เฟยหรงพยายามตั้งสติและบอกกับตัวเองว่าสิ่งที่เขาได้ยินเมื่อครู่นั้นไม่ผิดไป คลื่นหอกที่ทรงพลังขนาดสามารถผ่านภาได้ถังเว่ยกับบอกว่าเป็เพียงแค่พื้นฐานเท่านั้นแล้วถ้าเพลงหอกนี้ถึงขั้นสุดท้ายมันจะไม่สามารถแบ่งครึ่งซีกโลกได้เลยหรือ? แน่นอนว่าเป็แค่ความคิดของเฟยหรง
“ท่านไม่ชอบทักษะทางด้านหอกจริงๆหรือท่านพี่?…"
เท่าที่เขาจำความได้ถังเว่ยเคยบอกว่าหอกเป็อาวุธที่เขาใช้งานน้อยที่สุดแล้วแต่กับภาพตรงหน้าที่เกิดขึ้นมันไม่ได้สอดคล้องกับคำบอกกล่าวของถังเว่ยเลยสักนิดเดียวแล้วแบบนี้ปรมาจารย์หอกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน
“ใช่สิ ข้าไม่ค่อยชอบใช้หอกเท่าไหร่นักมันผ่าฟืนไม่ได้ ตัดเนื้อก็ไม่ได้ แถมยังมีขนาดใหญ่เกินความจำเป็ สำคัญเลยเพราะข้าไม่อยากนึกถึงใครคนนึงเท่านั้นเอง”
“….”
ตามตำราที่เฟยหรงเคยอ่านในสถาบันมีหลายเล่มที่เขียนเกี่ยวกับตำนานของผู้ใช้หอกเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็เื่ของจักรพรรดิลำดับที่ 17 ของทวีปฟ้าครามที่เป็ผู้เชี่ยวชาญหอกแห่งยุค เขาใช้หอกของเขากวาดไปทั่วน่านฟ้าก่อนจะพิชิตศัตรูด้วยความยิ่งใหญ่ ทว่าด้วยการเสียแขนอันเป็องค์ประกอบหลักในการใช้หอกไปจึงทำให้เขาต้องยุติเส้นทางของวิชาหอกไว้แต่เพียงเท่านี้ หรือไม่ก็เื่จักรพรรดินีลำดับ 8 เพื่อที่จะกอบกู้ทวีปแห่งนี้เอาไว้นางถึงกับยอมเสียสละทักษะวิชาหอกของนางให้กับทวีปอื่นและห้ามใช้มันหรือสืบทอดไปยังทายาทรุ่นถัดไป แลกมากับการไม่ถูกรุกรานไปอีก 100 ปีให้หลัง
นี่ยังเป็ส่วนน้อยที่เฟยหรงศึกษาเท่านั้นจะเห็นได้ว่าเหตุผลที่ตัวตนระดับนั้นวางมือไปต่างก็เป็ผลที่ยิ่งใหญ่และน่ายกย่อง แต่พี่ชายของเขาที่มีวิชาหอกอันทรงอำนาจที่สามารถผ่านภาได้ทั้งยังบอกอีกว่ามันเป็เพียงแค่ขั้นพื้นฐานเ กับมีเหตุผลที่เขาเลิกใช้หอกก็เพราะว่า มันไม่สามารถใช้งานในครัวได้และมีขนาดใหญ่เกินไป
“ใครกันที่ถึงขนาดทำให้ท่านต้องละทิ้งในเส้นทางของหอก?”
“ความจริงแล้วข้าไม่ควรจะเล่าเื่นี้ออกมาอีกแต่ในเมื่อเ้าอยากรู้ข้าก็จะยอมเล่าให้มันฟัง เื่ราวทั้งหมดมัยเกิดขึ้นเมื่อ 7 ก่อนตอนที่ข้ายังอายุแค่ 13 ปี…ในตอนนั้นข้าได้เริ่มเรียนวิชาหอกก็เพื่อ้าที่จะล้มสตรีคนหนึ่ง”
การที่ถังเว่ยนึกย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีตสีหน้าของเขาก็แสดงออกถึงความหวาดกลัวเล็กน้อย ใบหน้าที่เขาเคยเห็นมาเมื่อ 7 ปีก่อนมันได้ตามมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง
“ถ้ามันทำให้ท่านไม่สบายใจก็ไม่จำเป็ต้องพูดก็ได้…”
ปกติถังเว่ยนั้นเป็คนที่ค่อนข้างจะร่าเริง น้อยมากหรือแถบจะไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเขานั้นทำสีหน้าอมทุกข์ เพราะฉะนั้นเฟยหรงก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ถ้าจะบังคับให้ถังเว่ยพูดต่อ
“ไม่ต้องห่วงข้ามันก็เป็แค่ความทรงจำแย่ๆ มันผ่านไปแล้วอีกอย่างนึงชาตินี้ข้ากับนางคงจะไม่ได้มาเจอกันอีก…เอาล่ะเข้าเื่ต่อตอนนั้นนางได้ท้าข้าว่าถ้าหากข้าสามารถสร้างวิชาหอกที่สามารถเอาชนะนางได้ข้าจะถามอะไรก็ได้ที่อยากรู้ ท้ายที่สุดข้าสามารถสร้างวิชาหอกที่สามารถเอาชนะนางได้…”
ฟังดูแล้วเฟยหรงก็คิดว่ามันดูเป็การท้าประลองเพื่อให้ได้อะไรบางอย่างมาไม่เห็นจะมีส่วนไหนที่ทำให้ถังเว่ยต้องทุกข์ขนาดนั้นไม่ใช่หรือ
“แล้วท่านถามนางว่าอะไรหรือ?”
ถึงขนาดกับมีการเดิมพันสิ่งที่ถังเว่ย้าจะรับรู้จะต้องไม่ธรรมดาแน่ แต่ทุกสิ่งเฟยหรงคิดเอาไว้มักจะออกมาเป็ตรงข้ามเสมอ…
“ตอนนั้นข้าหาทางกลับทวีปัฟ้าไม่เจอก็เลยถามนาง…”
เฟยหรงก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจตอนนี้จิตใจของเขานั้นนิ่งดั่งขุนเขา เขาจะไม่แปลกใจอะไรอีกแล้วกับเื่ที่ถังเว่ยเป็คนเล่าให้ฟัง จากเื่ธรรมดาก็เปลี่ยนให้เป็เื่ใหญ่กลับกันจากเื่ใหญ่ก็สามารถเปลี่ยนให้เป็เื่ธรรมดาได้เช่นกัน
“แล้วท่านมีปัญหาอะไรกับสตรีผู้นี้หรือ?"
ถ้าถึงขนาดทำให้ถังเว่ยรู้สึกรังเกียจได้สตรีผู้นี้จะต้องมีนิสัยอันโหดร้ายเป็แน่หรือไม่บางทีก็อาจจะมีอะไรมากกว่านั้นก็เป็ได้
“เหอะ มีสิถ้าจะให้ข้าเล่ามันก็คงจะเหมือนนั่งระบายให้เ้าฟัง ตลอดระยะเวลาที่ข้าอยู่กับนาง ข้าเหมือนกับตกนรก ในทุกวันนางมักจะโผล่มาทุกเช้าเผื่อมาหาข้า ตามติดทุกสถานที่ที่ข้าไปหรือแม้แต่ตอนที่ข้ากำลังฝึกใช้หอกนางก็จะมานั่งเฝ้ายิ่งนานวันเข้าพฤติกรรมของนางก็ยิ่งหนักขึ้น ในวันนั้นข้ากำลังอาบน้ำอยู่ทว่านางก็แอบเอาเสื้อผ้าของข้าไป! เ้าคิดดูว่าตอนนั้นข้าต้องลำบากขนาดไหน”
เฟยหรงไม่คาดคิดเลยว่าถังเว่ยที่มีบุคลิกเป็คนนิ่งๆกับระบายเื่นี้ออกมาด้วยความทุกข์ร้อน เฟยหรงคิดว่าถังเว่ยอาจจะผ่านอะไรมามากจริงๆ แต่เดี๋ยวนะขโมยเสื้อผ้าอย่างงั้นหรือ? ในระหว่างที่เฟยหรงกำลังครุ่นคิดอยู่ถังเว่ยก็ได้ระบายความในใจออกมาต่อแล้ว
“เวลาผ่านไปถึง 6 เดือนและข้าก็สามารถเอาชนะนางได้ข้าอดทนกับนางมาเต็มทนแล้วได้เวลาที่ข้าจะต้องหนีนางออกไปไกลๆสักที ทว่านางกลับบอกว่ามีเื่จะพูดกับข้าเป็ครั้งสุดท้ายจึงได้เชิญข้าไปดื่มชาที่ห้องของนางและเหตุการณ์หลังจากนี้จะเป็สิ่งที่ข้าจดจำไปชั่วชีวิต!”
จู่ๆบรรยากาศก็เปลี่ยนกลายเป็จริงจังทันทีเฟยหรงเองก็หยุดความคิดของตัวเองไว้ก่อนและจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ถังเว่ยจะพูด
“วันนั้นข้าประมาทเกินไปคิดว่านางคงจะไม่ทำอะไร แต่ข้านั้นคิดผิดนางแอบใส่สมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการสะกดการเคลื่อนไหวได้เป็ระยะเวลานึงและมันไม่มีกลิ่นหรือรสชาติทำให้ข้าติดกับดักของนาง ตัวข้าที่ไม่สามารถทำอะไรได้ก็ถูกนางผนึกจุดเคลื่อนไหวไว้อีก 1 ชั้นทางหนีของข้าคือ 0 สุดท้ายนางก็ทำในสิ่งที่ข้าคาดไม่ถึงก็คือ….นางเริ่มฉีกเสื้อผ้าของข้าออกและข่มขืนข้า!!”
ประโยคสุดท้ายของถังเว่ยนั้นเต็มไปด้วยความเ็ป กลับกันสติของเฟยหรงกับหลุดไปแล้วสิ่งที่เขาคิดเอาไว้มันมักจะออกมาเป็ด้านตรงข้ามเสมอ แล้วบุรุษที่ไหนเขาจะโดนสตรีข่มขืนกัน?
"แล้วมันไม่ดีตรงไหนกันเล่าท่านพี่สิ่งนั้นก็เป็สิ่งที่บุรุษทุกคนหมายตาเอาไว้ไม่ใช่หรือ?"
บุรุษคนไหนก็อยากจะระบายกามอารมณ์ของตัวเองกับสตรีเพศทั้งนั้นแต่ทว่าพี่ชายของเขากับจำฝั่งใจเพราะว่าถูกสตรีข่มขืน เขาชักอยากจะเข้าไปในหัวของถังเว่ยแล้วส่องดูความคิดของเขาซะจริงๆ
“เ้าไม่เข้าใจอะไรจะน่าเจ็บใจเท่ากับการที่เ้าเสียความบริสุทธิ์ครั้งแรกให้กับสตรีที่ตัวเองรังเกียจกัน!”
คำพูดและท่าทางของเขาเหมือนกับสตรีที่ถูกบุรุษขืนใจไม่มีผิดเพียงแต่บทพูดกับสลับกันซะอย่างงั้น
“คนที่ควรจะพูดประโยคนี้มันไม่ควรจะเป็ท่านไม่ใช่รึไง!!”
่เวลาการถกเถียงของสองพี่น้องก็ยังคงกินเวลาต่อไป