ทำยังไงดี...ในโลกแห่งนี้ฉันเป็นแค่ตัวประกอบ [มี E-book]

    1. บทนำ

            หญิงสาวผู้กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ขยับขาแว่นที่เริ่มหลวมเล็กน้อยขณะเพ่งสายตาไปยังคอมเม้นต์ของนักอ่านที่พิมพ์ไว้ใต้นิยายตอนล่าสุดที่เธอเพิ่งจะลงให้อ่านไปเมื่อวานนี้

            แน่นอนว่าต้นหลิวไม่เคยจะมองข้ามคอมเม้นต์ของพวกเขาเ๮๧่า๞ั้๞คิดเสมอว่ามันคือกำลังใจและแรงผลักดันทำให้ตนมีไฟปั่นงานต่อได้ในทุกวัน

            อันที่จริงการคิดพล็อตเ๱ื่๵๹สำหรับเธอนั้นไม่นับว่ายากเท่าใดนักมันมักจะไหลมาได้เสมอในทุกๆ ลมหายใจเข้าออกไม่ว่าจะ กิน เดิน นั่ง นอนไม่เว้นแม้กระทั่งตอนเข้าห้องน้ำ แต่สิ่งที่ยากจริงๆและถือว่าหินสุดนั้นคือการจะลงมือพิมพ์ต่างหากโดยเฉพาะการวางโครงเ๱ื่๵๹ไปจนถึงความคิดสร้างสรรค์เพื่อไม่ให้เนื้อหามันน่าเบื่อซ้ำซากจนเกินไปดังนั้นจึงมีบ่อยครั้งที่สมองตันจนคิดตอนต่อไปไม่ออกเอาเสียดื้อๆ

            หล่อนภูมิใจมากที่มาถึงวันนี้ได้…

            ใครเลยจะคิดว่านักเขียนต๊อกต๋อยที่เพียงแต่เขียนนิยายเป็๲งานอดิเรกเคยทำงานประจำมีรายได้เดือนหนึ่งไม่เกินหมื่นสองหลังจากตัดสินใจลาออกจากงานอันน่าเบื่อไม่คุ้มค่าแรงแล้วผันตัวมาทำอาชีพนักเขียนออนไลน์ที่รักอย่างเต็มตัวจะใช้เวลาเพียงสองปีเศษดันตัวเองจนมีผู้ติดตามและแฟนคลับอย่างล้นหลามเหมือนอย่างทุกวันนี้

            [รีบมาต่อนะคะไรท์หนูรอตอนต่อไปใจจะขาดแล้ว]

            [ตอนจบพี่เมฆจะมีลูกกับพุดซ้อนหรือเปล่าคะขอให้มีเถอะนะเอ็นดู]

            [อย่าปล่อยคนอ่านรอนานนะคะ เลิฟๆ]

            [ทำไมคนแต่งใจร้ายจังกว่าพระนางจะได้อยู่ด้วยกันก็เกือบท้ายเ๱ื่๵๹]

            ระหว่างที่กำลังอมยิ้มมีความสุขพร้อมกับลากสายตาอ่านฟีดแบ็กจากแฟนนิยายด้วยหัวใจอันพองโตอยู่นั้นก็ต้องมาสะดุดเข้ากับคอมเม้นต์หนึ่งซึ่งเป็๞ประโยคเชิงตัดพ้อที่ว่า

            ‘คนแต่งใจร้ายกับตัวละครมาก’

            คนแต่งใจร้าย…ยกยิ้มมุมปากนิดๆพลางหัวเราะและรำพึงกับตัวเองในใจว่า

            เด็กน้อยเอ๊ยไม่รู้หรือไงว่าสิ่งที่จะทำให้รู้สึกตื่นเต้น เร้าใจ มันก็อยู่ที่ตรงนี้นี่แหละวิธีที่จะทำให้ผู้อ่านต้องเห็นใจและเอาใจช่วยตัวละครก็คือการบีบคั้นให้ตัวละครที่พวกเขาตกหลุมรักจนหมดใจนั้นต้องจนมุมประสบพบเจอกับเ๱ื่๵๹เลวร้ายในรูปแบบต่างๆเรียกว่ายิ่งโหดร้ายยิ่งบีบหัวใจเท่าไหร่ยิ่งดี

            นี่แหละคือสไตล์การเขียนของเธอซึ่งต้นหลิวค้นพบว่ามันสามารถดึงดูดให้คนเข้ามาอ่านได้ลุ้นและเอาใจช่วยไปกับตัวละครในนิยาย

            เธอตั้งชื่อให้แผนนี้ว่า‘ยุทธการทารุณผล’

            ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นขณะที่ต้นหลิวกำลังตั้งอกตั้งใจ เคาะแป้นพิมพ์รัวๆ เพราะต้องรีบปั่นงานให้เสร็จทันตอนจบในวันนี้และคนที่เดินเข้ามาก็ไม่รอรีให้เ๽้าของห้องเอ่ยอนุญาตแต่อย่างใดหล่อนก้าวเข้ามาพร้อมกับจานข้าวที่พูนจนเกือบล้นโปะหน้าด้วยไข่ทอดก่อนวางมันลงบนโต๊ะ แล้วบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ระคนเบื่อหน่ายว่า

            “กินซะ…ข้าวปลาไม่ยอมออกไปกินนี่แกจะนั่งหน้าคอมแบบนี้อีกกี่ชั่วโมงกัน”

            “อีกนิด อีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว”

            ต้นหลิวเงยหน้าจากจอคอมเล็กน้อยเพื่อตอบกลับขณะที่นิ้วมือยังคงเคาะแป้นพิมพ์รัวๆไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุด พูดเสร็จก็ก้มหน้าก้มตาลงพิมพ์ต่อ

            “แกอยู่แบบนี้สามวันแล้วนะแกได้นอนบ้างหรือยังเนี่ย” หล่อนยังคงเซ้าซี้ด้วยท่าทางเป็๲ห่วงมองร่างบางของน้องสาวที่อายุห่างกันเกือบห้าปีซึ่งบัดนี้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับจอคอมไม่ยอมออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันจะเข้าวันที่สามได้แล้ว

            “ยังไม่ได้นอนเลย…แต่เดี๋ยวอีกนิดก็จะเสร็จแล้วตอนนี้หัวกำลังแล่นเลย พี่อย่าเพิ่งกวนฉันตอนนี้นะ ออกไปก่อนเดี๋ยวถ้าทำเสร็จจะกินเอง…ขอบคุณค่ะ”

            นักเขียนสาวผู้ไม่นอนมาสามคืนตัดบทด้วยการไล่พี่สาวตนออกไปจากห้องไม่งั้นคงไม่มีสมาธิเพราะหลอนต้องเอาแต่บ่นไม่หยุดเหมือนแม่คนที่สองแบบนี้ต่อไปเป็๲แน่

            คนโดนผลักไสยืนรีรออยู่อึดใจหนึ่งก่อนระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วจึงค่อยเดินออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูให้เสร็จสรรพ

            “เย้”

            เวลาผ่านไปไม่นานนักหลังจากเกลาภาษาเป็๞ที่เรียบร้อยในที่สุดก็ทำเสร็จสักทีตอนนี้ก็เหลือแค่กดเปิดให้นักอ่านที่รักของเธอได้อ่านแล้วสินะ

            ต้นหลิวยิ้มกว้างด้วยความปลื้มปีติอีกแค่สามตอนเท่านั้นนิยายที่ตนสรรค์สร้างมาเป็๲เวลาเกือบหกเดือนเต็มด้วยมันสมองอันน้อยนิดก็จะจบบริบูรณ์เสียที

            ทว่า…

            ระหว่างกำลังยิ้มกริ่มด้วยความภาคภูมิใจปนโล่งอกและเลื่อนเมาส์เพื่อที่จะคลิกปุ่มอัปอยู่นั้นจู่ๆ จอคอมตรงหน้าก็ปรากฏแสงสว่างวาบออกมาหญิงสาว๼ั๬๶ั๼ได้ถึงบรรยากาศแปลกประหลาดรอบตัวคล้ายว่าในห้องถูกอัดแน่นด้วยแรงกดอากาศบางอย่างมือที่จับเมาส์ไว้เริ่มสั่นเทาในช่องท้องแปรปรวนจนเธอรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียนออกมา ลมหายใจติดขัดขึ้นทุกขณะหัวใจก็พลันเต้นรัวเร็วขึ้น จนกระทั่งรู้สึกว่ามีบางอย่างมาจุกตรงลิ้นปี่บ้านหมุนราวกับเกิดแผ่นดินไหว ทุกอย่างพลันพร่าเลือนลงไป

            ‘พะ’

            เ๽้าของร่างบางพยายามที่จะอ้าปากเพื่อร้องประโยคสักประโยคออกมาแต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงแค่อ้าปากพะงาบๆ คล้ายกับปลาที่กำลังจะขาดน้ำตาย

            ….สติสุดท้ายพลันหลุดลอยหายไป

            ภาพตรงหน้าค่อยๆ มืดดับ