พ่อยังบอกจะเมาให้หัวราน้ำ เพราะนานๆทีจะได้เจอเพื่อน เลยทำให้แม่คิดว่านอนโรงแรมใกล้ร้านและกลับตอนเช้าน่าจะเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด
“แกแน่ใจนะว่าไม่อยากไปไหว้เพื่อนพ่อก่อน”
“พ่อ…เดี๋ยวหนูจะกรี๊ดใส่แล้วนะ”
“อ่ะๆๆ พึ่งเดินทางกลับมาเหนื่อยๆพักผ่อนแล้วกัน”
“แล้วพ่อกับแม่จะไปยังไงอ่ะ รถยนต์ซ่อมอยู่ในอู่ไม่ใช่หรอ”
“พอดีลุงเสือจะแวะเข้ามารับน่ะ”
ทันทีที่น้ำมนต์ในยินชื่อไอ้ลุงหน้าหนวด ดวงตากลมโตก็กลอกขึ้นไปบนฟ้า เขาเกลียดไอ้ลุงบ้ากามคนนั้นเป็ชีวิตจิตใจ ทุกครั้งที่เห็นหน้ากันร่างสูงกำยำมักจะถามไถ่เื่แฟนสาวให้เสียอารมณ์อยู่เสมอ ทั้งๆที่กิริยาท่าทางของน้องน้ำก็ดูออกอย่างชัดเจนว่าไม่ได้ชอบผู้หญิงเผลอๆยังสวยกว่าด้วยซ้ำ แต่ไอ้ลุงหัวโบราณเพื่อนสนิทคุณพ่อก็ชอบแซวชอบโต้เถียงอยู่เรื่อยๆ
ชายวัยกลางคนผู้นี้น้ำมนต์ไม่มีสิทธิ์มีปากเสียงได้เหมือนคนอื่นๆ...
เนื่องจากลุงเสือเป็ผู้อุปการะร่างบางั้แ่ยังเด็ก เขามีลูกสาวเพียงคนเดียว เลยหันมาทุ่มเทเลี้ยงลูกชายเพื่อนสนิทแทน ค่าเทอม ค่าขนม ค่าอุปกรณ์การเรียนทั้งหลายก็ได้มาจากลุงเสืออยู่บ่อยครั้ง เพราะครอบครัวทำธุรกิจด้านโรงแรมเลยร่ำรวยมีกินมีใช้ แต่หัวสมองของไอ้ลุงหนวดดกกลับไม่ทันสมัยเหมือนโรงแรมที่เขาเป็เ้าของ
ถ้าเทียบกับคุณพ่อแล้ว...ลุงเสือหัวโบราณยิ่งกว่าร้อยเท่า!
“เดี๋ยวน้ำขึ้นไปนอนแล้วนะ”
“น้ำ รอไหว้ลุงเสือก่อน”
เสียงที่รั้งเอาไว้ไม่ใช่พ่อ แต่เป็ฝ่ายคุณแม่ที่ทำหน้าดุมองลูกชายของตัวเอง เมื่อน้ำมนต์เห็นดังนั้นก็เดินส่ายก้นมานั่งรอไอ้เฒ่าหัวงูที่โซฟา สาเหตุที่เด็กหนุ่มแอบให้ฉายากับลุงเสือเช่นนั้นก็เนื่องมาจากความเ้าชู้ของเขา บ่อยครั้งที่ร่างสูงชอบเมาหัวราน้ำมาที่บ้านเพราะทะเลาะกับภรรยา และบ่อยครั้งที่น้ำมนต์แอบเห็นฝ่ามือหนาลูบคลำสาวๆรุ่นลูกที่เขาหามาจากไหนก็ไม่รู้
“อ้าว นั่นไง ลุงเสือมานู้นแล้ว น้ำลุกขึ้นเร็ว”
“หนูรู้แล้วน่าแม่”
รถยนต์หรูราคาแพงจอดเทียบหน้าบ้าน ทันทีที่ร่างสูงโผล่หน้าออกมาก็ทำให้น้ำมนต์อารมณ์เสีย หนวดเคราบนใบหน้าคมเข้มยังคงเป็ทรงเดิมไม่มีเปลี่ยน ร่างกายสูงโปร่งยาวชะลูดใส่เสื้อเชิ้ตมีลวยลาดสีสันเดินมาแต่ไกล นาฬิกาหรูหราสีทองแวววาวอยู่บนข้อมือ ไหนจะสร้อยทองและแหวนมากมายพวกนั้นอีก
“พ่อมีเพื่อนเป็เสี่ยบ้ากามั้แ่เมื่อไหร่”
“จิ๊ น้ำ...หนูจะพูดเสียงดังไปแล้วนะ”
“แม่ก็ดูสิ....หนูพูดผิดตรงไหน”
ประโยคสุดท้ายน้ำมนต์ตั้งใจพูดเสียงเบาไม่ให้แม่ได้ยิน ดวงตากลมโตจ้องมองดูชายวัยกลางคนทักทายกันด้วยความสนิทสนม ลุงเสือและคุณพ่อเคยเป็ทหารเกณฑ์มาด้วยกัน แต่มีเพียงแค่พ่อคนเดียวเท่านั้นที่เลือกจะเรียนต่อเพื่อรับใช้ชาติ ส่วนอีกคนก็ออกมาทำโรงแรมจากธุรกิจครอบครัว...
นอกจากลุงเสือจะมีธุรกิจล้นมือแล้ว...ไอ้เสี่ยหน้าหนวดยังเลี้ยงหมาไว้ในปากนับร้อยอีกด้วย!